บทที่ 39 ท่านพ่อผู้บอบบาง
"ตอนนี้ข้าหิวจนกินหมูได้ทั้งตัวแล้วเจ้าค่ะ" ซูมู่มู่ทั้งเหนื่อยทั้งหิว การจับผีและทำวิชาสวดส่งวิญญาณเช่นนี้ ช่างสิ้นเปลืองพละกำลังและพลังจิตใจยิ่งนัก
"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราจะกินหมูหนึ่งตัว เจ้าลูกคนที่สอง เจ้าขี่ม้ากลับไปบอกให้พวกเขารีบเตรียมการ ให้เตรียมเนื้อหมูหนึ่งตัวมาทำอาหารได้เลย" ฮูหยินจวงรู้สึกสงสารจับใจ แม้ว่านางเองจะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ทว่าอาการบาดเจ็บของนางเบากว่าสามีมาก เขารับภาระความบาดเจ็บส่วนใหญ่ไว้เพียงผู้เดียว
ได้สามีเช่นนี้ นางมีความสุขยิ่งกว่าสตรีส่วนใหญ่เสียอีก ยิ่งตอนนี้มีบุตรสาวแล้วชีวิตนี้ช่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมาจริง ๆ
แม่ทัพใหญ่จวงได้หารือเรื่องบางอย่างกับผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เพราะอย่างไรเสียฐานะของจวงต้าฝูก็ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา
จากนั้นเขาจึงไปหาผู้นำตระกูลและสั่งขับจวงต้าฝูและคนในสายตระกูลของเขาออกจากตระกูลทันที ส่วนคนอื่น ๆ ที่ใกล้ชิดกับจวงต้าฝูก็ล้วนได้รับบทลงโทษด้วยเช่นกัน
แม่ทัพใหญ่จวงสั่งให้ผู้นำตระกูลเฆี่ยนตีเขาต่อหน้าทุกคนยี่สิบที
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาจึงกลับบ้าน
บ้านที่มีภรรยา มีบุตรชาย และบุตรสาว ถึงจะเป็นบ้านของเขาอย่างแท้จริง
"จวงเหริน ท่านกลัวว่าชีวิตตัวเองจะยืนยาวเกินไปหรืออย่างไร ทำไมไม่รอให้ช้ากว่านี้หน่อย ท่านจะทำให้ข้าโมโหจนตายจริง ๆ มู่มู่ รีบมาดูท่านพ่อของเจ้าเร็วเข้า แม่ของเจ้ายังไม่อยากเป็นหม้ายนะ" ฮูหยินจวงปากไม่หยุดบ่นแต่กลับอุ้มสามีขึ้นมาโดยตรง
เป็นการอุ้มช้อนขึ้นมาทั้งร่างนั่นเอง!
ยามปกติแม่ทัพใหญ่จวงแข็งแกร่งเพียงใด ยามนี้เขากลับดูบอบบางเพียงนั้น
ซูมู่มู่ถึงกับตกตะลึงภาพนี้ช่างสะเทือนอารมณ์ยิ่งนัก นางหันไปมองพวกพี่ชายซึ่งพวกเขากลับเห็นเป็นเรื่องปกติ
"พวกท่านไม่รู้สึกว่าแบบนี้มันแปลก ๆ หรือ" นางเดินตามหลังท่านแม่จวงไปพร้อมกับพวกพี่ชาย
"แปลกหรือ ทุกครั้งที่ท่านพ่อบาดเจ็บ ท่านแม่ก็อุ้มกลับมาแบบนี้แหละ ท่านพ่อบอกว่าไม่ว่าผู้ชายจะแข็งแกร่งภายนอกแค่ไหนก็ต้องหัดพึ่งพิงภรรยา สตรีก็สามารถค้ำจุนโลกได้ครึ่งหนึ่งเช่นกัน" จวงหยวนอวี่เป็นฝ่ายตอบ
ในอนาคตเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาจะต้องหาภรรยาที่แข็งแกร่งเหมือนท่านแม่เพื่อที่จะทำให้ความฝันในการเป็นสามีผู้บอบบางเป็นจริงให้ได้
จะหาภรรยาที่บอบบางจนกินซาลาเปาจานเดียวไม่หมดไม่ได้เด็ดขาด
"ท่านแม่ข้าก็เคยบอกว่า สตรีจะอ่อนแอจริง ๆ ไม่ได้ มิเช่นนั้นจะมีคนรังแกนางมากมาย หากท่านพ่อกล้ารับอนุภรรยาข้าจะเป็นคนแรกที่ตีท่านพ่อให้ตายคามือ" จวงหยวนปิงกล่าวอย่างร่าเริง
"เจ้าพวกเด็กแสบเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว มู่มู่เจ้ารีบมาเร็ว ท่านพ่อของเจ้ากระอักเลือดอีกแล้ว เจ้าเดรัจฉานจวงต้าฝูสมควรถูกแล่เนื้อเถือหนังเป็นหมื่นชิ้น พวกเราช่วยเขาไว้ตั้งมากมาย"
"คนหนึ่งเลว ทั้งบ้านก็เลว จวงเหริน หากวันหน้าท่านยังมองคนไม่ออกอีกข้าจะตีท่านให้เข็ดไปด้วยเลย"
"ไอ้คนใจดำอำมหิต ต่อให้มันตายแล้วมู่มู่ก็ห้ามปล่อยมันไป" เมื่อฮูหยินจวงพูดถึงจวงต้าฝูปากของนางก็ไม่ยอมหยุด
แม่ทัพใหญ่จวงที่นอนอยู่บนเตียงไม่กล้าพูดแม้แต่คำเดียวได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังซูมู่มู่
ในยามนี้มีเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่สามารถระงับโทสะของภรรยาเขาได้
"ท่านแม่จวง ท่านหยุดด่าก่อนเจ้าค่ะ ข้าขอตรวจชีพจรท่านพ่อจวงก่อน" ซูมู่มู่รีบเข้ามาช่วย
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ฮูหยินจวงหุบปากและไม่พูดต่อ
"มู่มู่ เจ้าสั่งยาได้ตามสบาย บ้านเรายังมีเงินสำหรับรักษาโรคอยู่" ฮูหยินจวงจะไม่ยอมให้บุตรสาวทำผิดกฎ
แม้บ้านของพวกเขาจะไม่มั่งคั่งเท่าจวนเซียวเหยาอ๋อง แต่ของที่ได้จากสงครามในช่วงหลายปีมานี้ยังมีอีกไม่น้อย หากไม่พอก็นำออกไปขายเสีย
"เจ้าค่ะ" ซูมู่มู่เริ่มตรวจชีพจรและตรวจสอบอาการทันที
"ท่านพ่อจวง ท่านกระดูกหน้าอกหักสองซี่ จากนี้ต้องนอนพักฟื้นครึ่งเดือน ส่วนจิตสังหารที่ติดท่านมาข้าจะถอนออกให้เดี๋ยวนี้ นี่คือยาสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บภายใน ท่านดื่มลงไปก่อน"
"ส่วนนี่คือยารักษาแผลภายนอก ท่านแม่จวงโปรดระวังเวลาโรยยา ยามที่โรยยาจะรู้สึกเจ็บวูบหนึ่งแต่เพียงทาไม่กี่ครั้งแผลก็จะตกสะเก็ดและหายเร็วเจ้าค่ะ" ซูมู่มู่จงใจนำยาดีออกมา มิเช่นนั้นท่านพ่อจวงคงไม่มีทางนอนพักฟื้นได้อย่างสงบ
"ครึ่งเดือนไม่ได้หรอก ข้ายังต้องไปที่ค่ายทหาร มู่มู่ลูกรักมียาที่ทำให้หายเร็วขึ้นกว่านี้ไหม พ่อไม่กลัวเจ็บ ทนได้" แม่ทัพใหญ่จวงรู้ดีว่าสำหรับกระดูกหน้าอกหักครึ่งเดือนนั้นถือว่าเร็วมากแล้ว
