cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    สินค้า

    ตัดกลับมายังด้านในยานอวกาศตอนนี้ไป๋เฉินได้ทำการคลายผนึกให้กับเฟิ่งนู่เป็นที่เรียบร้อยทำให้เธอกลับมาเป็นสาวงามอีกครั้ง ไป๋ฉีประคองร่างของแม่ยายตัวเองไปส่งที่ห้องพักโดยพลันด้านหลังมีเฟิ่งเจียอินและหรงหรงเดินตามไป ทำให้บริเวณบริเวณใจกลางยานเหลือเพียงแค่ไป๋เฉินและฟางถงสองคน

     

    "นี่! ไป๋เฉิน จักรพรรดิเพลิงฟ้าเหิมเกริมและหยิ่งผยองขนาดนั้น ทำไมเจ้าถึงยอมปล่อยเขาไปโดยง่าย"ฟางถงกล่าวถามด้วยความสงสัย

     

    "ที่รัก เจ้าเองก็เป็นจ้าวจักรวาลมานานก็คงรู้ถึงกฏเกณฑ์ของสหพันธ์ดี การที่ตัวตนระดับจ้าวจักรวาลขึ้นไปต่อสู้กันเองนั้นถือว่าเป็นข้อห้าม ดังนั้นหากข้าลงมือกับจักรพรรดิเพลิงฟ้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามข้าก็ต้องขึ้นศาลสหพันธ์อยู่ดี และมันย่อมมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาอีกมากมาย"ไป๋เฉินกล่าว

     

    ฟางถงที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจได้ เพราะหากระดับจ้าวจักรวาลอมตะต้องขึ้นศาลจำเป็นต้องให้จ้าวจักรวาลนิรันดร์มาเป็นผู้พิพากษา ซึ่งบอกได้เลยว่ามันทั้งเสียเวลาและน่ารำคาญเป็นอย่างยิ่ง

     

    "เห้อ ช่างเถอะๆลืมมันไปก็แล้วกัน"ฟางถงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนจะเอนกายซบที่อกของไป๋เฉินอย่างรักไคร่

     

    พวกเขาใช้เวลาเดินทางสามวัน ในที่สุดก็มาถึงยังดาราจักรแห่งการศึกษา ไป๋เฉินไปส่งไป๋ฉีผู้เป็นลูกชายที่ดาวเบิกฟ้า จากนั้นแวะไปรับจินอันหรานที่วังจันทราก่อนจะพากันกลับไปยังพิภพไป๋

     

    "เห้อ สงสัยพวกท่านแม่คงติดต่อมาแน่ๆ ท่านพ่อถึงได้รีบร้อนกลับขนาดนี้" มองไปยังยานอวกาศที่กำลังบินออกจากดาวเบิกฟ้า ไป๋ฉีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

     

    เขาหันกายกลับเข้าสถาบันฟ้ากระจ่างไป จากนั้นก็ติดต่อหาจินหยางในทันที

     

    "ติ๊ด"

     

    "ว่าไงพี่เขยตัวดี หายไปตั้งหลายวัน นึกว่าจะไม่ลืมข้าไปแล้วเสียอีก"เสียงของจินหยางดังออกมาจากกำไล

     

    "อย่าเวอร์น่า ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไรกัน"ไป๋ฉีตอบกลับอย่างขบขัน

     

    จินหยางที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่ก็ทำท่าทีเบื่อหน่าย "ข้าก็พูดไปอย่างนั้น แล้วเจ้ามีอะไรหรือเปล่าถึงติดต่อข้ามาดึกดื่นขนาดนี้"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้า "มี พรุ่งนี้เจ้าเป็นเมืองเบิกฟ้าเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ พอดีข้ามีธุระที่โรงประมูลกลาง"

     

    "ได้สิๆ ข้าเองก็อยากไปเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน วันๆอยู่แต่ในสถาบันมันช่างเป็นอะไรที่น่าเบื่อจริงๆ"จินหยางตอบกลับ

     

    "ตกลงตามนั้น เจอกันพรุ่งนี้เช้า" กล่าวจบการติดต่อสื่อสารระหว่างไป๋ฉีและจินหยางก็เป็นอันสิ้นสุดลงไป ชายหนุ่มจึงมุ่งตรงเข้าสู่ที่พักของตัวเองเพื่อพักผ่อนในทันที

     

     

    เช้าวันต่อมาไป๋ฉีและจินหยางออกจากสถาบันพร้อมกัน พวกเขาตรงไปยังเมืองเบิกฟ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถาบันนัก ใช้เวลาบินไปไม่ถึงสามสิบนาทีเท่านั้นก็มาถึงยังที่หมาย

     

    "ฟิ้ว"

     

    เมื่อเห็นประตูเมืองเบื้องหน้าทั้งสองพากันบินลงไป จากนั้นเดินผ่านประตูอย่างเรียบง่ายเหมือนกับที่ชาวบ้านคนอื่นๆเขาทำกัน

     

    ไป๋ฉีและจินหยางเดินตรงไปยังหอประมูลกลางเป็นสถานที่แรก ซึ่งพวกเขาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพนักงาน

     

    "หอประมูลสาขาเมืองเบิกฟ้ายินดีตอนรับเจ้าค่ะ ไม่ทราบนายท่านทั้งสองมีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้" เดินมายังจุดให้บริการ พนักงานสาวคนหนึ่งทำความเคารพและกล่าวขึ้นโดยฉับไว

