บทที่ 7 ข้ากลายเป็ที่ห้อมล้อมของรัชทายาทแล้วหรือ?
หนึ่งในคนที่หานซิ่นไม่ชอบหน้าที่สุดก็คือก้วนอิง
ในระหว่างที่หลิวปังยกทัพชิงแผ่นดิน ก้วนอิง ฝานไคว่ เฉินผิง และคนอื่น ๆ นั้นเป็เพียงแม่ทัพนายกอง ไม่ใช่ขุนนางผู้มีความชอบ
เพราะติดตามหลิวปัง พวกเขาจึงสามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเลื่อนชั้นทางสังคมได้ มิเช่นนั้นก็คงเป็เพียงพ่อค้าเร่หรือลูกจ้างทั่วไป
จะมีคนเหล่านี้หรือไม่ ความจริงแล้วไม่ได้เป็อุปสรรคต่อการชิงแผ่นดินของหลิวปังเลย
ในทางกลับกัน ยอดคนอย่างจางเหลียง เซียวเหอ หานซิ่น อิงปู้ และเผิงเยว่ ต่างหากที่ถือผู้มีความดีความชอบร่วมรบของหลิวปัง หากไม่มีพวกเขา หลิวปังอาจไม่สามารถเอาชนะเซี่ยงอวี่ได้
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่หานซิ่นเกลียดก้วนอิง ข้าที่เป็ถึงแกนนำดั้งเดิมของขุมกำลังต้าฮั่น กลับถูกเ้าที่เป็เพียงนายกองยศต่ำมาท้าทายอย่างนั้นหรือ?
หานซิ่นสนับสนุนหลิวอิ๋งหรือไม่? ก็ไม่แน่!
อย่างน้อยเขาก็คิดเหมือนกับหลิวปัง ที่ว่าหลิวอิ๋งนั้นมีความเมตตาและอ่อนแอเกินไป ไม่ใช่เ้านายผู้ปรีชาที่สามารถควบคุมเขาได้ ใครจะรู้ว่าวันนี้พอดีกับที่อยากจะอัดก้วนอิง หลิวอิ๋งก็ส่งนวมมาให้ถึงที่
ในตอนนั้นหานซิ่นยอมทนต่อความอัปยศที่ต้องมุดหว่างขาผู้อื่น นั่นเป็เพราะกระบี่ของข้าไม่ฆ่าคนไร้ชื่อ และยิ่งไม่สามารถทำให้ตนเองต้องติดคุกเพียงเพราะฆ่าอันธพาลคนหนึ่ง
แต่วันนี้การชกต่อยแม่ทัพนายกองอย่างอิ่งอินโหว หานซิ่นรู้สึกว่าไม่ได้ทำให้เสียเกียรติเลยสักนิด!
หลิวอิ๋งเป็ฝ่ายเริ่มบุกก่อน โดยการถีบเข้าที่ท้องของก้วนอิงอย่างจัง ฝ่ายหลังผ่านการเข่นฆ่าในสมรภูมิมาหลายปี วิชาการต่อสู้ข้างถนนเพียงเล็กน้อยของรัชทายาท เขาจึงไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
หลิวปังกำลังจะะโสั่งให้หยุด แต่อันธพาลเฒ่าคิดไม่ถึงว่าอันธพาลน้อยจะลงมือเร็วขนาดนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าไหวอินโหวจะทำอะไรบ้า ๆ เช่นกัน!
ตำราพิชัยาของหานซิ่น สิ่งที่เก่งที่สุดคือการลอบโจมตี!
ปัง! เทพแห่งาแห่งต้าฮั่นถีบก้วนอิงจากด้านหลังจนล้มคว่ำ จากนั้นใช้เข่ากดหลังของก้วนอิงไว้ "รัชทายาท กระหม่อมพันธนาการเขาไว้แล้ว เชิญท่านทุบตีได้ตามใจชอบเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
"ขอบพระคุณไหวอินโหว!"
