อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    ตอนที่ 56 ร่างไท่จู

    ตอนที่ 56 ร่างไท่จู

    เสวียนอู่จิงฉานลุกจากที่นั่งอีกครั้ง มือทั้งสองข้างสั่นเทา ม่านตาเบิกกว้างออกมาแสดงถึงแววตาที่ตื่นตะลึง

     

     

    "นะ...นี่มัน!! เป็นการประลองของเมืองเมฆครามจริงหรือนี่การประลองคู่นี้มันระดับเดียวกับการประลองรุ่นเยาว์ของเมืองหลวงแล้ว!!"

     

     

    แม้แต่ซูซ่งหยูผู้นำพรรคป้อมอัคคีและเซี่ยวหลินอวี๋ ผู้อาวุโส ของพรรคตระกูลเซี่ยวหลินยังไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ ในตอนที่จูหยวนฟาน แผ่พลังชั้นลมปราณสีน้ำเงินออกมาพวกมันยังไม่ตื่นตระหนกเท่าไหร่นัก เพราะจูหยวนฟานเป็นนายน้อยของสำนักจากแดนใต้ซึ่งเป็นคนละระดับกับเมืองเมฆครามและไม่นับว่าเป็นคนในเมืองเมฆคราม 

     

    แต่บัดนี้ผู้ที่เปล่งประกายพลังชั้นลมปราณสีน้ำเงินออกมาเป็นคนจากพรรคกระบี่เหิน!! พรรคคู่แข่งภายในเมืองเมฆครามแห่งนี้หลังจบการประลองหากพรรคกระบี่เหินจะขึ้นชื่อว่าพรรคอันดับหนึ่งของเมืองพวกมันล้วนไม่อาจมีข้อโต้แย้งได้!!

     

     

    "เจ้าอี้หวังหู่มันแอบซ่อนศิษย์ลับระดับนี้ไว้ได้ยังไงตั้งหลายปีหากจะคิดว่าศิษย์ผู้นี้เป็นคนจากถิ่นอื่นมาลงเป็นตัวแทนชั่วคราวก็ไม่อาจคิดได้เพราะวิชาที่มันใช้ทั้งหมดก็เป็นวิชาของพรรคกระบี่เหินชัดๆ"เซี่ยวหลินอวี๋กล่าวขึ้น

     

     

    แม้ผู้คนรอบด้านทุกคนจะตื่นตะลึงแต่ก็ไม่อาจเทียบเท่าคนผู้หนึ่ง มันผู้นั้นก็คือ จูหยวนฟานที่ใบหน้าค่อยๆบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ มันไม่คิดว่าคนจากพรรคของเมืองทางเหนือห่างไกลเช่นนี้จะมียอดอัจฉริยะแอบแฝงอยู่!! มันทราบข่าวว่าอัจฉริยะอันดับ 1 ของเมืองนี้คือ อี้หลงหวังแต่เมื่อรู้ว่าอี้หลงหวังอยู่เพียงชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 9 มันก็ไม่เห็นอี้หลงหวังอยู่ในสายตาของมันทันที

     

     

    แต่บัดนี้!!ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของมัน อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแต่แสดงพลังขั้นที่สูงกว่ามันออกมา ทำให้มันยากจะยอมรับได้

     

     

    "บัดซบ!!ลมปราณสูงกว่าข้าแล้วยังไง ข้าเคยล้มคนที่ลมปราณสูงกว่าข้าได้ถึง 2 ขั้น อย่าคิดว่าความต่างของพลังจะมีผลมากนักเลย!!" 

     

    จูหยวนฟานหัวร้อนขึ้นทันที เพราะมันเคยสบประมาทเล้งซานเอาไว้เมื่อครู่แต่ในตอนที่เล้งซานแผ่ชั้นลมปราณสีน้ำเงินออกมาย่อมไม่ต่างจากการเอาคำพูดของมันมาตบหน้าตัวมันเอง!!

     

     

    "เจ้าจะบอกว่าเรื่องวรยุทธเจ้านั้นเหนือกว่าข้าว่างั้นซิ? เหอะ!!กบในกะลาชัดๆ" เล้งซานเบ้ปากเล็กน้อย

     

     

    ในหน้าของจูหยวนฟานแดงกร่ำทันทีเพลิงโทสะลุกโชนเผาผลาญความเยือกเย็นของมันไปจนหมดสิ้น

     

    "หาที่ตาย!!"จูหยวนจากโคจรพลังไว้ที่ฝ่ามือ พุ่งทะยานร่างเข้าหาเล้งซานด้วยวิชาตัวเบาชั้นสูง

     

     

    "ศิลากระแทกสวรรค์"

     

     

    ลมปราณมหาศาลห่อหุ้มฝ่ามือพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเล้งซาน

     

     

    "กระบี่เจิดจรัส" ปราณกระบี่นับสิบหมุนวนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือของจูหยวนฟานทันที

     

     

    ตูมมมมม

     

     

    จากการปะทะแม้จูหยวนฟานไม่ได้ถูกกระแทกออกไป แต่ฝ่ามือของมันก็ถูกหยุดสภาวะและพลังลมปราณในฝ่ามือก็สลายไปทันทีจูหยวนฟานนั้นตกตะลึงแต่ยังไม่ทันได้ตระเตรียมกระบวนท่าใดๆต่อ ก็พบว่ารอบเวทีประลองถูกห่อหุ้มด้วยปราณกระบี่นับหมื่นไปเสียแล้ว!!

     

     

    "ปราณกระบี่คลุมสวรรค์!!"

     

     

    กระบวนท่านี้เป็นกระบวนท่าที่อี้หลงหวังเคยใช้กับเล้งซานในการประลองปีที่แล้ว แต่บัดนี้!!ถูกนำมาใช้โดยเล้งซาน ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการออกกระบวนท่า หรืออนุภาพของมันล้วนมากกว่าที่อี้หลงหวังใช้ถึงสิบเท่า!!ปราณกระบี่จำนวนนับหมื่นแทบจะปกคลุมบดบังท้องฟ้าทั่วทั้งเวทีอย่าได้พูดถึงการหลบเลี่ยง แม้แต่จะขยับเขยื้อนยังนับว่าทำได้ยาก

     

     

    "บัดซบ!!บรรพตตั้งมั่น" จูหยวนฟานเปิดใช้ปรานคุ้มกันรอบตัวทันที!!

     

     

    ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ

     

     

    ปราณกระบี่จำนวนมหาศาลถาโถมเข้าในร่างของจูหยวนฟาน รอบทิศทางยาวนานต่อเนื่องกว่าสิบลมหายใจโดยไม่มีช่องว่างให้เลี่ยงหลบได้เลยแม้แต่น้อย แสงจากปราณกระบี่สาดส่องโดยทั่วฝุ่นฟุ้งคละคลุ้งปกคลุมโดยรอบ ไม่มีผู้ใดสามารถมองทะลุรอดผ่านเข้าไปได้ทำได้แต่เพียงรอให้แสงจากปราณกระบี่และฝุ่นละอองจางหายไปเองเวลาไม่นานภาพบนเวทีก็ปรากฏขึ้น จูหยวนฟานนั้นเสื้อผ้าที่มันสวมใส่ฉีกขาดหลุดลุ่ยแทบไม่เหลือแม้แต่ตารางนิ้วที่จะมีสภาพสมบูรณ์ แม้ร่างกายไม่บาดเจ็บสาหัสแต่ก็เกิดรอบจ้ำแดงๆไปทั่วทั้งตัว โดยรวมแล้วอธิบายได้เพียงสองพยางค์ว่า 'อนาถ'

     

     

    "อะ..อ้าว!!นายน้อยจู ข้าต้องขออภัยด้วย เห็นท่านอวดโอ้วรยุทธสำนักท่านแข็งแกร่งนักหนาข้าเลยเผลอตัวทำรุนแรงต่อท่านไปเล็กน้อย ต้องขออภัยจริงๆถือซะว่ารอบนี้ไม่นับก็แล้วกันนะ มาเริ่มกันไหม่ดีกว่ามั้ย?" มุมปากของเล้งซานเฉิดขึ้นสูงคล้ายแสยะยิ้ม พลางเอามือกอดอก

     

     

    "เจ้า!!"ร่างของจูหยวนฟานโซซัดโซเซ แทบจะล้มแหล่มิล้มแหล่ แต่แววตายังคงแข็งกร้าวไม่ฉายความรู้สึกพ่ายแพ้ออกมาแม้แต่น้อย

     

     

    "ข้ายังไม่แพ้!!"จูหยวนฟาน ระเบิดพลังลมปราณขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายสั่นไหวด้วยพลังที่อัดแน่นในร่างนี่คือเคล็ดวิชาที่แทรกซึมลมปราณเข้ามาในร่างของตนเองเป็นวิชาชั้นสูงของสำนักเทือกเขาไท่จูโดยเฉพาะเสริมพลังลมปราณทั้งหมดไปเพิ่มสมรรถนะร่างกายให้ถึงขีดสุด

     

     

    "ร่างไท่จู!!"

     

     

    จูหยวนฟานเหลือบมองเล้งซานด้วยสายตาอาฆาต แต่ก็พบว่าเล้งซานยังยืนสง่ามือทั้งสองข้างไขว่ที่ด้านหลัง ใบหน้าแสยะยิ้ม ราวกับดูแคลนมันถึงที่สุด!!

     

     

    "บัดซบ!!เจ้าช่างไม่รู้จักความแข็งแกร่งของร่างไท่จู!! แม้ศิษย์แกนหลักของพรรคใหญ่ในแดนใต้เมื่อเห็นร่างไท่จู ยังต้องน้อมรับความพ่ายแพ้ทันที โดยหวังให้ข้านั้นปรานีมันกำลังของข้าในตอนนี้จะมากกว่ามนุษย์ทั่วไปนับร้อยเท่า!!

     

     

    "อ้อ...เหรอ?"เล้งซานแสร้งเบิกตากว้าง พลางอ้าปากเล็กน้อย

     

     

    จูหยวนฟานเห็นกิริยาของเล้งซานแล้วถึงกับกายสั่นสะท้าน ไม่ใช่การสั่นเนื่องในวิชาร่างไท่จูแต่เป็นการสั่นด้วยโทสะความโกรธที่เกินขีดจำกัดของมันไปแล้ว

     

     

    "ตาย!!!"จูหยวนฟานพุ่งทะยานด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า ด้วยกำลังขาที่เกินมนุษย์กว่าร้อยเท่าง้างหมัดซ้ายไปด้านหลัง กล้ามเนื้อแขนมีเส้นเลือดปูดบวมเป่งราวกับจะระเบิดแตกออกมาก่อนจะอัดพลังทั้งหมดโหมเข้าใส่ใบหน้าของเล้งซาน!!

     

     

    ตูมมมมมมมมมม!!!

     

     

    เสียงดังสนั่นของการปะทะดังขึ้นพื้นเวทีขนาดใหญ่ถึงกับสั่นสะเทือนโดยเห็นได้ด้วยตาเปล่าหมัดอัดพลังเต็มสิบส่วนของจูหยวนฟานอัดเข้ากับ...มือ...มือขวาของเล้งซาน!!เล้งซานหยุดสภาวะทั้งหมดจากหมัดของจูหยวนฟานที่ใช้ร่างไท่จูเพิ่มพลังนับร้อยเท่าด้วยมือขวาข้างเดียว โดยที่มือซ้ายยังคงไขว่หลัง ร่างของเล่งซานไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืนแม้แต่ครึ่งก้าว!!

     

     

    "อวดโอ้ซะเนิ่นนานแต่เรียวแรงราวกับเด็กสิบขวบ" 

     

    เล้งซานบีบมือขวาของมันที่คว้ากำปั้นของจูหยวนฟานอยู่ด้วยพลังของกล้ามเนื้อแห่งมังกรต่อให้ร่างไท่จูของมันแข็งแกร่งกว่านี้อีกเท่าตัวก็ยังไม่อาจเปรียบกับเล้งซานได้กระดูกมือของจูหยวนฟานแหลกละเอียดทันที

     

     

    "อ๊ากกกกกกกก"ใบหน้าของจูหยวนฟานบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดแต่แม้จะสะบัดมือแรงซักเพียงใดก็ไม่อาจดึงกำปั้นให้หลัดจากกำมือของเล้งซานได้ราวกับถูกจับยึดไว้ด้วยเหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง

     

     

    "ปะ...ปล่อยข้านะ"จูหยวนฟานเริ่มจนทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวถึงกับออกปากบอกให้เล้งซานปล่อยเข่าหนึ่งข้างของจูหยวนฟานก็ทรุดลงกับพื้นเวที

     

     

    เล้งซานแสยะยิ้มก่อนจะสะบัดมือเหวี่ยงยกร่างของจูหยวนฟานออกไปอีกมุมของเวทีโดยลักษณะการโยนนั้นทำราวกับว่าร่างของจูหยวนฟานไร้ซึ่งน้ำหนัก ลอยละลิ่วสูงจากพื้นร่วม3 เมตรก่อนจะตกลงสู่พื้นเวทีโดนไม่มีการตั้งหลักลงแม้แต่น้อย

     

     

    "รีบๆยอมแพ้ไปซะจะได้ไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้เจ้าไม่ใช่คนของเมืองเมฆคราม ไม่สมควรจะขึ้นเวทีมาซะตั้งแต่แรกแล้ว"เล้งซานกล่าวพลางชำเรืองมองด้วยหางตาอย่างไม่ยินดียินร้าย

     

     

    ตั้งแต่เกิดมาจนถึงป่านนี้จูหยวนฟาน ไม่เคยรับรู้ถึงความอัปยศที่มากมายดังเช่นวันนี้มันไม่อาจสร้างบาดแผลให้เล้งซานได้เลยแม้เพียงน้อยนิดกลับเป็นมันเสียอีกที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆทุกครั้งที่เข้าปะทะความเจ็บปวดทั่วร่างไม่อาจเทียบได้กับความเจ็บใจ และความเจ็บใจนี้ทำให้มันเริ่มที่จะขาดสติ...

     

     

    มันเกร็งพลังไว้ที่นิ้วชี้พลางยกขึ้นมาตรงหน้า การที่จูหยวนฟานทำกริยาเช่นนี้ ทำให้ผู้อาวุโสที่มากับมันถึงกับหน้าถอดสี

     

     

    "นายน้อยอย่าได้ทำเช่นนั้น!!" ผู้อาวุโสที่มากับจูหยวนฟานชื่อว่า จูชิงชิว ก่อนหน้านี้ไม่ว่านายน้อยมันจะถูกเล้งซานทำร้ายแค่ไหนมันไม่เคยแม้แต่จะส่งเสียงโดยมันถือว่าเป็นการให้นายน้อยของมันได้รับการเรียนรู้จากผู้อื่นซะบ้างแต่สิ่งที่จูหยวนฟานกำลังจะกระทำนี้ ทำให้มันถึงกับตะโกนออกมาทันทีแต่ราวกับว่าคำเตือนของ จูชิงชิวนั้น ไม่ได้เข้าหูของจูหยวนฟาน เลยแม้แต่น้อย...

     

     

    "หม่าเฉิน!!เจ้าบังคับข้าเองนะ ตายขึ้นมาก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!!"

     

     

    "วิชาต้องห้ามคืนสู่บรรพต!!!"