ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ไม่มีอาชีพที่อ่อนแอที่สุด มีเพียงคนที่อ่อนแอที่สุด

            อันที่จริงนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนอาชีพถ้วนหน้าบนดาวสีน้ำเงินก็มีคำกล่าวโบราณประโยคหนึ่งที่เล่าขานกันมาตลอดว่า‘ไม่มีอาชีพที่อ่อนแอที่สุด มีเพียงคนที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น’

            ในเมื่อพาลาดินมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของอาชีพสายพิพากษามันย่อมต้องมีเหตุผลของการดำรงอยู่

            เพียงแต่ก่อนหน้านี้เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะของอาชีพทำให้พาลาดินสายพิพากษาถูกชาวโลกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด

            ใช่แล้วถูกประเมินค่าต่ำไป

            เพราะเดิมทีพาลาดินสายพิพากษานั้นต้องพึ่งพาอุปกรณ์อย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นสกิลโจมตี สกิลเวทมนตร์ หรือสกิลอัญเชิญแทบทุกสกิลล้วนมีความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ออกกับระดับความแข็งแกร่งของอุปกรณ์ที่สวมใส่

            ทว่าโชคร้ายที่อาชีพนี้ดันต้องเลือกบนเส้นทางที่สุดโต่งเกินไปมุ่งเน้นแต่การทำดาเมจจนละเลยจุดเด่นด้านการสนับสนุนที่พาลาดินพึงมีไปเสียสิ้น

            สิ่งนี้ส่งผลให้พาลาดินสายพิพากษาหาเพื่อนร่วมทีมที่เหมาะสมได้ยากและเมื่อไม่มีทีม ก็ย่อมส่งผลให้ไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาครอบครองได้

            และเมื่อไร้อุปกรณ์ที่คู่ควรพาลาดินสายพิพากษาก็ไม่อาจแสดงพลังรบที่แท้จริงออกมาได้กระทั่งจะเลื่อนระดับไปถึงการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่ห้ายังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

            นี่คือวงจรที่ติดหล่มอย่างไม่ต้องสงสัย

            ยังดีที่ในวันนี้ด้วยการปรากฏตัวของตัวประหลาดที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างลู่เซิ่งพาลาดินสายพิพากษาที่ใครต่อใครต่างมองว่าเป็นอัศวินไร้ค่าย่อมถูกกำหนดให้เปล่งประกายเจิดจรัสในเงื้อมมือของเขา

            “เหอะ มิน่าล่ะถึงได้กล้าโอหังที่แท้ก็มีอุปกรณ์ระดับทองคำมืดติดตัวอยู่นี่เอง”

            ในขณะเดียวกันหลี่ว์อันก็ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา

            เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งมีอุปกรณ์ระดับทองคำมืดคอยเสริมพลังแม้เขาจะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก

            เพราะภาพจำของพาลาดินสายพิพากษาบนดาวสีน้ำเงินนั้นตกต่ำมานานเกินไปความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่มีต่ออาชีพนี้ ไม่ว่าจะเป็น... อาชีพไร้ค่า กระจอกงอกง่อยหรือไร้ประโยชน์ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนได้เพียงชั่วข้ามคืน

            ดังนั้นหลี่ว์อันจึงยังไม่เห็นลู่เซิ่งอยู่ในสายตาเหมือนเดิมเขาเบ้ปากพลางเอ่ยด้วยสีหน้าดูแคลนว่า “ถึงฉันจะไม่รู้ว่าขยะอย่างแกไปหาอุปกรณ์ระดับทองคำมืดมาได้ยังไงแต่คิดว่าแค่มีอุปกรณ์ระดับทองคำมืดชิ้นเดียวแล้วจะจัดการกับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณได้งั้นเหรอ?ฉันจะคอยดูว่าจากนี้แกจะตายอนาถขนาดไหน”

            พูดมาถึงตรงนี้เขาก็เชิดหน้ามองสวี่ซาซาและเฉาอวี่ พลางตะโกนท้าทายอย่างลำพองใจ“ส่วนพวกเธอ ถ้าใกล้จะต้านไม่ไหวล่ะก็ คุกเข่าลงอ้อนวอนฉันสิถ้าฉันอารมณ์ดีขึ้นมา อาจจะยอมยื่นมือเข้าไปช่วยก็ได้นะ”

            “พี่นี่มัน!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที

            “ไม่ต้องไปสนใจเขา!”

            ลู่เซิ่งไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองสายตายังคงจับจ้องไปที่ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่!

            ตึง!

            ในเวลาเดียวกันเมื่อไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณเห็นว่าสกิลแรกไม่สามารถสังหารลู่เซิ่งได้ในทันทีดวงตามังกรขนาดมหึมาก็ฉายแววความเดือดดาลมันไม่หยุดพักแม้แต่น้อยและเปิดฉากจู่โจมด้วยสกิลที่สองในทันที

            “มังกรฟาดหาง!”

            ฟึ่บ!

            หางมังกรอันหนาพาดผ่านความว่างเปล่าเพียงชั่วพริบตาราวกับแส้เส้นยักษ์ที่เหวี่ยงลงบนร่างของลู่เซิ่งด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน!

            ปึก!

            HP-721!!

            วินาทีต่อมาพร้อมกับเสียงปะทะที่หนักหน่วงลู่เซิ่งที่ไม่ได้ทันได้ตั้งตัวเกือบจะถูกฟาดจนร่างปลิวออกไปหลอดเลือดของเขาลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเห็นชัดด้วยตาเปล่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะวิกฤตถึงขีดสุดในทันที

            “ลู่เซิ่ง พวกเราจะช่วยนายเอง!”

            ยังดีที่ในเสี้ยววินาทีสำคัญเฉาอวี่ก็ได้สติกลับมาในที่สุด เขาทำท่าจะพุ่งเข้าไปสมทบ!

            “ฉันด้วย!”

            สวี่ซาซาก็ยกไม้เท้าเวทในมือขึ้นเช่นกัน

            ความจริงแล้วในนาทีนี้เมื่อความสนใจของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณถูกดึงไปที่ลู่เซิ่งหากทั้งสองคนคิดจะใช้จังหวะนี้หนีไปพวกเขาสามารถถอยออกไปได้อย่างปลอดภัยแบบไร้รอยขีดข่วน

            ทว่าพวกเขากลับไม่ทำเช่นนั้นแต่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะยืนหยัดสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับลู่เซิ่ง

            ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าเมื่อขาดพลังควบคุมและพลังโจมตีอันแข็งแกร่งของหลี่ว์อันไปแม้ทั้งสามคนจะรุมเข้าไปก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณตัวนี้ได้แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งสองลู่เซิ่งรู้สึกอบอุ่นในใจ แอบคิดในใจว่าตนเองมองคนไม่ผิดจริงๆ

            อย่างไรก็ตามสำหรับข้อเสนอที่จะให้เข้าร่วมต่อสู้นั้น เขากลับไม่ได้ตอบตกลงแต่ปฏิเสธไปอย่างเฉียบขาด

            “ไม่ต้องหรอก พวกนายคอยสนับสนุนฉันอยู่ข้างหลังก็พอบอสตามธรรมชาติตัวนี้ให้ฉันจัดการเอง!” ลู่เซิ่งเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            “ว่าไงนะ?”

            คำพูดนี้ออกมาไม่เพียงแต่เฉาอวี่และสวี่ซาซาเท่านั้น แม้แต่หลี่ว์อันยังต้องตกใจเพราะเห็นชัดว่าไม่ได้คาดคิดเลยว่าเพียงแค่พาลาดินสายพิพากษาอย่างลู่เซิ่งจะกล้าคิดดวลเดี่ยวกับบอสตามธรรมชาติ

            หมอนี่สมองแช่น้ำจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง?

            “ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!”

            สวี่ซาซาปฏิเสธความคิดอันบ้าระห่ำของลู่เซิ่งโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

            “ลู่เซิ่ง ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอวดเก่งนะไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณตัวนี้คือบอสที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาสิ้นหวังต่อให้เป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเลย...”

            เฉาอวี่เองก็เอ่ยเตือนด้วยความร้อนรนอยู่ข้างๆ

            ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบลู่เซิ่งก็โบกมือตัดบท

            “หึๆ พวกนายวางใจเถอะ ถ้าเดี๋ยวเลือดฉันใกล้หมดพวกนายค่อยเข้ามาช่วยก็ยังไม่สาย”

            ลู่เซิ่งส่งยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจให้ทั้งสองอีกครั้ง

            แม้ว่าจากการปะทะเมื่อครู่เขาจะรู้ดีว่าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณตัวนี้รับมือได้ยาก

            แต่ประการแรกพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ของเขายังไม่ได้อยู่ในช่วงคูลดาวน์ตราบใดที่เขาต้องการใช้ เขาสามารถพลิกสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจเต็มร้อยว่าจะไม่มีทางตายน้ำตื้นที่นี่แน่นอน

            ประการต่อมาการที่เขามายังเขตสงครามทรายโลหิต ในครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือการช่วยเหลือเหล่าอัจฉริยะร่วมชาติที่ถูกประเทศวอหนูหมายหัวไว้ดังนั้นไพ่ตายอย่างพรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ที่สามารถพลิกกระดานได้นั้น หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆเขาก็ยังไม่อยากจะนำออกมาใช้

            ประการที่สามเขาก็อยากจะถือโอกาสนี้ดูว่า พลังรบสายพิพากษาของตนเองนั้นเป็นอย่างไรกันแน่จะไร้ค่าและไร้ประโยชน์เหมือนที่คนอื่นเขาพูดกันจริงหรือไม่

            ส่วนสวี่ซาซาและเฉาอวี่นั้น

            แม้เลเวลของทั้งสองจะสูงกว่าเขาอยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพของอุปกรณ์ที่เขามีแล้วไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตีหรือพลังป้องกัน ทั้งคู่ต่างก็ยังห่างชั้นกับเขามากนักหากสุ่มสี่สุ่มห้าพุ่งเข้ามา ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยอะไรแต่อาจจะถูกสกิลของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณสังหารในทีเดียวเลยก็ได้

            ถ้าเป็นแบบนั้นเรื่องตลกคงจะกลายเป็นเรื่องเศร้าไปเสียก่อน

            เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งจึงขบกรามแน่น กระแทกเท้าลงพื้นอีกครั้งพุ่งทะยานเข้าหาไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่อยู่เบื้องหน้าทันที

            “ซาซา! เร็ว! เพิ่มเลือดให้ลู่เซิ่งที!”

            ในตอนนั้นเมื่อเห็นลู่เซิ่งปักใจมั่นที่จะดวลเดี่ยวกับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณให้ได้เฉาอวี่ก็รีบตะโกนบอกสวี่ซาซาทันที

            “รับทราบ!”

            สวี่ซาซาพยักหน้ารับก่อนจะร่ายสกิลใส่ลู่เซิ่งอย่างไม่ลังเล!

            “เวทรักษา!”

            วิ้ง...

            แสงสีเหลืองทองจางๆวาบขึ้นบนร่างของลู่เซิ่งอย่างเงียบเชียบ!

            HP+522!

            “ฟื้นฟูได้เยอะมาก!”

            เมื่อเห็นเลือดของตัวเองพุ่งกลับมาในทันทีห้าร้อยกว่าหน่วยลู่เซิ่งก็ตาเป็นประกายเขาถึงนึกขึ้นได้ว่าสวี่ซาซาเป็นนักบวชที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาเป็นอย่างยิ่ง

            และเมื่อมีนักบวชคอยเติมเลือดให้ทีนี้ลู่เซิ่งก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป เขาปล่อยวางความกังวลแล้วเริ่มยก‘เคียวปีศาจ’ ในมือขึ้นเข้าปะทะกับกรงเล็บของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณอย่างดุเดือดชนิดที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ!

            ในขณะเดียวกันร่างจำลองเทวทูตที่เขาเพิ่งอัญเชิญออกมาก็ไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ!

            เห็นเพียงร่างจำลองเทวทูตสวดภาวนาอย่างศรัทธาทันใดนั้นดาบยาวที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

            หลังจากนั้นมันก็ฟาดฟันลงบนร่างของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณอย่างรุนแรง!

            “คมดาบสวรรค์!”

            ฉัวะ!

            HP-211!

            ตัวเลขดาเมจที่ไม่เลวเลยทีเดียวพุ่งพรวดออกมาจากเหนือหัวของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ

            “เอ๊ะ? ดาเมจของเจ้านี่ก็ดูใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย?”

            เมื่อมองดูร่างจำลองเทวทูตที่สู้ตายถวายหัวอยู่ข้างกายลู่เซิ่งก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะตรวจสอบค่าสถานะพื้นฐานของมันโดยสัญชาตญาณ

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน