ความแตกตื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าผู้รุกรานในทันทีแม้แต่อนุเซียนทั้งสี่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัวค่ายกลนี้ของสำนักพงไพรน่ากลัวเกินไปแล้ว ต่อให้เป็นอนุเซียนอย่างพวกมันยังรู้สึกว่าพลังอำนาจของพวกมันถูกลดทอนลงมากกว่าสามส่วนผู้ที่มีพลังต่ำลงไปก็ยิ่งไม่อาจต้านทานพลังของค่ายกลนี้ได้
ซ่งไป่หลางชิงลงมือท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นฝ่ามือบัวสวรรค์ถูกซัดออกอีกครั้งโดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าราชันยุทธ์ระดับสูงหากเป็นเวลาทั่วไปคนเหล่านี้ย่อมสามารถต้านทานฝ่ามือบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางได้ไม่ยากนักทว่าในสภาวะที่กำลังแตกตื่นทั้งยังไม่อาจใช้พลังความแข็งแกร่งได้ดั่งใจการโจมตีของซ่งไป่หลางกลับกลายเป็นการโจมตีที่อันตรายสามารถคุกคามได้กระทั่งชีวิตของพวกมัน
ราชันยุทธ์ขั้นสูงหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะที่บางส่วนหลบรอดออกมาได้ทันท่วงทีทว่าหลังจากการโจมตีของซ่งไป่หลางถูกส่งออกไปคนของสำนักพงไพรก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน
ยอดฝีมือของสำนักพงไพรพุ่งทะยานออกมาจากค่ายกลคุ้มภัยแล้วโถมเข้าโจมตีกองกำลังของตระกูลเจิ้นตระกูลว่านและสำนักสระทิพย์อย่างบ้าคลั่งก่อนหน้านี้เนื่องจากความเสียเปรียบในแง่จำนวนทำให้พวกมันต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเวลาทำให้คนของสำนักพงไพรรู้สึกอัดอั้นมานานมากแล้วในที่สุดก็ได้เวลาปลดปล่อยความโกรธแค้นเสียที
เวลานี้แม้แต่จักรพรรดิฟ้าของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านต่างร้อนรนและสั่งให้คนของพวกมันพยายามถอยออกจากพื้นที่ของสำนักพงไพรให้เร็วที่สุดพวกมันรู้ดีว่าสถานการณ์ในเวลานี้เลวร้ายเพียงใดกระทั่งจักรพรรดิฟ้าอย่างพวกมันก็เอ่ยได้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวด หากถูกจักรพรรดิฟ้าของสำนักพงไพรเข้าจู่โจมพวกมันอยากรักษาชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่
ผู้อาวุโสหลักต้าซานเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกันมันใช้พลังที่เพิ่มพูนขึ้นจากค่ายกลบุกทะลวงอย่างบ้าคลั่งเข้าฟาดฟันกับอนุเซียนทั้งสี่ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งเดิมทีก็มิได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้วเวลานี้เมื่อเผชิญหน้ากับพลังของค่ายกลก็ยิ่งพบว่าพวกมันล้วนตกอยู่ในสภาพของเหยื่อผู้ถูกล่ากลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่ทำได้เพียงต้องล่าถอยและถ่วงเวลาเอาไว้เท่านั้น
“คิดจะหนีออกจากป่าห้าฤดูกาลงั้นหรือคิดว่าทำไมพวกเราถึงต้องใช้เวลานานนักในการตระเตรียมค่ายกลนี้กัน นั่นก็เพราะข้าต้องทำให้มั่นใจว่าจะมิมีพวกเจ้าคนใดสามารถหลบหนีออกไปได้ยังไงเล่า” เสียงตะโกนของอู๋เจ้อดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการทำงานของค่ายกลอีกประเภทหนึ่ง