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าตอบกลับไป "ข้ามาที่นี่เพราะอยากจะนำสินค้าเข้าร่วมประมูลในงานประมูลครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้า"

     

    "ถ้าเช่นนั้น เชิญนายท่านทั้งสองที่ห้อง VIP ก่อนเจ้านะคะ เดี๋ยวข้าจะตามผู้จัดการมาให้"พนักงานสาวเอ่ยปากตอบกลับโดยไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ เธอผายมือไปยังประตูห้องๆหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล พวกไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับและเดินไปยังห้องนั้นในทันที

     

    "นี่สหาย สมบัติที่เจ้าจะนำมาลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมูลคืออะไรอย่างนั้นหรือ?"เมื่อเข้ามายังห้อง VIP แล้ว จินหยางอดไม่ได้ที่จะไถ่ถาม

     

    ไป๋ฉียิ้ม "ไม่ต้องรีบร้อน เอาไว้เจ้ารอดูก็แล้วกัน"

     

    ได้ยินสหายของตัวเองตอบมาเช่นนั้น ใบหน้าของจินหยางก็กลายเป็นบึ้งตึงขึ้นมา "ก็ได้ๆเจ้าคนประหลาดความลับเยอะ ข้าจะรอดูสิว่าสมบัติของเจ้าจะล้ำค่าสักแค่ไหนกัน"

     

    หลังจากนั้นไม่นานหญิงงามราวกับเทพธิดาคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงดำก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทำความเคารพทั้งสองอย่างสุภาพ "ขออภัยในความล่าช้าเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าซูเหยียนเป็นผู้จัดการหอประมูลแห่งนี้"

     

    ได้ยินเธอกล่าว ทั้งไป๋ฉีและจินหยางพยักหน้าตอบกลับไป หญิงงามหรือซูเหยียนยิ้มอย่างเป็นมิตรเดินไปนั่งยังโซฟาที่อยู่ทางด้านตรงข้ามแววตาจับจ้องมายังทั้งไป๋ฉีและจินหยางราวกับกำลังค้นหาปริศนาอย่างไรอย่างนั้น

     

    "อะแฮ่ม เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ข้าขอนำสินค้าออกมาเลยก็แล้วกัน" กล่าวจบไป๋ฉีก็นำสินค้าที่เขาเตรียมเอาไว้ออกมาจากแหวนมิติในทันที ทั้งจินหยางรวมไปถึงซูเหยียนที่เห็นสมบัติเบื้องหน้าก็พากันตาลุกวาวขึ้นมา

     

    ผลโพธิ์สามผล น้ำค้างหยินอีกสามขวด นี่คือสมบัติที่ไป๋ฉีได้จัดเตรียมเอาไว้ ด้วยความหายากของพวกมันการที่จินหยางหรือแม้กระทั้งซูเหยียนจะตกตะลึงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสักนิด

     

    "คะ คุณชาย ท่านแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ที่จะนำสมบัติล้ำค่าเหล่านี้เข้าประมูล"ซูเหยียนเอ่ยปากถามเสียงสั่น

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าตอบกลับโดยพลันแล้วกล่าวเพียงสั้นว่า "ข้าแน่ใจ"

     

    จินหยางที่นั่งอยู่ข้างๆกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วหันไปมองยังสหายราวกับมองตัวประหลาดก็ไม่ปาน 'ให้ตายสิ พี่เขยคนนี้จะทำให้ข้าประหลาดใจไปถึงไหนกัน'

     

    ส่วนทางด้านซูเหยียนหลังจากได้รับคำตอบจากไป๋ฉีมาเช่นนั้น ตัวเธอก็ทำการเปิดข้อมูลสินค้าดูในทันทีเพื่อตีราคา "จากข้อมูล ผลโพธิ์ทางเราจะเริ่มต้นประมูลในราคา 5 ล้านผลึกพลังงาน/หนึ่งผล ส่วนน้ำค้างหยินจะเริ่มต้นการประมูลที่ 3 ล้านผลึกพลังงาน/1ขวดเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพอใจในราคาเริ่มต้นนี้หรือไม่"

     

    ไป๋ฉีดวงตาเป็นประกาย "แค่ราคาเริ่มต้นก็สูงถึงขนาดนี้!"

     

    "ฮิฮิ นายท่านอาจไม่ทราบ ผลโพธิ์นับว่าเป็นสิ่งที่นักวิจัยของทุกสหพันธ์ไฝ่หา ส่วนน้ำค้างหยินนั้นก็นับว่าเป็นของล้ำค่าสำหรับนักสู้ที่ฝึกฝนพลังสายน้ำแข็ง ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่ราคาเริ่มต้นสำหรับประมูลสมบัติทั้งสองชิ้นนี้จะสูงมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าราคาสูงสุดหลังการประมูลอาจจะเหยียบห้าสิบล้านผลึกพลังงานเลยก็เป็นได้"ซูเหยียนอธิบายเพื่อไขความกระจ่าง

     

    "ตกลงให้เอาราคาตามที่ท่านว่า"หลังจากตัดสินใจเสร็จแล้วไป๋ฉีก็กล่าวออกมาเช่นนั้น

     

    ซูเหยียนลุกขึ้นทำความเคารพให้กับไป๋ฉีอีกครั้ง จากนั้นเธอก็เก็บผลโพธิ์และน้ำค้างหยินเข้าแหวนมิติไป "โปรดรอสักครู่ ทางเราจะทำการลงทะเบียนสินค้าให้กับท่านเดี๋ยวนี้"