เทียนเดินทางอยู่บนเรือเหาะไม่นาน ก็มาถึงที่ผาแดง พบกองเพลิงแผดเผา
ทหารตายเกลื่อนแม่น้ำ เลือดแดงไปทั่ว ซากศพ มีทั้งไหม้เกรียม ทั้งจมน้ำตายลอยไปทั่ว เทียนสั่งให้ฝนตก ยามหน้าหนาว เพื่อดับไฟ อาจมีคนรอดชีวิต
เทียนมุ่งหน้าไปทางทหารนับหมื่น ที่กำลังไล่ล่า จักรพรรดิโจ โดยมีทหารจักรวรรดิโจ ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้จักรพรรดิโจ ได้หนีออกไปจากที่นี่ เทียนเห็นด้านล่างพบขุนศึกของจักรวรรดิโจ ต่างเลือดท่วมร่าง เพื่อให้จักรพรรดิโจหนีรอดให้ได้ เทียนให้ฮัวโต๋ รออยู่บนเรือ แล้วตนเองก็กระโดดลงไป ต่อหน้า จักรพรรดิโจ และขุนพลพยัคฆ์ทั้งห้า
“ ท่านปราชญ์น้อย” จักรพรรดิโจส่งเสียงยินดีที่เห็นเทียนปรากฏต่อหน้า ทหารของทั้งสองแคว้นจะบุกเข้ามา แต่เทียนใช้มือสะบัดกองทัพทั้งสองจนแตกกระเจิงไปนับร้อย ๆ คน ไม่มีใครเข้ามาใกล้จักรพรรดิโจได้ คราวนี้ ขุนพลพยัคฆ์ทั้ง 10 มาเผชิญหน้ากับเทียน ต่างหยุดกึกไม่กล้าทำร้ายเทียนก่อน
เทียนเห็นแม่ทัพใหญ่ขี่ม้ามากับจักรพรรดิซุน มี 5 ขุนพยัคฆ์จักรวรรดิซุนอยู่ด้านข้าง แสดงว่า แม่ทัพใหญ่คนนี้คงจะเป็น จิวยี่ นั่นเอง
ส่วนอีกฝ่ายมี จักรพรรดิเล่า พร้อมด้วย ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ม้าเฉียว ฮองตงมากันครบเช่นกัน ส่วนจักรพรรดิโจ กับขุนศึก และทหารถูกล้อมเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
“ เด็กน้อย เจ้ากล้าขวางกองทัพข้ามิให้สังหารจักรพรรดิโจเชียวหรือ”
แม่ทัพใหญ่จิวยี่เอ่ยก่อนใคร จักรพรรดิเล่าปี่ถูก ขงเบ้งให้เงียบไม่ต้องพูดอะไร
“ เรียนแม่ทัพใหญ่ คนผู้นี้เคยช่วยชีวิตพวกเราห้าขุนศึกพยัคฆ์ไว้ ขอให้ท่านแม่ทัพใหญ่เมตตาด้วย” กุยอายกระโดดจากหลังม้าเข้าคุกเข่าขอร้องคนแรก และคนอื่นๆอีก 4 คนก็ทำตาม
“ ท่านทั้งห้าคนลุกขึ้นเถอะ ท่านน่าจะขอร้องผิดคนแล้ว” เทียนเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดัง ทุกคนหันมามองเทียนด้วยความสงสัย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่เคยเห็นใครโอหังเช่นนี้ ท่านขงเบ้งท่านไม่พูดอะไรบ้างหรือยังไง”
จิวยี่เริ่มแปลกใจ ที่ขงเบ้งกลับนิ่งเฉย ไม่พูดอะไร
“ ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ พวกเรายกให้ท่านตัดสินใจ” ขงเบ้งถอยฉากออกมา
“ จับเป็นเด็กคนนี้ ที่เหลือ ฆ่าทิ้งให้หมด” สิ้นเสียงของจิวยี่ สายฟ้าคำรามออกมาด้วยเสียงอันดัง ทหารนับพันเตรียมยกธนูขึ้นมาเทียนฟาดหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ทันที ตูม ทหารนับพันร่างแหลกเหลวกลายเป็นเศษเนื้อตายอนาถ