พระสนมชีมองดูก้วนอิงถูกทุบตี จากนั้นก็ส่งสายตาเห็นอกเห็นใจไปให้ เพราะอย่างไรเสีย ในนางก็ถูกกระทำเช่นนี้ตำหนักเจียวฝางเช่นกัน
"รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมติดตามฝ่าาออกรบมีความชอบมากมาย การที่ท่านเหยียดหยามกระหม่อมเช่นนี้ คือการตบหน้าฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ!" ก้วนอิงเริ่มลนลาน แต่เขาคิดไม่ถึงว่าแรงมือของหานซิ่นจะมหาศาลขนาดนี้ จนทำให้เขาไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย
หากเทพแห่งาแห่งต้าฮั่นไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่ แล้วจะเอาอะไรไปบัญชาการสามทัพ บีบให้เซี่ยงอวี่ต้องปลิดชีพตนเองที่แม่น้ำอูเจียง?
เพียงแต่ยามปกติ ทุกคนต่างอยู่กันคนละส่วน หานซิ่นจึงคร้านจะลดตัวลงไปใส่ใจคนอย่างก้วนอิง แต่วันนี้ต่อหน้าขุนนางสำคัญ ก้วนอิงกลับไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คิดว่าหานซิ่นสูญเสียอำนาจทหารแล้วจะกลายเป็เสือป่วยที่ไร้พิษสง
ใครจะรู้ว่าเทพแห่งาลงมือเด็ดขาด และที่สำคัญที่สุดคือมีรัชทายาทคอยหนุนหลังอยู่!
‘มิน่าเล่ารัชทายาทถึงได้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ที่แท้หานซิ่นและเซียวเหอก็หันมาเข้าพวกกับเขานี่เอง!’ ก้วนอิงนึกเสียใจ หากเขารู้ว่าในสามยอดคนแห่งต้าฮั่น มีถึงสองคนที่เล็งเห็นแววของหลิวอิ๋ง วันนี้ต่อให้พูดอย่างไรเขาก็จะไม่เอาตัวมาพัวพันกับเื่วุ่นวายนี้เด็ดขาด!
"เหลวไหล! หยุดมือกันให้หมดเดี๋ยวนี้!" หลิวปังโกรธจัด ปากบอกให้หยุดมือ แต่กลับไม่ได้ก้าวเข้าไปดึงตัวออก
เพราะในสายตาของเขา สิ่งที่ก้วนอิงทำในวันนี้ สมควรโดนอัดจริง ๆ!
หานซิ่นเป็คนอย่างไร? เป็ขุนนางผู้มีความชอบที่รู้ใจหลิวปัง การเรียกคืนอำนาจทหารจากหานซิ่น แล้วพากลับมายังเมืองฉางอัน ดูเหมือนจะเป็การปกป้องมากกว่า
เพราะด้วยนิสัยเย่อหยิ่งของหานซิ่น ย่อมล่วงเกินผู้คนไว้ไม่น้อย หากปล่อยไว้ในท้องถิ่น ไม่แน่ว่าขุนนางที่มีอำนาจทหารคนใดคนหนึ่ง อาจจะลงมือกับเขาอย่างเด็ดขาดไปแล้ว
"ฝ่าา อย่าเอาแต่ะโให้หยุดสิพ่ะย่ะค่ะ รีบสั่งให้คนมาแยกกันที!" ก้วนอิงขมขื่นในใจ รีบเอ่ยเตือน หลิวปังส่งสายตาเพียงครั้งเดียว เซี่ยโหวอิงก็เข้าใจทันที
สารถีอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่น วันนี้ตัดสินใจยืนอยู่ข้างหลิวอิ๋ง จากนั้นจึงกดตัวก้วนอิงให้แน่นยิ่งขึ้น เพราะเกรงว่าฝ่ามือของหลิวอิ๋งจะตบพลาด
"เซี่ยโหวอิง ข้าบอกให้เ้าแยกพวกเขาออก ไม่ใช่ให้ช่วยเข้าข้างฝ่ายเดียว!"
"โอ้... กระหม่อมเข้าใจผิดไปพ่ะย่ะค่ะ คราวหน้าไม่กล้าแล้ว!"
