ณ ห้องประชุมสภาโลก
ผู้นำทั้ง 195 ประเทศทั่วโลกมารวมตัวกัน ณ ใจกลางเกาะแห่งหนึ่งที่ระบุไม่ได้
พวกเขาหารือเื่อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นในทุกประเทศ
"ผมเกรงว่า...เราต้องหาทางรับมือก่อนที่มันจะสายไป"
ผู้นำจากสหประชาชาติพูดขึ้น
ผู้นำทุกประเทศเสนอแนวทางวิธีแก้ไขต่างๆ
จนได้ข้อสรุปว่า---
นำผู้มีประวัติอาชญากรรมตัวอันตราย นำไปร่วมกันที่เกาะแห่งหนึ่ง---
ชื่อว่า...ไครม์ (Crime)
ไครม์เป็เกาะแห่งหนึ่งที่ถูกซ่อนจากแผนที่โลก
ภายในไครม์จะปกครองด้วยความป่าเถื่อน
ถึงแม้จะมีตำรวจก็ไม่สามารถทำอะไรได้
นอกจากนี้---ไครม์---ไม่ใช่เพียงแค่เกาะอาชญากรรม---
แต่เป็ความหวังของมนุษยชาติอีกด้วย
ในไครม์นั้น---มีการทดลองเทคโนโลยีจากโลกภายนอกก่อนใช้จริง
ทำให้ภายในเกาะนั้นจะดูไฮเทคกว่าโลกข้างนอก
หุ่นยนต์สามารถเห็นได้ทั่วไปในเกาะแห่งนี้
เรียกได้ว่าเกาะนี้---นำหน้าโลกภายนอกไป 50 ปี
ผู้ที่ถูกส่งมายัง ไครม์ จะต้องทำผิดร้ายแรง---
หรือไม่ก็เป็หัวหน้าระดับหัวกะทิของแกงค์อาชญากรรมในประเทศนั้นๆ
ทว่า---แม้จะอยู่ถูกขังอยู่ใน ไครม์ ก็มีสิทธิถูกหมายหัวจากโลกภายนอกอยู่ดี

ณ ใจกลางเมืองไครม์
แสงไฟนีออนสีเขียวจากตึกสูง สาดส่องไปยังผู้คนข้างล่าง
ท้องฟ้าที่ครึ้มเหมือนจะมืดตลอดเวลา ไม่ว่ากลางคืนหรือว่ากลางวัน
คล้ายเหมือนอยู่ภายใต้เงาของโลก
ถ้าคุณมองขึ้นไปที่ท้องฟ้าในตอนนี้
จะััได้ถึงน้ำฝนที่กระทบที่ใบหน้า...
พร้อมกับเห็นการจราจรที่ติดขัดบนท้องฟ้า
ที่นี่---อยู่ใจกลางมหาสมุทรทำให้ฝนตกเป็ประจำ
ผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกใส่เสื้อกันฝน
ป้ายมหึมาตระหง่านอยู่บนตึกสูง
Welcome To Crime City
คุณรับรู้ได้ทันทีเลยว่า...
คุณมาถึงที่ไครม์แล้ว
มันเป็เหมือนสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้เลยละ
ถึงตอนนี้มันจะกระพริบเหลือแค่...
Crime City
หยาดน้ำฝนที่ร่วงล่นจากฟ้า ทะลุผ่านโฮโลแกรม3มิติ
"สวัสดีค่ะ...ยินดีต้อนรับสู่เมืองอนาคต ไครม์"
"ที่นี่---เป็ที่ที่ไฮเทคกว่าโลกภายนอก 50 ปี"
"และที่นี่ปลอดภัย แน่นอนค่ะ เพราะเรามีตำรวจดูแลตลอด 24 ชม."
เสียงของโฮโลแกรมจากตึกสูงพูดขึ้นพร้อมกับเสียงไซเรนของตำรวจที่คลอตาม
ผู้คนในเมืองต่างไม่ได้สนใจกับโฮโลแกรมนั้น
"ถุ้ย---ปลอดภัยกับผีละสิ"
ผู้คนในท้องถนนบางคนพูดขึ้น
ในเมืองนี้---ทุกคนต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน...