“ ไหนลองสั่งการอีกทีซิ ข้าอยากได้ยินคำสั่งอีกครั้ง” เทียนก้าวเดินไปข้างหน้าห่างแม่ทัพจิวยี่ไม่ไกล ตอนนี้เริ่มใจเสียแล้ว จักรพรรดิซุนกวนเริ่มถอยม้าออกห่างเทียนทันที
แต่จิวยี่ยังคิดว่าทหารยังมีอีกหลายหมื่นกลัวอะไรกับเด็กอย่างเทียน ในขณะที่ห้าขุนพยัคฆ์ร้องเรียกแม่ทัพใหญ่ให้หยุดก่อน แต่ไม่ทันแล้ว
“ ฆ่ามันให้หมด” สิ้นคำสั่งจิวยี่ ทหารนับหมื่นเคลื่อนทัพเข้ามาหมายสังหารจักรพรรดิโจ กับห้าขุนพลพยัคฆ์ให้ตายสิ้นไปในคราวเดียว โดยมีทหารม้านับพันนำหน้า และตามไปด้วยทหารราบนับหมื่น ตั้งใจแค่ว่าให้ม้าเหยียบร่างคนทั้งสามร้อยกว่าคนจนแหลกเหลวในรอบเดียว แต่ได้แค่คิดเท่านั้น เทียนเรียกสายฟ้าลงมาผ่ากองทัพนับหมื่น แล้วเหวี่ยงหมัดดาวนพเก้าไปอีกครั้ง ร่างของทหารม้าและทหารราบสองหมื่นกว่าคน ร่างระเบิดแหลกเหลว ไฟไหม้ตายไปพร้อมกันทั้งกองทัพ
เหลือเพียงทหารเรือหมื่นกว่าคน ที่ลอยเรืออยู่บนน้ำ รอคอยคำสั่งอยู่ไม่กล้าไปไหน เทียนใช้มือดูดกระชากแม่ทัพจิวยี่มาบีบคอ แล้วปล่อยให้ลอยบนฟ้าพูดอะไรไม่ออกอยู่อย่างนั้น ห้าขุนพลพยัคฆ์เห็นเช่นนั้นก็ตกใจแทบสิ้นสติ ทหารสองหมื่นกว่าคนตายเรียบภายในหมัดเดียว รีบเข้ามาขอร้องเทียนให้ปล่อยจิวยี่ทันที
“ข้าไม่อยากฆ่าใคร แต่แม่ทัพใหญ่ของพวกท่านบังคับข้าเอง คงอยากให้ข้าล้างบางจักรวรรดิซุนกระมัง” เทียนยังใช้พลังตรึงจิวยี่ไว้บนท้องฟ้ายังไม่ปล่อยลงมา
“ ท่านปราชญ์น้อย ข้าจักรพรรดิซุน ขอให้ท่านได้ปล่อยแม่ทัพใหญ่ด้วยเถอะท่านต้องการอะไร ก็ขอให้บอกมา” จักรพรรดิซุนลงจากหลังม้าเข้ามาหาเทียนแบบกล้าๆ กลัวๆ แต่เห็นขุนพยัคฆ์ทั้งห้าอยู่ด้วย เลยไม่ค่อยกลัวมากเท่าไร
เทียนเห็นเช่นนั้นจึงปล่อยตัวจิวยี่ลงมา เทียนหันไปทางขงเบ้ง กับจักรพรรดิเล่า
ขงเบ้งรีบบอกให้จักรพรรดิเล่าเอ่ยทันที
“ ท่านปราขญ์น้อยเชิญสั่งมาได้เลย ทางจักรวรรดิของเรายินดีทำตามคำสั่ง”
จักรวรรดิซุนไม่พอใจทันที เหมือนกับว่า ทางจักรวรรดิเล่าเหมือนรู้อะไรมากกว่าพวกเขา จักรพรรดิโจกลับห้าขุนพลพยัคฆ์เริ่มรู้สึกดีขึ้น คิดว่าครั้งนี้รอดตายแล้ว
“ ข้าเป็นคนกลางตัดสินในศึกครั้งนี้ ให้จักรวรรดิซุนครองดินแดนตะวันออกของทวีปมืดแห่งนี้ยึดเอาปากแม่น้ำแยงซี ทั้งหมด ส่วน จักรวรรดิเล่า ยึดครองดินแดนตะวันตกของทวีป มีแม่น้ำทั้งหกไหลผ่านเรียกว่าดินแดนฮั่นจง ส่วนจักรวรรดิโจครองตอนเหนือทั้งหมด ภายในยี่สิบปีหากใครก่อสงครามขึ้นมาอีก ข้าจะกลับมาถล่มให้ราบคาบ ใครมีปัญหาอะไรไหม” เทียนหันไปหาทุกๆ คน ที่ได้แต่พยักหน้าไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเทียนแม้แต่น้อย
“ ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นตกลงตามนี้ วันนี้ข้าทำลาย ดวงจันทร์ไปแปดดวงแล้ว พวกเจ้าทุกคนน่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่ก่อน พวกเจ้ากลับไปปรับชีวิต ให้เข้ากับโลกใหม่ได้แล้ว” เทียนเอ่ยจบ ก็ใช้มือกวาดคนของจักรวรรดิโจ ลอยขึ้นไปบนเรือเหาะแล้วเทียนก็หายวับไปบนเรือ จากนั้นเรือเหาะก็หายไปในทันที
“ ท่านกุนซือ ชายผู้นี้เป็นเทพเซียนใช่หรือไม่” จักรพรรดิเล่า ถามขงเบ้ง
“ เขาฆ่าปีศาจตัวเท่าภูเขา ทำลายดวงจันทร์ทั้งแปดดวง แล้วเรียกสายฟ้ามาอย่างง่ายๆ ใช้หมัดเดียวสังหารคนทั้งกองทัพ ท่านว่าเขายังเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือ” ขงเบ้งเอ่ยได้ยินทุกๆคน แต่จิวยี่ได้ฟังเช่นนั้นก็กระอักเลือดออกมา ชี้หน้าขงเบ้ง
“ท่านรู้..อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร...ทำไมท่านไม่เตือนข้า?”
“ ขนาด 5 ขุนพลทหารคนสนิทของท่านคุกเข่าขอร้องท่านยังไม่ยอมฟัง แล้วท่านยังจะเชื่อคำพูดของข้าหรือ พวกเราไปเสฉวน พวกเราได้ดินแดนตะวันตกทั้งหมดแล้ว โดยไม่ต้องสู้รบอะไรเลย ถือว่าได้กำไรที่สุดแล้ว และแถมยังได้อยู่อย่างสงบอีก 20 ปี ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ต้องกลัวอันใดแล้ว ขอบคุณ ท่านเซียนปราชญน้อย” ขงเบ้งหัวเราะเสียงดัง จิวยี่ต้องเสียทหารไปสองหมืนกว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ ถึงกับกระอักเลือดออกมาอีกครั้งและสลบไปในทันที
พอขึ้นมาบนเรือ จักรพรรดิโจก็เข้ามาคุยกับเทียนทันที
“ ขอบคุณท่านปราชญ์ที่เข้าช่วยเหลือ แต่ท่านไม่น่าแบ่งเขตให้พวกมันปกครองแบบนี้เลย อย่างนี้แผ่นดินก็แตกออกเป็นสามส่วนนะซิ”
“ ท่านเพิ่งรอดตายมา ยังต้องใช้เวลาพักฟื้นตัวอีกนานกว่าจะรวบรวมกองทัพได้ ข้าดูดวงชะตาแล้ว พวกเขาไม่สามารถร่วมมือกันบุกโจมตีท่านได้หรอก แต่ถ้าท่านบุกไปโจมตีพวกเขาแบบครั้งนี้ พวกเขาจะร่วมมือต่อต้านท่านอีกแต่ว่า ดวงดาวชะตาของพวกเขามีทางเดินแค่ 20 ปีเท่านั้นก็สิ้นสุดไม่เหมือนกับ จักรวรรดิของท่านสามารถเดินทางไปได้อีก และยังสามารถรวบรวมแผ่นดินได้ ชะตาชีวิตมันเป็นเช่นนั้นท่านจะฝืนไปทำไม” เทียนไม่ได้บอกว่าตระกูลโจ จะเป็นผู้รวมแผ่นดิน
แต่บอกว่าดินแดนของเขาจะมีผู้ไปรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว จะบอกได้ยังไงว่าลูกของสุมาอี้จะเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินได้ ขืนบอกไป สุมาอี้ได้โดนตัดหัวทั้งตระกูลแน่