ฝ่ายผู้รุกรานที่เดิมทียืนอยู่วงนอกและใกล้กับพื้นที่ชายขอบของป่าห้าฤดูกาลมากที่สุดเดิมทีพวกมันสรรเสริญให้กับโชคดีของพวกมันที่ทำให้สามารถหลบหนีจากขอบเขตค่ายกลได้เร็วพอทว่าภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าได้บดทำลายความหวังของพวกมันโดยสมบูรณ์แบบ
เวลานี้รอบนอกของป่าห้าฤดูกาลได้ถูกบดบังเอาไว้ด้วยกำแพงหนามสูงกว่าร้อยจั้งทั้งยังเป็นกำแพงหนามที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างยิ่ง ผู้ใดที่พยายามทำลายจะต้องเผชิญหน้ากับการโต้ตอบอันน่าสะพรึงกลัวกำแพงหนามจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีเส้นหนามจำนวนมากผุดออกมาแล้วรัดพันคนผู้นั้นเอาไว้หนามที่เกาะอยู่บนเถาวัลย์จะสูบกินโลหิตของเหยื่ออย่างบ้าคลั่งและทำให้แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ก็ยังมีโอกาสตกตายในเวลาอันสั้น
หากฟางเจี่ยลื่อหรือตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์อยู่ที่นี่พวกมันคงสามารถบอกได้ทันทีว่านี่ก็คือค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณที่จวินเม่ยเคยใช้เพื่อกักขังยอดฝีมือของตระกูลหั่วเอาไว้ก่อนหน้าทว่านั่นเป็นเพียงค่ายกลขนาดเล็กที่ใช้ปกคลุมห้องห้องหนึ่งเอาไว้เท่านั้นแต่ครานี้ค่ายกลนี้กลับถูกใช้ออกเพื่อปกคลุมผืนป่าห้าฤดูกาลทั้งหมดนับว่าเป็นค่ายกลที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
“ที่แท้รากฐานของสำนักพงไพรยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้” คนของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านรู้สึกสิ้นหวัง ขณะที่สำนักสระทิพย์ได้แต่สำนึกเสียใจที่พวกมันกล้าแข็งข้อและตั้งเป้าหมายที่จะแย่งชิงตำแหน่งขั้วอำนาจอันดับหนึ่งจากสำนักพงไพร
ที่ผ่านมาแม้สำนักพงไพรจะเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งและได้รับผลประโยชน์ที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับขั้วอำนาจอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาทว่าสำนักพงไพรก็มิเคยถืออำนาจทำตัวเผด็จการรังแกขั้วอำนาจที่อ่อนแอกว่ามาก่อนในส่วนของการแย่งชิงสิทธิ์เพื่อเข้าสำรวจสวนสมุนไพรวิเศษก็ล้วนแต่เป็นข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันหลังการประลองแย่งชิงสิทธิ์ที่เป็นธรรมเช่นกัน
ดังนั้นสามารถเอ่ยได้ว่าสำนักพงไพรเป็นสำนักที่ยึดถือคุณธรรมและมิเคยสร้างปัญหาใดๆให้กับสำนักสระทิพย์แม้ว่าหลังจากนี้ไปสำนักพงไพรจะรุ่งโรจน์ขึ้นเพียงใดพวกมันก็ยังมิเคยคิดที่จะกวาดล้างสำนักอื่นๆและกลายเป็นขั้วอำนาจเพียงหนึ่งเดียวในดินแดนเทพพฤกษาอยู่ดี
นั่นเพราะสำนักพงไพรมิมีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น