แม้กระทั่ง...หุ่นยนต์เองก็ตาม
ใน ไครม์ การล่าค่าหัวกันเป็เื่ปกติ
ผู้ที่เป็ นักฆ่า หรือ ผู้มีอิทธิพล ก็สามารถโดนเก็บได้ตลอดเวลา
โดย ผู้ที่เป็นักล่าจะถูกเรียกว่า เบาทตี้ฮันเตอร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ฮันเตอร์"
ฮันเตอร์นั้นจะมีแหวนของสมาพันธ์เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
เมืองนี้---ถึงแม้จะไฮเทค---แต่ก็ทรุดโทรมไม่แพ้กัน
เศษขยะต่างๆ ที่กระจัดกระจายตามพื้นถนน
แม้แต่หนูหุ่นยนต์ที่วิ่งไปทั่ว...
พื้นถนน---ยังสามารถพบเห็นหุ่นยนต์ไร้บ้านที่นอนกระจัดกระจายกัน
ตึบ...
ฮันเตอร์ไร้นามเตะไปที่ลำตัวของหุ่นยนต์ไร้บ้าน...
"ถอยไปดิ!"
เขาถุยน้ำลายใส่หุ่นยนต์ก่อนเดินเข้าไปที่บาร์เหล้าข้างตึกสูง
ในบาร์ข้างถนน
เอิ๊ยด...
เสียงประตูดังขึ้น
ในร้านที่มีแต่เสียงพูดคุยกันสนุกสนาน---
กลับเงียบลงทันที---เมื่อฮันเตอร์ไร้นามเดินเข้ามา
ตึก...ตึก...ตึก
เขาเดินมาด้วยท่าทางน่าเกรงขาม---
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้คนในร้าน
มองซ้าย...มองขวา ก่อนเดินตรงไปเคาน์เตอร์
ผู้คนในร้านมองตามฮันเตอร์ไร้นาม
เกร๊ก...เกร๊ก...
เสียงของน้ำแข็งที่กระทบกันในความเงียบ
"เฮีย...เตกีล่าแก้ว"
ฮันเตอร์ไร้นามเอ่ย
เ้าของร้านรูปร่างอ้วนท้วนมองเขาสักพัก...
ก่อนหันหลังหยิบแก้วเพื่อปรุงเครื่องดื่ม
บาร์ที่เงียบสงัด ภายใต้ความกดดัน
เสียงรื่นน้ำใส่แก้วดังขึ้น
"ไอเวนย์ มันมาที่นี่ไหม?"
เ้าของร้านอยู่ชะงักหลังจากได้ยินคำถาม
ลูกค้าเริ่มเดินออกจากร้านไปทีละคน
เ้าของร้านยืนนิ่งสักพัก---
เขาสังเกตเหงื่อที่ไหลผิดปกติของเ้าของร้าน
"แย่...ละ"
เปรี้ยง!
ะุพุ่งทะลุหัวของเขา
เศษกะโหลกกระเด็น---กระจัดกระจายบริเวณหน้าเคาน์เตอร์
เขายืนชะงักสักพัก---ก่อนก้มหยิบเศษกะโหลกของตัวเอง
เขายิ้มที่มุมปาก
"กะโหลกใหม่ของฉันโดนประเดิมแล้วสิน่ะ"
เขาตั้งสติก่อนมองหาต้นตอของะุ
ข้างบน---ข้างล่าง---ไม่ใช่นี้หว่า
ทันใดนั้นเขารู้ทันทีว่าะุปริศนานั้น---
พุ่งผ่านมาจากลำตัวของเ้าของร้าน
เขม่าปืนที่ล่องลอยมาจากใต้เคาน์เตอร์
"นี้...ถ้าตามหาตัวฉันละก็ไม่ควรมาหาที่บาร์น่ะ"
"เพราะฉันน่ะ...ชอบกินเหล้า"
มีเสียงพูดขึ้นมาจากใต้เคาน์เตอร์
ชายหนุ่มผมยาวใส่สูทเนี๊ยบค่อยๆ ลุกขึ้นมา
ในมือของเขาถือเพียงแค่ปืนพกใส่จุกเท่านั้น
ใบหน้านิ่งครึ่มของเวนย์ ทำให้เขาประหม่า
"ไอเวนย์กะ..แก"
เขาเอามือข้างซ้ายจับที่กะโหลก
แล้วนำมืออีกข้างชี้นิ้วที่ไปที่เวนย์
ะุพุ่งออกมาจากนิ้วของเขา
"เปรี้ยง!...เปรี้ยง!"
