“พวกมันเก่งแค่ไหน?” มายด์เอ่ยถามด้วยความกังวล
“เก่งกว่าระดับไพร่สิบเท่า” โจกล่าวออกมา ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยแม้ว่าจะถูกสเปคระดับทหารสามตัวล้อมเอาไว้ก็ตาม
“สะ…สิบเท่า!!” สองสาวหน้าซีดเผือด
แน่นอนว่าสิ่งที่โจกล่าวนั้นเป็ความจริง หลังจากที่พวกพัฒนาร่างพวกมันจะได้รับความสามารถทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตที่มันดูดซับและยังมีความแข็งแกร่งด้วยพลังของตัวเอง จึงทำให้มันเหนือกว่าระดับไพร่ในทุกๆด้านอย่างเทียบไม่ติด
โจชูนิ้วชี้ไว้ที่กลางอก ไฟดวงเล็กๆปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว เขาสะบัดมันลงบนพื้นข้างๆตัวเอง เมื่อไฟดวงเล็กกระทืบพื้นมันก็แตกกระจายเป็เปลวไฟลุกโชน เพียงพริบตาก็กลายเป็ร่างมนุษย์ มันมีหน้าตาและรูปร่างคล้ายกับโจเพียงแต่ว่าทุกๆส่วนของร่างกายเป็เปลวไฟ หรือเรียกง่ายๆคืุ์ไฟ
สองสาวใกับภาพที่เห็น พวกเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าพลังสามารถใช้ทำแบบนี้ได้ด้วย
โจสั่งให้ร่างไฟคอยปกป้องสองสาวและส่วนตัวเขานั้นก็พุ่งเข้าไปปะทะกับหนึ่งในพวกสเปค
ร่างของโจหายวับและโผล่อีกทีตรงหน้าสเปคตัวหนึ่งซึ่งมีรูปร่างคล้ายเต่าแต่กระดองของมันเต็มไปด้วยหนามแหลม
ทันทีที่เห็นมนุษย์โผล่ขึ้นเบื้องหน้า มันก็ยิงหนามแหลมใส่ทันที โจประกบมือและกางออกอย่างรวดเร็ว ตอนที่เขากางมือออกเผยให้เห็นม่านไฟ หนามแหลมพุ่งเข้าปะทะกับม่านไฟแต่หนามแหลมละลายทันทีที่ัักับม่านไฟของโจ
หลังจากนั้นม่านไฟก็หายไป มันเห็นมนุษย์กำลังชี้นิ้วมาที่มันและปลายนิ้วก็ส่องสว่างจากนั้นลำแสงไฟก็พุ่งเจาะหัวและทะลุออกด้านหลัง และมันก็ล้มตึงร่างกายของมันค่อยๆสลายหายไป
การลงมือฆ่าสเปคระดับทหารตัวหนึ่งใช้เวลาไม่เกินสามวินาที แต่สามวินาทีนี้แน่นอนว่าสองสาวเห็นชัดเจน ภาพการต่อสู้และการใช้พลังอันน่าอัศจรรย์ของชายหนุ่มยังคงตราตรึงในใจของทั้งสอง
สเปคสองตัวที่เหลือเห็นเพื่อนตายอย่างรวดเร็วมันจึงรีบลงมือหวังจะฆ่ามนุษย์เพศหญิงสองคนนี้ แต่น่าเสียดายทันทีที่มันก้าวเข้ามา ร่างไฟของโจก็ขวางหนึ่งในนั้นเอาไว้และตัวจริงของโจก็มาขวางอีกตัว
สเปคตัวที่ถูกร่างจริงขวางทำได้แค่เคลื่อนไหวถอยหลัง มันรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่มือของมนุษย์เพศชายคนนี้ ส่วนสเปคที่เผชิญหน้ากับร่างไฟมันไม่เกรงกลัวเหมือนเพื่อนของมัน หลังจากพัฒนาขึ้นอีกระดับมันก็มีความฉลาดเพิ่มขึ้นและรู้ว่านี่คือร่างที่เกิดจากพลัง ซึ่งมีพลังน้อยกว่าร่างจริงสองถึงสามเท่า
ตัวที่เผชิญหน้ากับร่างไฟมีรูปร่างคล้ายไทแรนโนซอรัส ร่างของมันสูงถึง 4 เมตรและให้ความรู้สึกเหมือนเจอสิ่งมีชีวิตตัวเป็ๆ
โฮกกก!!
มันคำรามอย่างดุร้ายและอ้าปากยิงลูกควันสีดำทมิฬใส่ร่างไฟ ร่างไฟกระโจนไปข้างหน้าแล้วต่อยลูกควันนั้นจนะเิอย่างง่ายดาย
มันเห็นร่างพลังของโจทำลายลูกควันของมันได้อย่างง่ายดายก็รู้สึกไม่พอใจ มันจึงยิงออกมาอีกหลายลูกแต่ก็ถูกทำลายลงด้วยหมัดของร่างไฟ
ทันทีมันจึงรู้ตัวว่าไม่ใช่คู่มือแม้แต่ร่างพลังของมนุษย์มันจึงคิดวิ่งหนี น่าเสียดายทันทีที่มันหันหลังร่างไฟของโจก็คว้าหางของมันเอาไว้แล้วเหวี่ยงมันกระแทกกับอาคาร
ตูม ตูม!!
