บริเวณหน้าประตูเมืองแสงอรุณ
"อู๋เซี่ยนไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าข้าชิวตู้จะต้องตามสังหารเจ้าให้ได้..."
เสียงบีบอัดของพลังปราณจากระดับจักรพรรดิฟ้าดังก้องออกไปหลายกิโลเมตร
ทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับขนลุกซู่
ห้องโถงหอโอสถของตระกูลชิว
"หลบไป"เด็กหนุ่มชุดขาวดูอายุไม่ถึงยี่สิบปีวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามา ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยผ้าพันแผลราวกับเป็นมัมมี่
"พี่หญิง พี่หญิงข้าอยู่ไหน"
เมื่อเข้ามาพบร่างที่มีผ้าขาวคลุมไว้นอนอยู่บนเตียง เขาถึงกับผงะไปสักพักก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก
นี่ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นชิวยี่ตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นนั่นเอง หลังจากเห็นศพของผู้เป็นพี่สาวอีกฝ่ายก็หันไปทุบตีคนรับใช้ที่อยู่รอบตัว
"พวกเจ้าทุกคนมันเลี้ยงเสียข้าวสุกปล่อยให้พี่สาวข้าตาย"
คนรับใช้เองก็ทำเพียงอดทนไม่ตอบโต้กลับเลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดชิวยี่ก็เหนื่อยหอบเพราะตัวเขาเป็นเพียงพลเมืองประเภทสองไม่ใช่ผู้ฝึกตน
อาการนี้ของคุณชายเล็กทำให้เหล่าคนรับใช้ที่อยู่โดยรอบพากันก้มหน้าตามด้วยอาการตัวสั่นเพราะทุกครั้งที่อีกฝ่ายเหนื่อยก็มักจะหาอาวุธหรือเครื่องทุ่นแรงมาทุบตีพวกตนจนปางตาย
"ใครมันเป็นคนทำ"ชิวยี่ที่สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงถามด้วยอารมณ์โกรธแค้น
เมื่อไม่มีใครตอบเด็กหนุ่มจึงตวาดและทุบตีคนรับใช้เหล่านั้นอีกหลายรอบ
"คนที่สังหารพี่หญิงเจ้ามันมีนามว่าอู๋เซี่ยน..."ชิวหลางที่กลับมาจากการรักษาตัวพูดเรียกสติ
"อู๋เซี่ยน อู๋เซี่ยน มันเป็นผู้ใดกัน"ชิวยี่ทำสีหน้างุนงงเพราะตนไม่คุ้นกับนามนี้มาก่อนเลย
ชิวหลางจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่าตนไปทวงความยุติธรรมจากคนที่ทำร้ายชิวยี่ที่โรงเตี๊ยมแสงอรุณแล้วโดนเล่นงานกลับมาอย่างไร
ชิวยี่กระทืบเท้าออกมาด้วยความโมโหก่อนจะไล่คนรับใช้ทั้งหมดออกไปให้พ้นหน้า
"แล้วท่านพี่มีแผนการอย่างไร"ชิวยี่ถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีครุ่นคิด
"ตอนนี้ท่านพ่อกับลุงตู้ส่งคนออกไปตามล่าหาตัวมันแทบพลิกแผ่นดินแต่ก็ยังไม่พบ"ชิวหลางตอบกลับด้วยสีมืดครื้มเขาเองก็อยากจะฆ่าชายผู้นี้ใจจะขาด
"งั้นก็ไปหาตัวพี่น้องคู่นั้นมันต้องเป็นพวกเดียวกันแน่"ชิวยี่ออกความคิดเห็น
ชิวหลางจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากจบเรื่องลุงตู้ก็ออกไปสืบหาร่องรอยของสองพี่น้องคู่นั้นเป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่พบเช่นกันจึงคาดว่าทั้งคู่คงหลบหนีออกนอกเมืองไปแล้ว
ส่วนชายที่เข้าขัดขวางผู้ติดตามในตอนแรกนั้นตนก็สืบได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของสำนักอรุณอีกทั้งเป็นศิษย์ของเทพกระบี่ซ้ายมีนามว่า"จางยี่" และจากการสอบถามเบื้องต้นจางยี่ก็บอกแต่เพียงว่าที่ขัดขวางเพราะเห็นว่าฝ่ายตนกำลังรังแกเด็กซึ่งเป็นมโนธรรมของผู้ฝึกยุทธควรกระทำ
ส่วนเรื่องชายชุดแดงที่มีผ้าผูกตาจางยี่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวซึ่งส่วนนี้ลุงตู้เองก็ไม่ได้เชื่อถือคำพูดของเขาเท่าไหร่ แต่ด้วยสถานะของอีกฝ่ายทำให้ไม่สามารถไปคาดคั้นรายละเอียดเชิงลึกได้เรื่องนี้จึงตกไป
สองวันหลังจากนั้น
ทั้งเมืองแสงอรุณจนถึงเมืองในบริเวณใกล้เคียง มีประกาศจับอู๋เซี่ยนอยู่เต็มไปหมด
บริเวณลานกลางเมือง เป็นเพราะประกาศหลายสิบแผ่นที่แปะเรียงรายอยู่บนกำแพงทำให้มีคนมามุงดูกันอยู่หนาแน่น
"หากใครพบเบาะแสชายผู้มีนามว่าอู๋เซี่ยนจะได้รับอาวุธวิญญาณระดับสูงเป็นของรางวัลและหากผู้ใดนำศีรษะเขามาได้จะได้รับทักษะระดับตำนานสามถึงเล่มรวมไปถึงโอสถวิเศษจำนวนหนึ่งอู้ว ครั้งนี้ตระกูลชิวลงทุนสูงนัก" มีเสียงตะโกนอ่านประกาศนั้นออกมาจากฝูงชน
ทำให้ผู้คนต่างพากันจดจ้องไปยังรูปภาพในใบประกาศตามสัญชาตญาณ
ในนั้นเป็นรูปของชายผมดำมีผ้าผูกตาและชุดคลุมสีแดงประดับไปด้วยลวดลายมังกรทอง หากอู๋เซี่ยนได้เห็นเขาจะต้องปรบมือให้กับคนวาดใบประกาศพวกนั้นเป็นแน่เพราะมันเหมือนตัวเขาทุกกระเบียดนิ้ว
"ข้าว่าพวกเรากลับไปทำมาหากินกันต่อเถอะขนาดตระกูลชิวยังจนปัญญาพวกเราก็ไม่มีทางหาตัวเขาพบหรอก"
ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนก็มีข้อความนี้ดังขึ้น
สร้างความสงสัยให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก
"ข้าว่าเขาดูเด่นอยู่นะ เล่นคาดผ้าผูกตาไปทั่วแบบนี้ไม่นานคงโดนจับเป็นแน่"มีเสียงแหลมดังขึ้น
"เฮ้อหากเจ้าเป็นคนที่โดนประกาศจับยังจะแต่งกายเหมือนเดิมมาเดินเล่นอยู่ในเมืองงั้นรึเจ้าบ้า"
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนที่กำลังมุงดูประกาศพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันเพราะคงมีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่ทำแบบนั้น
ขณะที่ผู้คนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น
"ดะเดี๋ยว นั่นไม่ใช่ชายในประกาศหรอกรึข้าเห็นเขาอยู่ตรงนั้น" หญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ท้ายๆ แถวชี้มือไปทางหนึ่ง
เมื่อทุกสายตาหันไปก็อ้าปากค้างพร้อมกัน
"เป็นเขา! "
เพราะนั่นคืออู๋เซี่ยนตัวเป็นๆแถมอีกฝ่ายยังใส่ชุดคลุมสีแดงพร้อมผ้าผูกตาตามประกาศจับอีกด้วย เพียงพริบตาเดียวชายหนุ่มก็หายตัวไป
"บัดซบข้าเห็นเขาก่อน ข้าจะไปแจ้งตระกูลชิว"
"ไม่ ข้าก่อน"
ฝูงชนถึงกับแตกฮือวิ่งกระจายตัวออกไปอย่างกับมดแตกรังส่วนจุดหมายก็ตามคาด ผู้คนทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าไปทางหอโอสถที่เป็นจุดทำการใหญ่ของตระกูลชิว
เนื่องจากบิดาของชิวหลางและชิวตู้นำกำลังตามรอยอีกฝ่ายไปนอกเมืองยังไม่ได้กลับมาในระยะเวลาอันสั้นชิวหลางที่ถูกบิดาสั่งให้อยู่แต่ในหอโอสถเพื่อความปลอดภัยจึงมีอำนาจใหญ่สุดในตอนนี้
"เรียนคุณชายใหญ่มีคนมาแจ้งข่าวว่าพบอู๋เซี่ยนตรงลานกลางเมืองขอรับ"
"เรียนคุณชายมีคนพบเขาที่น้ำพุทิศตะวันออกขอรับ"
"เรียนคุณชาย..."
