สละโสด
การทะเลาะเบาะแว้งของผู้ชายในค่ายเกิดขึ้นเป็ปกติทุกวันเห็นกันชินตาโดยเฉพาะรองหัวหน้าหลิวกับรองหัวหน้าเนี่ยผู้ไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร
รองหัวหน้าเนี่ยเข้ามาอยู่ที่นี่ก่อนรองหัวหน้าหลิวเป็ผู้มาทีหลังแต่กลับก้าวหน้ามากกว่าทำให้รองหัวหน้าเนี่ยบ่มเพราะความรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นจนรองหัวหน้าหลิวได้ขึ้นเป็รองอันดับหนึ่งของหน่วยงานทั้งสิบในค่ายความไม่พอใจนั้นก็ะเิออกมา
ผู้ชายทั้งสองถูกลากตัวออกไปเฆี่ยนจนครบห้าสิบไม้แล้วทั้งคู่จึงถูกหิ้วปีกกลับมาโยนไว้ที่ห้องประชุมรองหัวหน้าเนี่ยหน้าซีดเซียวกัดฟันจนเหงื่อซึมออกจากหน้าผากแต่รองหัวหน้าหลิวกลับยังมีท่าทีฮึกเหิมเพียงแค่เดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อย
ในห้องประชุมพูดคุยกันต่ออีกครึ่งชั่วยามจึงได้ข้อสรุปว่าค่ายโจรเฮยอั่นจะปล้นขบวนเกี้ยวเ้าสาวขององค์หญิงจิ้นหลิงเพื่อชิงเอาเฉพาะสินเ้าสาวแล้วค่อยป้ายความผิดไปให้มู่หรงเต๋อเป็ผู้รับผิดชอบถึงตอนนั้นใครจะมาเชื่อมู่หรงเต๋อ แคว้นต้าเอี้ยนตั้งใจรุกรานตกจิ้นมาตลอดต่อให้มู่หรงเต๋อพูดความจริง แล้วใครมันจะไปเชื่อกันเล่า
พวกเขาได้รับสารมาจากเ้าเมืองผิงอันว่าทหารองครักษ์จากวังหลวงที่คุ้มครองขบวนเกี้ยวเ้าสาวมีเพียงแค่500คนเท่านั้น แต่สิ่งที่เ้าเมืองผิงอันไม่ได้บอกมาในสารลับ ก็คือทหาร500คนเป็ยอดฝีมือที่อยู่ภายใต้สังกัดของผิงจ้งโหวพระนัดดาชายของฮ่องเต้ที่มีตำแหน่งเป็หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เพียงพระองค์เดียว
ผิงจ้งโหวเป็โอรสองค์เล็กของเจี่ยนอันอ๋องพระอนุชาร่วมสายเืของฮ่องเต้แคว้นตงจิ้นที่ประสูติจากพระชายาเอกซึ่งเป็องค์หญิงของแคว้นซีเหยียนองค์หญิงมีโอรสกับเจี่ยนอันอ๋องถึงสามคนท่านชายทั้งสามก็เติบโตขึ้นมาเป็ชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถด้วยกันทั้งสามคน
“พวกเราว่ากันตามนี้ ส่วนแผนการไว้ค่อยคุยกันอีกทีตอนนี้ให้เ้าสองคนนี้ไปพักก่อนเถิด” กังเถี่ยเหรินปรึกษาหารือกับกุนซือส่วนตัวครู่หนึ่งจึงตอบตกลงความคิดที่หลิวเย่ว์เสนอเขากำลังจะสั่งให้เลิกประชุม แต่ว่าหลิวเย่ว์พูดความ้าของตัวเองขึ้นมาก่อน
“ช้าก่อนขอรับท่านหัวหน้าข้ายังมีธุระอีกเื่หนึ่งอยากจะแจ้งแก่พี่น้องของพวกเรา”
“ยังมีเื่อะไรอีก พูดมาให้จบๆ ข้าจะได้กลับไปพักข้าปวดหัวกับพวกเ้าเหลือเกินกัดกันได้ตลอดเวลา”กังเถี่ยเหรินถามแล้วไม่วายบ่นลูกน้องของตน
“ตอนที่ลงไปเฝ้ามู่หรงเต๋อข้าจับผู้หญิงกลับมาคนหนึ่งข้าถูกใจนางมากอยากแต่งเป็เมียจึงจะขออนุญาตหัวหน้าเพื่อแต่งงานแล้วก็แจ้งแก่พี่น้องของเราตรงนี้เสียเลยเย็นนี้อย่าลืมดื่มสุรามงคลของข้าเล่า ข้าให้หยุนซิงไปเตรียมสุรากับอาหารไว้แล้ว”
หลิวเย่ว์แจ้งข่าวงานมงคลของตนให้กับคนในห้องประชุมรับทราบซึ่งก็สร้างความตกตะลึงให้แก่คนในห้องได้ตามคาด
