ระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย

    บทที่ 30 ทำตาปริบๆ

      "ท่านปรมาจารย์หลิน,ท่านนายพลจางครับ ตอนนี้การประชุมทางไกลได้จัดเตรียมเอาไว้พร้อมแล้วครับ" ทหารหนุ่มนายหนึ่งเข้ามาทำวันทยาหัตถ์แสดงความเคารพท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางกับท่านนายพลจางเฉินแล้วกล่าวรายงานออกมา


      จากนั้นท่านนายพลจางเฉินจึงพูดออกมาว่า "อย่างนั้นขอเชิญท่านผู้อาวุโสจูเข้าร่วมประชุมทางไกลในห้องวอร์รูมด้วยครับ ส่วนครอบครัวของท่านผู้อาวุโสทางเจ้าหน้าที่ทหารจะพาไปพักผ่อนที่ห้องพักชั่วคราวภายในอาคารศูนย์บัญชาการให้เองครับ"


      "ตกลงครับ" พ่อของจูหงเฟยกล่าวออกมา ครอบครัวของจูหงเฟยย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นความลับระดับโลก ดังนั้นพวกเขาจึงทำตามแต่โดยดี


      "ไม่ต้องห่วงครับ..พ่อ,แม่,คุณตา เดี๋ยวพอประชุมเสร็จผมจะออกมาเล่าให้ฟังนะครับ" จูหงเฟยบอกกับครอบครัวของเขาไปอย่างซื่อๆ


      ทำไมจูหงเฟยจะฟังไม่ออกว่าท่านนายพลจางเฉินไม่ต้องการให้ครอบครัวของจูหงเฟยได้รับรู้ข้อมูลความลับในการประชุม แต่จูหงเฟยก็ไม่สน เขาจะบอกข้อมูลความลับให้กับครอบครัวของเขาได้รู้เสียอย่าง ใครจะทำไม

      ถึงจูหงเฟยจะทะเล้น..ซุกซน.. แต่เขาก็เป็นเด็กฉลาด ออกจะเป็นแนวฉลาดแกมโกงเสียด้วยซ้ำไป

      จูหงเฟยรู้ตัวดีว่าในตอนนี้ตัวของเขาเองนั้นสำคัญขนาดไหน เพราะจูหงเฟยคือคนๆเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถติดต่อกับลุงเฉิน หรือก็คือจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคที่บรรดาปรมาจารย์ยุทธ์ทั้ง 20 คน ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก มากเสียจนอาจที่จะเรียกได้ว่าถึงขั้นหวาดกลัวไปเลยเสียด้วยซ้ำ โดยจูหงเฟยสังเกตุได้จากการเเสดงออกของลุงอัคคีหลินที่มีต่อตัวของจูหงเฟยเอง

      แล้วจะมาปกปิดข้อมูลกับครอบครัวของจูหงเฟยได้ยังไงกัน ขนาดจูหงเฟยยังบอกเรื่องราวทั้งหมดในการฝึกปราณยุทธ์ให้ครอบครัวของเขารู้โดยไม่ปิดบังอะไรเลย



      จูหงเฟยรู้สึกฉุนขึ้นมาเล็กๆแล้วนะ ฮึ่ม..!!


      ท่านนายพลจางเฉินเมื่อได้ยินที่จูหงเฟยพูดกับครอบครัว เขาก็ชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วจึงก้าวเดินต่อไป



      ส่วนท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยาง หรือก็คือลุงอัคคีหลินของจูหงเฟยนั้นถึงกับแอบอมยิ้มน้อยๆออกมา 


      "นี่สิ..ถึงจะสมกับที่เป็นลูกศิษย์ของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ ไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น หึๆๆ.." ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางคิดในใจอย่างยินดี


      จากนั้นท่านนายพลจางเฉิน,ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางและจูหงเฟยก็เดินเข้าไปภายในห้องวอร์รูม

      เมื่อเข้ามาภายในห้อง จูหงเฟยถึงกับต้องหลับตาลงไปชั่วครู่ เพราะภายในห้องวอร์รูมนั้นมันสว่างมาก ทั้งห้องเต็มไปด้วยหลอดไฟสีขาวสว่างจ้าอยู่หลายดวง ผนัง,พื้น,เพดานต่างก็เป็นสีขาวทั้งหมด และภายในห้องนี้มีเก้าอี้สีขาวตั้งอยู่ 3 ตัว

