
“มัมคะ”เด็กหญิงตัวน้อยเรียกด้วยเสียงแสนน่าเอ็นดู
“หิวเหรอคะ”
“ฮิว”
“หิวค่ะไม่ใช่ฮิว”
“หิว”เด็กหญิงพยายามออกเสียงตามเพราะั้แ่จำความได้ภาษาไทยคือภาษาที่ได้ยินมาโดยตลอดเวลาอยู่ที่บ้านนอกจากออกไปข้างนอกถึงจะได้พูดภาษาอังกฤษแต่วันนี้เด็กหญิงตัวน้อยสื่อสารกับผู้เป็แม่ด้วยภาษาไทยั้แ่นั่งบนเครื่องจนถึงจุดหมายปลายทาง
“ปาร์ตี้รอเดี๋ยวนะคะคุณลุงกำลังมารับเราแล้ว”
“ยุงดุไหม”
“ลุง ไม่ใช่ยุง”
“ค่ะมัม คุณลุงอายาน”
“อลัน”
“ลัน”
“ค่อยๆฝึกลูกมาอยู่เมืองไทยเดี๋ยวก็คล่อง”
ร่างเพียวในชุดเสื้อยืดรัดรูปสีครีมสวมทับด้วยกางเกงทรงทันสมัยสีดำเสื้อสูทสีดำราคาแพงถูกถอดออกเพราะอากาศอันแสนร้อนบริเวณด้านนอกสนามบิน ใบหน้าเรียวที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันพอให้ดูสวยงามผมยาวสลวยสีทองยิ่งทำให้หญิงสาวดูสะดุดตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
“สวยเหมือนดาราเกาหลีเลย”เสียงผู้หญิงสองคนคุยกันแล้วก็หันมายิ้มให้ด้วยความชื่นชม
“มัม นั่นยุงอยัน”
“ไหนคะ”
“พาร์ตี้จำได้เหมือนในรูปเยย”
“พี่อลัน”
“ยัยลิน”อลันดีใจมากที่เห็นน้องสาวที่ไม่เจอะเจอกันเลยห้าปีเขาวิ่งไปหาแล้วสวมกอดพร้อมร้องไห้เบาๆ
“ร้องไห้ทำไมลินยังไม่ตายค่ะ”
“ใจดำมากซัมเมอร์ก็ไม่กลับพ่อกับแม่คิดถึงจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
“คุณพ่อคุณแม่ไม่มาด้วยเหรอคะ”
“คุณพ่อมีนัดกับคุณหมอ คุณแม่เลยต้องไปเป็เพื่อนกะว่าเดี๋ยวเราไปถึงบ้านท่านก็คงกลับมาแล้วล่ะ”
“พี่อลันนี่ไงหลานสาวสุดน่ารักยัยปาร์ตี้”
“ไฮ! ปาร์ตี้” เขายิ้มให้เด็กน้อย
“สวัสดีค่าคุณยุงอายัน” ความพยายามของเด็กหญิงทำให้ผู้เป็ลุงยิ้มหน้าบาน
“ลุงไม่ใช่ยุงครับ ยุงมันกัดคนเป็ไข้เืออกส่วนลุงไม่กัดใครแต่ใจดีมากๆ”
“มัมสอนแล้วแต่พาร์ตี้จามม่ายด้าย”
“ไม่เป็ไรลูกไปกันเถอะเดี๋ยวตายายรอนาน”
“ไปปาร์ตี้”อลันอุ้มหลานสาวแล้วก็หอมแก้มสองฟอดอย่างเอ็นดู
บ้านหลังใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่มาั้แ่เกิดพร้อมความทรงจำมากมายเวลาแค่ห้าปีแต่มันนานเหมือนสิบปีเพราะไพลินไปใช้ชีวิตเพียงลำพังเพื่อ้าลืมทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่ปาร์ตี้คือสิ่งเดียวที่หล่อหลอมหัวใจของไพลินและเติมเต็มทุกอย่าง
“คุณพ่อคุณแม่” ไพลินเรียกคนที่รักที่สุดแล้วก้มกราบที่เท้าพร้อมน้ำตานองหน้า
“ลูก”นางพจมานเรียกสั้นๆแล้วก็สะอื้นเพราะคิดถึงลูกสาวสุดหัวใจ
“คุณพ่อเป็ไงบ้างคะไปหาหมอ”
“ไม่มีอะไรลูกพ่อแค่ไปตามนัด” คนสูงวัยที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บได้แต่พูดให้ลูกๆสบายใจ
“ค่ะหนูไม่ไปไหนไกลๆอีกแล้วนะคะหนูสัญญา”ไพลินพูดทั้งน้ำตาหากไม่มีปาร์ตี้ก็คงไม่รู้ว่าหัวอกคนเป็พ่อแม่นั้นเป็อย่างไรหากลูกต้องลำบากหรืออยู่ไกลตัวและขาดการติดต่อไปนานๆ