“เ้าจับผู้หญิงมาได้แล้วกำลังจะแต่งนางเป็ฮูหยิน”หัวหน้ากระเรียนดำทวนคำถาม
“ใช่ เป็ตามนั้น” หลิวเย่ว์ตอบ
“เ้าจะแต่งเมียอย่างนั้นเหรอ ผู้หญิงที่ไหน”หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำถามเสียงแปลกใจเช่นกัน
“ผู้หญิงจากหมูบ้านในถงหลิน ข้าเห็นนางสวยถูกใจก็เลยจับมา”หลิวเย่ว์ตอบเสียงเรียบเหมือนเดิม
“ไม่ใช่เ้าพิศวาสบุรุษด้วยกันหรอกหรือ” รองหัวหน้าลำดับสามถามบ้าง
หลิวเย่ว์จึงหันไปเลิกคิ้วใส่ผู้พูดพร้อมทั้งชูกำปั้นแทนคำตอบ
“เฮ่ย หลิวเย่ว์เ้ายังคิดจะก่อเื่อีกหรือ อยากแต่งก็แต่งไป แต่อย่ามากัดกับพี่น้องในเรือนของข้าอีกเอาล่ะไสหัวไปกันได้แล้วพวกเ้าทุกคนสลายตัวไปให้หมด พรุ่งนี้ตอนบ่ายค่อยมาประชุมกันอีกที”
กังเถี่ยเหรินตอบเสียงละเหี่ยใจแล้วจึงเอ่ยปากอนุญาตให้หลิวเย่ว์แต่งงานกับผู้หญิงที่ฉุดมาได้หัวหน้าโจรสั่งเลิกประชุม แต่ดูเหมือนว่าใครบางคนจะไม่ยอมจบเื่นี้ ง่ายๆ
“ช้าก่อน ท่านหัวหน้า พี่น้องทุกท่าน”
“ยังจะมีปัญหาอะไรอีก ฮึเนี่ยอู๋ซวง” กังเถี่ยเหรินถาม รองหัวหน้าเนี่ยจึงรีบพูดเข้าประเด็น
“ตามหลักแล้วผู้หญิงที่ถูกจับมาได้ถือเป็สมบัติของส่วนรวมต้องเอามาให้พวกเราพี่น้องเลือกดูก่อนมิใช่หรือ หากท่านหัวหน้าใหญ่ไม่รับนางไว้ก็ต้องยกให้แก่หัวหน้าหน่วยเลือกต่อไป หากหัวหน้าหน่วยไม่มีใครเอานางคนนั้นถึงจะตกเป็ของรองหัวหน้าหน่วยแต่ว่าไอ้หมอนี่ถือสิทธิ์อะไรถึงได้ข้ามหน้าข้ามตาพวกเราพี่น้องไป”
เนี่ยอู๋ซวงไม่ยอมปล่อยคู่อริไปง่ายๆหลิวเย่ว์อดรนทนไม่ไหวจึงง้างหมัดขึ้นทันที
“บัดซบ เ้าไม่มีปัญญาหาเมียหรือไงถ้าอยากได้เมียก็ลงเขาไปจับผู้หญิงกลับมาเองสิ จะมาแย่งผู้หญิงกับข้าด้วยเหตุใด”
“ไม่เอาน่าน้องเนี่ยลูกพี่ใหญ่ก็เอ่ยปากอนุญาตแล้วให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ฉุดมาได้เ้ายังจะก่อกวนอีกทำไม” หัวหน้าหน่วยกระเรียนดำถือหางข้างหลิวเย่ว์
“ใช่ ข้าเห็นด้วยกับหัวหน้ากระเรียนดำผู้หญิงคนนั้นยกให้รองหัวหน้าหลิวไปเถอะ เย็นนี้พวกเราไปกินเลี้ยงที่กระท่อมของรองหัวหน้าหลิวกันดีกว่า”
หัวหน้าหน่วยองครักษ์หม่าพูดสนับสนุนคนอื่นๆ ในห้องประชุมก็เห็นดีด้วยสุดท้ายกังเถี่ยเหรินจึงเป็ผู้ยุติความขัดแย้งระหว่างรองหัวหน้าอันดับหนึ่งกับสอง
“ข้าอนุญาตให้หลิวเย่ว์แต่งงานกับเชลยที่จับมาได้ คำตัดสินของข้าถือเป็คำขาดเลิกประชุม” กังเถี่ยเหรินกล่าวยุติการประชุมแล้วไล่ลูกน้องกลับไปให้หมดคนทั้งหมดจึงพากันสลายตัวไปจากห้องโถง
เมื่อการประชุมสิ้นสุดผู้ชายต่างวัยทั้ง20คนเดินออกจากห้องโถงในเรือนของหัวหน้าใหญ่หลายคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับว่าที่เ้าบ่าว อีกหลายคนก็กลับไปโดยไม่สนใจรองหัวหน้าหลิวบางคนก็ไม่พอใจรองหัวหน้าเนี่ยกับอีแค่พี่น้องโจรด้วยกันจะแต่งเมียเหตุใดต้องทำเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้น