      กลางห้องมีโต๊ะกลมสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์อิเลคทรอนิคที่จูหงเฟยไม่รู้จักอยู่เต็มไปหมด ส่วนผนังก็เต็มพรืดไปด้วยหน้าจอ LED สีขาวเป็นจำนวนมากและมีหน้าจอ LED ขนาดใหญ่อภิมหาใหญ่อยู่ตรงกลาง 1 หน้าจอ โดยที่ไม่มีนายทหารหรือบุคคลอื่นๆอยู่ภายในห้องเลย นอกจากพวกจูหงเฟยทั้ง 3 คน


      เมื่อท่านนายพลจางเฉิน,ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางและจูหงเฟยนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว หน้าจอทุกจอก็ปรากฏภาพขึ้นมา

      ภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเหล่านั้นเป็นภาพของบรรดาผู้นำระดับโลกจากประเทศต่างๆ นับได้รวม 50 ประเทศ พร้อมทั้งมีนายทหารระดับสูงของแต่ละประเทศนั่งอยู่ด้านข้างด้วย ซึ่งผู้นำบางประเทศจูหงเฟยก็เคยเห็นจากในข่าวทางโซเซี่ยล บางประเทศจูหงเฟยก็ไม่รู้จักเลยสักนิด


      ท่านนายพลจางเฉินยื่นหูฟังแปลภาษาให้จูหงเฟยเสียบเอาไว้ที่หู จูหงเฟยก็รับเอาไว้ แต่อันที่จริงจูหงเฟยพูดภาษาสากลได้สบายอยู่แล้ว เพราะจูหงเฟยนั้นเรียนอยู่ในโรงเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่ชั้นอนุบาล


     


      จากนั้นท่านนายพลจางเฉินก็ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวออกมาว่า "ท่านผู้นำ,ท่านปรมาจารย์ยุทธ์และท่านนายพลทุกท่าน ผมจะขอแนะนำบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง นั่นก็คือ *ท่านผู้อาวุโสจูหงเฟย* ผู้เป็นลูกศิษย์ของท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นของท่านผู้อาวุโสจู พวกท่านทุกคนคงจะได้รับรายงานไปแล้ว"


      "เอ๋..นี่เราไปเป็นลูกศิษย์ของลุงเฉินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เราก็ไม่เคยเรียกลุงเฉินว่าอาจารย์ ส่วนลุงเฉินก็ไม่เคยบอกว่าเราเป็นลูกศิษย์สักครั้งเลยนี่นา"

      "แต่ช่างเถอะ..ให้เข้าใจไปอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้อวดเบ่งได้อย่างเต็มที่ ฮิๆๆ.." จูหงเฟยคิดอยู่ในใจ


      ตุ๊บๆๆๆๆ....!!!! ตุ๊บๆๆๆๆ....!!!!


     


      มีคน 19 คนที่ปรากฏตัวบนหน้าจอ LED จากในหลายๆหน้าจอย่อยได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วพวกเขาทั้ง 19 คนก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าทั้ง 2 ข้าง จากนั้นพวกเขาก็ทำการป้องมือแล้วค้อมศีรษะลงเพื่อทำการคารวะให้กับจูหงเฟย



      ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางจึงได้กระซิบบอกกับจูหงเฟยว่า "ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ พวกเขาเหล่านี้ก็คือเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์จากโลกวิถีปราณที่ถูกส่งมายังโลกสีน้ำเงินใบนี้พร้อมกันกับข้าน้อยขอรับ"


      เมื่อจูหงเฟยเข้าใจที่มาที่ไปของคนทั้ง 19 คนนี้แล้ว จูหงเฟยก็ยกมือของเขาขึ้นโบกไปมาเหมือนกับนางงามจักรวาลด้วยท่าทางที่เก้ๆกังๆ เเล้วพูดว่า "สวัสดีครับ..คุณพี่,คุณน้า,คุณอา,คุณลุง,คุณป้า,คุณปู่ ทุกท่านครับ ยินดีต้อนรับสู่ดาวโลกครับ.."