แต่เขาต้องการให้หายเร็วกว่านั้น เพราะเขาต้องเข้าวังไปขอพระราชทานอภัยโทษ
หากฮ่องเต้ใช้โอกาสนี้เล่นงานตระกูลจวง เรื่องคงไม่จบลงง่าย ๆ เพียงแค่เขาส่งมอบตราพยัคฆ์คืน
"มีก็มีเจ้าค่ะ... แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่ต่างจากการขูดกระดูกรักษาแผล เป็นความเจ็บปวดที่คนปกติไม่อาจทนได้ ยามนี้ท่านมีบาดแผลหลายแห่ง ข้าไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้เจ้าค่ะ" ซูมู่มู่ทำได้แต่เกรงว่าท่านพ่อจวงจะทนไม่ไหว
"เจ็บแค่ไหนกัน" ฮูหยินจวงถามย้ำ
"หมูป่าตัวใหญ่สามตัวเจ็บจนตายกันหมดเลยเจ้าค่ะ กระดูกของหมูคล้ายกับคนข้าเลยใช้พวกมันฝึกมือ" ซูมู่มู่ยิ้มแห้ง ๆ เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ
หลังจากใช้หมูป่าฝึกมือเสร็จก็ยังลากกลับมาทำอาหารได้ ท่านอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งหลายชอบให้นางทำเช่นนี้ที่สุด
"ข้าแข็งแกร่งกว่าหมูป่าไม่กลัวเจ็บ! มู่มู่ เจ้าเริ่มได้เลย" แม่ทัพใหญ่จวงสามารถทนต่อกระดูกหน้าอกที่หักจนถึงตอนนี้ได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
ยารักษาอาการบาดเจ็บภายในที่บุตรสาวเพิ่งให้ไปเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เขารู้สึกว่าทั่วร่างเต็มไปด้วยพละกำลัง จุดตันเถียนที่เคยแห้งผากกลับรู้สึกราวกับมีน้ำใสไหลรินเข้ามา
พลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบปี บุตรสาวทำเพื่อเขามากมายเพียงนี้เขาจะยอมกลายเป็นแมวป่วยได้อย่างไร
"จวงเหริน ท่านห้ามฝืนเด็ดขาด เรื่องในวังข้าจะไปแทนเอง" ฮูหยินจวงรู้ว่าทำไมเขาถึงอยากหายเร็ว ๆ
นางไม่กลัวหรอก ต่อให้ฮ่องเต้จะสั่งฆ่าพวกเขาทั้งหมดก็เถอะ!
"ข้าแข็งแกร่งหรือไม่ เจ้าไม่รู้หรือ" แม่ทัพใหญ่จวงพูดกำกวมทำเอาฮูหยินจวงโกรธจนเกือบจะระเบิดอารมณ์ตรงนั้น
"มู่มู่ รักษาเขาเลย" เจ้าผู้ชายเฮงซวยคนนี้กล้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้าลูก ๆ หรือ ให้ความสงสารไปเท่าไหร่ก็เสียเปล่า
"เจ้าค่ะ! ท่านแม่ช่วยพยุงท่านพ่อจวงให้นั่งขึ้นที" ซูมู่มู่ไม่ได้เกรงกลัว
"พวกท่านออกไปให้หมด มิเช่นนั้นเดี๋ยวพอท่านพ่อจวงร้องออกมา พวกท่านจะนึกว่าข้ากำลังฆ่าคน" ซูมู่มู่บอกกับห้าพี่น้องตระกูลจวงและศิษย์พี่ทั้งสองคนพร้อมกัน
หากยืนออกันอยู่ที่นี่ นางเองก็รู้สึกอึดอัด
จวงหยวนอวี่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อสายตาของท่านพ่อและท่านแม่มองมาพร้อมกันเขาก็รีบไสหัวออกไปทันที
คนอื่น ๆ ก็ทยอยจากไปอย่างว่าง่ายไม่กล้าขัดคำสั่ง
"ท่านแม่จวง ท่านต้องควบคุมท่านพ่อจวงให้ดี ยามที่ข้าจัดกระดูกหากท่านขยับแม้เพียงนิดเดียว ถึงตอนนั้นกระดูกที่หักจะไม่ใช่แค่สองซี่เจ้าค่ะ" ซูมู่มู่กล่าวอย่างจริงจัง
"มู่มู่เจ้าวางใจได้ ข้าควบคุมได้" ฮูหยินจวงมีสีหน้าจริงจังยิ่ง
ส่วนแม่ทัพใหญ่จวงกัดฟันแน่น "พร้อมแล้ว!"