“แล้วหลานตาล่ะเคยเห็นแต่ในโทรศัพท์มือถือ”นายไกรสรพูดพลางหันไปมองหน้าเด็กน้อยที่ยังคงนั่งอย่างเรียบร้อยที่พื้นตามคำสั่งสอนของผู้เป็แม่ว่าต้องทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่
“ปาร์ตี้มากราบเท้าคุณตาคุณยายสิลูก”
“ค่ามัม”
เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแต่รูปร่างบอบบางเพราะคลอดก่อนกำหนดสองเดือนทำให้ต้องอยู่ในตู้อบเป็เวลาถึงสองเดือนและร่างกายยังเจริญเติบโตช้ากว่าปกติไพลินดูแลและพาไปรักษาทุกที่เพราะสงสารลูกสาวจับใจแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่าปาร์ตี้ร่างกายจะไม่เจริญเติบโตเหมือนเด็กทั่วไปไพลินหวังแค่ว่าปาร์ตี้ร่างกายแข็งแรงก็พอใจมากแล้ว
“หน้าตาน่าเอ็นดูกว่าในรูปนะลูก”นางพจมานยิ้มแล้วหอมแก้มปาร์ตี้อย่างเอ็นดู
“คุณยาย”ปาร์ตี้ก็แสนรู้หอมแก้มคุณยายตอบกลับทันที
“ตาด้วยลูก”ปาร์ตี้ก็หันไปหอมแก้มคุณตาพร้อมกับสวมกอดแต่คำบอกของผู้เป็แม่
“อยู่เป็นะปาร์ตี้” อลันพูดพลางอดยิ้มกับความน่ารักของปาร์ตี้ไม่ได้
“พาร์ตี้อยากอยู่กับคุณตาคุณยายค่ามัมต้องไปทามงานพาร์ตี้เหงา” เด็กหญิงตัวน้อยพูดพลางสะอื้นเพราะตอนอยู่ต่างประเทศเแทบไม่ค่อยได้อยู่กับไพลินสักเท่าไรเพราะไพลินต้องทำงาน่กลางวันและบางวันก็มีงานพิเศษตอนกลางคืนทำให้เด็กหญิงตัวน้อยต้องอยู่กับเพื่อนรักอย่างตุ๊กตาหมีน้อยที่พกติดตัวไปทุกที่
“มัมขอโทษมัมต้องทำงานนะปาร์ตี้”
“พาร์ตี้ข้าวจายค่ะมัมบอกว่าคุณตาคุณยายแก่แล้วมัมจะไปขอมันนี่เยอะๆม่ายด้าย” เด็กหญิงตัวน้อยพูดด้วยความไร้เดียงสาทำให้นางพจมานหันมามองหน้าไพลินแล้วร้องไห้เพราะไม่คิดว่าลูกสาวจะลำบากทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนั้นเพียงเพราะไม่อยากรบกวนทางบ้าน
“เรามีเงินมากมายหนูจะลำบากทำไมลูก”
“พ่อไม่เคยอยากให้ลูกไปลำบากนะทำแบบนี้พ่อเสียใจมากนะลูก”
“หนูขอโทษค่ะ แต่หนูอยากใช้ชีวิตด้วยตัวเองบ้างค่ะและหนูก็ผ่านมาได้ค่ะคุณพ่อคุณแม่”
“น้องลินโตแล้วครับคุณพ่อคุณแม่และน้องลินก็ทำได้ด้วยแถมมีปาร์ตี้มาให้เราด้วยครับ”
“แล้วพ่อปาร์ตี้ล่ะลูก”
“ติดงานค่ะคงอีกสองเดือนถึงจะตามมาค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่านะคะ พี่ฮาร์ทงานยุ่งมากกำลังเคลียร์ร้านอาหารทางนั้นแล้วให้หุ้นส่วนดูแลพี่ฮาร์ทจะตามกลับมาค่ะ”
“แฟนลูกมีร้านอาหารแล้วลูกทำงานพิเศษที่ไหนล่ะลูกที่บอกว่าทำตอนกลางคืน”
“ร้านพี่ฮาร์ทนี่ล่ะค่ะลินทำงานหลังเลิกจากงานประจำลินทำั้แ่ก่อนไปอยู่ที่นั่น่แรกๆค่ะทำควบคู่กับเรียนไปด้วยพอทำงานประจำและหลังเลิกงานพอมีเวลาว่างเลยขอทำพิเศษ่เย็นที่ร้านอาหารค่ะ”
“เลยได้เ้าของร้านเป็แฟน”อลันยิ้มเพราะเขาสืบประวัติเ้าของร้านมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ‘เกียรติภูมิ’ เ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังที่ถูกเชิญไปออกรายการอาหารทางโทรทัศน์ช่องดังของสหรัฐอเมริกาและชื่อเสียงนามสกุลของเขาก็เป็ที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคมชั้นสูงเพียงแต่เกียรติภูมิไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยเกือบยี่สิบปีทำให้ทางครอบครัวอลันไม่ได้เจอะเจอกันตามงานสังคม
“พี่ฮาร์ทดีกับลินมากเพราะสงสารคิดว่าลินไม่มีเงินเลยทำงานหนัก”
“กลับมาก็ต้องแต่งงานนะลูก”
“ค่ะคุณพ่อหนูเข้าใจค่ะว่าหนูมีลูกโตขนาดนี้แต่ยังไม่ได้แต่งงานทุกคนจะมองครอบครัวเราไม่ดี”
“แม่ก็อยากให้แต่งทางนั้นเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรฐานะก็ดีดีกว่า…”นางพจมานพูดแล้วก็หยุดเงียบไปทำให้ไพลินเงียบไปทันทีเพราะรู้ดีว่ามารดาหมายถึงใคร
“ว่าแต่พี่ฮาร์ทของลูกอายุเท่าไร”นางพจมานถามแล้วลูบศีรษะปาร์ตี้ไปพลางๆ
“ปีนี้สามสิบห้าค่ะ”
“เท่าพี่เลยสิ” อลันยิ้มอย่างน้อยว่าที่น้องเขยก็เป็เพื่อนเขาได้อย่างแน่นอน
“ค่ะเท่าพี่…” จู่ๆหัวใจก็สั่นอย่างบอกไม่ถูก
“ตกลงจะให้เรียกว่าแพรรี่หรือไพลิน”อลันถามเพราะก่อนหน้าไพลินสั่งเขาตลอดให้เรียกว่า แพรรี่
“นอกบ้านแพรรี่ ในบ้านแล้วแต่ค่ะ”
“หน้าตาเปลี่ยนไปมากนะลูก สวย เฉี่ยวผมสีทอง แพรรี่ก็เหมาะดีนะลูก”นางพจมานยิ้มเพราะรู้สึกว่าลูกสาวทำผมหรือแต่งตัวแบบไหนก็สวยตลอดในสายตาตนอยู่แล้ว
“มัม ฮิว”
“หลานหิวเหรอลูก”นางพจมานยิ้มหันไปที่ห้องครัวซึ่งกำลังเตรียมอาหารรอต้อนรับคุณหนูไพลิน
“คงจะเสร็จแล้วล่ะไปรอที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า”นายไกรสรพูดแล้วยิ้มเล็กน้อย
ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันในรอบห้าปีทำให้ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ไพลินชวนทุกคนคุยเพื่อให้คลายความคิดถึงแม้ลึกๆในหัวใจยังกังวลกับบางเื่แม้จะปลอบใจตัวเองเสมอว่าต้องรับมือได้ทุกสถานการณ์
หลายวันต่อมา
ภายในร้านอาหารที่เต็มไปด้วยลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างคับคั่งชายหญิงที่นั่งคุยกันอย่างเงียบๆก่อนฝ่ายชายจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“น้องศิกล้าเผชิญความจริงไหมหากพี่บอกคุณแม่เื่ของเรา”อลันพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ศิไม่กล้าค่ะ คุณท่านดุมาก” ศินีรู้ดีการแอบคบกันแบบนี้หากนางพจมานรู้คงเื่ใหญ่
“ให้น้องลินช่วยพูดดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอกค่ะั้แ่ลินกลับมาศิยังไม่ได้นัดเจอเลย ศิตั้งใจจะบอกเื่ศิกับพี่อลันด้วยค่ะ”
“งั้นรอให้ยัยลินแต่งงานก่อนเราค่อยมาพูดเื่ของเรา”
“ก็ได้ค่ะ” ศินีรู้ดีว่าตนกับอลันไม่คู่ควรกันเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อหัวใจมันอ่อนแอเองก็ปล่อยให้มันเจ็บเองบ้างก็คงดี
‘ศิรู้ดีว่าระหว่างเราเป็ได้แค่ในความฝัน’หัวใจเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีหากพอมีเวลาเหลือมากกว่านี้บางทีศินีอาจลุกสู้เพื่อหัวใจแต่นี่เวลาที่เหลือมันน้อยเต็มทีรอให้มันเป็ไปตามที่ควรจะเป็ดีกว่าสู้แล้วบอบช้ำ