“ ก็ได้ ข้าจะเชื่อท่าน แต่ครั้งนี้พวกเราบอบช้ำจริงๆ คราวต่อไปต้องเตรียมตัวให้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน” เทียนไปส่งทั้งหมดที่วังหลวงแล้วก็เอ่ยลาทุกคน
“ อาจารย์ข้าอยากติดตามท่าน”
“ ไม่ต้องหรอก เจ้าได้ความรู้จากข้าไปเยอะแล้ว หมั่นฝึกปรือวิชาที่ข้าสอน แล้วเรื่องการฝึกตนเจ้ามีพลังเทพแล้ว อย่าไปบอกใคร เพราะในอนาคต เจ้าเจอเคราะห์ร้าย เจ้าก็ใช้วิชานี้หลบหนีมา นี่คือยันต์ล่องหน อาวุธวิญญาณ ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าแล้ว” เทียนมอบยันต์และอาวุธวิญญาณหลายอย่างไว้ให้ฮัวโต๋ไว้ป้องกันตัว
แล้วเทียนก็ออกจากทวีปมืดกลับสำนักอักษรสวรรค์ ทิ้งให้ฮัวโต๋คุกเข่าส่งเทียนด้วยความอาลัย
เทียนกลับมาถึงสำนักอักษรสวรรค์ก็เข้าไปที่เรือนสีขาวกลางน้ำแล้วนำหยกมังกรฟ้าออกมา เทียนดึงพลังของสามราชาออกมาเข้าใส่ร่างตัวเอง พลังที่พุ่งเข้ามากระแทกเทียนกระเด็นไปติดฝาห้องทันที เทียนสงสัยทำไมเขาไม่สามารถดูดซับได้ ทันใดนั้นอาจารย์เจียงมู่ฉินปรากฏร่างออกมา
“ เจ้ายังไม่ได้ผ่านเข้าขั้นเซียน ต้องผ่านขั้นเซียนไปก่อน เจ้าถึงสามารถรับพลังสามราชาได้ เวลานี้เจ้าไปที่ด่านอักษรเซียน เพื่อรับพลังเซียนได้แล้ว”
“ ขอรับอาจารย์” เทียนเก็บหยกมังกรฟ้า แล้วมาที่ด่านอักษรเซียนสวรรค์
เทียนจ้องมองอักษรเซียนตามปกติ ปรากฏว่าครั้งนี้เทียนถูกดูดเข้าไปในมิติแห่งหนึ่งมีประตูใหญ่สีขาวขวางหน้าเทียนผลักเข้าไป ทันใดนั้นก็มีสายฟ้าระดมฟาดเข้าใส่เทียนทันที เปรี้ยง ๆ ๆ สายฟ้าสามเส้นฟาดใส่เทียน จนเสื้อผ้าเทียนขาดจนหมด แต่ไมได้ทำให้ร่างอมตะของเทียนรู้สึกอะไรเลยสักนิด
“ มาเลย ถ้านี่คือทัณฑ์สวรรค์ ข้าหลี่เทียนพร้อมรับ จัดมาให้เต็มที่เลย”
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ มาอีกสี่เส้นใหญ่ ๆ ไม่สะเทือนผิวเทียนอีกเช่นเคย คราวนี้มีฟ้าร้องก่อนดังครืน ใหญ่กว่าที่เป็น
“ มาเลยส่งมาเลยสวรรค์ข้าอยากรู้จริงว่าจะแน่แค่ไหน” เทียนยังส่งเสียงท้าทายทัณฑ์
เปรี้ยง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ครั้งนี้ฟ้าผ่าใส่เทียนอีกสิบเอ็ดเส้นรวด ควันฟุ้งไปทั่ว เทียนโดนสายฟ้าฟาดไปสิบแปดเส้น แต่ร่างเทียนกลับไม่เป็นไรเลย
ด้านหน้าของเทียนสีเงินอีกประตู เทียนเปิดออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้ ไม่มีสายฟ้ามีแสงจากท้องฟ้าพุ่งมาใส่ร่างของเทียน พรึบ เป็นแสงแห่งเซียน อาบร่างของเทียนที่กำลังเปลือยเปล่า เทียนรีบนั่งแล้วดูดซับพลังนี้ทันที เพราะว่า เป็นโอกาสที่ทุกคนที่ได้เลื่อนขั้นเซียนจะได้ดูดซับ พลังเซียนเป็นครั้งแรก เทียนใช้เวลาอยู่สามวันดูดซับพลังเซียนเข้าไปถึง 10 ระดับ เทียนมีพลังเซียนยุทธ์ระดับ 10 แล้ว สามารถเหาะเหินเดินอากาศ มีอายุยืนไปอีกหลายร้อยปี จากนั้นเทียนก็กลับมายืนอยู่ต่อหน้าอักษรเซียนสวรรค์