ทว่าเจ้าสำนักสระทิพย์กลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานนับตั้งแต่การพยายามแย่งชิงโอกาสในการสำรวจสวนสมุนไพรวิเศษจนกระทั่งถึงตอนนี้ พวกมันได้ใช้กลอุบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการลอบทำร้ายสำนักพงไพรแน่นอนว่าหลังจากวันนี้ไปดินแดนเทพพฤกษามีสำนักพงไพรย่อมไม่อาจมีสำนักสระทิพย์อยู่ร่วมกันได้อีก
นี่จะต้องเป็นจุดจบของสำนักสระทิพย์อย่างแน่นอนสีหน้าของเจ้าสำนักสระทิพย์กลายเป็นดำมืดและลำไส้ของมันก็แทบจะกลายเป็นสีเขียวด้วยความเสียใจ
เหล่าอนุเซียนนั้นสามารถหลบหนีจากอาณาเขตของค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณนี้ได้อย่างแน่นอนทว่าพวกมันย่อมมิเต็มใจทำเช่นนั้น นั่นเพราะกองกำลังของขั้วอำนาจต่างๆของพวกมันล้วนอยู่ที่นี่หากกองกำลังเหล่านี้ตกตายที่นี่ทั้งหมดก็เท่ากับรากฐานกว่าครึ่งของพวกมันจะถูกทำลายไปด้วยพร้อมๆกัน
นี่เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกมันคนใดคนหนึ่งจะสามารถแบกรับได้ไหว
“สำนักพงไพรต้องการสังหารพวกเราทั้งหมดที่นี่เป็นแน่พวกเจ้าทั้งหมดหากมีไพ่ลับอันใดก็จงใช้ออกมาเสีย อย่าได้รีรออีก” เจ้าสำนักสระทิพย์คำรามเสียงต่ำ
อนุเซียนทั้งสองตระกูลสบตากัน ดวงตาเผยความเจ้าเล่ห์และมิยินยอมทว่าขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความอับจนปัญญาพวกมันถูกบีบคั้นถึงขั้นนี้แล้ว หากมิยินยอมเปิดเผยไพ่ลับออกไปอีกละก็เกรงว่าคงถึงคราวสิ้นสุดของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านเป็นแน่
“ไพ่ลับของตระกูลเจิ้นแน่นอนว่าย่อมมีอยู่ ทว่ามิอาจนำออกมาใช้โดยง่ายหากต้องการให้ข้านำมันออกมาละก็ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องถ่วงรั้งอนุเซียนของสำนักพงไพรเอาไว้ให้นานถึงหนึ่งชั่วยามเป็นอย่างน้อย” อนุเซียนตระกูลเจิ้นเอ่ย
อนุเซียนตระกูลว่านถอนหายใจ “ไพ่ลับตระกูลว่านเองก็มีอยู่เช่นกัน แต่มันมิใช่ไพ่ลับที่ใช้สำหรับพิฆาตศัตรูแต่เป็นการรักษาชีวิตมากกว่า หากถึงคราวคับขันมิอาจหลีกเลี่ยงจริงข้าจะใช้ของวิเศษของข้าเพื่อสร้างม่านปราการป้องกันเอาไว้ข้าเชื่อว่ามันจะสามารถปกป้องพวกเรารวมถึงคนของเราได้สักหนึ่งชั่วยามเช่นกัน”
“เช่นนั้นตระกูลว่านก็จงใช้สมบัติชิ้นนั้นออกมาก่อนเถอะหากเจ้าไม่รีบใช้เกรงว่าคนของเราจะถูกพวกสำนักพงไพรสังหารจนหมดสิ้น” เจ้าสำนักสระทิพย์เอ่ยอย่างร้อนรน ทุกชั่วลมหายใจมีคนของสำนักสระทิพย์ถูกฆ่าตายตลอดเวลามันมิอาจทนให้กำลังรบของสำนักสระทิพย์สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้
“ตกลง” อนุเซียนตระกูลว่านรับคำก่อนที่จะหยิบแหวนมิติขึ้นมาเมื่อมันคลายมือออกก็ปรากฏวัตถุปริศนารูปทรงคล้ายดั่งพีระมิดขึ้นบนฝ่ามือ
“ม่านพลังสามเหลี่ยมเทวะ” อนุเซียนตระกูลว่านตะโกนก้อง
ทันใดนั้นคนของสำนักพงไพรก็รู้สึกถึงพลังที่ขัดขวางเบื้องหน้าของพวกมันขณะที่ฝ่ายของตระกูลว่าน ตระกูลเจิ้นและสำนักสระทิพย์กลับถอยร่นอย่างสะดวกสบาย ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยสายตาของคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นสิ่งใดและรู้สึกเพียงแค่ว่าถูกพลังบางอย่างขัดขวางทว่าซ่งไป่หลางนั้นมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอักขระค่ายกลดังนั้นจึงมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านปราการล่องหนนี้อย่างชัดเจน
‘เป็นสมบัติวิเศษที่ยอดเยี่ยมนักบางทีอาจเป็นสมบัติระดับสวรรค์ที่เข้าใกล้ระดับบรรพกาลเลยทีเดียว’ ซ่งไป่หลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ อักขระที่โปร่งใสจนแทบจะมิอาจมองเห็นนั้นมีบางส่วนที่ต้องกับแสงตะวันและทำให้เกิดภาพลวงตาเล็กๆน้อยๆขึ้นกลางอากาศดังนั้นซ่งไป่หลางจึงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสมบัติวิเศษของอนุเซียนตระกูลว่านนั้นถูกใช้เพื่อสร้างอักขระป้องกันที่ซับซ้อนมันมิเพียงมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งแต่ยังสามารถใช้ระบุเป้าหมายได้แม่นยำอย่างยิ่ง
สถานการณ์กลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิงสำนักพงไพรกลายเป็นฝ่ายที่พยายามโถมทำลายม่านปราการขณะที่ฝ่ายผู้รุกรานกลับต้องหดหัวอยู่เบื้องหลังสมบัติวิเศษของอนุเซียนตระกูลว่านอย่างไร้ทางเลือก
“นึกไม่ถึงตระกูลว่านจะมีสมบัติที่ทรงพลังเช่นนี้” ผู้อาวุโสหลักต้าซานถอนหายใจด้วยความโกรธแค้น
“ดูเหมือนข้าจะมาถึงช้าไปเล็กน้อย” รั่วอวี่ที่เพิ่งเคลื่อนย้ายเข้าสู่สงครามเผยยิ้มจนใจเมื่อนางพบว่าสมรภูมิได้เข้าสู่สภาวะที่เงียบสงบลงชั่วคราวอีกครั้งนางทะยานร่างมาอยู่ที่ด้านหน้าของกองกำลัง เคียงข้างร่างของซ่งไป่หลาง
ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง นางก็ตระหนักได้ว่าซ่งไป่หลางกำลังสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นนั่นทำให้นางลอบกวาดตามองตามและพบว่ามีอักขระโปร่งใสที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ด้วยภูมิปัญญาบางส่วนที่นางได้รับจากเซียนพฤกษาทำให้นางมีความเข้าใจต่ออักขระมากขึ้นไม่น้อย
“อักขระป้องกันเหล่านี้ทรงพลังนัก ด้อยกว่าค่ายกลคุ้มภัยของสำนักเราเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” รั่วอวี่ลอบชมเชย
“แม้จะทรงพลังแต่อักขระและค่ายกลนั้นมิใช่สิ่งที่สมบูรณ์แบบทุกค่ายกลล้วนมีหนทางแก้ ทุกอักขระล้วนมีหนทางทำลาย” ซ่งไป่หลางเอ่ยอย่างเชื่อมั่นหลังจากวิเคราะห์รูปแบบของอักขระเหล่านี้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ชายหนุ่มก็มั่นใจมากกว่าหกส่วนว่าจะสามารถทำลายอักขระป้องกันเหล่านี้ได้ในเวลาไม่นาน
“มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่” รั่วอวี่เอ่ยถาม
“ข้าต้องการพลังทำลายที่มากพอสำหรับโจมตีไปยังตำแหน่งที่ข้าบอกในเวลาที่เหมาะสมที่สุดบางทีอาจจะต้องพึ่งผู้อาวุโสหลักต้าซาน” ซ่งไป่หลางตอบกลับ
“มิจำเป็น หากเป็นสถานที่อื่นข้าคงไม่อาจช่วยเจ้าได้ทว่าภายในอาณาเขตของสำนักพงไพร ข้าสามารถใช้ประโยชน์จากต้นมหาพฤกษาได้เล็กน้อยเจ้าบอกตำแหน่งและเวลา ข้าจะเป็นคนโจมตีให้เอง” รั่วอวี่หัวเราะเบาๆ
ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่ารั่วอวี่จะสามารถใช้ประโยชน์จากต้นมหาพฤกษาได้ทั้งที่อยู่ภายนอกมิติสวนสมุนไพรวิเศษนี่ก็คือพลังของภูมิปัญญาอย่างนั้นหรือ
ซ่งไป่หลางอดไม่ได้ที่จะนึกถึง ‘ศาสตราวุธ’ ที่มันได้รับมาจากเซียนพฤกษา น่าเสียดายที่ระดับพลังของมันยังไม่มากพอที่จะใช้งานศาสตราวุธชิ้นนี้ได้มิเช่นนั้นคงไม่ต้องลำบากให้ผู้อื่นจัดการเรื่องนี้แล้ว
“ข้าจะส่งตำแหน่งให้แก่เจ้า และจะบอกเจ้าว่าควรโจมตีเมื่อไหร่”
รั่วอวี่พยักหน้า นางปล่อยให้ซ่งไป่หลางส่งความคิดผ่านจิตวิญญาณให้แก่นางโดยมิได้ป้องกันอันใดเวลานี้คนทั้งสองได้สร้างความไว้วางใจให้แก่กันจนถึงระดับที่สามารถทุ่มเทความเชื่อใจให้อีกฝ่ายได้อย่างไม่มีข้อแม้แล้ว
ต้นมหาพฤกษาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสำนักพงไพรสั่นสะท้านเล็กน้อยและก่อนที่จะมีผู้ใดพบเจอความผิดปกติของมัน รากไม้ขนาดมหึมาก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหน้าของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่
“ตอนนี้” ซ่งไป่หลางเอ่ยเบาๆ
เปรี้ยง!!! เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนป่าห้าฤดูกาลสีหน้าของอนุเซียนตระกูลว่านแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดและตื่นตะลึงถึงขีดสุดสมบัติรูปทรงพีระมิดบนฝ่ามือของมันแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกับม่านปราการที่คอยปกป้องคุ้มครองคนของพวกมันเอาไว้
“เป็นไปมิได้ ต้นมหาพฤกษาเหตุใดจึง…” เจ้าสำนักสระทิพย์พึมพำราวกับคนเสียสติ
แม้แต่คนจากสำนักพงไพรก็ยังมองภาพนี้ด้วยความตะลึงลานพวกมันมิอาจเข้าใจถึงเหตุผลที่ต้นมหาพฤกษามีการเปลี่ยนแปลงทั้งยังเคลื่อนไหวตามคำสั่งของใครบางคน
ที่ผ่านมาแม้สำนักพงไพรจะตั้งอยู่โดยมีต้นมหาพฤกษาเป็นแกนกลางทว่าทุกคนในดินแดนเทพพฤกษาล้วนตระหนักดีว่าสำนักพงไพรมิใช่เจ้าของต้นมหาพฤกษาไม่เคยมีผู้ใดสามารถควบคุมบงการต้นมหาพฤกษาได้มาก่อนแม้แต่จวินเม่ยเองก็ยังไม่สามารถทำได้
ต้นมหาพฤกษาคือรากฐานของดินแดนเทพพฤกษาตราบใดที่สำนักพงไพรมิอาจควบคุมมันก็เท่ากับว่าสำนักพงไพรยังมิใช่ผู้ปกครองแห่งดินแดนเทพพฤกษาอย่างแท้จริงและสำนักอื่นๆก็มีโอกาสที่จะแย่งชิงตำแหน่งขั้วอำนาจอันดับหนึ่งมาได้ตราบใดที่สามารถแย่งชิงตำแหน่งของสำนักพงไพรมาเป็นของตนนี่คือแนวคิดพื้นฐานสำหรับผู้คนในดินแดนเทพพฤกษาตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา
ทว่าวันนี้ต้นมหาพฤกษากลับเริ่มเคลื่อนไหวแล้วมีใครบางคนที่สามารถบังคับควบคุมมันได้ นั่นแปลว่าราชันย์ของดินแดนเทพพฤกษาได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วเช่นกัน
แต่แท้จริงแล้วคนผู้นั้นมิใช่ราชันย์แต่เป็นราชินีต่างหาก ไม่สิ หากวัดตามอายุของนางสมควรเรียกนางว่าองค์หญิงหรือท่านหญิงน้อยแห่งดินแดนเทพพฤกษาจึงจะเหมาะสมที่สุด
เพียงการเคลื่อนไหวเดียวของต้นมหาพฤกษาก็ทำลายพลังอำนาจของสมบัติวิเศษระดับสวรรค์จนกลายเป็นเพียงฝุ่นผงคนของสำนักพงไพรรู้สึกได้ว่าม่านปราการล่องหนได้สลายไปแล้วขณะที่ฝ่ายผู้รุกรานต่างรู้สึกสิ้นหวังจนมิอาจยืนหยัดต่อสู้ได้อีก หลายคนถึงกับหันหลังแล้ววิ่งไปทางค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณอย่างไร้สติ
“เจ้าถึงกับควบคุมรากของต้นมหาพฤกษาได้เชียว?” ซ่งไป่หลางเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง
รั่วอวี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายเบาๆ“นั่นมิใช่รากของต้นมหาพฤกษาดั้งเดิมสมควรเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้ามากกว่า”
“…” ซ่งไป่หลางยิ่งตื่นตะลึงมากขึ้น มันรู้ดีว่ารั่วอวี่แท้จริงแล้วก็คือผลของต้นมหาพฤกษาผลก็คือเมล็ด เมล็ดก่อกำเนิดราก หรือว่ารั่วอวี่กำลังวิวัฒนาการในรูปแบบของนาง วันหนึ่งนางจะกลายเป็นต้นมหาพฤกษาอีกต้นหนึ่งหรือไม่
ชายหนุ่มไม่อาจรู้เลยว่าภายใต้ความตื่นตะลึงนั้นยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกมิยินยอมพร้อมใจบางประการ
‘ไป่หลาง นี่เจ้า’ เซี่ยหยางที่รับรู้ความคิดของมันตลอดเวลาอดไม่ได้ที่จะตกใจไปชั่วขณะมันอยู่กับซ่งไป่หลางมาหลายปีแล้ว ได้พบเห็นการเติบโตของเด็กหนุ่มผู้นี้จนถึงปัจจุบันที่ผ่านมาซ่งไป่หลางได้พบเจอกับสตรีที่โดดเด่นมาไม่น้อย ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มันพบอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างจากปกติออกมาจากตัวของซ่งไป่หลาง
เซี่ยหยางยังรู้อีกด้วยว่ารั่วอวี่ผู้นี้รวมถึงผู้อาวุโสรั่วมิใช่มนุษย์และจากการที่มันรู้ความคิดของซ่งไป่หลางมันจึงล่วงรู้รายละเอียดที่เซียนพฤกษากล่าวถึงเช่นกัน
มันตระหนักได้ว่าศิษย์ของตนกำลังสับสนอย่างหนักภายในใจเซี่ยหยางพลันถอนหายใจเบาๆ อย่างไรเสียบุรุษก็คือบุรุษ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตัวตนของแม่นางรั่วอวี่ผู้นี้โดดเด่นและพิเศษกว่าหญิงสาวทุกคนบนโลกอีกทั้งนางยังมีนิสัยที่ยอดเยี่ยม ทั้งการกระทำและความคิดล้วนคู่ควรที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหลในตัวของนางโดยไม่รู้ตัว
“เจ้าหนู เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว หากมันเป็นความรู้สึกชั่วครู่เจ้าก็จงปล่อยวางมันเสียแต่หากมันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเที่ยงแท้ ก็จงยึดถือมันเอาไว้ให้มั่นเถอะสำหรับเรื่องที่เจ้ากังวลมิมีความจำเป็นอันใดที่จะต้องใส่ใจกับมัน ไม่ผิดที่มนุษย์จะตกหลุมรักกับเผ่าพันธุ์อื่นและแม้ตัวตนของนางจะดูแตกต่างไปพอสมควร แต่นางก็ยังคงเป็นนาง เจ้ารู้สึกเช่นใดก็จงตัดสินใจเอาเองเถอะ”
----------------------------------------------------------
อันนี้ของวันพรุ่งนี้นะครับ เนื่องจากคืนนี้ไม่ว่างเลยกลัวว่าจะไม่ได้อัพยาวๆ เลยมาลงไว้ก่อน พรุ่งนี้งดหนึ่งวันนะครับ