เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 7

    [ภารกิจประจำวัน: รับส่งผู้โดยสาร]


    [1/10 คน]


    [สำเร็จรับ 1,000 บาท ไม่สำเร็จหัก 1,000 บาท]


    ..

    ..

    ..


    [ภารกิจประจำวัน: รับส่งผู้โดยสาร]


    [8/10 คน]


    [ได้รับเงิน 100 บาท] 


    “เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย แต่ส่งผู้หญิงได้เงินสองเท่าดีกว่าผู้ชายอีก ”


    [ติ้ง]


    เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่แสดงข้อมูลของผู้โดยสาร


    [คุณโอ้โห / เพศชาย / อายุ 12 ปี / ฐานะต่ำ]


    [สถานที่รับ: ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ / สถานที่ส่ง: หอพักแสงเพ็ญ]


    "อายุ 12? เด็กนี่หว่า..." ผมพึมพำกับตัวเอง "แต่ชื่ออะไรของมันเนี่ย 'โอ้โห' ฮ่าๆ" ผมหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับชื่อที่แปลกประหลาดของผู้โดยสาร


    “ไปดีไหมว่า แต่อยากดูหน้ามันว่ะ ฮ่าๆ”


    หน้าจอค้างอยู่ที่คำถาม: [รับหรือไม่]


    ผมกด "รับ" ทันทีแล้วรีบไปรับเด็กคนนั้น เพราะอยู่ไม่ไกลจากผมมาก อีกอย่างภารกิจก็ใกล้จะครบแล้ว


    ไม่นานนัก ผมก็ขับเข้าไปในซอยตามแผนที่นำทาง จนเห็นเด็กคนนั้นยืนรออยู่ "หนูได้ใช้บริการ 'วาร์ป' ไหม?" ผมถาม


    เด็กคนนั้นก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อยู่ พอได้ยินเสียงเรียกจากผม เขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนพยักหน้าแบบกวน ๆ แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง ๠๱ะโ๪๪ขึ้นรถของผมทันที


    ผมคิดในใจ “จะไปส่งมันดีไหมวะ… กวนทีนชะมัด”


    แต่สุดท้ายก็ได้แค่ถอนหายใจ แล้วตัดสินใจบิดคันเร่ง ขับออกไปตามเส้นทางที่แผนที่นำทางปรากฏขึ้น


    ขณะนั้นเอง พอผมขับมาเกินครึ่งทาง เด็กคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วเอ่ยขึ้นว่า


    “พี่ครับ… พอดีผมปักหมุดผิด ที่จริงมันอยู่คนละทางครับ”


    “ฮ๊ะ…?” ผมร้องออกมาเสียงสูงด้วยความ๻๠ใ๽


    “แต่มันเลี้ยวกลับที่สี่แยกข้างหน้าได้นะครับ”


    ผมพยายามสูดหายใจลึก กดอารมณ์ขุ่น ๆ เอาไว้


    “ทำไมเพิ่งบอกพี่ล่ะ นั่งมาตั้งนาน”


    เด็กคนนั้นยักไหล่ แล้วตอบหน้าตาย


    “ก็พอดีเกมเพิ่งจบครับ”


    ผมแทบจะเค้นเสียงด่าออกมา แต่ก็ได้แค่กำคันเร่ง จังหวะนั้นเองเขาก็รีบชี้มือไปข้างหน้า


    “นี่ ๆๆ สี่แยกนี้เลยพี่!”



    ผมเลี้ยวตามที่เด็กคนนั้นบอก ก่อนจะพูดเสียงติดหงุดหงิด


    “ตอนนี้พี่ไม่ได้ปักหมุดใหม่นะ น้องต้องบอกทางตลอดเลยนะ”


    “อือ” เขาตอบสั้น ๆ แบบไม่ใส่อารมณ์


    ผมกลอกตาเล็กน้อย ก่อนถามย้ำ “สรุปน้องจะไปที่ไหนครับ?”


    “ไปเล่นบ้านเพื่อนครับ”


    “เออ… พี่รู้แล้ว แต่หมายถึง ตรงไหน น่ะครับ ที่อยู่ชัด ๆ” ผมพยายามควบคุมเสียงไม่ให้ขึ้นสูง


    เด็กคนนั้นถอนหายใจยาว ราวกับรำคาญเต็มที


    “ไปหอพักแสงเพ็ญ…”


    ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ผมแทบจะเหยียบเบรกจนล้อครูด “อี๊ดดดด!” จนรถหยุดนิ่ง


    ผมหันขวับไปทางเด็กคนนั้น ตาแทบถลน


    “อะไรนะ… หอพักแสงเพ็ญเนี่ยนะ!? แต่มันก็ถูกอยู่นี่หว่า… ไหน ๆ เอาโทรศัพท์มาดูสิ”


    ผมเอื้อมแขนไปขอมือถือจากเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยทั้งสงสัยและหงุดหงิดปนกัน


    เมื่อผมก้มดูหน้าจอโทรศัพท์ของเด็กคนนั้น ก็ถึงกับรู้สึกเส้นเ๧ื๪๨ที่ขมับปูดขึ้นมาทันที


    “นี่มันไม่ใช่หอพักแสงเพ็ญ…” ผมขึ้นเสียง แล้วตวัดตามองเขา “นี่มัน ม่านรูดแสงเพชร ต่างหาก!”