ซูมู่มู่ออกแรงกดเพื่อให้กระดูกหน้าอกกลับเข้าที่ในทันที วินาทีนั้นเอง แม่ทัพใหญ่จวงร้องลั่นราวกับหมูโดนเชือดแต่ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ฮูหยินจวงก็ไม่ขยับเช่นกัน การประสานงานของทั้งสามคนทำให้ซูมู่มู่ทำสำเร็จในครั้งเดียว
จากนั้นนางรีบใช้วิชาฝังเข็มเพื่อประคองอาการ ให้ตายเถอะ ดีที่ไม่ได้ทำให้ท่านพ่อจวงเจ็บจนตาย ในที่สุดนางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"มู่มู่ เสร็จหรือยัง" ฮูหยินจวงเองก็เหงื่อท่วมตัว อีกทั้งนางยังมีแผลตอนนี้เริ่มจะยันไว้ไม่ไหวแล้ว
"เสร็จแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อจวงนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ท่านจะสามารถเดินได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้กำลังภายใน ท่านแข็งแกร่งกว่าหมูป่ามากเลยเจ้าค่ะ เก่งที่สุด!" ซูมู่มู่เช็ดเหงื่อบนหน้าผากพร้อมกับเอ่ยชมท่านพ่อจวง
แม่ทัพใหญ่จวงถึงกับพูดไม่ออก ประโยคสุดท้ายนี้ไม่พูดจะดีกว่า! หากไม่ใช่บุตรสาวละก็คงโดนตีไปแล้ว
ซูมู่มู่เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของท่านแม่จวง "ท่านแม่ ยื่นมือมาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่"
ฮูหยินจวงโบกมือ "ไม่มีอะไรหรอก มู่มู่เจ้าพักผ่อนเถอะ"
"ท่านแม่จวง ท่านไม่เชื่อฟังเลยนะเจ้าคะ" ซูมู่มู่ดึงมือของนางมาตรวจชีพจรทันที
สีหน้าของนางดูเคร่งขรึมขึ้นทำให้แม่ทัพใหญ่จวงตกใจจนเกือบจะลุกขึ้นมา "มู่มู่ ท่านแม่ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
"ท่านแม่จวง ท่านเป็นคนที่เคยให้กำเนิดบุตรถึงห้าคนตั้งครรภ์แล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือเจ้าคะ ทั้งยังตามพวกเราไปจับผี แถมยังสู้กับจวงต้าฝู ตอนนี้ไอสังหารเข้าสู่ร่างกาย..." ซูมู่มู่หน้าดำคร่ำเครียดและยังมีจุดที่ยุ่งยากที่สุดอีกประการหนึ่งคือวิญญาณของผีเด็กที่ตายไปนั้น มีเศษเสี้ยววิญญาณส่วนหนึ่งแทรกซึมเข้าไปในตัวทารกนี้
นี่ต่างหากคือส่วนที่ยุ่งยากที่สุด!