ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 43: สายสัมพันธ์ของลี่เหม่ยและความกังวลในจักรวรรดิ

    บรรยากาศชั้นล่างของร้านหลบมุมคาเฟ่เงียบสงบและเป็นกันเองลงอย่างมากเมื่อเวลาบ่ายคล้อยมาถึง แสงแดดสีสลัวส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นทาง

     

    เลโอนั่งพักผ่อนอย่างผ่อนคลายอยู่บนเก้าอี้ไม้สนตัวหนา พลางใช้หลอดจิบชาไทยโบราณใส่นมเต้าหู้เย็นที่เอลวิน่านำมาเสิร์ฟให้เป็นพิเศษ

     

    ไอความเย็นฉ่ำของเครื่องดื่มและอารมณ์มานาอันอ่อนโยนภายในร้าน ช่วยปลอบประโลมและบรรเทาบาดแผลฟกช้ำรวมถึงรอยขีดข่วนจากการต่อสู้บนร่างกายของเขาให้เริ่มตกสะเก็ดและจางลง

     

    *แกร๊ง...*

     

    เสียงน้ำแข็งก้อนกลมขยับปะทะขอบแก้วแก้วใสอย่างไพเราะ เลโอหลับตาลงดื่มด่ำกับรสหวานมันกลมกล่อมที่เข้ากันได้ดีกับน้ำเต้าหู้สดบำรุงพลังงาน

     

    ขณะเดียวกัน บนชั้นสองของร้านคาเฟ่ซึ่งเป็นโซนห้องสมุดมิติต่างโลกอันกว้างใหญ่ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษโบราณ

     

    ลี่เหม่ยในชุดผ้าไหมสีทองหรูหรากำลังนั่งก้มหน้าอ่านบันทึกประวัติศาสตร์การเดินทางข้ามมิติอย่างเงียบๆ ตรงมุมหนังสือริมหน้าต่างทิศตะวันออก

     

    ประสาทสัมผัสหูจิ้งจอกขนฟูคู่โตสีเหลืองทองของเธอขยับไหวเบาๆ ทันทีเมื่อจับคลื่นเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากชั้นล่าง

     

    น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยพลังวิญญาณแห่งราชสีห์อันคุ้นเคยอย่างยิ่ง ดึงดูดให้เธอต้องวางสมุดบันทึกในมือลงบนโต๊ะไม้

     

    ลี่เหม่ยรีบลุกขึ้นและก้าวเดินอย่างรวดเร็วมาที่ราวระเบียงไม้ฉลุลายชั้นสอง พลางกวาดสายตามองลงมายังโถงบริการด้านล่าง

     

    ดวงตาสีทองอำพันของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ ร่างกายบอบบางสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นแผงคอสีทองอร่ามของอดีตองครักษ์คนสนิท

     

    "ท่าน... ท่านเลโอ?" เสียงหวานใสอันคุ้นเคยร้องทักดังแผ่วเบามาจากระเบียงชั้นบน

     

    เลโอชะงักแก้วชาไทยในมือลงทันที เขาหันขวับขึ้นไปมองยังต้นเสียงบนชั้นสองด้วยสัญชาตญาณอันฉับไวของสัตว์ป่า

     

    "องค์หญิง... องค์หญิงลี่เหม่ย!" เลโอลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้จนโต๊ะไม้ขยับ แววตาสีอำพันฉายแววตื่นตะลึงและปีติยินดีอย่างเหลือล้น

     

    เขาไม่รอช้า รีบก้าวเท้ายาวๆ ไปที่หน้าโถงบันไดไม้แล้วทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นไม้ส่งเสียงดังหนักแน่นทันทีด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

     

    *ปึก...*

     

    "ข้าพระองค์... นายพลเลโอ อดีตผู้บัญชาการกองทัพสิงโตองครักษ์แห่งราชวงศ์ ขอถวายบังคมองค์หญิงลี่เหม่ยพะย่ะค่ะ!"

     

    ลี่เหม่ยรีบก้าวเดินลงบันไดไม้มาหาเขาอย่างรวดเร็ว หางจิ้งจอกเก้าหางพลิ้วไหวตามแรงขยับตัวราวกับปุยเมฆสีทอง

     

    "ท่านเลโอ... รีบลุกขึ้นเถิด ที่นี่คือร้านหลบมุมคาเฟ่ของโลกมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องใช้พิธีรีตองมากมายขนาดนั้นหรอก"

     

    นนท์และเอลวิน่าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ต่างพากันยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจที่เห็นการพบกันของคนรู้จัก

     

    เลโอยืนขึ้น ร่างกายอันสูงใหญ่ของเขายังคงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื้นตันใจที่ได้เห็นองค์หญิงจิ้งจอกเก้าหางปลอดภัยดี

     

    "ข้าพระองค์ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงปกป้ององค์หญิง... ข้าพระองค์ออกตามหาเบาะแสของท่านไปทั่วดินแดนรกร้างสัตว์อสูรพะย่ะค่ะ"

     

    "ท่านเลโอ... เกิดอะไรขึ้นกับพระบิดาของข้าในจักรวรรดิกันแน่? แล้วเหตุใดกองทัพของท่านถึงต้องลี้ภัยกระจัดกระจายมาไกลเพียงนี้?" ลี่เหม่ยเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวล

     

    แววตาของเลโอพลันเคร่งขรึมและเศร้าหมองลงทันทีที่นึกถึงเหตุการณ์รัฐประหารอันโหดเหี้ยม

     

    "นายพลการ็อก... กบฏชั่วเผ่าหมาป่าได้นำกำลังทหารล้อมพระราชวังหลวง และควบคุมตัวองค์ราชาจิ้งจอกเก้าหางไว้ภายใต้การกักบริเวณพะย่ะค่ะ"

     

    "พวกมันประกาศให้องค์หญิงเป็นกบฏแผ่นดินหลบหนีคดี เพื่อป้องกันไม่ให้องค์หญิงสามารถรวบรวมขุมกำลังของเผ่าจิ้งจอกและราชวงศ์กลับมากอบกู้บัลลังก์ได้"

     

    "ข้าพระองค์และทหารสิงโตที่ซื่อสัตย์พยายามต่อสู้ปกป้องอย่างสุดกำลัง... ทว่ากองทัพกบฏของหมาป่ามีกำลังเสริมและใช้วิชาสะกดพลังอสูรของสมาคมชั่วร้ายภายนอก"

     

    "ข้าพระองค์จึงจำใจยอมถอยร่นเพื่อลอบหลบหนีออกมาตามหาองค์หญิง และก้าวผ่านรอยแยกมิติจนมาพบคาเฟ่วิเศษแห่งนี้พะย่ะค่ะ"

     

    ลี่เหม่ยใบหน้าถอดสีจนขาวซีดเมื่อได้ยินข่าวการคุมขังบิดาของตน

     

    "เสด็จพ่อ... ตกอยู่ในอันตรายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ..." หนาวสะท้านไปทั้งตัว น้ำตารื้นขึ้นมาคลอนัยน์ตาสีทองอำพันของเธอ

     

    นนท์เดินถือถาดเครื่องดื่มเข้ามาใกล้ พลางยื่นถ้วยแก้วบรรจุน้ำสมุนไพรอุ่นเครื่องสูตรฟื้นฟูจิตใจให้ลี่เหม่ย และส่งสัญญาณให้เลโอนั่งลงเพื่อสนทนาต่ออย่างไม่ตึงเครียด

     

    "ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะครับคุณลี่เหม่ย ราชาจิ้งจอกเก้าหางน่าจะยังปลอดภัยดี เพราะกบฏหมาป่าพึ่งอำนาจใหม่ ยังต้องใช้พระองค์เป็นหุ่นเชิดอ้างสิทธิ์สืบราชบัลลังก์" นนท์อธิบายด้วยเหตุผลช่วยประคองจิตใจ

     

    เลโอพยักหน้าเห็นด้วยกับคำวิเคราะห์ของนนท์อย่างยิ่ง

     

    "ถูกต้องพะย่ะค่ะ เจ้าของร้านมนุษย์ผู้นี้เอ่ยมีเหตุผลลึกซึ้ง... พวกกบฏหมาป่ายังไม่กล้าทำอันตรายร้ายแรงต่อองค์ราชาในยามนี้แน่นอนพะย่ะค่ะ"

     

    "และที่สำคัญ... ทันทีที่ข้าพระองค์ก้าวข้ามประตูร้านนี้เข้ามา ข้าพระองค์พบว่าพลังทำลายสะกดของขวานศึกเหล็กไหลก็มลายหายไปจนสิ้น"

     

    "รวมถึงม่านพลังความปลอดภัยระดับสูงรอบตัวร้าน... ที่นี่คือสถานที่ลี้ภัยที่ปลอดภัยที่สุดในโลกต่างมิติต่างๆ อย่างแท้จริงพะย่ะค่ะ"

     

    "องค์หญิง... ข้าพระองค์ขอแนะนำให้ท่านกบดานและพักฟื้นพลังกายพลังใจอยู่ในคาเฟ่แห่งนี้ต่อไปอย่างปลอดภัย"

     

    "ข้าพระองค์จะทำหน้าที่เป็นสายลับคอยลาดตระเวนอยู่ภายนอกประตูมิติ และประสานงานกับกลุ่มกองกำลังที่ยังคงซื่อสัตย์เพื่อเตรียมแผนการใหญ่พะย่ะค่ะ"

     

    ลี่เหม่ยมองสบตานายพลเลโอ ก่อนจะหันมามองนนท์ด้วยความซาบซึ้งและทึ่งในความโอบอ้อมอารีของเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดาผู้นี้

     

    "ขอบใจท่านมาก... ท่านเลโอ และขอบใจท่านเจ้าของร้านนนท์อย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับที่พักพิงแสนอบอุ่นและปลอดภัยแห่งนี้"

     

    ขณะที่ความเข้าใจและสายสัมพันธ์การร่วมมือเริ่มก่อตัวขึ้น หน้าจอระบบสีฟ้าครามก็กะพริบสรุปผลลัพธ์ของภารกิจขึ้นมาทันที

     

    *ติ้ง!*

     

    [ความสัมพันธ์และการกอบกู้: การพบพานของเจ้าหญิงจิ้งจอกและองครักษ์ราชสีห์เสร็จสิ้น]

     

    [ได้รับรางวัลสายสัมพันธ์ตัวละคร: +320 EXP]

      - ค่าประสบการณ์สะสมปัจจุบัน: 620 / 2,000 EXP เลเวล 16

     

    [ได้รับรายได้และยอดบริการสะสมระหว่างวัน: +4,500 บาท]

      - ยอดเงินบาทคงคลังปัจจุบัน: 57,500 บาท

     

    [ได้รับแต้มมิติสะสม: +40 แต้ม]

      - แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 340 แต้ม

     

    นนท์ยิ้มรับหน้าจอบัญชีการเงินพลางมองภาพความผูกพันและรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของผู้ลี้ภัยต่างมิติทั้งสองคน

     

    ตึกแถวหลบมุมคาเฟ่ในซอยเปลี่ยวกลางกรุงเทพมหานครแห่งนี้... ได้แปรสภาพเป็นรังหลบภัยแสนอบอุ่นที่ช่วยเยียวยาชีวิตของผู้ลี้ภัยต่างโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

    คล้ายกับเรื่องร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ ที่คุณอ่าน