"เ้ายังคิดว่าจะมีคราวหน้าอีกหรือ?"
โชคดีที่วันนี้ไม่ใช่การประชุมขุนนางในราชสำนัก มิเช่นนั้นหลิวปังคงต้องโกรธจนแทบกระอักเื
ใครจะคิดว่าการหารือของเหล่าขุนนางสำคัญ จะกลายเป็เื่ตลกที่หานซิ่นกับรัชทายาทร่วมมือกันรุมอัดก้วนอิง!
"พอแล้ว พวกเ้ากลับไปให้หมด! เื่ในครอบครัวของข้า ไม่ต้องให้พวกเ้ามาลำบากใจ!" หลิวปังโบกมือ
จากนั้นก็มองไปที่พระสนมชี "ไปขอโทษฮองเฮาเสีย เื่นี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปห้ามพูดถึงอีก!"
หลังจากที่หลิวอิ๋งอาละวาดในวันนี้ ขุนนางสำคัญหลายคนต่างมองเห็นธาตุแท้ของพระสนมชีและบุตรชาย นั่นคือเก่งแต่เปลือกแต่ภายในขี้ขลาด!
การที่ฝานไคว่และหลวี่ซื่อจือแสดงท่าทีเช่นนั้นเป็เื่ปกติ แต่การที่เซี่ยโหวอิง เซียวเหอ รวมถึงหานซิ่นร่วมมือกับรัชทายาททุบตีก้วนอิง ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ดูเหมือนรัชทายาทจะเป็ฝ่ายที่กุมความได้เปรียบ
"ทราบ... ทราบแล้วเพคะ ฝ่าา" พระสนมชีหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ เห็นได้ชัดว่ากลับมาเป็นกน้อยผู้อ่อนหวานอีกครั้ง ไม่กล้าแสดงอารมณ์กับหลิวปังอีก
ยังดีที่หลิวปังยังคงรักใคร่พระสนมชีและบุตรชาย จึงไม่ได้เอ่ยตำหนิซ้ำ เพียงแต่การกระทำของรัชทายาทในวันนี้ ทำให้หลิวปังเปิดหูเปิดตาเป็อย่างมาก
นี่ใช่ลูกชายที่เคยพูดแต่เื่คุณธรรมจริยธรรม แต่ความจริงแล้วขี้ขลาดที่สุดคนเดิมหรือ? ตอนนี้กลายเป็อันธพาลน้อยที่ไม่เกรงกลัวใคร แถมยังมีนิสัยหน้าด้าน ๆ นั่นอีก ยิ่งทำให้หลิวปังประทับใจ
หากไม่ใช่เพราะทุกการเคลื่อนไหวของหลิวอิ๋งถูกโจวชางรายงานให้เขาทราบทุกวัน หลิวปังคงคิดว่ารัชทายาทเริ่มสร้างพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวไปแล้ว!
มิเช่นนั้น ปฏิกิริยาของเหล่าพี่น้องเก่าในวันนี้ คงอธิบายได้ยากจริง ๆ
"เสด็จพ่อ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนตำแหน่งรัชทายาทของข้าเสียที? ข้ายังรอที่จะไปแคว้นอู๋แคว้นเยว่อยู่นะ!"
"ไสหัวไป!" หลิวปังด่าออกไปคำหนึ่ง หลิวอิ๋งก็ไม่ได้โกรธเคือง ปกติเวลาหลิวปังพูดเสียงดังขึ้นนิดเดียว เขาก็จะตื่นตระหนกเหมือนนกที่ใเสียงธนู
แต่หลิวอิ๋งในตอนนี้ ใช้คติว่าหมูตายไม่กลัวน้ำร้อน จากนั้นก็ยิ้มแล้วเดินออกจากตำหนักหลักไป
"ลูกชายที่เ้าสั่งสอนได้ดีจริง ๆ เมื่อครู่กล้าแสดงอำนาจใส่ข้าด้วย!" หลิวปังถลึงตาใส่หลวี่จื้อ แล้วลดเสียงต่ำลง "ในเมื่อเขามีใจอยากสืบทอดตำแหน่ง แล้วก่อนหน้านี้ทำไมถึงแสดงท่าทางขี้ขลาดเช่นนั้น?"
หลวี่จื้อย่อมไม่รู้เช่นกัน จะให้บอกฮ่องเต้ได้อย่างไรว่า วันนั้นตกม้าจนสมองกระทบกระเทือน? ยังดีที่หลิวอิ๋งผู้มีอาการทางสมอง ดูเหมือนจะทำให้บิดามารดาพึงพอใจมากกว่าเมื่อก่อน
"มิใช่ว่าหม่อมฉันสั่งสอนได้ดีหรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่เพราะในกายเด็กคนนี้มีเืของฝ่าาไหลเวียนอยู่" หลวี่จื้อตอบอย่างเรียบเฉย แต่เป็การเตือนหลิวปังว่ารัชทายาทก็เป็ลูกชายของท่านเช่นกัน!
หลิวปังถอนหายใจ "พรุ่งนี้ ข้าเตรียมจะจัดงานเลี้ยงในครอบครัว พวกเ้ามาให้เร็วหน่อย"
หลิวปังชอบจัดงานเลี้ยง ดื่มเหล้ากินเนื้อกับพี่น้องเก่า หรือนั่งร่วมโต๊ะกับเหล่าขุนนางผู้มีความชอบ
ส่วนงานเลี้ยงครอบครัวที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ก็เพื่อขจัดความบาดหมางระหว่างฮองเฮาหลวี่และบุตรชาย กับพระสนมชีและบุตรชาย
อย่างน้อยในเบื้องหน้า ทั้งสองฝ่ายต้องสามารถอยู่ร่วมกันได้ มิเช่นนั้น ทั้งในราชสำนักและนอกราชสำนัก ต่างก็รอที่จะหัวเราะเยาะเื่ตลกของราชวงศ์
"น้อมรับเพคะ" ฮองเฮาหลวี่จากไปทันที นางกลับไปยังตำหนักเจียวฝาง เพื่อเตรียมทำผักดองต่อไป
ตอนที่หลิวปังอยู่ทีู่เาหมางต้าง ฮองเฮาหลวี่ส่งผักดองให้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง น่าเสียดายที่หลิวปังผู้กินผักดองในตอนนั้น บัดนี้ได้กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งต้าฮั่นไปแล้ว
เขาไม่้าผักดองอีกต่อไป และไม่้านางอีกแล้ว
ที่ด้านนอกตำหนักหลัก หานซิ่นยืนอยู่เพียงลำพัง เขาไม่เคยชอบการรวมกลุ่มสร้างพรรคพวก และยิ่งทนไม่ได้กับพวกประจบสอพลอ
"ไหวอินโหว! ทำไมเดินเร็วเช่นนี้?"
หานซิ่นหันกลับไปมอง คนที่ตามมาก็คือเซียวเหอ
"ท่านที่มักจะเรียกตัวเองว่าขุนนางโดดเดี่ยว ั้แ่เมื่อไหร่ที่มายืนอยู่ข้างรัชทายาท?" เซียวเหอเดินเข้ามาใกล้หานซิ่น แล้วกระซิบว่า "เ้าหัวทึบ ในที่สุดก็ตาสว่างเสียที!"
หานซิ่นมองเซียวเหออย่างไม่อยากเชื่อ "ข้าไปเข้าพวกกับรัชทายาทั้แ่เมื่อไหร่?"
เซียวเหอใช้ศอกกระทุ้งหานซิ่นทีหนึ่ง พร้อมหัวเราะ "แสร้งทำเป็ไม่รู้ต่อไปเถอะ! ข้ารู้ดีว่าเ้าเป็คนที่มองคนได้แม่นที่สุด!"
"พรุ่งนี้ ข้าจะเสนอให้เ้าไปเป็อาจารย์ของรัชทายาท!"
เซียวเหอรีบเดินจากไป ทิ้งให้หานซิ่นยืนงงอยู่ตรงนั้น...