หัวหน้าใหญ่ก็มีฮูหยินกับอนุถึง12คน หัวหน้าหน่วยอื่นก็แต่ง ฮูหยินรับอนุจนเต็มเรือนเช่นกันหากเนี่ยอู๋ซวงอิจฉาเพราะยังไม่ได้แต่งภรรยา ก็ควรจะลงจากเขาไปจับผู้หญิงมาเองหรือไม่ก็ไปใช้บริการที่เรือนดอกท้อเสียสิ
“พี่น้องทุกท่าน อีกสองชั่วยามอย่าลืมมากินเลี้ยงที่กระท่อมของข้าล่ะ”
หลิวเย่ว์พูดเชื้อเชิญแขกแล้วจึงจากไปโดยทิ้งรองหัวหน้าเนี่ยไว้เื้ั ไม่สนใจชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันที่ยืนมองด้วยสายตาอาฆาต
ในตอนที่ห้องประชุมเกิดความโกลาหลที่กระท่อมของรองหัวหน้าหลิว หยุนซิงก็เอาชุดแต่งงานกลับมา
เขาไปขอเสื้อผ้าสีแดงจากนางบำเรอในเรือนดอกท้อพร้อมทั้งผ้าสีแดงผืนใหญ่ที่ไม่รู้ว่าเป็ผ้าอะไรพร้อมทั้งหอบสุรารสร้อนแรงกลับมาด้วยอีกหลายไห แล้วก็วิ่งลงขึ้นเนินเขาไปอีกหลายรอบเพื่อไปตามเพื่อนให้มาช่วยจัดโต๊ะเลี้ยงสุราอาหารในคืนแต่งงานของรองหัวหน้าหลิว
หยุนซิงกับพรรคพวกวิ่งวุ่นเตรียมงานเลี้ยงฉลองแต่งงานให้กับลูกพี่ของตนสุดท้ายเมื่อคิดถึงเ้าสาว หยุนซิงก็ไปคว้าตัวนางบำเรอจากเรือนดอกท้อได้มาคนหนึ่งให้ไปช่วยจัดการแต่งตัวให้เ้าสาวของหัวหน้า
พอนางบำเรอคนนั้นเห็นสภาพของหลินอีอีนางก็สั่งให้หยุนซิงไปตักน้ำมาให้ว่าที่ฮูหยินของรองหัวหน้าหลิวชำระกายแล้วจึงจับเ้าสาวแต่งหน้าแต่งตัวเป็การใหญ่
พอหลิวเย่ว์กลับมาถึงกระท่อมของตัวเองพิธีแต่งงานก็เริ่มขึ้น
เขาลากเ้าสาวของตัวเองออกมาแง้มเปิดผ้าคลุมหน้าออกดูพอเห็นว่าเ้าสาวไม่ถูกสลับตัวเขาก็สั่งให้เริ่มทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน
บ่าวสาวคำนับฟ้าดินคำนับไปทางทิศที่บิดามารดาของตัวเองอยู่ แล้วก็คำนับกันเอง จากนั้นเ้าสาวก็ถูกส่งตัวกลับไปในกระท่อมตามเดิม
ช่างเป็พิธีแต่งงานที่แสนรวบรัดและสั้นที่สุดกินเวลาเพียงเค่อเดียวเท่านั้น
จากนั้นหลิวเย่ว์ก็วุ่นวายอยู่นอกกระท่อมโดยทิ้งหลินอีอีในชุดเ้าสาวไว้ในกระท่อมเวลาผ่านไปพักใหญ่หยุนซิงเด็กรับใช้ในเรือนของหลิวเย่ว์ก็นำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งกาใส่สุรามงคลของบ่าวสาวและจอกใส่สุรา
“เชิญฮูหยินของรองหัวหน้าหลิวกินอาหารเถิดขอรับหัวหน้าหลิวสั่งว่าให้ท่านกินอาหารได้เลยขอรับไม่ต้องรอ เพราะว่ารองหัวหน้าหลิวกำลังดื่มสุราอยู่กับพี่น้องที่นอกกระท่อม”
หยุนซิงพูดกับฮูหยินของหัวหน้าของตนแล้วจึงผงกหัวให้หนึ่งครั้งเป็การทำความเคารพก่อนจะผละจากไปเพื่อไปคอยเดินรับใช้ที่โต๊ะจัดเลี้ยงนอกกระท่อม
เมื่อภายในกระท่อมตกอยู่ในความสงบหลินอีอีจึงดึงผ้าคลุมหน้าเ้าสาวออกแล้วก็เดินไปนั่งกินอาหารที่หยุนซิงนำมาให้
ทะลุมิติมาได้แค่สองวันนางก็เจอแต่เื่วุ่นวายไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านนางคิดถึงพ่อกับแม่และครอบครัวที่บ้านนอกของตนเองเหลือเกิน
ตกดึก
เสียงเฮฮานอกกระท่อมก็ยังดังมาไม่ขาดระยะสลับกับเสียงพูดสำเนียงแปร่งเหน่อของหลิวเย่ว์ก็ดังเฮฮาอยู่ตลอดเช่นกันหลินอีอีคอยเงี่ยหูฟังจนผล็อยหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างหนาหนักของหลิวเย่ว์โถมกายลงมาทาบทับนางเอาไว้
“ว้าย อุ๊บ”
นางใตื่นแล้วหวีดร้องได้เพียงแค่คำเดียวริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกริมฝีปากอุ่นของหลิวเย่ว์ปิดประกบทำให้เสียงร้องถูกกลืนหายไปพร้อมกับกลิ่นสุราคลุ้งเต็มห้องภายในห้องมีแต่เสียงดังอู้อี้ราวกับกำลังขาดอากาศหายใจของเ้าสาวและเสียงเสียดสีกันของเสื้อผ้า
“อื้อ อื้อๆ”
“นะ...นายท่าน อื้อๆ”
หลินอีอีถอนริมฝีปากออกมาถอนหายใจเหนื่อยหอบแล้วก็พูดได้อีกสองคำหลิวเย่ว์ก็ตามประกบริมฝีปากของนางต่อแล้วยัดเยียดจุมพิตให้กับเ้าสาวของตนอย่างหื่นกระหาย
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ นายท่าน”
หลินอีอีมีโอกาสพูดจนได้นางอยากจะวิงวอนขอร้องให้หลิวเย่ว์เมตตาตนเองตอนที่อยู่ในป่านางเกือบเชื่อแล้วว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อตนแต่พอกลับเข้ามาในค่ายโจรนางก็ชักจะไม่มั่นใจเสียแล้ว เพราะบุคลิกของเขาเปลี่ยนไปเป็คนละคนจนน่าตกตะลึง
“อะไรอีก ข้าแต่งเ้าเป็เมียแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่เข้าหอหุบปากแล้วนอนลงไปข้าจะเข้าหอกับเ้า” เขาพูดกับนางน้ำเสียงเจือแววรำคาญเล็กน้อย
“ตะ...แต่ว่า”หลินอีอีอยากจะพูดขอร้องให้นางแค่แสดงบทบาทเป็ภรรยาของเขาโดยไม่ต้องร่วมหอกันจริงๆแต่หลิวเย่ว์ก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้นางพูด
“อ้อจริงสิ สุรามงคล”
เขาร้องอ้อเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ดื่มสุรามงคลหยุนซิงเอากาสุราเข้ามาวางไว้ให้นานแล้ว แต่หลินอีอียังไม่ได้แตะต้องมันเขาจึงลุกขึ้นมาจากร่างของนางแล้วเดินโซเซไปยังโต๊ะที่วางจานอาหารกับสุรารินสุราจากกาใส่จอกสองใบเดินกลับมายื่นให้หลินอีอีที่เตียงนอน
“เอาดื่มเสียคล้องแขนดื่มสุราพอเสร็จขั้นตอนนี้แล้วข้าจะได้ร่วมหอกับเ้าเสียที”
เขายื่นจอกสุราไปตรงหน้าหลินอีอีที่เพิ่งจะลุกขึ้นนั่งขยุ้มคอเสื้อที่ถูกเขาดึงทึ้งเมื่อสักครู่
ทั้งสองคล้องแขนดื่มสุรามงคลหลิวเย่ว์กระดกสุราจนหมดจอก ส่วนหลินอีอีจิบสุราในจอกเพียงเล็กน้อยพอดื่มสุราเสร็จหลิวเย่ว์โยนจอกในมือทิ้งไปอย่างไม่ไยดีแล้วจึงดึงจอกสุราในมือของหลินอีอีโยนทิ้งตาม
จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้งเทียนมงคลสีแดงในห้องจึงดับลง ได้ยินเพียงเสียงโถมกายทาบทับและเสียงหวีดร้องของเ้าสาวเพราะถูกกดลงบนเตียงนอนในกระท่อม ที่ประดับด้วยม่านมุ้งสีแดงซึ่งหยุนซิงเป็คนไปหามาจากที่ไหนก็ไม่รู้
ติดตามต่อได้ใน อีบุ๊ค วางจำหน่ายที่ mebmarkte.com หรือซื้อรายตอนได้ที่ readawrite.com dek-d.com