ผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี

    บทที่ 40

    บทที่ 40


    อีอันเงยหน้าขึ้น ตระหนักได้ว่าการมองเห็นของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะไม่มีแสงสว่างแต่ก็เห็นสิ่งที่มองไม่เห็นในรูปร่างที่ชัดเจนอยู่ตรงหน้า เห็นแม้กระทั่งคลื่นของพลังเวทที่แผ่กระจายอย่างสม่ำเสมอคล้ายการเต้นของหัวใจและรากไม้จำนวนมากที่ดิ้นอยู่ใต้ดิน


    นั่นอธิบายได้ว่าทำไมอีอันถึงสูญเสียสมาธิไปครู่หนึ่ง และนอกจากฝั่งตรงข้ามที่มีพวกมันมารวมตัวกันแล้วยังรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่มีสีดำสนิทโผล่ขึ้นมา ในสายตาของอีอัน เขาเห็นเหมือนหนวดจำนวนมากที่กำลังขยับไปมา ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ได้ต่างกันมาก เพราะเสาต้นนั้นคือต้นไม้เก่าแก่ที่สกปรกและทำให้เกิดมลพิษกับป่า เพราะเสานั้นคือต้นไม้โบราณบิดเบี้ยวที่เป็นบอสและเป็นตัวการทำให้ป่าปนเปื้อน


    หว่างคิ้วของอีอันค่อย ๆ แคบลงขณะจ้องมองเงานั้น


    “ทำไมใหญ่ขนาดนั้น…?”


    ใหญ่กว่าที่คาดไว้เสียอีก นึกว่าจะเล็กกว่านี้เพราะปนเปื้อนน้อยกว่าในเกม


    “บอกแล้วไงว่าไม่ให้ประมาท”


    ในขณะที่อีอันพึมพำ เขาก็เริ่มออกวิ่งอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สิ่งที่แตกต่างคือเขาไม่ใช่คนเดิมเหมือนกับตอนที่เล่นเกม


    ‘แผนไม่ได้ล้มเหลวสักหน่อย’


    อีอันยื่นมือซ้ายออกไป ทันใดนั้นลูกแก้วสีขาวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ


    แก่นพลังเวท


    อีอันกำแก่นพลังเวทแล้วเริ่มร่ายเวททันที เขาไม่จำเป็นต้องใส่พลังเวทเข้าไป พลังเวทที่สัมผัสกับแก่นพลังเวทก็ถูกดูดเข้าไปภายในราวกับถูกแม่เหล็กดูด


    พลังเวทและรัศมีแสงสีขาวแพร่กระจายอยู่ภายในแก่นพลังเวทและก้องกังวานอยู่ในนั้น รู้สึกเหมือนได้เห็นพลังเวทเติมเต็มภายในของแก่นพลังเวท


    พลังเวทไม่ใช่แค่การหลอมรวมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการทับซ้อนกันทางเรขาคณิตอีกด้วย


    แม้ว่าจะไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเวทมนตร์ได้ทำหน้าที่ของมันเอง


    ‘เพราะอย่างนี้เวทมนตร์ถึงทรงพลังขึ้นสินะ’


    อีอันยื่นมือออกเพราะรู้สึกแปลก ๆ แก่นพลังเวทผุดขึ้นมาหมุนติ้วราวกับกำลังรออยู่ มันหมุนช้าลงเมื่อห่างจากฝ่ามือเล็กน้อยจนในที่สุดก็หยุดกลางอากาศราวกับว่ามันหาตำแหน่งได้แล้ว


    เขารู้สึกแปลกเหมือนกับว่าฝ่ามือและแก่นพลังเวทนั้นเชื่อมต่อกันได้ด้วยสนามแม่เหล็ก


    “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม…!”


    อีอันขยับนิ้วไปมาพลางซาบซึ้งใจ ก่อนจะกลิ้งลงพื้นกะทันหัน


    ฟิ้วว!


    วินาทีต่อมา มีบางอย่างพุ่งลงมาพร้อมกับเสียงฉีกขาดของบรรยากาศ


    ตึง!


    ปากขนาดใหญ่ที่มีเปลือกสีดำคล้ายเกล็ดพุ่งลงมาปักดินพร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่น มันมีขนาดใหญ่พอที่จะกลืนอีอันได้ในคำเดียว ลำต้นที่เชื่อมต่อขึ้นไปด้านบนหนาเท่ากับลำต้นของต้นไม้กินเนื้อ


    เขาเข้ามาถึงระยะโจมตีของต้นไม้โบราณที่บิดเบี้ยวโดยไม่รู้ตัว


    ปากของมันพุ่งกลับขึ้นด้านบน


    ‘นี่คือใหญ่ที่สุดแล้วเหรอ’


    อีอันลุกขึ้น จากนั้นเริ่มวิ่งไปตามเส้นทาง วาดวงกลมขนาดใหญ่รอบ ๆ ต้นไม้โบราณ


    ฉึก! ตึง!


    ปากของต้นไม้โบราณที่พลิ้วไหวพุ่งลงมาเป็นแถวตามหลังอีอัน พวกมันไม่ว่องไวเหมือนต้นไม้กินเนื้อ แต่มีจำนวนเยอะและมีขนาดใหญ่กว่ามาก


    สิ่งที่ดูเหมือนหนวดดิ้นยุกยิกไปมาทั้งหมดคือปากของมัน


    ‘พอได้เจอจริง ๆ กัดไม่ปล่อยเหมือนหมาเลยนะ’


    ความทรงจำในเกมทับซ้อนโดยอัตโนมัติ ยิ่งเข้าใกล้มันมากเท่าไหร่ ปากก็ยิ่งพุ่งลงมาเท่านั้น และรากก็งอกขึ้นตามเส้นทางที่ตัวเกมกำหนดไว้


    การจู่โจมทำให้สติหลุดลอยไปตั้งแต่บนลงล่าง


    อีกทั้งยังมีพวกซอมบี้เชื้อราพุ่งออกมาจากทั่วทุกทิศทาง ไม่ว่าจะฆ่าเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น


    บอสตัวนี้คือบอสที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้เอาชนะได้ด้วยการกระโดดพุ่งเข้าไปเฉย ๆ เช่นเดียวกับบอสตัวอื่น ๆ ที่หากต้องการฆ่าก็ต้องหาจุดอ่อนแล้วพุ่งโจมตี


    แต่ตอนนี้สามารถฆ่าได้ด้วยวิธีใดก็ได้แม้เป็นการเข้าปะทะซึ่งหน้า


    ‘ถึงจะรู้จุดอ่อนอยู่แล้วก็ต้องตั้งสติ’


    เช่นเคย อีอันไม่เคยคิดจะละทิ้งทางเลือกง่าย ๆ แล้วถอยหลังกลับ อีอันหยิบถุงน้ำมันออกมาจากมิติเก็บของและเริ่มวิ่งเทน้ำมันให้กระจายจนทั่ว


    เหล่าปากเริ่มขุดคุ้ยดินแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขากลับคิดว่าดีเสียอีก พวกมันจะได้โดนน้ำมันด้วย


    เขาเทน้ำมันในกระเป๋าจนหมดแล้วนำใบใหม่ออกมาเททันทีอยู่หลายครั้ง เมื่อนำกระเป๋าน้ำมันที่อยู่ในมิติเก็บของออกมาหมดแล้ว หลุมกลวงที่เกิดจากปากซึ่งพุ่งลงมาในตอนแรกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า


    อีอันกระโดดข้ามหลุม ยื่นมือขวาออก และโยนกระเป๋าน้ำมันที่เหลืออยู่ไปด้านหลังแล้วปล่อยลูกไฟพุ่งออกจากมือ


    ‘เวทมนตร์สีแดงขั้นพื้นฐาน ไฟร์บอล’


    ฟิ้ว!


    ลูกไฟถูกปล่อยไปยังกระเป๋าน้ำมัน เกิดการระเบิดกระจายไปทั่วทุกที่


    พรึ่บ!


    ไฟลุกไหม้ตามน้ำมันที่ปกคลุมพื้นดินและแพร่กระจายออกไปทุกทิศทางในชั่วพริบตา


    ตุบ! ตูม!


    ปากที่พุ่งลงมาจากด้านบนก็ลุกเป็นไฟเช่นกัน พวกมันพุ่งกลับขึ้นไป


    เขาวิ่งผ่านเปลวไฟในขณะที่รอบ ๆ ตัวสว่างขึ้นได้เพียงครู่เดียว


    โฮฮฮฮ!