      คือตอนนี้จูหงเฟยตื่นเต้นไปหมดแล้ว ตื่นเต้นจนลืมไปแล้วว่าบรรดาท่านปรมาจารย์ยุทธ์เหล่านี้มาถึงโลกสีน้ำเงินตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นจูหงเฟยยังไม่ลืมตาเกิดขึ้นมาบนโลกเลยเสียด้วยซ้ำไป


      "อะแฮ่ม..!! ต่อไปขอเชิญท่านผู้อาวุโสจูอธิบายถึงเรื่องราวต่างๆของประตูมิติทั้ง 7 ประตูให้กับที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ" ท่านนายพลจางรีบกระเเอมตัดบท แล้วขอให้จูหงเฟยอธิบายเรื่องราวต่างๆ ด้วยกลัวว่าจูหงเฟยจะพูดอะไรไร้สาระออกมาต่อหน้าบรรดาท่านผู้นำและท่านนายพลของทั้ง 50 ประเทศอีก จากนั้นท่านนายพลจางเฉินก็นั่งลงบนเก้าอี้ของเขา


      "เอ่อ..คือผมต้องยืนขึ้นอธิบายรึเปล่าครับ คือเรื่องมันยาวครับ ผมกลัวเมื่อย.." จูหงเฟยถามท่านนายพลจางเฉิน


      "ไม่ต้องยืนก็ได้ครับท่านผู้อาวุโสจู เอาที่ท่านผู้อาวุโสสะดวกเลยครับ" ท่านนายพลจางเเทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความอับอายในสภาพบื้อๆของจูหงเฟยที่แสดงออกมาต่อหน้าบรรดาท่านผู้นำและท่านนายพลของทั้ง 50 ประเทศ


      จากนั้นจูหงเฟยก็นั่งอธิบายเรื่องราวในส่วนของประตูมิติทั้ง 7 ประตูออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ

      แต่จูหงเฟยก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องระบบเทพยุทธ์เลยแม้แต่คำเดียว เพราะจูหงเฟยยังไม่ไว้ใจบรรดาท่านผู้นำและบรรดาท่านนายพลจากประเทศต่างๆเหล่านี้ 100 %

      จูหงเฟยจึงปล่อยให้พวกเขาเข้าใจกันไปเองว่าลุงเฉินจะตื่นขึ้นมาสอนการฝึกปราณยุทธ์ให้กับจูหงเฟยเป็นช่วงๆไป


      "ข้าน้อย *เตียคง* ขอบังอาจถามท่านผู้อาวุโสจูว่าท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติได้กล่าวถึงรายละเอียดของพวกเผ่าพันธุ์อสูรที่จะบุกมายังโลกสีน้ำเงินใบนี้หรือไม่ขอรับ ว่าพวกมันจะบุกข้ามมาเป็นจำนวนเท่าใดและอยู่ในขั้นไหนบ้างขอรับ"

      "คือว่า..ถึงพวกเราจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ แต่ก็มีเพียงกายาปราณแห่งธาตุทั่วๆไป พวกเราจึงไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของมิติเลยขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งปฐพี *เตียคง* ซึ่งตอนนี้อยู่ในหน้าจอย่อยร่วมกับท่านผู้นำและท่านนายพลของประเทศรัสเทียส ลุกขึ้นยืนป้องมือคารวะให้กับจูหงเฟย แล้วกล่าวถามออกมา


      "อ้อ..ผมก็กำลังจะเล่าถึงในส่วนของประตูมิติทั้ง 7 ประตูที่ผมรู้มาจากลุงเฉินอยู่พอดีครับ คุณปู่ปฐพีเตีย" จูหงเฟยเรียกท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งปฐพีว่า คุณปู่ปฐพีเตีย ตามแบบที่เขาเรียกท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีว่า ลุงอัคคีหลิน

      "ในเรื่องจำนวนของพวกอสูรที่จะบุกข้ามมาโลกนี้นั้น ลุงเฉินไม่ได้บอกเอาไว้ว่าพวกอสูรที่จะบุกข้ามมาในกลุ่มแรกนี้ พวกมันจะบุกกันมากี่ตัวครับ"


      "พวกอสูรกลุ่มแรก..??? แสดงว่าพวกมันจะบุกกันเข้ามาเป็นระลอกๆ ไม่บุกข้ามมาทีเดียวพร้อมกันทั้งเผ่าพันธุ์ใช่ไหมครับ ท่านผู้อาวุโสจู" ท่านผู้นำของประเทศหนึ่งถามออกมา


      "ใช่แล้วครับ..ลุงเฉินบอกว่าประตูมิติทั้ง 7 ประตูของพวกมันในตอนนี้มีความเสถียรจากความผันผวนของมิติอยู่แค่ประมาณ 10 % ดังนั้นพวกมันจึงส่งพวกอสูรมาได้แค่พวกอสูรขั้นอสูรพื้นฐาน ซึ่งก็เทียบได้กับขั้นกายาพื้นฐาน หรือก็คือนักรบพลังปราณแรงค์ E ของมนุษย์เราครับ" จูหงเฟยตอบคำถามของผู้นำประเทศคนนั้นไปเป็นภาษาสากลโดยที่ไม่ต้องผ่านเครื่องแปลภาษา


      "เฮ้อ..!!!" เสียงของบรรดาท่านผู้นำประเทศต่างๆรวมถึงเสียงของบรรดาท่านนายพลต่างก็พากันถอนหายใจกันออกมาอย่างโล่งอก เพราะถ้าหากพวกเผ่าพันธุ์อสูรจากโลกวิถีปราณบุกข้ามมาได้ทั้งหมดในครั้งเดียวล่ะก็ แค่พวกอสูรมันเดินเหยียบเฉยๆ โลกก็คงจะแบนเเต๊ดแต๋ไปทั้งโลกแล้ว


      จูหงเฟยพูดต่อว่า "ทุกท่านครับ ลุงเฉินบอกกับผมอีกว่าไอ้เจ้าประตูมิติทั้ง 7 ประตูนี้ มันจะค่อยๆเสถียรตัวขึ้นไปเรื่อยๆตามกาลเวลา วันนี้พวกมันส่งอสูรแรงค์ E ข้ามมาในตอนที่ประตูมีความเสถียร 10 % แล้วเมื่อประตูมีความเสถียรถึง 20 % พวกมันก็จะส่งอสูรแรงค์ D ข้ามมาได้ครับ"

      "แล้วที่พวกมันส่งอสูรแรงค์สูงๆข้ามมาพร้อมกันทีเดียวไม่ได้ ก็เพราะว่าถ้าพวกมันขืนฝืนส่งอสูรที่แรงค์สูงกว่า % ความเสถียรของประตูมิติข้ามมา อสูรแรงค์สูงๆเหล่านั้นก็จะถูกความผันผวนจากกำแพงภายในประตูมิติฆ่าตายลงไปทั้งหมดครับ" 


      "ท่านผู้อาวุโสจู..เจ้าคะ แล้วท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติได้บอกเอาไว้หรือไม่เจ้าคะ ว่าพวกอสูรในแรงค์ D หรืออสูรในแรงค์อื่นๆที่สูงกว่านี้จะข้ามประตูมิติมาได้เมื่อใดบ้างหรือเจ้าคะ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งวารี *ลู่ซือ* ถามออกมาบ้าง


      "ไม่ได้บอกเอาไว้ครับ แต่เดี๋ยวลุงเฉินก็คงจะตื่นขึ้นมาบอกผมล่วงหน้าเมื่อถึงเวลาครับ"


      เมื่อมีการพูดคุยสอบถามกันจนเข้าใจดีแล้ว การประชุมในการปฏิบัติการทางทหารของทั้ง 50 ประเทศเพื่อร่วมมือกันรับมือกับหายนะจากพวกอสูรแรงค์ E ที่จะบุกข้ามมาในระลอกแรกนี้ก็เริ่มต้นขึ้น


     


      โดยที่จูหงเฟยได้เเต่นั่งทำตาปริบๆ.. เนื่องจากจูหงเฟยฟังไม่เข้าใจ..ฟังไม่รู้เรื่อง..เพราะมีแต่ศัพย์คำพูดทางการทหารเต็มไปหมด..

    คล้ายกับเรื่องระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย ที่คุณอ่าน