หลายวันต่อมาหลังจากเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อปรับร่างกายให้เข้าได้กับอากาศประเทศไทยก็ได้เวลาที่ไพลินต้องพาปาร์ตี้ออกไปเจอโลกภายนอกบ้างแล้วร่างเพรียวเลือกชุดที่เข้าอากาศอันอบอ้าวและก็ได้ชุดเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีขาวสวมเข้าชุดกับกางเกงยีนสีเข้มเข้ารูปขายาวรองเท้าผ้าใบสีขาวเพื่อความคล่องตัวในการเดินซื้อของ
“มัมเซ็กซี่จาง”
“หนูก็เซ็กซี่คะ”ไพลินมองชุดที่ปาร์ตี้สวมที่ตนเลือกให้เข้ากับชุดที่ตนเองสวมราวกับฝาแฝด
“ชุดมัมกับพาร์ตี้เหมือนกันแต่ของพาร์ตี้เย็กกว่า”
“เล็กค่ะไม่ใช่เย็ก”
“เย็บ” ปาร์ตี้พูดอีกก็ยังคงผิด
“งั้นพอล่ะไม่ต้องพูดอีก”ไพลินอดขำกับความพยายามของเด็กน้อยไม่ได้แม้รู้ดีการเติบโตที่ต่างประเทศหากจะให้พูดภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำคงเป็เื่ยากมาก
“พี่อลันไม่ไปด้วยกันแน่นะ”
“วันนี้นัดสำคัญเอาไว้วันหยุดหน้านะ”อลันรู้ดีว่าวันนี้คือวันสำคัญของศินีหากตนเบี้ยวนัดอาจทำหญิงสาวน้อยใจได้วันเกิดปีแรกที่ศินียอมให้เขาอยู่ด้วยทั้งที่คบหากันมาได้สามปีแล้ว
“เปิดตัวเมื่อไรบอกนะพี่อลัน”ไพลินยิ้มแฉ่งแล้วก็คว้ากุญแจเดินออกไป
“ขับดีๆนะถนนมันเท่าเดิมแต่รถมากขึ้นกว่าเดิมแล้วลินก็ไม่ได้ขับรถนานแล้ว”
“ค่ะลินรู้ค่ะว่าต้องระวังปาร์ตี้ไปด้วยลินไม่ซิ่งหรอกค่ะ” ไพลินยิ้มแล้วก็หันมามองหน้าลูกสาวก่อนจะขับรถออกไปส่วนนางพจมานกับนายไกรสรนั้นอยากไปกับหลานแต่ติดว่าต้องออกไปเจอเพื่อนเก่าที่นัดกันก่อนหน้านี้เลยไม่ได้ไปด้วยกัน
ไพลินขับรถไปเรื่อยๆแล้วเลี้ยวผิดกว่าจะรู้ตัวว่าหลงเข้ามาในย่านรถติดก็สายไปเสียแล้วย่านอโศกที่ปกติเมื่อตอนยังไม่ได้ไปต่างประเทศตนแทบไม่อยากขับรถเข้ามาเลยแต่ตอนนี้รถกำลังจอดแช่นานเกือบชั่วโมงแล้วรถก็ยังไม่ขยับไปไหนสักที
“ปาร์ตี้ มัมเลี้ยวผิดรถติดนานแน่ๆเราไม่ถึงห้างแน่เลยลูก”
“จอดได้ไหมมัม พาร์คแถวนี้มีไหมพาร์ตี้เวียนตาค่ะ”
“หัวหรือตา เอาให้แน่”
“เฮด อ๋อ ฮัวค่ะ”เด็กน้อยพยายามนึกเพราะชอบจำผิดคำอยู่เสมอๆ
“มัมต้องหาที่จอดก่อนแล้วนั่งรถไฟฟ้าไปสยามไม่งั้นคงไม่ได้ไปไหน”ไพลินมองด้านข้างเพื่อหาที่จอดรถและก็พอจำได้ว่ามีตึกที่ให้เช่าที่จอดรถรายชั่วโมงอย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเสียสุขภาพจิตกับรถติดนานๆทำให้หมดอารมณ์ในการไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าที่ตัวเองตั้งใจจะไปเพราะมีร้านประจำสมัยเมื่อตอนอยู่ที่นี่ที่มักไปใช้บริการอยู่ประจำ
"มัม รถไพพ้า โคนเยอะจาง”ปาร์ตี้มองรอบๆแล้วก็ถูกผู้โดยสารเบียดจนตัวแทบขยับไม่ได้เด็กน้อยยืนไปก็เอนตัวไปแต่ไม่ทันไรก็มีมือบางคนดึงข้อมือน้อยแล้วลุกให้นั่ง
“แต๊งกิ้วค่าคุณยุง”ปาร์ตี้พูดตามแบบที่ไพลินสอนมาทุกอย่างถ้ามีใครให้ความช่วยเหลือต้องขอบคุณทุกครั้ง
“น่ารักจังครับ คุณแม่สอนมาดีมากครับ”