คนรับใช้หลายสิบคนยังคงวิ่งวุ่นไปมาเพราะยังมีคนมาแจ้งเบาะแสของอู๋เซี่ยนอยู่เรื่อยๆ
แต่เมื่อส่งคนไปตรวจสอบแล้วไม่พบแม้แต่เงาของชายชุดแดงทำให้ทั้งชิวหลางและชิวยี่หัวเสียเป็นอย่างมาก
กระทั่งตกดึก
"เรียนคุณชาย คนผู้นั้นไปดื่มเหล้าเมาอยู่ที่หอนางโลมขอรับ"
ตั้งแต่เช้ามีผู้คนมากมายมาให้เบาะแสเกี่ยวกับอู๋เซี่ยนอยู่ทั้งวันทำให้คนรับใช้ของตระกูลชิวไม่มีเวลาได้พักผ่อน
"พี่หลางครั้งนี้ผู้คุ้มกันคนสนิทรายงานข้าด้วยตนเองไม่น่าจะเป็นเท็จข้าว่าพวกเรา..." ชิวยี่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเพื่อบอกกับชิวหลางลากเสียง
"พวกเราไปพร้อมกัน ครั้งนี้ต้องเอาตัวมันกลับมาแล่เนื้อเถือหนังทรมารให้มันถึงกับร้องขอความตาย..." ชิวหลางพูดด้วยความโกรธแค้น
ก่อนออกไปเขาก็ไม่ลืมระดมยอดฝีมือระดับราชันยุทธอีกสามคนติดตามไปด้วยเพื่อป้องกันกันอีกฝ่ายหลบหนี
ณ ตึกที่สร้างจากอิฐสีส้ม
มีป้ายไม้ใหญ่สลักคำเอาไว้ว่า "หอเริงรมย์"
ที่นี่ประดับไปด้วยโคมไฟสีแดงไว้มากมายทำให้ดูสดใสไม่ต่างไปจากตอนกลางวัน
เบื้องหน้าประตูใหญ่ที่เปิดอ้ากว้างที่มีคนกำลังเข้าออกมากมายมีสองร่างในชุดคลุมสีเทายืนสนทนากันอยู่
"น้องหญิงเจ้าหนุ่มนั่นอยู่ที่นี่แน่เหรอ"เป็นตงกุยอดีตเจ้าเมืองเดือนดับ
"สายข่าวรายงานมาเช่นนั้น..."อินอินในชุดคลุมสีเทาตอบกลับ
หลังจากที่ออกจากเมืองเดือนดับมาไป๋หู่ก็ล่วงหน้าไปยังสำนักพยัคฆ์ขาวก่อนโดยที่อินอินกับตงกุยเองก็เดินทางไปทำธุระที่เมืองอื่น
ก่อนหน้านั้นอินอินได้สั่งให้คนคอยติดตามดูอยู่แล้วว่าอู๋เซี่ยนที่อยู่กลุ่มเดียวกับเทพกระบี่ซ้ายจะเดินทางไปที่ใดแต่ไม่นึกเลยว่าฉู่เหยียนจะพากลุ่มคนหนุ่มสาวทั้งสามมาฝากไว้ในโรงเตี๊ยมแสงอรุณที่ไม่ห่างจากเมืองที่ตนอยู่มากนัก
ไม่นานสายข่าวของเธอก็รายงานมาอีกรอบว่าอู๋เซี่ยนหลังจากมาที่เมืองแห่งนี้ก็ได้สร้างเรื่องราวใหญ่อย่างการสังหารบุตรสาวของตระกูลชิวทำให้สองสามีภรรยารีบตามมายังที่กบดานของอีกฝ่ายทันที
"เจ้าคนคลั่งผู้นี้มันดันชื่นชอบการสังหารบุตรผู้อื่น วันนี้แหละข้าจะให้มันตกตายอย่างทรมาร"อินอินพึมพำเตรียมเดินตรงเข้าไป
"เดี๋ยวน้องหญิง" ตงกุยยกมือดึงแขนเธอเอาไว้