    ผมหันซ้ายหันขวาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะตบ แป๊ะ ลงกลางกระบาลของเด็กคนนั้นไปทีหนึ่ง แล้วถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนโล่งอกและเผลอยิ้มออกมา


    แต่ทันใดนั้น เด็กเ๯้ากรรมกลับหันมามองหน้าผม ดวงตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้ น้ำตาเอ่อคลอจนผม๻๷ใ๯ไปแทน


    ผมยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบา ๆ พลางปลอบเสียงอ่อนลง


    “อย่าร้อง ๆ เด็กดี… พี่แค่๻๷ใ๯ไปหน่อยเองนะ ...เดี๋ยวพี่ไปส่งม่านรูดแสงเพชรนะ”


    เขาปัดมือผมออกแรง ๆ เหมือนพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ก่อนรีบกดโทรศัพท์เหมือนจะโทรหาใครสักคน


    ผมเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น แล้วรีบปักหมุดลงไปที่ ม่านรูดแสงเพชร ทันที


    “เด็กเวร… อยากไปนักใช่ไหม พี่จัดให้” ผมพึมพำในลำคอ


    จากนั้นก็เบิ้นคันเร่งสามที บร๊าววว! บร๊าววว! บร๊าววว! รถแทบจะยกล้อออกตัวพุ่งไปข้างหน้า


    เสียงสะอื้นปนร้องไห้ของเด็กคนนั้นดังแ๵่๭ ๆ อยู่ข้างหลัง แต่ผมก็ยังบังคับรถตรงไปไม่สนใจ จนเลี้ยวเข้ามาซอยหนึ่ง ป้ายไฟนีออนแดงสะท้อนตา ม่านรูดแสงเพชร เด่นหราอยู่ตรงหน้า


    ผมชะลอรถจอดแถว ๆ นั้นพอดี เด็กคนนั้นโทรติดในจังหวะเดียวกันพอดีเช่นกัน แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร ผมก็เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ออกจากมือทันที


    “ฮัลโหล ๆ สวัสดีครับ” 


    เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากปลายสาย “สวัสดีค่ะ ลูกฉันไปไหนคะ?”


    ผมกลืนน้ำลาย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้


    “พอดีผมเป็๞คนขับบริการรับส่งครับ ไปรับลูกคุณมาเมื่อครู่… แต่เด็กบอกให้ผมมาส่งที่ ม่านรูดแสงเพชร ผมก็เลยกังวลน่ะครับ กลัวว่าเขาจะทำอะไรไม่เหมาะสม คุณแม่พอจะมารับได้ไหมครับ?”


    เงียบไปชั่วครู่ “อะไรนะ…!? เมื่อกี้เขาบอกว่าจะไปเล่นบ้านเพื่อนนี่นา!” น้ำเสียงปลายสายแทบจะกรีดร้องออกมา “โอเคค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!”

    “ครับ รีบ ๆ เลยนะครับ ผมรออยู่แถวปากซอยนี่เอง”


    ผมวางสาย มือของผมอีกข้างปิดปากเด็กเวรไว้แน่น เขาดิ้นขลุกขลักในที่นั่ง น้ำตาไหลพราก แต่โชคยังเข้าข้างที่ตรงนี้ไม่มีใครผ่านมาเห็น

    “เป็๞ไงล่ะ?” ผมพูดพลางยิ้มมุมปาก


    “ผมจะบอกแม่!” เด็กคนนั้น๻ะโ๷๞ลั่น ก่อน๷๹ะโ๨๨ลงจากรถ ทำท่าจะวิ่งหนีทันที


    ผม๻ะโ๷๞เสียงเข้ม “หนีไปสิ! แต่จำไว้นะ ฉันบอกแม่แกแล้วว่าจะรออยู่ตรงนี้”


    เด็กชะงักกึก หันกลับมามองด้วยสีหน้าซีดเผือด


    ผมยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเย็น “อีกอย่าง… ถ้าแกปริปากพูดอะไรไม่เข้าท่า ละก็…”


    ผมเว้นจังหวะจ้องตาเขา ก่อนดีดนิ้วดัง แป๊ะ ทำเอาเด็กสะดุ้งเฮือกเหมือน๭ิญญา๟จะหลุดออกจากร่าง


    จากนั้นผมก็ขับรถหนีไปจากตรงนั้น