มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    ไม่เข้าเฝ้า

    หานลี่กันเดินกลับเรือนพร้อมกับหานเทียน เว่ยเหลียน หานหลงและหยางชุน ต่างคนต่างมิพูดสิ่งใดจนเด็กชายตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นเสียเอง

    “มามี้ ๆ ทำไมท่านป้าเล็กถึงชอบหาเรื่องแกล้งมามี้และท่านป้าใหญ่จังเลยขอรับ”

    หานลี่กันก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่เดินจับมือนางเดินด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนมิต่างจากเว่ยเหลียน มีเพียงหานเทียนและหานหลงเท่านั้นที่นิ่งฟังอยู่เงียบ ๆ

    “คนเรานั้นแม้จะเกิดมาจากตระกูลที่ดี ครอบครัวที่ใหญ่โตแต่ใช่ว่าทุกคนจะดีเหมือนกันไปเสียหมด แม้ว่าจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีแต่อาจมีเหตุผลหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เขากลับกลายเป็นคนที่ไม่ดีได้”

    “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนไม่ดี”

    “แล้วชุนเออร์คิดว่าอย่างไรล่ะ”

    “คนไม่ดีคือคนที่ทำเลว”

    “แล้วชุนเออร์ใช้สิ่งใดมาตัดสินคนคนนั้น”

    “เอ่อออ.....”

    เด็กชายตัวน้อยทำท่าทีครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างน่ารักจนแก้มน้อย ๆ เด้งไปมาจนหานลี่กันอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มน้อยนั้น

    “เช่นนั้นข้าจะยกตัวอย่างให้เจ้าก็แล้วกัน หากเด็กชายคนหนึ่งถูกจับเพราะขโมยอาหาร เขาถูกสั่งโบยและจำคุก 3 เดือนเพียงเพราะเขาต้องการขโมยอาหารเพื่อนำไปให้มารดาที่ป่วยหนัก เช่นนี้แล้วเจ้าคิดว่าการตัดสินนี้ถูกต้องหรือไม่”

    เด็กชายตัวน้อยทำท่าทีครุ่นคิดก่อนจะหันไปมองหานเทียนและหานหลงอย่างขอความช่วยเหลือ สองบุรุษที่เห็นสายตานั้นพลันยกยิ้มเห็นใจ

    “เช่นนั้นข้าขอแสดงความคิดเห็นก่อนก็แล้วกัน ข้าคิดว่าเขาสมควรถูกลงโทษ เพราะกฎหมายนั้นได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข”

    “แต่ท่านลุง นั่นเขาทำเพื่อมารดาของเขานะขอรับ”

    เด็กชายตัวน้อยรีบแย้งหานหลงในทันที หานลี่กันอมยิ้มให้กับคำพูดของหยางชุนก่อนจะหันไปทางหานเทียน

    “ท่านพ่อคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”

    บุรุษมีอายุลูบคงเบา ๆ

    “หากตัดสินตามกฎหมายแล้วล่ะก็จะเป็นเช่นที่หลงเออร์กล่าวมาทุกประการ แต่หากกล่าวตามคุณธรรมจริยธรรมแล้วเขาเองก็น่าสงสารไม่น้อย ที่เขาทำนั้นก็เพื่อมารดา แต่เมื่อเรื่องถึงเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำตามกฎหมายที่ตั้งไว้"

    “แต่หากเรื่องยังไม่ถึงที่ว่าการ เราก็สามารถแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ได้ใช่หรือไม่ขอรับท่านตา”

    บุรุษมีอายุมองเด็กชายตัวน้อยที่ตอนนี้จ้ำม่ำไปด้วยเนื้อหนังอย่างเอ็นดูก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

    “เช่นนั้นที่ท่านป้าเล็กชอบแกล้งมามี้นั้นเป็นเพราะตัวท่านป้าเล็กเอง แม้ว่าจะได้รับคำสอนที่ดี มีตระกูลที่ดีแล้วก็ตาม”

    “และที่สำคัญ เราไม่ควรกล่าวถึงผู้อื่นในทางไม่ดีลับหลัง นั่นเรียกว่าการนินทา”

    หานลี่กันบีบจมูกน้อย ๆ ของหยางชุนก่อนจะหัวเราะกับท่าทีของเด็กน้อยนั้น

    “ข้ามิได้นินทาเสียหน่อย ข้าพูดความจริง”

    “แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควร”

    เสียงดุเบา ๆ ของเว่ยเหลียนทำให้เด็กชายตัวน้อยย่นคอลง

    “ขอรับท่านยาย หลานจะจำไว้ขอรับ”

    เมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับเรือนแล้ว หานลี่กันที่กล่อมหยางชุนหลับเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงได้เดินออกมานั่งอ่านตำราข้างหน้าต่างก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

    “อาซื่อ”

    “ขอรับ”

    ร่างบุรุษในชุดดำโผล่ออกมาจากความมืดอย่างรวดเร็ว

    “เรื่องเมื่อหัวค่ำนี้ฝีมือเจ้าใช่หรือไม่”

    “ขอรับ”

    “อ่อ เช่นนั้นก็ขอบใจเจ้ามาก”

    “มิได้ขอรับ เป็นหน้าที่ของข้าน้อยขอรับ”

    “ข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพเข้าพบองค์ฮ่องเต้งั้นหรือ”

    “ขอรับ แต่ความจริงแล้วเป็นฝ่าบาทที่เรียกพบท่านแม่ทัพเองขอรับ”

    “แล้วเรื่องนั้นของท่านแม่ทัพ...ไม่เป็นปัญหางั้นหรือ”

    “โดยปกติแล้วท่านแม่ทัพเป็นคนไม่ค่อยพูด ยิ่ง.....ก็ยิ่งไม่พูด จึงคาดว่าไม่น่าเป็นปัญหาขอรับ”

    “อ่อ...เช่นนั้นเจ้าไปพักเถอะ”

    “ขอรับ”

    เพียงชั่วพริบตาบุรุษในชุดดำหายไปอย่างรวดเร็ว หานลี่กันนั่งอ่านตำราอีกสักพักก่อนจะดับไฟนอน ดวงตาที่เฝ้ามองหญิงสาวจากมุมมืดเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของสองร่างที่นอนกอดกันแล้วจึงได้ออกไปจากตรงนั้น

    “นายท่านจะไม่....”

    “ไม่ต้อง ข้าเพียงแค่มาส่งนางเข้านอนก็เท่านั้น”

    “ขอรับ”

    อาซื่อปาดเหงื่อเบา ๆ ‘โชคดีนะที่นายหญิงเรียกข้าไปพบเพื่อถามถึงเรื่องนายท่าน มิเช่นนั้นแล้วไม่แน่ว่าข้าอาจจะถูกนายท่านทรมานจนตายก็เป็นได้’ อาซื่อคิดในใจขณะมองหยางเฟยหย่าจากไป ใครจะรู้ว่าแม่ทัพหนุ่มจะเข้าวังและออกมาอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมาเฝ้าหานลี่กันเล่านิทานกล่อมหยางชุนจนหลับและรอจนกว่าสตรีในเรือนนั้นดับไฟนอนก่อนจึงจากไป 'นายท่านช่างรักคุณชายน้อยจริง ๆ .....นายท่านคงจะเป็นห่วงกลัวว่าหากนายหญิงเป็นอะไรไปจะไม่มีคนดูแลคุณชายน้อยแน่ ๆ' เมื่อคิดได้ดังนั้นอาซื่อก็ผ่อนลมหายใจอย่างยินดี

     

    พ่อบ้านหยูที่ยืนรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างหยางเฟยหย่าเมื่อครั้งไม่อยู่จวนตั้งแต่ต้นจนจบ แม้จะดึกเพียงใดแต่เมื่อได้รับข่าวว่านายของตนกลับจวนมา บุรุษมากอายุและบ่าวรับใช้ในเรือนต่างยืนรอการกลับมาของเจ้าของจวนอย่างใจจดใจจ่อและยืนรอฟังคำตัดสินจากเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น

    “เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด...ข้ารู้หมดแล้ว โทษของพวกเจ้า….ก็ได้รับไปแล้ว”

    “ขอบคุณนายท่านที่เมตตา”

    พ่อบ้านหยูรีบคุกเข่าลงทันทีไม่ต่างจากบ่าวรับใช้ในเรือนที่คุกเข่าลงพร้อม ๆ กัน หยางเฟยหย่ามองไปยังบ่าวรับใช้ในเรือน ทุกคนต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มแม้สักคน

    “ส่วนพวกเจ้า โทษที่แมวน้อยของข้ากับเจ้าลูกกระต่ายน้อยให้นั้นแม้จะน้อยกว่าที่ข้าตั้งใจไว้ แต่ก็ถือว่าได้รับโทษแล้ว แต่หากยังมีครั้งหน้าอีก ข้าคงไม่ต้องบอกว่าพวกเจ้าจะพบเจอกับอะไร”

    “พวกเราผิดไปแล้ว พวกเราสำนึกแล้ว ขอบคุณนายท่านที่เมตตา”

    ทุกคนต่างพูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะเอาหัวโขกพื้นอย่างดีใจและสำนึกในเรื่องที่ทำ ซูซินหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างได้แต่ทำหน้าไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าไปรอหยางเฟยหย่าในห้องหนังสือในทันที จนเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มในอาภรณ์ดำเข้ามาเขาถึงกับบ่นออกมา

    “โทษเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ไม่สาสมกับที่พวกมันรังแกชุนเออร์แม้แต่น้อย”

    “อื่ม”

    “อื่ม..แล้วอย่างไร เจ้าจะไม่ทำอะไรพวกมันหน่อยหรือ”

    “เรื่องทั้งหมด แมวน้อยของข้าและเจ้าลูกกระต่ายน้อยได้จัดการไปหมดแล้ว”

    “ได้ ๆ งั้นเรื่องของคนร้ายตัวจริงที่ทำร้ายแมวน้อยของเจ้าและลูกกระต่ายน้อยของเจ้าล่ะ”

    “ดูเหมือนพวกนางจะถึงวัยออกเรือนแล้วใช่หรือไม่”

    “นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า....”

    “ยังก่อน ดูเหมือนพวกนางจะวางแผนอะไรกันสักอย่าง ไม่แน่ข้าอาจจะใช้แผนของพวกนางทำร้ายตัวพวกนางเองได้”

    “เหมือนเช่นวันนี้ที่เจ้าให้อาซื่อทำงั้นหรือ”

    “อื่ม”

    “แล้วเรื่องเข้าวังเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ไม่มีอะไร”

    “ไม่มีอะไรได้อย่างไรกัน พรุ่งนี้เจ้าก็ต้องเข้าประชุมในวังพร้อมกับคนอื่น ๆ เช่นนี้แล้วเจ้าจะทำอย่างไร”

    “ไปกับเจ้าลูกกระต่ายน้อย”

    “ได้ที่ไหนกัน ในท้องพระโรงเชียวนะ”

    “งั้นก็ไม่ไป”

    “นี่เจ้า”

    “ข้าเหนื่อยแล้ว”

    พูดจบหยางเฟยหย่าก็ออกจากห้องหนังสือไปโดยทิ้งซูซินหยางยืนทื่ออยู่ในห้องนั้นแต่เพียงผู้เดียว บุรุษในอาภรณ์น้ำตาลถึงกับถอนหายใจให้กับเพื่อนสนิทของตนที่นับวันยิ่งเอาแต่ใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งกับองค์ฮ่องเต้

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน