Secret Dungeon

หวาดกลัว

"คุณหลิน !!" นักบินสำรองนั่งอยู่หน้าห้องนักบินขานเรียก
"ติดต่อกองทัพแล้วใช่ไหม ?" หลินถามออกมาทันที
"กัปตันติดต่อแล้วครับ กองทัพกำลังส่งหน่วยจู่โจมทางอากาศที่ 11 และ 12 มา" นักบินสำรองลุกขึ้นยืนก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"บอกกัปตันให้เดินทางตามกำหนด ผมจะเป็นคนป้องกันการโจมตีพวกนั้นเอง" หลินพูดต่อทันที พอพูดจบเสียงจากห้องนักบินก็ดังขึ้น
"คุณหลิน ผมจะไม่ถามว่าคุณมีวิธียังไงในการป้องกันการโจมตีพวกนี้ ผมแค่อยากถามว่าคุณมีความมั่นใจมากแค่ไหน" เสียงจากห้องนักบินดังออกมา ซึ่งเป็นเสียงของกัปตันที่พูดออกมาเอง เขาได้ยินเสียงการพูดคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารของนักบินสำรอง เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็ติดต่อกันอยู่ก่อนแล้ว
กัปตันได้ยินชื่อเสียงของชายหนุ่ม เกี่ยวกับความสามารถมาค่อนข้างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจเสี่ยง เขาจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนที่อยู่บนเครื่องมาเป็นลำดับแรก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถตอบรับคำขอของอีกฝ่ายในทันที และจำเป็นต้องถามออกไปเพื่อความมั่นใจ
"การโจมตีของเหยี่ยวทมิฬไม่ได้รุนแรง เพียงแค่สามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้น นอกจากนั้นพวกมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร เราแค่ไม่สามารถตอบโต้มันได้ ถามว่าผมมีความมั่นใจเท่าไหร่ใช่ไหม ? ผมคิดว่ามันน่าจะมากกว่า 100% ทีเดียว" หลินพูดความคิดของตัวเองออกมา เป็นการสรุปความคิดภาพรวมที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดออกไปด้วยความมั่นใจ
กัปตันได้ยินดังนั้น ตัวเขาเองก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมา เขาตอบรับคำขอของหลิน เปลี่ยนกำหนดการเดินทางเป็นดังเดิมทันที
โล่ป้องกันที่กำลังป้องกันเครื่องบินอยู่ในตอนนี้เกิดจากความสามารถพิเศษที่ใช้ในการสร้างและทักษะของผู้ขับเคลื่อน เป็นการทำงานร่วมกันจึงสามารถสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงออกมา เพื่อแลกกับการป้องกันระดับสูง ที่ทำออกมาเพื่อไม่ให้เครื่องบินถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิด ทำให้เครื่องบินประเภทนี้มีความสามารถในการโจมตีที่ต่ำ มันจึงเหมาะกับการใช้สำหรับกับการเดินทางมากกว่า
ถึงแม้ว่ามันจะดีมากเมื่อนำมาใช้เดินทาง แต่เงื่อนไขในการสร้างและเงื่อนไขของผู้ขับเคลื่อน ก็ทำให้มันไม่ได้มีอยู่จำนวนมากนัก เครื่องบินประเภทนี้จะถูกใช้ก็ต่อเมื่อมีบุคคลสำคัญหรือมีภารกิจสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น
หลินไม่ได้ใช้เปลวไฟสีเหลืองออกมาในทันที เขาจำเป็นต้องรอให้เกราะของเครื่องบินอ่อนแอมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับตัวกัปตันและนักบินที่กำลังใช้ทักษะป้องกันอยู่ หลินหลับตาลงเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศรอบๆอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดผลาดหรือมีอะไรที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น
ความสามารถในการสัมผัสบรรยากาศรอบตัวของเขาค่อนข้างกินวงกว้างทีเดียวมันไกลออกไปเกือบจะถึงหนึ่งกิโลเมตรรอบตัว ความสามารถนี้ไม่ได้ช่วยให้เขามองเห็นสิ่งที่ตัวเขามองไม่เห็นแต่อย่างใด แต่มันช่วยให้เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวรวมไปถึงการคงอยู่ของสิ่งต่างๆ ความสามารถเช่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเขารู้สึกปลอดภัย ถึงอย่างนั้นก็แลกมากับความตื่นตัวที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
การโจมตีของเหยี่ยวทมิฬอย่างกะทันหัน เป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง นอกจากนั้นพวกมันยังเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว เหยี่ยวทมิฬเชี่ยวชาญสภาพแวดล้อมเช่นนี้ โดยเฉพาะยิ่งเหยื่อของมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ความเร็วของเครื่องบินไม่นับว่าเร็วอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกมัน มันสามารถสบัดปีกเพื่อทำการโจมตีและเลือกที่จะทิ้งระยะห่างจากเครื่องบิน
ด้วยจำนวนและการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่า เหยี่ยวทมิฬมีความสามารถมากพอที่จะใช้ทักษะของพวกมันอย่างเต็มที่เพื่อที่จะทำให้เครื่องบินเสียหลักและจำเป็นต้องลงจอด แต่การที่โจมตีรวมไปถึงการเว้นระยะห่างของพวกมันดูมีแบบแผนกว่าที่ควรจะเป็น
การกระทำเช่นนี้หากมันไม่กลัวการโจมตีโต้กลับจากเครื่องบิน ก็มีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือมันอาจจะกำลังรออะไรบางอย่าง
! แผน
ใช่แล้วด้วยความสามารถของพวกมัน เครื่องบินก็ไม่ต่างอะไรจากเหยื่อที่พร้อมจะถูกรับประทานได้ตลอดเวลา
"ถามกัปตัน พวกเรากำลังบินตามเส้นทางที่กำหนดมาตั้งแต่ต้นหรือเปล่า" หลินบอกนักบินสำรองให้ถามกัปตันอย่างรีบร้อน
นักบินสำรองคุยกับกัปตันทันที "มันควรจะเป็นเช่นนั้น แต่การโจมตีของเหยี่ยวทมิฬทำให้เราเสียเวลา ตอนนี้เหมือนเราค่อยๆอ้อมไปแทนที่จะบินไปตรงๆ"
"พวกมันกำลังรออะไรบางอย่าง" หลินคิดแต่ไม่ได้พูดออกมา การทำให้เครื่องบินตกเป็นหนึ่งในแผนของพวกมันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากไม่สามารถทำให้เครื่องบินตกได้ การยื้อไม่ให้เครื่องบินเคลื่อนไหวได้อย่างที่ต้องการ ก็สมควรเป็นหนึ่งในแผนของพวกมัน
เหยี่ยวทมิฬไม่ใช่มอนสเตอร์ ไม่แปลกเลยที่พวกมันจะทำงานกันเป็นทีมได้ดี นอกจากรูปลักษณ์แล้วพวกมันก็ไม่ได้มีอะไรต่างจากมนุษย์อย่างเรา การที่อยู่ดีๆมันเข้าโจมตีเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกมันจะรู้การเคลื่อนไหวภายในกองทัพ แต่พวกมันจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อที่นี่ไม่ใช่แนวหน้าของกองทัพ หากรู้ถึงขนาดนี้แล้วละก็ บางทีพวกมันอาจจะรู้ด้วยซ้ำว่ากลุ่มที่พวกมันกำลังโจมตีอยู่เป็นใคร
พอคิดในแง่ร้ายถึงขนาดนั้นขึ้นมาได้ หลินก็อดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจอย่างอดไม่ได้ เพราะกลุ่มคนที่กำลังเดินทางอยู่นั้น
ต่างเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นคนสำคัญของกองทัพในอนาคต !!