ธารานำผมที่ติดกับแปรงหวีผมเด็กไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลและต้องรออีกหนึ่งสัปดาห์จึงจะรู้ผล แต่ว่าเขามั่นใจมากว่าชลธีนั้นต้องเป็ลูกของเขาอย่างแน่นอน
เขากลับบ้านไปเพื่อจะลองหยั่งเชิงมารดาดูเื่ของแก้วกานดาศรศักดิ์ออกไปตีกอล์ฟกับเพื่อนยังไม่กลับ ธาราจึงคุยเื่นี้กับธาริณีแค่สองคน
“แม่ครับผมมีเื่อยากจะถามแม่” ธาราถามเธอธาริณีที่อ่านนิตยสารอยู่ก็วางนิตยสารในมือลงแล้วหันหน้าไปหาธาราเพื่อฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูดอย่างตั้งใจ
“แม่ให้คนไปข่มขู่แก้วกานดากับแม่ของเธอเพื่อให้เลิกกับผมจริงหรือเปล่า” ธาราถามออกไปตรงๆ
“จริง”ธาริณีตอบ
“เพราะตอนนั้นธารเองก็ไม่เป็โล้เป็พายเพราะติดผู้หญิงคนนั้นเรียนจบแล้วก็ไม่ยอมมาทำงาน เอาแต่กกกันที่คอนโดและใช้เงินไปวันๆ โดยไม่รู้จักโตพอแม่ทำให้แก้วกานดาออกไปจากชีวิตธาร ธารก็ได้ดิบได้ดีจนถึงทุกวันนี้ไง”ธารินีพูดความจริงออกไป เธอก็อึดอัดที่ต้องเก็บเื่นี้เอาไว้ บอกธาราออกไปตรงๆ ก็ดีเหมือนกันเพราะตอนนี้แก้วกานดาก็ออกไปจากชีวิตของธาราแล้ว
ธาราได้ยินก็ไม่ได้ใอะไรเพราะเขาคิดอยู่แล้วว่ามารดาของเขาต้องอยู่เื้ั
“แล้วถ้าตอนนั้นแก้วกำลังตั้งท้องลูกของผมอยู่แม่จะยังใจร้ายใจดำกับเธอหรือเปล่า” ธาราถามออกไป
“มันไม่มีทางเป็ไปได้หรอกเพราะไม่งั้นมันคงหอบลูกมาขอแบ่งสมบัติไปนานแล้วและอาจจะอยากเรียกร้องสิทธิ์นั่นนี่ แล้วถ้ามันท้องจริงก็คงไม่ใช่ลูกของแกเพราะแม่รู้ว่าแกฉลาดพอที่จะไม่ทำให้ผู้หญิงท้องอย่างแน่นอน”ธาริณีพูดขึ้นอย่างที่คิด
“แล้วถ้าผมจะบอกว่ามันเกิดขึ้นแล้วล่ะครับ”ธาราถามเธอ
“ถ้าแก้วกานดามีลูกพ่อของเด็กต้องไม่ใช่ธารมันต้องเป็นายชลธีที่แก้วกานดาหลอกเอาเงินจากลูกไปรักษาผู้ชายคนนั้น”ธาริณีพูดแล้วเหยียดยิ้มอย่างดูถูกแก้วกานดา
“ชลธีที่แม่พูดถึงไม่ใช่แฟนใหม่ของแก้วกานดาหรอกนะครับแต่เขาคือลูกชายของแก้วกานดา” ธาราบอกมารดา
ธาริณีหันไปมองหน้าลูกชายรู้ว่าเขากำลังจะสื่อว่าชลธีคือลูกชายของเขาและหลานของเธอ พลางนึกตำหนินักสืบที่ไม่ได้บอกรายละเอียดกับเธอให้ชัดเจนกว่านี้
“แสดงว่าลูกไปสืบเื่ของมันมา”ธาริณีถาม
“ใช่ครับ”ธารายอมรับตามความจริง
“อย่าบอกนะว่าแกคิดว่าเด็กนั่นเป็ลูกแก”ธาริณีถาม
“ผมคิดว่าชลธีอาจเป็ลูกของผมจริงๆ” ธาราบอก
“ไม่มีทางเป็ไปได้” ธาริณีบอกเสียงแข็ง
“ธาร แกต้องคิดดูดีๆ นะ ผู้หญิงอย่างนั้นมันไม่มีความเหมาะสมกับแกเลยสักนิดอย่าคิดที่จะเอามันเข้ามาในชีวิต อย่าให้มันใช้เด็กเป็เครื่องมือหลอกเอาเงินไปจากแก”ธาริณีบอก
“แล้วถ้าชลธีเป็ลูกของผมจริงๆ ล่ะครับ” ธาราถาม
“บอกแล้วไงว่ามันไม่มีทางเป็ไปได้ เลิกถามเื่นี้ได้แล้วแม่ไม่อยากทะเลาะกับธารตอนนี้ แล้วเลิกติดต่อกับมันไม่อย่างนั้นแม่จะส่งคนไปก่อกวนให้มันต้องย้ายบ้านหนีเป็ครั้งที่สอง” ธาริณีบอกแล้วกางนิตยาสารอ่านต่อเธอเชื่อว่าคนที่มีฐานะต่ำต้อยอย่างแก้วกานดาไม่เหมาะสมกับธาราและมั่นใจว่าแก้วกานดาไม่มีทางตั้งท้องกับเขาเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงมาเรียกร้องสิทธิ์ของเธอไปนานแล้ว
ธาราได้แต่มองมารดาอย่างเป็กังวลเขาผิดหวังและไม่อยากเชื่อว่ามารดาของเขาจะใจคอคับแคบได้ขนาดนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมแก้วกานดาและกาญจนาถึงได้รีบไล่ให้เขาออกไปจากชีวิตพวกเธอเพราะว่ากลัวธาริณีจะมาวุ่นวายนั่นเอง
*********************
หลายวันมานี้ธาริณีออกงานสังคมทีไรก็เจอแต่คนรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับลูกหลานทุกคนได้อุ้มหลานกันหมดแล้วยกเว้นธาริณีที่ลูกชายอย่างธารานั้นยังไม่ยอมแต่งงาน
เธออดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็จริงหรือเปล่าแต่ก็อดหวังให้มันเป็ความจริงไม่ได้ เพราะได้ยินว่าคนอื่นๆ ได้อุ้มหลานแล้วธาริณีีก็คิดว่าเธอก็อยากอุ้มหลานเหมือนกัน
ธาราที่เดินทางไปฟังผลตรวจที่โรงพยาบาลกลับมาก็ถือผลนั้นอยู่ในมือแล้วเดินมาหามารดาเพื่อบอกเื่ผลการตรวจดีเอ็นเอของชลธี
“มีอะไรหน้าตาเคร่งเครียดเชียว” ธาริณีถามธาราที่ถือเอกสารบางอย่างในมือเดินตรงมาหาเธอ
“พ่อล่ะครับ” เขาถามถึงศรศักดิ์
“ออกไปตีกอล์ฟกับก๊วนยังไม่กลับ” ธาริณีบอกลูกชาย
“แม่ครับเื่ชลธี..เอ่อ” ธาราลังเลว่าจะบอกมารดาดีหรือเปล่า
“มีอะไรก็พูดมา” ธาริณีถามเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าธารามีเื่อะไรจะพูดเกี่ยวกับลูกชายของแก้วกานดา
ธารายื่นผลตรวจให้กับธาริณีเธอเปิดดูแล้วก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
“ผลตรวจดีเอ็นเอครับ ผมแอบเอาผมของชลธีมาตรวจ ผลปรากฏว่าตรงกันเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์นั้นหมายความว่าชลธีคือสายเืของผมครับ แม่ครับชลธีคือหลานชายแท้ๆ ของแม่นะครับ”ธาราบอกมารดา