“ ไม่เลวเจ้าสามารถดูดแสงแห่งเซียน ได้ถึงระดับ 10 ไม่เคยมีใครทำได้สูงเช่นนี้
รออีกระยะ พอพลังของเจ้าเข้าที่แล้ว ค่อยไปดูดพลังของสามราชาต่อ”
“ ขอรับอาจารย์”
“ อีกสามเดือนอาจารย์จะพาเจ้าไปฝึกวิชาที่แดนเซียน เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม”
อาจารย์เอ่ยจบก็หายไป
“ อีกสามเดือนแดนเซียน เป็นยังไงกันนะ” ก่อนที่จะไปแดนเซียน เทียนมีเรื่องคาใจอยู่เรื่องหนึ่งต้องไปจัดการ
เทียนมาปรากฏร่างอยู่ที่จักรวรรดิต้าฉิน มาตามหาชายผู้หนึ่ง มู่ชิง คนที่จะบอกได้ ว่าใครเป็นเหตุให้อาจารย์ฉางคง อาจารย์ที่คนที่สองของเขาในโลกใบนี้ อาจารย์ฉางคง ต้องยอมตัดเส้นปราณตัวเอง เพื่อที่จะเพิ่มพลังยุทธ์จะได้ไปช่วยเทียนให้รอดพ้นอันตรายในเวลานั้น
เทียนสอบถามคนทั่วไปที่เดินผ่านไปผ่านมา สอบถามคนที่ชื่อ มู่ชิงเป็นใคร สุดท้ายก็ทราบว่า เป็น อาจารย์สอนยุทธอยู่ที่สำนัก ม่อฉือ มีคนบอกว่า 5 ปีก่อน
เกิดเรื่องบางอย่าง ทำให้อาจารย์มู่ชิงผู้นี้ถึงกับต้องกักตน ไม่ยอมพบหน้าใครๆอีกเลย เทียนเดินเข้าไปที่สำนักม่อฉือ บอกกับคนเฝ้าประตูมาขอพบอาจารย์มู่ชิง
แต่ว่าอาจารย์มู่ชิงประกาศไม่รับแขกมานานแล้ว ได้แต่กักตนอยู่หลังเขาของสำนักให้เทียนกลับไป เทียนหายร่างวับ ไปอยู่ที่หลังเขาทันที เทียนพบถ้ำแห่งหนึ่ง ด้านในมีนักพรตแต่งชุดสีขาว นั่งทำสมารธิอยู่ด้านใน
“ ท่านคือ ผู้อาวุโสมู่ชิงใช่หรือไม่” เทียนส่งเสียงออกไป นักพรตลืมตาทันที
“ เจ้าเป็นใคร สามารถส่งเสียงให้ข้าตื่น จากบำเพ็ญตบะได้”
“ ข้าชื่อหลี่เทียน เป็นศิษย์ของอาจารย์ฉางคง”
“ หลี่เทียน ที่แท้เจ้านั่นเอง อาจารย์ฉางคง ถึงกับยอมตัดเส้นปราณชีวิต เพื่อรีบกลับไปช่วยเจ้า”
“ ข้าขอถาม วันนั้นใครเป็นคนขัดขวาง ทำให้อาจารย์ต้องลงทุนตัดเส้นปราณชีวิต ตนเอง”
“ ที่เจ้ามานี่เพื่อจะแก้แค้นคนๆ นั้นหรือ”
“ ก็อาจใช่” เทียนคิดแก้แค้นก็จริง แต่ต้องรู้ความจริงทั้งหมดด้วย
“ คนที่ขัดขวางอาจารย์ของเจ้าไม่ให้ไปก็มีข้าคนเดียว หากเจ้าอยากคิดแก้แค้น ก็เชิญลงมือที่ข้าได้เลย ข้าจะไม่ตอบโต้เจ้า แม้แต่ท่าเดียว”
เทียนจับน้ำเสียงได้ว่าเขานั้นโกหก จากนั้นเทียนพุ่งตัวเข้าหาท่านมู่ชิงอย่างรวดเร็วแล้วประทับไปที่หน้าผากของเขา ภาพเหตุการณ์วันที่อาจารย์ฉางคงตัดปราณชีวิตตนเอง ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที...