ขอบคุณท่านบรรพบุรุษ ที่ส่งระบบหัวขวดมาให้!!

    นายเป็นอะไรกับน้องสาวฉัน เงิน 150 ล้านหยวน! (อ่านฟรี 24/06/2567)

    แกร๊ก ปั้ง!

                ประตูห้องที่ปิดไว้ถูกเปิดย่างรุนแรงพร้อมกับตำรวจหน้าเดิมที่รีบเข้ามาอย่างเร่งร้อนเขาหอบหายใจอย่างหนักน่าจะมาจากการที่รีบวิ่งไปที่ไหนสักแห่งมาอย่างแน่นอน

    “คุณเย่เซวียน คุณช่วยออกไปกับผมเถอะครับผมเคลียร์เอกสารพร้อมทำเรื่องขอค่าชดเชยให้แล้วครับ”เขากล่าวออกมาพร้อมยื่นเอกสารบางอย่างให้ดู

                บนเอกสารก็แค่บอกไว้คร่าวๆว่าทางสถานีตำรวจแห่งนี้จะออกเอกสารขอโทษอย่างเป็นทางการให้กับตัวของเย่เซวียนและตัวผู้เกี่ยวข้องรวมถึงจะชดเชยเป็นเงินให้จำนวนคนละห้าพันหยวนซึ่งเย่เซวียนก็เห็นว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันความจริงที่เขาไม่ยอมออกไปก็แค่เพราะอยากเล่นตัวให้อีกฝ่ายลำบากให้มากที่สุดก็เท่านั้น

                ตอนนี้จะออกไปก็ได้แล้ว...แต่อยู่อีกสักหน่อยจะดีกว่า!

    “คุณเก็บเศษเงินนั่นไว้เถอะผมไม่ต้องการมันหรอก” เย่เซวียนตอบกลับไปด้วยความหยิ่งทะนง

    “เฮ้! นายเลิกเล่นได้แล้วไปกันเถอะ” แต่แทนที่จะเป็นเสียงตำรวจกลับมีเสียงของหญิงสาวดังขึ้นแทนเสียอย่างนั้นทำให้ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้ากินขนมอยู่ต้องเงยขึ้นมาดู

    “อ้าว! เธอนี้เองพวกนั้นปล่อยตัวแล้วเหรอ”เย่เซวียนที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายก็กล่าวขึ้นมาด้วยความยินดีถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าพวกตำรวจคงไม่กล้าทำอะไรหญิงสาวแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

    “ตำรวจก็อยากปล่อยตัวพวกเราใจจะขาดแล้วนั่นแหละนายก็เลิกเล่นแล้วออกไปสักที มีคนรออยู่” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยใจเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังปั่นหัวพวกตำรวจเล่นอยู่

                ถึงจะรู้จักกันได้แค่วันเดียวแต่ก็พอจะมองนิสัยของชายตรงหน้าออกถ้าไม่ติดว่าที่หน้าสถานีมีผู้ทรงอิทธิพลหลายคนรออยู่เธอก็คงจะถ่วงเวลาอยู่ที่นี่เพื่อสร้างเรื่องให้ใหญ่ขึ้นเหมือนกัน

                แต่แค่นี้...พวกตำรวจในนี้ก็ไม่น่าจะรอดไปได้แล้วล่ะ

    “ก็ได้ งั้นไปกันเถอะ”ชายหนุ่มตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังทางที่หญิงสาวตัวเล็กยืนรออยู่

    “เออจริงสิ ! อย่าลืมเรื่องสัญญาล่ะถ้าพวกคุณไม่ทำตามสัญญาผมจะประจานลงบัญชีเวย์ปั๋วของผมนะ”แต่ก่อนที่จะเดินจากไปชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะหันมาข่มขู่ตำรวจนายนั้นด้วย

                เงินตั้งห้าพันหยวนเลยนะ! กินข้าวได้หลายวันเลยล่ะ

    ...

    “ดูนั่นสิ! มีคนกำลังเดินออกมาจากด้านใน” มีชาวจีนมุงคนหนึ่งที่สายตาดีสังเกตเห็นพวกเย่เซวียนกับฮวาหวู่หลิงพอดีเขาจึงชี้ให้ทุกคนดู

    “จริงด้วย ที่พวกตำรวจมันใช้กำลังเข้าจับกุมนี่นา” มีเสียงชาวจีนคนหนึ่งดังขึ้นดูเหมือนเขาจะเห็นเหตุการณ์ตอนที่พวกตำรวจบุกจับกุมเลยพูดขึ้นมา

    “ทำไมตอนนี้ถึงทำท่าทางเคาระนอบน้อมแบบนั้นล่ะ? ท่าทางดุดันไม่ยอมฟังอะไรแบบตอนแรกหายไปไหน ?”เพราะท่าทีของพวกตำรวจที่อ่อนลงอย่างมากทำให้เกิดความแปลกใจในหมู่ชาวจีนที่ยืนเฝ้าหน้าสถานีอยู่

    “แล้วทำไมถึงใส่กุญแจผู้ชายคนนั้นไว้แบบนั้นล่ะ? นี่มันจะปล่อยตัวหรืออะไรกันแน่ แถมยังมีรอยช้ำบนหน้าอีก! พวกตำรวจซ้อมเขาแน่ๆ !” มีคนสังเกตเห็นว่าบนหน้าของเย่เซวียนมีรอยคล้ำสีดำอมน้ำตาลเหมือนถูกซ้อมมาแถมถูกใส่กุญแจมือเอาไว้อีกด้วย

                เมื่อเห็นแบบนี้ผู้คนที่เริ่มสงบลงได้นิดหน่อยแล้วในตอนแรกก็พากันโวยวายขึ้นมาเสียงดังอีกครั้งพวกเขาขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจอย่างไม่หยุดมือ

    “นายตั้งใจใช่ไหม ?”ฮวาหวู่หลิงหลี่ตามองชายที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสายตาจับผิด

                เธอย่อมรู้ดีว่าก่อนจะออกมาชายตรงหน้าของเธอทำอะไรมาบ้างเขาต้องจงใจแน่ ๆ

    ครึ่งหลัง

    “เปล่านะ ฉันแค่สะดุดล้มแล้วก็เลอะเทอะนิดหน่อยแค่นั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด”เย่เซวียนกล่าวโต้แย้งกลับไป ถึงความจริงเขาจะตั้งใจก็เถอะ

                แค่แกล้งล้มนิดหน่อยตรงที่มีฝุ่นแล้วก็เอามือไปควักดินจากกระถางต้นไม้มาตบ ๆ บนหน้าก็แค่นั้นเองส่วนกุญแจมือเขาก็ไม่ยอมให้พวกตำรวจถอดให้

                ไม่ได้เจตนาจะทำอะไรสักหน่อย...จริง ๆ นะ !

    “คิกคิก ฉันจะพยายามเชื่อก็แล้วกัน ไปกันเถอะ พี่สาวฉันมานั่นแล้ว” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาพลางเดินนำหน้าชายหนุ่มไปเธอฝ่ากลุ่มตำรวจไปยืนอยู่ด้านหน้าสุดพร้อมกับพวกบอดี้การ์ดและเย่เซวียน

    “หวู่หลิง ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?” พี่สาวของฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง

                ในชีวิตนี้เธอเหลือแค่คุณยายกับน้องสาวตัวเล็กตรงหน้าเท่านั้นทุกวันนี้เธอจึงพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ตระกูลของเธอกลายเป็นตระกูลที่มั่นคงมากขึ้นไปอีก

    “ก็ นิดหน่อยค่ะพี่เสี่ยวชิง” หญิงสาวตัวเล็กยิ้มออกมาก่อนจะตอบกลับไป

    “แล้วจะให้พวกเรายืนคุยกันอยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่?” ฮวาเสี่ยงชิงหันไปกล่าวกับรองสารวัตรด้วยน้ำเสียงเย็นชาเธอได้เห็นคลิปวิดีโอทั้งหมดตั้งแต่ที่น้องสาวของเธอเริ่มเปิดไลฟ์แล้วและในเวลานี้เธอก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

                เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบและไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย !

    “ชะ.. เชิญทุกท่านที่ด้านในก่อนได้เลยครับทางนี้เลยครับ”รองสารวัตรรีบกล่าวออกมาด้วยความลนลานพลางเดินนำหน้าคนทั้งกลุ่มไปด้วย

                ทุกคนที่มาล้วนเป็นคนที่เขาแตะต้องไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงไร้การงานอาชีพอีกตลอดชีวิตแน่ ๆเพราะเหตุนั้นในตอนนี้เขาจึงได้แต่ต้องทำตัวให้ดีที่สุดเผื่ออีกฝ่ายจะยอมเห็นใจบ้าง

    ...