“หลานชายเหรอ” ธาริณีพูดออกมา เธอบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือว่ากำลังใกันแน่
“แม่ครับให้ผมรับแก้วกับลูกกลับมาเถอะนะครับ ได้โปรด” ธาราขอร้องมารดา
“เอามาแค่ลูกก็พอ” ธาริณีบอก
“ไม่ได้นะครับแม่” ธาราปฏิเสธอย่างไม่พอใจ
“แม่ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็สะใภ้บ้านเราหรอก ถ้าเด็กนั่นคือลูกของแกก็เอามาแค่เด็ก แม่เด็กอย่าเอามาเหยียบที่นี่” ธาริณีบอก
“ผมจะลาออกจากบริษัทแล้วไปอยู่กับลูกเมียผม” ธาราบอกเขาขู่มารดาด้วยประโยคนี้และมันได้ผลเสมอ
“ก็ลองดูสิ คนที่มีแต่ตัวผู้หญิงคนนั้นจะเอาแกไหม หรือถ้าแกไปอยู่กับมันแม่ก็จะหาทางเล่นงานให้ต้องอยู่ไม่สุขกันเลยทีเดียว อย่าคิดว่าแม่จะไม่กล้านะธารหนักกว่านี้แม่ก็ทำมาแล้วไม่อย่างนั้นธุรกิจของบ้านเราไม่เติบโตมาง่ายดายแบบนี้หรอก” ธาริณีบอกแล้วเดินขึ้นห้องไปด้วยความไม่พอใจ
ธาราทรุดตัวลงนั่งเขารู้ว่าถึงเขาจะทิ้งทุกอย่างไปหาแก้วกานดากับลูกจริง แต่แก้วกานดาก็ไม่มีวันรับเขาเข้าไปในชีวิตแน่เพราะเธอเองก็ไม่อยากเดือดร้อน ถ้าเขาตามหาเธอจนเจอ ธาริณีก็คงตามเจอได้ไม่อยาก
เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มไม่คิดเลยว่าเื่จะกลายเป็อย่างนี้ไปได้
*********************
เมื่อเข้ามาในห้องนอนแล้ว ธาริณีก็โทรหานักสืบคนที่เธอเคยจ้าง
“ฉันมีงานให้ทำแต่คราวนี้อย่าให้พลาดเหมือนคราวก่อน” ธาริณีบอกอย่างหัวเสีย
“ผมพลาดตรงไหนครับ”นักสืบเอกชนถามกลับ
“ก็พลาดตรงที่แกไม่ได้บอกฉันว่าชลธีคือเด็กนะสิ”ธาริณีบอกเสียงเข้ม
“แต่ผมเอาเอกสารทั้งหมดให้คุณนายแล้วนะครับผมคิดว่าคุณนายจะเปิดอ่านอีกรอบเอง” เขาบอก
ธาริณีเลยเดินไปหยิบซองเอกสารที่เก็บเอาไว้ออกมาดูแล้วก็ยิ้มออกมา
“งั้นฉันไม่จ้างแล้วข้อมูลอยู่ในมือครบแล้ว” ธาริณีบอกแล้ววางสายไปนึกโมโหตัวเองในใจที่ไม่ดูอะไรให้รอบคอบก่อนคงเป็เพราะตอนนั้นมุ่งแต่จะจัดการแก้วกานดาเลยลืมว่าต้องเช็คทุกรายละเอียด
เธออ่านเอกสารข้อมูลของชลธีแล้วยิ้มออกมาเมื่อได้ที่อยู่ของเขาในนั้นแล้วเธอจะจัดการเอาตัวชลธีมาโดยไม่ให้แก้วกานดาได้มีสิทธิ์ในตัวชลธี
ธาริณีโทรปรึกษาทนายความทันทีพอทนายความได้รับฟังข้อมูลต่างๆ ก็บอกธาริณีว่าไม่สามารถฟ้องศาลให้มีสิทธิ์ในตัวชลธีได้ทำเอาธาริณีนั้นหัวเสียเป็อย่างมาก
“ทำไมกัน”ธาริณีถาม
“เพราะในใบแจ้งเกิดไม่ระบุชื่อคุณธาราเป็พ่อเด็กและการตรวจดีเอ็นเอเป็การตรวจโดยพละการ ไม่ได้รับการยินยอมจากแม่เด็กไม่สามารถใช้เป็หลักฐานอ้างอิงในชั้นศาลได้ครับ” ทนายความบอกเธออย่างใจเย็นนเอทีอั
“แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะสามารถฟ้องเอาหลานของฉันมาอยู่ด้วยกันได้”ธาริณีถาม
“ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเด็กเป็ลูกของคุณธาราจริงโดยฝ่ายมารดาต้องให้ความยินยอมในการตรวจแล้ว
ต้องหาหลักฐานว่าคุณธาราเคยส่งเสียเลี้ยงดูบุตรคนนี้บ้างหรือเปล่าและอีกทางคือมารดาไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้ อย่างนั้นเราก็พอมีหวังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จเสมอไปเพราะว่าฝ่ายนั้นได้เปรียบมากที่เอกสารแจ้งเกิดไม่มีชื่อบิดา” ทนายความกล่าวออกมา
ธาริณีวางสายไปอย่างมีความหวังยังไงเสียขั้นตอนแรกเธอก็ต้องให้แก้วกานดายินยอมให้ชลธีตรวจดีเอ็นเอซึ่งถ้าพูดกันดีๆ ไม่ได้ ยังไงธาริณีก็ต้องใช้ไม้แข็ง ซึ่งเป็สิ่งที่เธอถนัดอยู่แล้ว
*********************
ธาราเดินทางไปหาชลธีใน่บ่ายของวันพุธพร้อมด้วยข้าวของติดไม้ติดมือไปพอไปถึงก็พบว่าชลธีนั้นไม่อยู่บ้าน เพราะเขาไปโรงเรียนและธาราก็โดนแก้วกานดาไล่ให้กลับไป
“แก้วผมรู้แล้วนะว่าไอซ์คือลูกของผม อย่าใจร้ายกับผมนักเลยผมขอโทษที่ผ่านมาผมไม่เคยปกป้องอะไรคุณจากแม่ของผมได้เลยผมขอโทษที่ทำความรักของเราพัง ขอโทษที่เอาแต่ใจจนคุณต้องตกที่นั่งลำบาก ขอโทษในทุกๆอย่าง” ธาราบอก
“ฉันบอกแล้วไงคะธารว่าฉันให้อภัยคุณแล้ว แต่อย่ามาที่นี่อีกเลย ได้โปรดเถอะ” แก้วกานดาบอกเขา
“แต่ผมอยากเจอลูก”
“ไอซ์ไม่ใช่ลูกคุณ”แก้วกานดายืนยัน
ธารายื่นโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปผลตรวจดีเอ็นเอยื่นให้แก้วกานดาดูว่าเขานั้นรู้แล้วแก้วกานดาชะงักไปแล้วเงียบไม่พูดอะไร
“ผมขอร้องให้ผมได้มีสิทธิ์ทำหน้าที่พ่อของลูกด้วยเถอะนะแก้ว” ธาราอ้อนวอนเธอเสียงอ่อน
“เงินสองล้านนั่นเพียงพอสำหรับไอซ์แล้วและการบริจาคไขกระดูกของคุณ แค่นั้นมันก็ถือว่าทำหน้าที่พอแล้ว” แก้วกานดาบอกเขา
“แต่ผมอยากเห็นลูกของเราเติบโตดูทุก่วัยของเขาอย่างใกล้ชิด มีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรมกับเขาและชดเชย่เวลาที่ผมพลาดไปให้ทั้งไอซ์และคุณ”ธาราบอกเธอ แก้วกานดามองเขาด้วยแววตาที่ดูเศร้าและดีใจลึกๆ ที่เขาไม่ได้นึกถึงแต่ลูกแต่นึกถึงเธอด้วย
*********************