โอสถทิพย์
นายพิทักษ์ฉวยโอกาสแย่งกริชของฉันไป เขาใช้กริชฟันเข้าไปที่คอวิญญาณของหญิงสาวจนหัวเธอขาดออกจากร่าง เธอกรีดร้องออกมาแล้วร่างของเธอก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันพุ่งเข้ามาปะทะที่หน้าฉัน ฉันรู้สึกแปลกๆจึงคลำดู ฉันพบว่าเนื้องอกที่เปลือกตาฉันมันใหญ่ขึ้นจนแทบจะดึงหนังตาฉันให้ปิดลง เธอไม่ใช่วิญญาณชั่วร้าย การที่กริชนั้นสังหารเธอ ส่งผลตรงกันข้ามกับการสังหารวิญญาณร้ายที่ผ่านมา ฉันรู้สึกแย่มากที่เกิดเรื่องแบบนี้ นายพิทักษ์เมื่อเห็นว่าวิญญาณของเธอสูญสลายไป เขาก็หัวเราะอย่างคนเสียสติ “ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดเธอก็ตายลงอย่างสิ้นซากเสียที” สิ่งที่เขาทำสร้างความเดือดดาลให้กับผู้ชมของฉันอย่างมาก (สัตว์นรกมาเกิด)(จิตใจเขาเหี้ยมโหดมาก) (ถ้าเจอแกที่ไหน ฉันกะฆ่าแกไอ้ชาติชั่ว) (เขาทำแบบนั้น วิญญาณของเธอจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด) ฉันที่ตั้งสติได้ก่อนใครก็รีบวิ่งไปใช้โคมไฟที่หัวเตียงฟาดไปที่หัวของนายพิทักษ์จนเขาเซล้มลงไป เขาโกรธมากและกำลังจะลุกขึ้นมาทำร้ายฉัน พริบตาเดียว ตะวันก็ปรี่เข้ามาและชกไปที่ใบหน้าของนายพิทักษ์จนเขาล้มลงไปอีกครั้งหนึ่ง กริชหลุดออกจากมือของเขา ฉันรีบไปแย่งเอากลับคืนมา “โอ๊ย! ร้อน” ฉันร้องออกมาทันทีที่สัมผัสกริชนั้น มันร้อนเหมือนกับถูกเผาด้วยไฟ ความชั่วร้ายของนายพิทักษ์ทำให้กริชของฉันร้อนรุ่ม ฉันยกมือขึ้นมาพนมและอธิษฐานให้ฉันสามารถจับกริชนั้นได้ กริชของฉันเริ่มสงบลงและฉันก็เอามันกลับมาเป็นของฉันได้ (หล่อมาก พ่ออปป้าของฉัน) (ชายนิรนามพระเอกที่คอยปกป้องเธอ) (ฉันจะโดเนทให้พวกคุณ) (พวกคุณลืมไปแล้วหรือว่ายังมีผีผู้ชายอยู่อีกนะ) ใช่ ฉันลืมไปเลยว่าวิญญาณของผู้ชายยังอยู่ ไม่ทันขาดคำเขาก็ปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้าเราทุกคน “ยายอัปลักษณ์ แกรีบใช้มีดของแกกำจัดมันซะ” นายพิทักษ์พูดกับฉัน ฉันรู้สึกโมโหขึ้นมาจึงถลาเข้าไปหาและใช้กริชจี้ไปที่หน้าของเขา “ถ้าคุณยังไม่หยุด ฉันจะฆ่าคุณ” จู่ๆฉันก็ห้าวหาญไปข่มขู่เขาเสียอย่างนั้น นายพิทักษ์ดูจะอึ้งไม่น้อย เขาเงียบและไม่พูดอะไรต่อ ฤทธิ์เดชกริชของฉันคงจะทำให้เขากลัวไม่น้อย (สุดยอดเลย มันต้องแบบนี้สิแม่เสือสาว) (โอ๊ย..แซ่บซี้ดมากแม่) (ตัวแม่ปรากฏกายออกมาแล้ว) (ฟันปากมันเลย ฉันสนับสนุน) “จับตัวมันไว้ คุณตำรวจ” ตะวันร้องบอกให้ตำรวจสองคนนั้นจับนายพิทักษ์เอาไว้ ถ้าเราไม่จัดการวิญญาณร้ายตนนี้ เราก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ เขาแตกต่างกับวิญญาณของหญิงสาว เขาเป็นคนฆ่าเธอ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากฉันจะกำจัดเขา วิญญาณร้ายตนนั้นหายตัวไป แต่ข้าวของภายในห้องเริ่มสั่นและขยับได้ ของต่างๆค่อยๆลอยวนภายในห้อง “ระวังตัวนะ” ฉันบอกกับทุกคนพลางหลบข้าวของพวกนั้นที่คอยพุ่งตรงมา มีดเล่มหนึ่งลอยขึ้นและพุ่งตรงไปที่นายพิทักษ์ เขาโดนล็อคตัวอยู่ไม่สามารถที่จะหลบได้ มีดเล่มนั้นพุ่งปักเข้าไปที่หน้าอกเขาอย่างจัง ตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนปล่อยมือจากเขา ทำให้เขาทรุดลงไป “แกต้องตาย! และต้องตายทุกคน” เสียงดังกึกก้องทั่วห้อง แต่ฉันมองไม่เห็นวิญญาณตนนั้น ดูเหมือนเขาจะอยากฆ่าเราทุกคนโดยไม่สนใจเหตุผลใดๆ ช่องแชทของฉันต่างก็สะใจที่เห็นนายพิทักษ์ถูกทำร้าย (สมน้ำหน้าไอ้คนชั่ว) (ปล่อยให้มันตายอยู่ตรงนั้นแหล่ะ) (แกต้องชดใช้กรรม) ข้าวของในห้องพุ่งไปมาเฉียดฉันไปหลายครั้ง ทุกคนในห้องก็ต่างพากันหลบกันเป็นระวิง ฉันจะจัดการวิญญาณของเขาได้อย่างไรในเมื่อฉันมองไม่เห็นเขา “ผมมีวิธีที่จะทำให้เราเห็นตัวเขา” คมกริชที่หลบอยู่ตรงข้างเตียงพูดขึ้น “ทำยังไงบอกมาเร็ว” ฉันบอก คมกริชล้วงเข้าไปในกระเป๋าและหยิบกระปุกทองเหลืองออกมา “ผมขอมาจากหมอผี” เขาเปิดออกแล้วบอกว่า มันคือดินเจ็ดป่าช้า ถ้าเอามาป้ายตาแล้วจะทำให้มองเห็นวิญญาณ เขาใช้นิ้วจิ้มลงไปแล้วเอามาป้ายตาอย่างที่เขาบอกและส่งมาให้ฉัน ฉันใช้นิ้วจิ้มลงไปที่ดินในกระปุกนั้น จากนั้นนำมันมาป้ายที่ตาทั้งสองข้าง “ไหนๆ ฉันมองไม่เห็นเลย” “คุณต้องตั้งสมาธิดีๆ ทำใจให้สงบ” เขาบอกท่ามกลางความโกลาหล ฉันหลับตาลงและทำสมาธิ เมื่อฉันลืมตาขึ้น ฉันมองเห็นวิญญาณร้ายลอยอยู่ที่กลางห้อง “ฉันเห็นเขาแล้ว” ฉันบอก (พวกเราไม่เห็นอะไรเลย เอามาป้ายที่กล้องได้ไหม) (จะบ้าเหรอ เอามาป้ายที่กล้องแล้วมันจะมองเห็นได้ไง) (พวกเราไม่เห็นผี แต่คุณก็จัดการมันให้ได้นะ) ฉันถือกริชในมือแน่นและพยายามหาทางที่จะเข้าไปจัดการวิญญาณนั้น ฉันพุ่งเข้าไป ผั๊วะ!! ฉันถูกแจกันที่ลอยอยู่ในห้องฟาดเขาที่หัวจนล้มลง แจกันตกแตก ฉันมึนไปหมด “ไพลิน คุณเป็นยังไงบ้าง ผมจะไปช่วยคุณ” ตะวันตะโกนออกมา “อย่าออกมานะ มันอันตราย” ฉันร้องห้ามเขา ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้น ฉันมีบาดแผลที่มือเพราะเศษแจกันบาดมือ แต่ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ ฉันแข็งใจลุกขึ้น “ระวัง มันพุ่งมาหาคุณแล้ว” คมกริชร้องเตือน วิญญาณนั้นพุ่งเข้ามาปะทะที่ร่างฉัน แต่มันก็กระเด็นออกจากฉันทันที ตะกรุดของฉันแผ่ความร้อนออกมา จนวิญญาณร้ายนั้นไม่สามารถทำอันตรายฉันได้ ฉันใช้โอกาสนี้หยิบกริชที่หล่นอยู่ขึ้นมาและแทงไปที่วิญญาณร้ายนั้นเข้าจนมิดด้าม กริชนั้นปักติดอยู่ที่ร่าง ฉันผงะออกมา ร่างของวิญญาณร้ายนั้นร้องโหยหวนทรมาน ร่างของเขาลุกเป็นไฟสว่างร้อนไปทั่วบริเวณ และร่างนั้นก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันโพยพุ่งมาปะทะฉันอย่างรุนแรง จมฉันล้มลงไป ทุกอย่างรอบข้างกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ความมืดมิดเวิ้งว้างก็หายไป แสงจันทร์จากภายนอกสาดส่องผ่านกระจกเข้ามา ทุกอย่างกลายเป็นปกติ (ผีร้ายตายแล้ว) (คุณนี่มันสุดยอดเลย กำจัดผีร้ายได้อีกตัว) (มีใครเห็นไหม มันมีแสงพุ่งออกมาจากตะกรุดที่ห้อยคอเธออยู่) (เธอไม่ใช่คนธรรมดาๆแน่ๆ เธอมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครองอยู่) (ไพลิน แม่สาวล่าท้าผี ฉันจะโดเนทสนับสนุนเธอ เพื่อให้เธอช่วยโลกใบนี้) ฉันทรุดลงไปกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนและสิ้นเรี่ยวแรง “ไพลิน คุณเป็นยังไงบ้าง” ตะวันประคองฉันขึ้นมาในอ้อมแขนแกร่งของเขา “คุณสุดยอดมากเลย ผมไม่คิดเลยว่าจะจัดการวิญญาณนั้นลงได้ ผมดีใจมากที่ได้มาในคืนนี้” คมกริชบอกกับฉัน “ขอบคุณมากที่มาช่วยฉัน” ถ้าไม่ได้ดินเจ็ดป่าช้าของคมกริช ฉันก็อาจจะไม่มีทางสยบวิญญาณร้ายนี้ได้ “ผมขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ” เขาบอก ฉันลังเลไม่น้อย ฉันไม่ชอบถ่ายรูป และฉันก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเป็นใครตะวันเห็นดังนั้นก็เลยบอกออกมาว่า “เธอไม่ควรถูกเปิดเผยตัวตน เพราะมันอาจจะเป็นอันตรายต่อเธอ” เขาช่วยปฏิเสธและมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ” คมกริชตอบกลับ นายพิทักษ์นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น แต่เขายังไม่ตาย ตำรวจเรียกรถพยาบาลมาพาเขาไป เขาต้องได้รับผลกรรมที่เขาก่อไว้ ตะวันต้องไปสถานีตำรวจเพื่อเป็นพยานในคดีนี้จึงสั่งให้ลูกน้องมารับฉันและพาฉันกลับบ้าน ฉันเปิดดูรายงานการไลฟ์สดของฉัน และก็ต้องตะลึงเป็นอย่างมาก ยอดโดเนทไลฟ์สดครั้งนี้ มันมากมายหลายหมื่นบาท ช่องของฉันกลายเป็นช่องยอดนิยมในเวลานี้ ฉันไม่เคยคิดเลยมาก่อนว่ายอดเงินที่ได้จากการไลฟ์สดมันจะมากขนาดนี้ นี่ขนาดเป็นเพียงแค่ส่วนแบ่งที่ฉันได้รับเท่านั้นนะยังมากขนาดนี้ แสดงว่ามีคนสนับสนุนช่องของฉันมากเลยทีเดียว ฉันเจอช่องไลฟ์สดมากมายที่ทำรายการล่าผีเต็มเฟซบุ้กไปหมด มันกำลังได้รับความนิยมจากผู้ชม ฉันจึงลองเข้าไปดู บางช่องก็ใช้เทคนิคพิเศษ บางช่องก็จัดฉากผีขึ้นเอง ฉันสงสัยว่าทำไมฉันจึงพบเจอผี วิญญาณของจริงตลอด ฉันมีอะไรที่ดึงดูดสิ่งเหล่านั้นกันหรือ จู่ๆฉันก็ขนลุกขึ้นมาเมื่อนึกถึง ตั้งแต่เด็กจนโตฉันก็ไม่เคยเห็นผีมาก่อนนี่ หรือว่าฉันจำไม่ได้กันนะ เสียงเมสเซนเจอร์ของฉันดังขึ้น มีคำขอเป็นเพื่อนกับฉันขึ้นมาจากผู้ใช้ที่ชื่อว่า ฟ้ารุ่ง เธอเป็นคนที่โดเนทเงินให้ฉันสูงสุดในการไลฟ์สดเมื่อคืนนี้ ฉันกดรับเพื่อนเธอ เธอโทรผ่านแมสเซนเจอร์มาที่โทรศัพท์ฉัน “สวัสดี ฉันเป็นเพื่อนกับรัตติกาล เขาแนะนำฉันมาดูไลฟ์สดของเธอ มันน่าตื่นเต้นเหมือนกับที่รัตติกาลแนะนำจริงๆ” “ขอบคุณมากที่สนับสนุนฉัน” ฉันกล่าวขอบคุณและถามต่อ “แล้วรัตติกาลล่ะ เธอหายไปไหนไม่มาดูไลฟ์สดของฉัน” “เธอไม่ว่างน่ะ แต่เธอแนะนำช่องของคุณให้ฉัน แต่เมื่อคืนคุณเสี่ยงมากนะ คุณควรจะมีความพร้อมมากกว่านี้ถ้าจะไปกำจัดผีร้าย นอกจากเวทย์มนตร์คาถา เมื่อคืนคุณโชคดีที่รอดมาได้ ถ้าต่อไปคุณเจอวิญญาณร้ายที่มีพลังมากกว่านี้ คุณอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมานะ อย่าลืมสิว่าคุณไม่ใช่หมอผีที่มีวิชาอาคมแกร่งกล้า คุณคงไม่อยากให้การไลฟ์สดล่าวิญญาณกลายเป็นการไลฟ์สดการฆ่าตัวตายหรอกนะ แล้วเมื่อคืนคุณบาดเจ็บตรงไหนบ้าง” “มือฉันเป็นแผล มันโดนเศษแจกันที่แตกบาดเอาน่ะ” ฉันตอบ “ฉันมีตำราโอสถทิพย์จะให้คุณ มันอาจจะช่วยด้านการรักษาบาดแผลของคุณได้ แม้แต่แผลเป็นมันก็รักษาได้นะ” “โอสถทิพย์” ฉันสงสัย “ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะสามารถผสมยาโอสถทิพย์นี้ได้ ฉันพยายามทำมาหลายครั้งแล้ว แต่ฉันไม่มีพลังพิเศษแบบคุณ มันเลยไม่สำเร็จ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะทำมันสำเร็จก็ได้ แต่ฉันไม่รับประกันนะ” เมื่อพูดเสร็จเธอส่งไฟล์เอกสารบางอย่างมาให้ฉัน เมื่อเปิดดูก็พบว่ามันคือส่วนผสมและวิธีการทำยาโอสถทิพย์ที่เธอว่า ฟ้ารุ่งออกจากระบบไปแล้ว ฉันเข้าไปดูข้อมูลโปรไฟล์ของเธอก็ไม่พบข้อมูลใดๆ ทั้งรัตติกาลและฟ้ารุ่งเป็นบุคคลที่ดูลึกลับ ฉันไม่รู้ว่าเขาคือใคร ส่วนผสมของโอสถทิพย์ประกอบด้วยสมุนไพรไทยทั่วไป ซึ่งก็คงหาซื้อส่วนผสมได้ไม่ยากนัก แต่มันมีกรรมวิธีบางอย่างที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้เขียนเอาไว้ในนั้น เอาเป็นว่าฉันจะลองทำดูก็คงไม่เสียหาย ฉันไปเสาะหาสมุนไพรตามรายการมา ราคาสมุนไพรไทยนั้นไม่แพงเหมือนยาฝรั่ง ฉันซื้อมาจนครบด้วยเงินไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเอง ฉันนำสมุนไพรมาต้มรวมกันและกลั่นเอาไอน้ำออกมา ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในตอนกลั่นโอสถทิพย์ที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้คือการใส่พลังพิเศษที่ฟ้ารุ่งบอกว่าเธอนั้นไม่มี แต่ฉันมี พลังที่ว่านั้นในตำราที่ฟ้ารุ่งให้ฉันมามันเรียกว่าพลังจักรวาล ฉันสวดคาถาที่เขียนอยู่ในตำรานั้น ในมือก็ถือขวดแก้วขณะที่สมุนไพรกลั่นเป็นไอน้ำลงไปยังขวดแก้วใสทีละหยดอย่างช้าๆ ฉันสังเกตเห็นน้ำกลั่นสมุนไพรนั้นหยดลงไปในขวดแก้วเป็นสีทองส่องประกายน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก กลิ่นของมันช่างหอมละมุน ฉันไม่เคยได้กลิ่นอะไรที่หอมแบบนี้มาก่อน เมื่อเต็มขวดฉันก็ปิดฝาลง มันจะได้ผลจริงๆหรือ เรื่องแบบนี้มันจะมีจริงหรือ แต่อะไรก็เป็นไปได้ในโลกใบนี้ ก็คงไม่แปลกเพราะขนาดผีฉันก็เคยเจอมาแล้ว ฉันแกะผ้าพันแผลที่มือของฉันออก รอยแผลจากการถูกเศษแจกันบาดมันเป็นรอยยาว แผลของฉันมันยังไม่แห้งดีเลย ฉันนำขวดโอสถทิพย์ที่ปรุงเสร็จออกมา และหยดมันลงไปทาที่บาดแผล เพียงแค่สัมผัสแรกฉันรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ไปทั่วอณูบริเวณมือของฉัน เมื่อเสร็จฉันก็พันผ้าพันแผลอีกครั้ง ฉันฝึกนั่งสมาธิเหมือนเช่นเคย ดวงจิตของฉันเริ่มอ่อนแรงหลังจากที่เพิ่งเผชิญกับวิญญาณร้ายมา ฉันต้องฝึกฝนดวงจิตของฉันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความแข็งแกร่งของพลังของฉัน รุ่งเช้าฉันรู้สึกว่ามือของฉันมันสามารถขยับได้อย่างคล่องแคล่ว และไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ฉันแกะผ้าพันแผลออกและก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ ไม่น่าเชื่อรอยแผลของฉันมันหายไปจนเกือบหมด แม้จะไม่หายสนิทแต่มันก็น่าทึ่งมากที่เพียงคืนเดียวแผลที่มือของฉันมันสมานกันจนแทบจะสนิท ฉันรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็นมาก ฉันทดลองมันอีกครั้ง ฉันทาโอสถทิพย์ในบริเวณรอยแผลที่ผิวของฉัน ทั้งแผลใหม่หรือแผลเป็นที่มีในร่างกาย และรอดูผลในรุ่งเช้า ฉันต้องตกตะลึงอีกครั้ง ร่างกายของฉัน ผิวพรรณของฉันเรียบเนียน รอยแผลต่างๆที่เคยมีก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง มันน่าประหลาดใจมาก ฉันหยิบขวดโอสถทิพย์ขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างไม่เชื่อสายตา