    “สรุปแล้ว ดูเหมือนฝั่งตำรวจจะเป็นฝ่ายผิดนะ”ทนายฉีกล่าวสรุปออกมาหลังจากที่ทุกคนภายในห้องได้รับฟังเรื่องราวจากฮวาหวู่หลิง

                ภายในห้องรับรองขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีผู้คนอยู่ในห้องประมาณยี่สิบคน มีฮวาหวู่หลิง เย่เซวียน ฮวาเสี่ยวชิง รองสารวัตรทนายฉี รองประธานสมาคมผู้คุ้มครองสิทธิประชาชน และคนอื่น ๆที่มีตำแหน่งในวงการไม่ธรรมดาอีกมากมาย

                ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้มีอำนาจพอจะขับเคลื่อนมณฑลได้แต่ภายในจังหวัดนี้แทบจะเอามือข้างเดียวปิดฟ้าได้เลยล่ะ

    “ครับ...”รองสารวัตรได้แต่นั่งนิ่งแล้วกล่าวออกมาเสียงอ่อน

                ในตอนนี้เขาจะไปทำอะไรได้อีกทั้งแรงกดดันจากกระแสสังคม ตระกูลฮวา เบื้องบน ไหนจะกลุ่มคนที่อยู่ในห้องนี้แค่เขาไม่ถูกอุ้มหายไปก็บุญเท่าไหร่แล้ว

    “งั้นก็แยกย้ายกันเท่านี้นะ” ฮวาเสี่ยวชิงกล่าวตัดบทออกมาก่อนที่เธอจะพาคนในกลุ่มกลับไปยังรถหรูที่จอดเอาไว้ท่ามกลางสายตาของนักข่าวและฝูงชน

    ภายในรถสุดหรูคันหนึ่ง

    “นายเป็นอะไรกับน้องสาวฉัน ?” ฮวาเสี่ยวชิงกล่าวถามออกมาเมื่อพวกเขาอยู่กันเพียงลำพัง

                ภายในรถมีเพียงคนขับรถที่ถูกกั้นด้วยผนังรถกับห้องคนโดยสารส่วนภายในห้องคนโดยสารมีเพียงเย่เซวียน ฮวาหวู่หลิง ฮวาเสี่ยวชิง

                คำถามของเสี่ยวชิงทำให้หวู่หลิงหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบกลับไป

    “พี่คะ! อย่าเข้าใจผิดสินี่เย่เซวียนที่ช่วยชีวิตคุณยายไว้ค่ะ คุณยายเลยให้หนูมาพาเขาซื้อของก็เท่านั้นเอง”

    “พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แค่ถามเฉย ๆที่แท้ก็คุณเย่เซวี่ยนนี่เอง ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตคุณยายเอาไว้ถ้ามีอะไรให้ช่วยสามารถติดต่อฉันได้ตลอดเลยนะคะ”ฮวาเสี่ยวชิงกล่าวออกมาพลางยื่นนามบัตรของเธอให้กับชายหนุ่ม

    “ขอบคุณมากครับผมก็แค่ทนเห็นคนเป็นอะไรไปต่อหน้าไม่ได้ก็เท่านั้นเองไม่ต้องขอบคุณอะไรมากมายหรอกครับ แถมคุณยายก็ให้บัตรกดเงินผมมาตั้งเยอะจนตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามันมีเงินทั้งหมดเท่าไหร่”เย่เซวียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

    “ฉันขอดูบัตรที่ว่าหน่อยได้ไหมคะ” เสี่ยวชิงกล่าวถามออกมาด้วยความสุภาพ

    “นี่ครับ”ชายหนุ่มก็ยื่นบัตรธนาคารที่ได้มาให้อีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

                เขาเพิ่งจะใช้เงินจากบัตรนี้ไปไม่กี่ล้านหยวนเองเนื่องจากไม่รู้ว่าบัตรมีเงินอยู่เท่าไหร่จึงไม่กล้าใช้ให้มันมากจนเกินไปอีกส่วนนึงก็เกรงใจด้วยนั่นแหละ

    “อ๋อ บัตรนี้นี่เองถ้าเป็นบัตรใบนี้น่าจะมีเงินอยู่ประมาณ 150 ล้านหยวนนะคะคุณใช้ได้ตามสบายเลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้ามันหมดก็หักบัตรแล้วโยนทิ้งไปได้เลยค่ะ” ฮวาเสี่ยวชิงกล่าวออกมาเหมือนมันเป็นเพียงเงินจัดนวน 150 หยวนไม่มีผิด

                เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับจำนวนเงินที่มากขนาดนี้เลย

    “150 ล้าน!!” เย่เซวียนกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ

                มีเงินขนาดนี้เขาก็รวยแล้วสิ! เงินนี้ไม่ใช่เงินจากระบบที่ห้ามใช้ให้ตัวเองด้วยถ้าอย่างนั้นเอาไปซื้อรถสักคน ปรับปรุงร้านใหม่ หาของดี ๆ มาขาย เปิดธุรกิจมีหลายสิ่งที่ต้องทำเต็มไปหมด!!

                ฉันจะรวยให้ได้เลย!!!