สองสาวตกตะลึงไม่คิดว่าร่างไฟของโจจะดุร้ายป่าเถื่อนขนาดนี้ พละกำลังแค่ไหนกันที่เขามี แม้กระทั่งร่างไฟยังจับสเปคที่คล้ายไทแรนโนซอรัสทุ่มไปมาอย่างง่ายดาย หากเป็ร่างจริงไม่ใช่ว่าเขาสามารถบดขยี้มันได้ด้วยมือเปล่าหรอกหรือ?
แน่นอนว่าโจสามารถทำแบบนั้นได้ แต่มันไม่มีผลอะไรกับพวกสเปค การโจมตีทางกายภาพแทบทุกอย่างไร้ผล มีเพียงแค่พลังงานในร่างเท่านั้นที่สามารถฆ่ามันได้
หลังจากจับมันฟาดจนหนำใจแล้วร่างไฟก็ส่งลูกเตะที่เต็มไปด้วยเปลวไฟอัดเข้ากลางลำตัวของสเปค
โฮก!!
มันคำรามด้วยความเ็ป และก่อนที่มันจะได้ทำอะไรต่อไปลูกเตะอีกลูกก็ซัดเข้ามาร่างของมันก็แตกกระจายหายไป
สเปคตัวสุดท้ายที่เผชิญหน้ากับโจตัวจริงอดไม่ได้ที่จะสั่นกลัว มนุษย์เบื้องหน้ามันแข็งแกร่งกว่ามันไม่รู้ตั้งกี่ร้อยพันเท่า สู้ก็ตายหนีก็ตาย มีแต่ความสิ้นหวังที่รออยู่
และสุดท้ายมันก็ถูกโจฆ่าด้วยการฟันมือเพียงครั้งเดียว โจอาจจะลำบากป้องกันนิดหน่อยหากมันขัดขืนแต่ตัวนี้มันกลับนิ่งและยอมรับความตายจึงทำให้เขาฆ่ามันได้ง่ายๆ
“นายแข็งแกร่งแค่ไหนกัน?” มายด์กล่าวถาม
“เดี๋ยววันข้างหน้าเธอก็รู้เองแหละ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
มายด์กระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ ถามเื่รู้เกี่ยวกับพวกสเปคได้ยังไงแล้วไม่ตอบก็ทีนึงแต่เื่นี้ก็ยังไม่ตอบอีก
มิ้นต์หัวเราะคิกคัก คงมีแค่ชายหนุ่มคนนี้ที่ทำให้พี่สาวของเธอสูญเสียความสุขุมได้
โจมองไปบนเมฆทมิฬที่กำลังลอยอยู่เหนือฐานทัพ การที่ศัตรูรู้ตำแหน่งของเขาถึงสองครั้งก็ทำให้เขารู้ว่าหัวหน้าของพวกมันอยู่บนนั้น
“มันคืออะไร?” มิ้นต์เอ่ยถามขณะเงยหน้ามองเมฆตามโจ
“มันเรียกว่าสสารทมิฬ” โจตอบ
“สสารทมิฬ? มันคืออะไร?” มายด์เองก็อยากรู้เช่นกัน
“มันก็คล้ายกับยานอวกาศนั่นแหละเพียงแต่เป็สสาร พวกสเปคจะอาศัยอยู่ในนั้นไม่ว่าพวกมันจะมีระดับความแข็งแกร่งเท่าไรและมีรูปร่างที่ชัดเจนแค่ไหนเมื่อเข้าสู่สสารร่างกายของพวกมันจะกลับเป็ควันทมิฬและมีรูปร่างจางๆเผยให้เห็นเท่านั้น” โจอธิบาย
มายด์อยากจะถามว่าทำไมเขาถึงรู้เยอะจังแต่เธอก็ไม่เอ่ยปาก เพราะยังไงก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี
เหตุผลที่โจอธิบายเื่ราวต่างๆให้ทั้งสองคนฟังเพราะเขาอยากให้ทั้งสองเรียนรู้พวกศัตรูว่าพวกมันทำอะไรได้บ้างและมีความสามารถอะไรบ้าง แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมเผยความลับว่าตนเองเคยสู้กับพวกมันมาก่อนหรือเื่ที่เคยอยู่สหพันธ์กาแลคซี่
มายด์รู้สึกสงสัยในตัวตนของโจั้แ่อยู่ที่โลก เพราะเธอเคยตรวจสอบเื่ของเขาแต่กลับไม่พบอะไร ทั้งชื่อจริงที่โจลงทะเบียนสอบเข้าองค์กรก็ไม่มีในฐานข้อมูลประชาชน ราวกับว่าตัวของชายหนุ่มโผล่มาจากอากาศ
เธอยังจำได้ว่าปู่ของเธอกำชับกับเธอไม่ให้ตรวจสอบเื่ของเขาไปมากกว่านี้ แม้จะสงสัยแต่เธอก็ทำตามที่ปู่ของเธอพูด เธอไม่รู้ว่าปู่ของเธอรู้อะไรกันแน่และมันมีความเสี่ยงมากแค่ไหนถึงไม่สามารถบอกเธอได้
“ไปกันเถอะ” โจกล่าวและเดินนำสองสาว
“นายจะเข้าไปจริงๆเหรอ?” มิ้นต์เอ่ยถามด้วยความกังวล แม้เธอจะเห็นพลังของชายหนุ่มแล้วก็ตาม แต่สเปคกว่าสามสิบตัวมันก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
“ไม่ต้องกังวล ผมจะกวาดล้างพวกมันทีเดียว” โจกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