    เสียงกรีดร้องคล้ายเสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้น ปากที่พุ่งเข้ามาโจมตีก็ได้หยุดลงทันที


    ในที่สุดอีอันก็ลดความเร็วลง


    “นึกว่าจะกำจัดจุดอ่อนได้แล้ว…”


    เขาพูดพลางหายใจหอบแล้วหันกลับไปมอง รูปร่างที่แท้จริงของต้นไม้โบราณที่พลิ้วไหวปรากฏขึ้นในดวงตา รูปร่างของมันดูเหมือนดอกไม้ทะเลสีดำขนาดยักษ์มากกว่าต้นไม้ มีรูอยู่ทั่วลำต้นสูงหนาและมีเมือกคล้ายน้ำมันดิบหยดอยู่


    ข้างบนมีกิ่งไม้ที่งอกขึ้นนับไม่ถ้วนกำลังแกว่งไปมา ทำให้ไฟเริ่มลาม


    เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นจุดอ่อนอย่างแรกของต้นไม้โบราณ


    ถ้าไฟลามตัวมันเองมากกว่าที่เกมกำหนดไว้ก็จะหยุดโจมตีและเข้าสู่กระบวนการวิวัฒนาการ


    ไฟเป็นจุดอ่อนของพวกซอมบี้เชื้อราเช่นกัน


    คู่มือที่อ่านขณะเล่นเกมระบุว่าให้พกน้ำมันไปให้เพียงพอที่จะจุดไฟและกำจัดปากไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเข้าถึงจุดอ่อนอย่างที่สองได้อย่างง่ายดาย


    แน่นอนว่าตอนนั้นอีอันเผชิญหน้ากับพวกมันโดยไม่รู้วิธีดังกล่าว เขาเลือกใช้วิธีที่ง่ายและโง่กว่า นั่นคือการอัปสกิลเวทมนตร์สีแดง


    ‘พอมาคิดดูแล้ว ก็ใช้ตัวละครห่วยมาตั้งแต่ตอนนั้น… เจอแล้ว’


    ดวงตาของอีอันที่มองไปรอบ ๆ ต้นไม้โบราณ หนึ่งในรูที่อยู่ทั่วโคนต้นมีแสงสีม่วงจาง ๆ เปล่งประกายออกมา


    ถึงแม้จะไม่รู้ชื่อที่แน่ชัด แต่นั่นเป็นจุดอ่อนอย่างที่สองและเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของต้นไม้โบราณที่ต้นนี้


    ‘สูงเกินไปแล้วนะ จริง ๆ เลย’


    อีอันอารมณ์เสีย เริ่มวิ่งไปทางต้นไม้โบราณและเข้าใกล้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ


    โฮกกก…


    อีอันหันปลายดาบลงและพุ่งไปตรงโคนต้น พร้อมกันนั้นเสียงกรีดร้องก็เริ่มเบาลง


    ย๊ากกก!


    ควันสีเทาพุ่งออกมาจากรูทุกรูที่อยู่ทั่วโคนต้นเหมือนกับเกิดระเบิด


    “…!”


    ควันนั้นปกคลุมกิ่งไม้และลามมาถึงอีอันที่พึ่งวิ่งเข้ามา อีอันกลิ้งอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้นโดยไม่ทันได้หยิบดาบที่หลุดออกจากมือ มีปากจำนวนมากเหนือกลุ่มควันพุ่งตัวโค้งลงมาราวคันธนู


    อีอันรับรู้ได้ว่าพวกมันกำลังจะพุ่งลงมาพร้อม ๆ กันในไม่ช้า แต่แทนที่จะหลบ อีอันกลับยื่นมือซ้ายขึ้น


    ‘เมื่อไหร่จะจบสักที ไอ้เวรนี่’


    รอช่วงเวลานี้อยู่พอดี


    ฟิ้ววว!


    แก่นพลังเวทตรงกลางฝ่ามือเริ่มหมุน


    เลือกไว้แล้วว่าจะใช้เวทมนตร์แบบไหนตั้งแต่แรก


    เวทมนตร์สีแดงระดับล่าง อัคนีคำราม


    แม้เป็นเวทมนตร์เรียบง่ายที่ปล่อยไฟออกมาเป็นเส้นตรง และมีตัวแปรน้อยแต่ผลที่ได้กลับไม่มีข้อผิดพลาด


    ‘แม้จะมีข้อเสียคือระยะโจมตี แต่ถ้ามีแก่นพลังเวท ก็เพียงพอ…?!’


    ตาของอีอันเบิกโตขึ้นทันที


    ฟิ้ววววววว!


    พลังเวทที่ทับซ้อนกันภายในแก่นนั้นดูเหมือนจะหมุนอย่างรุนแรงแล้วเริ่มดูดซับพลังเวทของเขา


    ไม่สามารถหยุดได้ด้วยซ้ำ


    ‘บ้าอะไรเนี่ย…?’


    ชั่วพริบตาต่อมา พลังเวทถูกดูดออกไปในลักษณะหมุนวนอยู่ด้านหน้า 


    ในแก่นพลังเวทที่เต็มไปด้วยสีแดง มีเปลวไฟสีเหลืองที่ส่องประกายคล้ายกับลมหายใจของมังกรพุ่งออกมา

    คล้ายกับเรื่องผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี ที่คุณอ่าน