เวนย์ะโข้ามเคาน์เตอร์เพื่อไปที่หลังร้าน
เขาเอามือลงเพื่อหยุดยิง
ควันฟุ่งไปทั่วร้าน---ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด
เขานั่งแอบอยู่หน้าเคาน์เตอร์ จนทุกอย่างดูเหมือนสงบลง
มือของเขาสั่น ภายใต้ความกดดัน
"ไอกรวก...เอ้ย---ไม่เห็นเก่งเหมือนในข่าวลือเลย"
ที่หลังร้านไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
เศษแก้วกระจัดกระจายไปทั่วร้าน
ทำให้เขา---ต้องค่อยๆ เดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปอย่างช้าๆ
ฮันเตอร์ไร้นาม หายใจเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"สมาพันธ์นักฆ่าให้แกผ่านมาได้ยังไงเนี่ย"
เสียงเวนย์ดังขึ้นมาจากหลังร้าน
เขาหยุดชะงักทันที!
"แก...รู้ได้ไงว่าฉันจะมาล่าแก"
ฮันเตอร์ไร้นามถามด้วยความสงสัย
"ก็แหวนแกมันเด่นชัดขนาดมองจากดาวอังคารยังเห็นเลยละ"
กะลิ้ง...
วัตถุปริศนากลมๆ เล็กๆ กลิ้งออกมาจากหลังร้าน
"โถ่เว้ย!!"
ตู๊ม!!!
ควันตลบอบอวลไปทั่วร้าน
เพดานที่เป็รูขนาดใหญ่จากแรงะเิ
ทำให้น้ำฝนตกมาภายในร้าน
เวนย์เดินออกมาจากหลังร้าน เหลือบมองไปเคาน์เตอร์
เ้าของร้านที่กำลังกอดเข่า...สั่นด้วยความกลัว
"เฮีย เวนย์ขอโทษน่ะ...เดียวให้สมาพันธ์จ่ายให้ ขาขา...ขอโทษ" (ยกมือไหว้)
เ้าของร้านพยักหน้าก่อนวิ่งหนีไปที่หลังร้าน
เวนย์เดินไปหาฮันเตอร์หนุ่ม
เศษของกระเบื้องทับถมกันจนเป็กองขนาดกลางๆ
"อยู่ไหนน่ะ..."
"เจอแล้วๆ"
เวนย์เขี้ยกองกระเบื้อง
ตุ๊บ...
เวนย์เหยียบร่างของฮันเตอร์ไร้นาม
"เอื้อ..."
เืพุ่งออกจากปาก
"นึกไม่ถึงเลยน่ะ...ว่าจะใช้ลูกเล่นแบบนี้---สมกับที่เขาร่ำลือมาจริงๆ น่ะเวนย์"
ฮันเตอร์ไร้นามยิ้มมุมปาก
"ใครส่งแกมา!"
เวนย์ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงโมโห
ฮันเตอร์ไร้นามเงียบสักพัก---
"ไอเวนย์แกไม่รอดแน่---ถูกคนในเมืองหมายหัวแก---ฉันไม่รู้หรอกแกไปทำอะไรไว้แต่ค่าหัวแกสูงมากเลยละ"
เวนย์ยืนนึกสักแป๊บ
เปรี้ยง!
เวนย์นำปืนเก็บไปที่กระเป๋าสูท เืของฮันเตอร์กระเด็นโดนใบหน้าของเขา
เวนย์จุดบุหรี่สูบด้วยความเยือกเย็น
"ผมคงต้องโทรหาสมาพันธ์ละ" (พร้อมพ่นควัน)
ก่อนเดินออกจากร้าน
โฮโลแกรมของตึกสูงฉายภาพของเวนย์
"ใครก็ตาม---ที่สามารถฆ่าคนที่อยู่ในรูปนี้ได้---แน่นอนว่าค่าหัวของมันประเมินไม่ได้ แต่ฉันสามารถให้ได้ถูกอย่าง---"
"แม้กระทั่งการออกไปจากที่นี้"
เสียงของชายปริศนาพูดผ่านโฮโลแกรม

เวนย์มองไปที่โฮโลเเกรมบนตึก---ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตก
โฮโลแกรมสามมิติแสดงขึ้น
มีสายเรียกเข้า
Confederation Killer
Calling
รับ ไม่รับ
ติ๊ด...ติ๊ด...