ลิขิตฟ้าให้มารัก

    36. ซ่อนความรู้สึก

    36.....

                  

            ดร.นีรนุชกับสามีแอบมองชายหนุ่มที่แวะมาหาลูกสาวในช่วงเลิกงานด้วยความสนใจทั้งคู่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับปัญจพลแล้ว ในฐานะที่เป็นเจ้าของสุนัขที่ทำให้เจ้าดุ๊กดิ๊กตั้งท้อง แม้ว่านัฏนรีจะบอกบิดากับมารดาว่าปัญจพลแวะมาเพื่อเล่นกับเจ้าดุ๊กดิ๊กแต่ทั้งสองดอกเตอร์ก็ไม่แน่ใจว่าปัญจพลจะมีความสนใจเจ้าของสุนัขอย่างนัฏนรีด้วยหรือไม่

                     “ท่าทางนายปอนด์ของเราจะมีคู่แข่งที่สูสีกันเสียแล้วล่ะคุณ”

                    ดร.นีรนุชคุยกับสามีอย่างอารมณ์ดี ขณะนี้ทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ที่ม้าหินอ่อนหลังบ้าน

                   “แล้วคุณเชียร์ใคร”ดร.ฉันทวัฒน์ถามภรรยายิ้ม ๆ

                   “ก็ตาปอนด์ของเราสิคะ ถามได้”

                   “แต่ผมว่า..ท่าทางนายพี.เจ.อะไรนี่ก็ไม่เลวนะ”

                   “แล้วแต่ลูกเถอะค่ะจะเป็นพีเจ.หรือปอนดก็ได้ ถ้าลูกพอใจ”

                   “ไม่คิดมากเลยนะคุณ” สามีต่อว่าเสียงขบขัน

                   “ฉันสบายใจแล้วนี่คะ..คนที่เราไม่สบายใจไม่อยากให้เป็นแฟนลูกก็ตายไปแล้ว  ตอนนี้ยัยดรีมดูมีความสุขขึ้น หายโศกเศร้า ไม่จมอยู่กับความทุกข์แล้ว แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว”

                   “ปอนด์หายไปไหนของเขานะไม่เห็นแวะมาหายัยดรีมสองสามวันแล้วไม่ใช่หรือคุณ”

                    ดร.ฉันทวัฒน์ชักสงสัย

                   “ลูกบอกว่าปอนด์ไปส่งยายเขาที่วัดต่างจังหวัดนะคะ”

                   “แล้วไปนึกว่าจะทิ้งลูกเราไปซะแล้ว”

                   “ทิ้งเทิ้งอะไรกัน เห็นป้าสมใจบอกว่าตาปอนด์โทรหายัยดรีมเช้ากลางวันเย็นแถมก่อนนอนอีกเขาเป็นห่วงลูกเราเอาใจใส่มีเวลาให้มากกว่าเราเสียอีกนะคะคุณ”

                   “แล้วนี่เมื่อไหร่สองคนนี่จะไปเรียนต่อเสียทีล่ะ”

                   “คุณอย่าไปเร่งลูกนักเลยได้ยินว่าปอนด์อยากจะให้แน่ใจว่าลูกเราแข็งแรงดีแล้ว”

                   “ผมไม่ได้เร่งหรอก แค่ได้ยินปอนด์พูดแบบนั้นก็สบายใจแล้วล่ะ”

                   “ตอนนี้ลูกก็ดีขึ้นมากแล้วถึงตอนที่ไปเรียนต่อเมืองนอกก็วิ่งได้ปร๋อแล้วล่ะ”

                  

            ในขณะที่บริเวณหน้าบ้านนั้น ปัญจพลก็เล่นกับดุ๊กดิ๊กอย่างมีความสุขโดยมีนัฏนรีนั่งมองดูอยู่ด้วย  นัฏนรีสัมผัสได้ว่าปัญจพลมีความรักเมตตาให้กับสัตว์จริงๆ เช่นเดียวกับสิปปกร ทำให้เธออดนึกถึงชวินขึ้นมาอีกไม่ได้ 

            ชวิน เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ช่างรังเกียจเดียดฉันเจ้าดุ๊กดิ๊กเหลือเกินถ้าหากชวินจะรักมันสักนิดเจ้าดุ๊กดิ๊กก็คงไม่ต้องถูกเอาไปเลี้ยงไว้ที่บ้านคุณยายของสิปปกรแล้วมันก็คงจะไม่หายออกไปจากบ้านสวน คิดมาถึงตรงนี้ นัฏนรีก็รู้สึกใจหาย ถ้าเจ้าดุ๊กดิ๊กหายไปโดยที่ไม่กลับคืนมา  เธอก็คงจะรู้สึกเศร้าเสียใจมาก...เธอเข้าใจสิปปกรดีที่เขาจำต้องปิดบังไม่ให้เธอทราบความจริง  เพราะสิปปกรห่วงใยความรู้สึกของเธอเสมอ แม้ยามที่เขาไม่ได้แวะมาหาก็ยังโทรศัพท์มาวันละหลายรอบคอยรายงานตลอดว่าไปส่งยายกันยาที่วัดแล้วกำลังจะเดินทางกลับเขายังโทรบอกด้วยว่าแวะซื้อของฝากให้เธอกับทุกคนด้วย

                   ปัญจพลเดินมาทรุดนั่งที่เก้าอี้หลังจากเล่นกับดุ๊กดิ๊กจนเหนื่อย

                   “ผมเห็นทีจะกลับแล้วขอบคุณนะครับที่ให้มาเล่นกับดุ๊กดิ๊ก”

                   “ไม่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนหรือคะ”

                   “เอ้อ..ไม่รบกวนดีกว่าครับพอดีมีนัดแล้ว..พรุ่งนี้เลิกงานผมแวะมาหาดุ๊กดิ๊กใหม่นะครับ”

                    เขากล่าวพร้อมกับลุกขึ้น

                   “ชวนลิลลี่มาด้วยสิคะ..” เธอลุกขึ้นตาม

                   “ช่วงนี้คุณลิลลี่ต้องออกไปพบลูกค้ากับคุณสายใจเขากำลังเรียนรู้งานน่ะครับ..คุณดรีมไม่ต้องเดินไปส่งหรอกครับเดี๋ยวจะหกล้ม”

                    เขารีบบอกเมื่อเห็นนัฏนรีเดินยังไม่ค่อยปกตินัก

                   “ไม่เป็นไรค่ะดรีมแข็งแรงพอที่จะเดินได้แล้วค่ะ”

                    เธอจะเดินตามไปส่งเขาที่รถ

                   “เออ.คุณดรีมครับ..ไม่ทราบว่าคุณลิลลี่เป็นคนยังไงหรือครับขอโทษนะครับที่ถาม”

            ปัญจพลหันมาถามนัฏนรีก่อนจะถึงรถนัฏนรีสำรวจสีหน้าท่าทางของเขาไปด้วย เขาถามแบบนี้จะหมายความว่าอย่างไรดีนะ หรือว่าเขาสนใจเพื่อนของเธอ  นัฏนรีคิดในใจด้วยความตื่นเต้นแทนเพื่อน

           “เอ้อ..อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับคือ ผมเห็นว่าลิลลี่ทำงานที่บริษัทผมก็เลยอยากจะรู้จักนิสัยใจคอของเธอเอาไว้บ้างก็เท่านั้นเองครับ”

           ปัญจพลเห็นแววตาที่ออกแนวล้อเลียนของนัฏนรีเขาก็รีบบอกเหตุผล

           “ความจริงลิลลี่เป็นคนน่ารักมากค่ะมีน้ำใจกับเพื่อน เพียงแต่...”

           “อะไรครับ” เขารีบถามด้วยความอยากรู้

           “ลิลลี่ออกจะห้าว ๆ ลุย ๆอาจจะพูดจาโผงผางไม่ค่อยเข้าหูคนอื่นเท่าไหร่นัก แต่ว่าเป็นคนดีแน่นอนค่ะ”

           ปัญพลพยักหน้ายิ้ม ๆรู้สึกเห็นด้วยกับประโยคที่ว่าลิลลี่พูดจาโผงผางไม่เข้าหูคนอื่นโดยเฉพาะหูของเขานี่แหละ

                  

           “อุ๊ย!..คุณพีเจ. แวะมาซะค่ำเลยนะคะ”

           สายใจ ทักเจ้านายด้วยความแปลกใจที่เห็นเขาโผล่เข้ามาสำนักงานในช่วงเวลาเกือบสามทุ่มที่เธอกับลิลลี่เพิ่งจะกลับจากไปพบลูกค้ามา   แล้วก็เข้ามาเคลียร์เรื่องเอกสารกำลังจะกลับบ้านพอดี

           “อ๋อ..ไม่ได้ตั้งใจแวะหรอก พอดีผมนึกขึ้นได้ว่าลืมของบางอย่างไว้ที่ห้องน่ะ”

           ปัญจพลบอกด้วยสีหน้าเรียบ ๆ

            “ของอะไรคะ เดี๋ยวสายใจไปหยิบให้ก็ได้ค่ะ”

            “ไม่เป็นไรผมไปดูเองว่าแต่คุณจะกลับแล้วใช่ไหม”

             ปากเขาถามสายใจ แต่สายตากลับสอดส่ายหาใครอีกคนที่คาดว่าจะอยู่แถวนั้น

            “ค่ะ..รอให้น้องลิลลี่ออกจากห้องน้ำก่อนค่ะแต่ถ้าคุณพีเจ.จะคุยเรื่องงานยังไม่กลับก็ได้ค่ะ”

            “ไม่มีอะไรหรอก คุณสายใจกลับเถอะครับ..”

            “น้องลิลลี่จะติดรถสายใจไปลงหน้าปากซอยต้องรอน้องเขาก่อนค่ะ”

            “ไม่ต้องรอหรอก นี่ก็จะสามทุ่มแล้วผมจะไปส่งลิลลี่ที่บ้านเขาเอง”

            “งั้นก็ขอบคุณค่ะ ฝากด้วยนะคะ”

            สายใจบอกด้วยความรู้สึกแปลก ๆ นับตั้งแต่ลิลลี่เข้ามาทำงานที่นี่  สายใจก็เห็นเจ้านายขยันแวะเข้ามาดูงานบ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้ถี่ขนาดนี้ แต่สายใจก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะปัญจพลมีเวลามากขึ้นก็ได้

            ลิลลี่เดินเข้ามาก็เรียกหาสายใจแต่พอไม่มีเสียงตอบรับเธอก็คว้ากระเป๋าสะพายจะเดินออกไป เธอคิดว่าบางทีสายใจอาจจะรออยู่ที่รถแล้วก็ได้แต่ไม่ทันที่จะเดินพ้นสำนักงานเสียงทุ้มห้าวที่แสนจะคุ้นเคยก็เรียกเธออยู่ด้านหลังเธอหันไปมองทันที

           “คุณพีเจ...”

            ลิลลี่สายตาตื่นตระหนกไม่คิดว่าปัญจพลจะแวะเข้ามาในเวลาเช่นนี้ เท่าที่เธอทราบมาก็คือนับตั้งแต่เขาได้ไปรู้จักกับนัฏนรีเพื่อนของเธอแล้วปัญจพลก็มักจะแวะไปที่บ้านเพื่อนเธอหลังเลิกงานประจำ  แม้เขาจะเคยบอกกับสายใจว่าแวะไปดูสุนัขที่กำลังท้องเพื่อรอเอาลูกของมันไปเลี้ยงก็เถอะแต่ลิลลี่กลับคิดว่าเขาไปหาเพื่อนของเธอมากกว่า จึงอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังจีบนัฏนรีอีกคนนอกเหนือจากจีบไปรยาด้วย

           “คุณสายใจกลับไปแล้วผมก็เลยอาสาไปส่งคุณที่บ้าน”

            เขารีบบอกพร้อมกับเดินออกมาหาเธอทันที

           “เอ๊ะ..ก็พี่สายใจบอกว่าจะรอฉัน..”

           “ผมบอกให้เธอกลับไปเองเพราะผมจะไปส่งคุณ”

            “ทำไมคุณถึงแวะมาเวลานี้ได้ ไม่รู้หรือไงคะว่าบริษัทปิดกี่โมง” เธอถามกึ่งประชด

            “คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิด..ผมไม่ได้แวะเพื่อจะมารับคุณหรอกน่า..แต่ลืมของน่ะก็เลยถือโอกาสแสดงน้ำใจกับลูกน้อง  คุณอย่าได้คิดเป็นอย่างอื่นเชียว”

            เขารีบพูดดักคอเอาไว้ก่อนลิลลี่เม้มปากมองค้อนก่อนจะเดินออกจากสำนักงานไปก่อนโดยมีเขาเดินตามไปติด ๆ และต้อนเธอขึ้นรถของเขาได้สำเร็จพร้อมกับขับออกไปทันที

            “แล้ววันนี้ไม่แวะไปหาเพื่อนฉันหรือคะ”

            ลิลลี่ถามประชด หลังจากนั่งคอแข็งในรถได้หลายนาที

            “เพื่อนคุณที่ว่าคนไหนล่ะครับ”เขาแกล้งไม่เข้าใจ

            “ถามแบบนี้แสดงว่ากำลังจีบเพื่อนฉันทั้งสองคนล่ะสิตกลงจะจีบใครกันแน่ ยัยยา หรือว่า ยัยดรีม”

            ลิลลี่ รู้สึกไม่ชอบกับพฤติกรรมจับปลาสองมือของเขาเอาเสียเลยเห็นทีเธอจะต้องเตือนเพื่อนสาวทั้งสองให้ระวังตัวเสียแล้ว กับไปรยานั้น  ลิลลี่ไม่ห่วงเท่าไหร่ แต่นัฏนรีนี่สิน่าห่วงกว่าเพราะเพิ่งจะสูญเสียคนรักไป  หากปัญจพลเข้าไปเสียบในช่วงจังหวะที่นัฏนรีกำลังเคว้งคว้างเหงาใจเช่นนี้ก็มีโอกาสที่นัฏนรีจะตกหลุมพรางของอีตาปัญจพลก็ได้  ลิลลี่ไม่อยากจะเห็นนัฏนรี มีแฟนที่กะล่อนหลายใจเหมือนกับชวินที่ไม่ซื่อสัตย์กับนัฏนรีเลย

            “เอ..จีบใครดีน้า..ยังไม่ตัดสินใจดีกว่าเพราะน่ารักนิสัยดีทั้งคู่”

            เขาแกล้งพูดยั่วให้ลิลลี่โมโห

    “ผู้ชายทุเรศ!..ฉันจะไม่มีวันให้คุณทำตัวเป็นพญาเทครัวจีบเพื่อนฉันยกเซ็ตแบบนี้เด็ดขาด”เธอบอกเสียงแข็ง

            “ผมว่ายังไม่ถึงกับยกเซ็ทนะ ยังขาดคุณอีกคนที่ผมยังไม่ได้จีบและก็ไม่เคยคิดอยากจีบเพราะไม่อยู่ในสเป๊ค”

            เขาพูดพร้อมกับสังเกตสีหน้าเธอด้วยความสนุกที่เห็นแก้มเธอแดงขึ้น

            “แล้วคุณคิดว่าคุณเป็นผู้ชายในสเป๊คฉันหรือไง..แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ไม่มีเล้ย...ขอบอก”

            เธอรีบบอกย้ำหนักแน่น

            “ขนาดนั้นเลย เศษเสี้ยวหนึ่งก็ไม่ได้โอ้โห..ผมต้องพิจารณาตัวเองใหม่แล้วละซี ตายเลยนายพีเจเอ๊ย..ผู้หญิงที่มีรสนิยมดีๆ เขาแย่งกันทั้งเมือง มีคุณคนเดียวนะเนี่ยที่ตาถั่วไร้รสนิยมแบบนี้”

            เขาบอกด้วยสีหน้ามีความสุขที่ได้ยียวนกวนใจลิลลี่

            “ฉันยอมตาถั่ว ดีกว่าได้ผู้ชายหลายใจโลเลอย่างคุณ”

            “รู้ได้ไงว่าผมโลเลหลายใจ..คุณมานั่งสำรวจในหัวใจผมหรือไง”

            “ไม่เห็นต้องสำรวจเลย แค่คุณโทรจีบยัยยาทุกวันแต่ตัวคุณก็แวะไปหายัยดรีม ไปให้ความหวังเพื่อนฉันอีกคนหนึ่งด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณมันเป็นผู้ชายที่ทำตัวน่าเกลียดแค่ไหน”

            เธอตำหนิว่าเขาตรง ๆ อย่างไม่เกรงใจ

            “พูดเหมือนหึงเลยนะเนี่ย...แต่ไม่เป็นไรวันนี้ผมก็มีเวลามาส่งคุณได้ด้วยเห็นไหมผมสามารถให้ความอุ่นใจกับคุณแล้วก็เพื่อนคุณอย่างทั่วถึงอย่างนี้ยังกล้ากล่าวหาว่าผมทำตัวน่าเกลียดอีกหรือครับ”

            เขาพูดยั่วให้ลิลลี่หน้าแดงจนได้เห็นเธอกำหมัดแน่นไม่พูดไม่จาไปจนถึงบ้านแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้วที่ได้แกล้งยั่วอารมณ์เธอด้วยคำพูด

     

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้มารัก ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592