"เจ้าเด็กผู้นี้เล่ห์เหลี่ยมมันแพรวพราวนักข้าเชื่อว่าการที่มันทำตัวเป็นจุดเด่นในสถานการณ์อย่างนี้จะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็นแน่" ผู้เป็นสามีกล่าวเตือนภรรยาด้วยความเป็นห่วง
"หากท่านกลัวก็เชิญรอไปอีกสองปีเถิดไม่แน่ถึงวันนั้นมันอาจจะผิดสัญญาแอบหนีไปจนถูกทัณฑ์สวรรค์คร่าชีวิต หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าจะต้องเสียใจมากแน่ที่ไม่ได้สังหารมันกับมือคู่นี้" อินอินมองตาสามีก่อนจะเลือกเดินเข้าไปทางประตูหน้า
เมื่อเป็นเช่นนั้นตงกุยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากติดตามไป
ในหอเริงรมย์ชั้นสองมีเสียงกู่ฉินบรรเลงเอื่อยๆ
โต๊ะไม้ตัวเล็กหลายตัวถูกวางเรียงไว้พร้อมเว้นช่องไฟอย่างดีแต่ละโต๊ะมักจะมีบุรุษและสตรีนุ่งน้อยห่มน้อยเคยป้อนสุราและผลไม้หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
บางโต๊ะก็มีทั้งบุรุษร่างกายกำยาและผอมบางมาบริการเป็นเพื่อนจิบชากับบุรุษด้วยกัน
หรือแม้จะเป็นสตรีกับสตรีด้วยกันก็ยังมีให้เห็นจึงไม่แปลกเลยที่หอเริงรมย์จะมีชื่อเสียงมากในเมืองแห่งนี้
ที่โต๊ะริมระเบียงมีชายชุดแดงนั่งอยู่พร้อมบรรดาสตรีมากมายรุมล้อม
"ข้าเห็นประกาศจับในเมืองมิทราบว่าเป็นท่านจริงหรือไม่"หญิงสาวลูบไล้ไปยังผ้าผูกตากระซิบถามพร้อมป้อนองุ่นเข้าปากอีกฝ่าย
"ใช่แล้วนั่นข้าเอง" เขาตอบก่อนจะงับองุ่นกลืนลงไป
คำยืนยันนี้ทำให้หญิงสาวทั้งหลายมีท่าทางตื่นเต้นเพราะข่าวชายปริศนาที่กล้าสังหารบุตรสาวของตระกูลชิวนั้นกำลังโด่งดังเป็นอย่างมาก
“เอ้าพี่สาวทั้งหลายออกแรงนวดหน่อยเพราะข้าจะต้องใช้แรงอีกมากในคืนนี้"เขาโปรยเหรียญทองออกมาอีกชุดทำให้บรรดาหญิงสาวชอบอกชอบใหญ่
สายตาชายหนุ่มมองลงไปยังชั้นล่างตลอดเวลา
ด้านล่างที่มีพรมสีขาวปูเป็นทางยาวให้แขกเดินนั้นจะมีเหล่าบุรุษและสตรีคอยส่งเสียงเชิญชวน
"นายท่านต้องการบุรุษหรือสตรีเป็นเพื่อนคล้ายเหงาดีขอรับ"ชายร่างผอมท่าทางอ้อนแอ้นถามลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่เดินเข้ามา
มุมปากของอู๋เซี่ยนยกยิ้มเพราะนี่คือกลุ่มคนที่ตนกำลังรอคอย"กลุ่มตระกูลชิว"
"โอ้" คิ้วภายใต้ผ้ากระตุก เพราะสิ่งที่ตาขวาเห็นคืออินอินกับตงกุยที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกัน