สุดยอดนักผจญภัย

    ก่อนพิธีบูชายัน

    ตอนกลางคืน

    บนหลังคาตึกสูงแห่งหนึ่ง

    ไลท์และเบเรียลกำลังนั่งดูดาวอยู่โดยที่ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว 

    ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงสว่าง พร้อมกับสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและเย็นสบาย

    ผ่านไปนานกว่าสิบนาที 

    เบเรียลจึงเป็นคนพูดคนแรก

    “ นายจะต้องกลับมาให้ได้นะไลท์ ” เบเรียลซบไปที่ไลท์ของไลท์พร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ไลท์ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ แน่นอนฉันจะต้องรอดกลับมาให้ได้และฉันยังอยากอยู่กับเธอไปอีกนานเลยล่ะ” 

    “ ให้มันจริงเถอะ ” เบเรียลหัวเราะออกมา

    “ เอาชนะให้ได้ล่ะแล้วก็อัดพวกปีศาจให้มันรู้เลยว่ามนุษย์อย่างพวกเราก็แข็งแกร่งเหมือนกัน ” เบเรียลชกไปที่หน้าอกของไลท์พร้อมกับยิ้มให้กับไลท์ด้วยเช่นกัน

    “ แน่นอนฉันจะสั่งสอนพวกมันให้รู้เลยว่ามนุษย์น่ะแข็งแกร่ง ” ไลท์ยิ้มให้กับเบเรียล

    เช้าวันต่อมา 

    ไลท์ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะเห็นว่าเบเรียลกำลังนอนหลับอยู่ข้างกาย 

    ไลท์มองไปที่เบเรียลที่กำลังหลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น เขาค่อยๆขยับร่างกายเช้าๆก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ เมื่อเขากลับมาก็เห็นว่าเบเรียลได้ตื่นขึ้นมาแล้ว

    “ จะไปแล้วงั้นหรอ? ” เบเรียลถามด้วยแววตาเศร้าๆ 

    “ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์เดินเข้าไปกอดเบเรียลก่อนที่จะจูบเบเรียลครู่หนึ่งก่อนที่จะผละออกมา

    “ ฉันไปก่อนนะ ยังไงเธอก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะเดินออกมาจากเต็นท์

    เมื่อไลท์ออกมาจากเต็นท์แล้วเขาก็เห็นว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆกำลังยืนรออยู่

    “ ลูกพี่ ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่วนคนอื่นๆเองก็เรียกหัวหน้าพร้อมกับแสดงสีหน้าเป็นห่วง พวกเขารู้ดีว่าทวีปปีศาจนั้นอันตรายอย่างมาก ทุกย่างก้าวคือการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง แถมศัตรูของไลท์ยังเป็นถึงราชาปีศาจหนึ่งในตัวตนระดับSSSของเผ่าปีศาจที่ทรงพลัง 

    “ ไม่ต้องมาส่งฉันก็ได้ อีกอย่างฉันก็ไปแค่แปปเดียวเองเดี๋ยวก็กลับมาแล้วไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกน่า ” ไลท์หัวเราะออกมาแต่ทว่าในใจเขากลับรู้สึกถึงความอบอุ่น

    “ แต่… ” เดซี่พยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ทว่าก็ไม่ได้พูดออกมา

    “ ถ้าฉันไม่อยู่ทุกๆคนจะต้องฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยนะ ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาดโดยเฉพาะเดซี่ เธอคือลูกศิษย์ของฉันเพราะฉะนั้นเธอจะต้องขยันมากกว่าคนอื่นๆเข้าใจไหม ” ไลท์ยิ้ม 

    ไลท์รู้ดีว่าการไปครั้งนี้มันอันตรายมากแม้ว่าเขาจะมีทักษะเยอะแยะมากมายแต่ถ้าหากเจอกับตัวตนระดับSSSจริงๆเขาก็อาจจะไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจะหนีอย่างเดียวและถ้าหากเขาประมาทเขาก็อาจจะตายได้โดยที่ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

    “ อาจารย์ดูแลตัวเองด้วย ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

    “ ใช่หัวหน้าดูแลตัวเองด้วยนะครับ ” คอลรุยเองก็พูดขึ้น

    “ ไม่เอาน่าอย่าทำเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกเลยสิ ” ไลท์หัวเราะ

    หลังจากที่ร่ำลากันแล้วไลท์ก็เดินไปที่เต็นบัญชาการ

    นอกเต็นท์บัญชาการแม่ทัพทั้งหมดสิบห้าคนก็ยืนรอไลท์อยู่ก่อนแล้ว

    ไลท์เดินไปรวมกลุ่มกับพวกของเฟลิกซ์

    “ ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามขึ้น

    แม่ทัพทุกๆคนพากันพยักหน้ารับพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

    “ งั้นก็เริ่มเลยฟีโป้ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าหันไปมองแม่ทัพเอลฟ์วัยกลางคนคนหนึ่ง

    “ ครับ ” แม่ทัพฟีโป้ตอบรับ

    แม่ทัพฟีโป้หยิบแผนที่ออกมาก่อนที่จะปักหมุดไปยังสถานที่หนึ่งทันทีก่อนที่จะร่ายเวทย์มนต์ของตัวเองออกมา

    ทันใดนั้นด้านหน้าของพวกเขาก็ปรากฏวังวนขนาดใหญ่ขึ้น 

    วังวันสีดำค่อยๆกลายเป็นภาพโปร่งใสขึ้น ไม่นานก็กลายเป็นภาพของสถานที่แห่งหนึ่ง

    “ เรียบร้อยแล้วครับ ” แม่ทัพฟีโป้พูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในวังวนเป็นคนแรก

    แม่ทัพฟีโป้เดินเข้าไปด้านในวังวนแล้วก็หายตัวไปทันทีก่อนที่จะมีมือของแม่ทัพฟีโป้โผล่ออกมาก่อนที่จะทำท่าให้ตามเข้ามาได้เลย 

    แม่ทัพคนอื่นๆเองก็เดินตามเข้าไปด้านในทันที

    ไลท์มองดูเวทย์ของแม่ทัพฟีโป้ด้วยความสนใจ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในวังวนตามคนอื่นๆ

    หลังจากที่ไลท์เดินเข้าไปในวังวนแล้วเขาก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่งทันที 

    นอกจากนี้แม่ทัพคนอื่นๆก็เดินสำรวจรอบๆพื้นที่แล้ว

    เมื่อแม่ทัพเดินเข้ามาในวังวนครบหมดแล้วแม่ทัพฟีโป้ก็ทำการสลายเวทย์มนต์ของตัวเองทันที

    ในตอนนี้ใบหน้าของแม่ทัพฟีโป้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจำนวนมาก จากนั้นเขาก็นั่งพักอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

    “ ตอนนี้พวกเราอยู่ตรงนี้แล้วครับ ” แม่ทัพฟีโป้หยิบแผนที่ออกมาพร้อมกับชี้ไปยังจุดที่เขาได้ปักหมุดเอาไว้

    ไลท์มองดูในแผนที่ก็ต้องตกใจเพราะมันห่างจากค่ายของพวกเขาเกือบสามพันกิโลเมตรเลยทีเดียว 

    “ เป็นเวทย์ที่น่าสนใจจริงๆ ” ไลท์มองไปที่แม่ทัพฟีโป้ด้วยความสนใจ เวทย์มนต์เคลื่อนย้ายมิติแบบนี้มีประโยชน์ทั้งในรูปแบบโจมตีและหลบหนี

    นอกจากนี้ยังเหลืออีกประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันกิโลเมตร 

    ด้วยความเร็วระดับนี้เกรงว่าแค่สองสามวันก็น่าจะไปถึงเทือกเขาบารียานู

    ‘ ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมพวกแฟร์ซ่าถึงได้มั่นใจว่าจะไปยังเทือกเขาบารียานูได้ทันก่อนที่พิธีบูชายันจะเริ่ม ’ ไลท์ครุ่นคิด

    หลังจากที่แม่ทัพฟีโป้พักเหนื่อยนานกว่าสองชั่วโมงเขาก็สามารถใช้เวทย์มนต์ได้อีกครั้ง

    แม่ทัพฟีโป้ใช้เวทย์นี้ไปสามครั้ง เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขามาถึงครึ่งทางแล้ว

    นอกจากนี้ไลท์ได้รู้ว่าเวทย์นี้สามารถใช้ได้เพียงแค่เดือนละสามครั้งเท่านั้น ต้องผ่านไปอีกเดือนหนึ่งจึงจะสามารถใช้ได้อีกครั้ง แต่ทว่าด้วยความช่วยเหลือของเวทย์นี้ก็ประหยัดเวลาไปกว่าเจ็ดวันแล้ว ทำให้ที่เหลือพวกเขาใช้เวลาประมาณเจ็ดถึงแปดวันก็น่าจะไปถึงเทือกเขาบารียานู 

    หลังจากที่พักถึงหนึ่งวันแล้วจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็สั่งเดินทางต่อ 

    ผ่านไปห้าวันจักรพรรดินีแฟร์ซ่าได้มายังป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากเทือกเขาบารียานูประมาณสองพันกิโลเมตร

    ภายในป่าแห่งนี้ดูเหมือนกับป่าทั่วๆไปอย่างมาก 

    ไลท์และคนอื่นไม่เข้าใจว่าจักรพรรดินีแฟร์ซ่าจะพาพวกเขาเข้ามาในป่านี้ทำไม

    เมื่อเดินมาถึงจุดๆหนึ่งจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็ร่ายเวทย์บางอย่างขึ้น ทันใดนั้นภาพบางอย่างก็ปรากฏเบื้องหน้าของพวกไลท์

    ที่แท้ป่าแห่งนี้ถูกเวทย์ลวงตาวางเอาไว้อยู่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบจากด้านบนได้ว่ามีคนอยู่ในป่าแห่งนี้ แถมยังไม่มีพลังเวทย์ที่หลุดรอดไปแม้แต่น้อย 

    เมื่อพวกไลท์เข้าไปก็พบว่าเป็นทางด้านของผู้พิทักษ์กาแลนที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ส่วนแม่ทัพคนอื่นๆก็นั่งอยู่ตามต้นไม้ต้นอื่นๆเพื่อพักผ่อนอยู่

    “ มาแล้วงั้นหรอแฟร์ซ่า ” ผู้พิทักษ์กาแลนพูดขึ้นในขณะที่หลับตาอยู่

    “ ค่ะท่านผู้พิทักษ์” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าโค้งคำนับเล็กน้อยให้กับผู้พิทักษ์กาแลน

    “ แล้วตอนนี้พวกทีโมตี้อยู่ที่ไหนแล้วล่ะ? ” ผู้พิทักษ์กาแลนถามขึ้น

    “ ภายในเทือกเขาบารียานูค่ะ ตอนนี้พวกของทีโมตี้กำลังซ่อนตัวอยู่ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าตอบ

    “ งั้นก็เหลือเวลาอีกประมาณเจ็ดวันก่อนที่จะเป็นวันที่เริ่มพิธีบูชายัน งั้นพรุ่งนี้พวกเราค่อยออกเดินทางต่อแล้วกัน ” ผู้พิทักษ์กาแลนพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วค่ะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูด

    ไลท์และคนอื่นๆก็พักผ่อนให้พร้อมเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ภายในทวีปปีศาจแล้ว โชคดีที่ระหว่างทางพวกเขาไม่ได้เจอกับปีศาจแม้แต่ตัวเดียวทำให้การเดินทางของพวกเขาราบรื่นย์เป็นอย่างมาก

    แต่ในค่ำคืนนั้นได้เกิดเหตุบางอย่างขึ้นกับไลท์

    ในขณะที่ไลท์กำลังบ่มเพาะพลังอยู่นั้นจู่ๆเขาก็สัมผัสได้ว่าพลังปราณในร่างกายของเขาได้ทะลวงไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แม้ว่านี้จะไม่ใช่การทะลวงระดับใหญ่จากจิตวิถีอมตะไปยังจิตวิถีพระเจ้า แต่เป็นเพียงขั้นย่อยเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ไลท์รู้สึกว่าเขาสามารถเอาชนะแม่ทัพปีศาจได้อย่างสบายๆและเขาสามารถต่อกรกับราชาปีศาจได้เลย

    ‘ นึกไม่ถึงเลยว่าจะโชคดีแบบนี้ ’ ไลท์ครุ่นคิด เพราะเขาเองก็ใช้เวลานานมากแล้วที่จะทะลวงขั้นย่อยแบบนี้นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะพอดีกับช่วงเวลาที่เขาจะต้องไปสู้ในศึกสำคัญอย่างนี้

    เช้าวันต่อมา 

    ทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังเทือกเขาบารียานู

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสองวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเทือกเขาบารียานู 

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่านำทุกๆคนไปยังจุดที่พวกของทีโมตี้ซ่อนตัวอยู่

    หลังจากที่มารวมตัวกันแล้วตอนนี้พวกไลท์มีแม่ทัพมากถึงสามสิบแปดคนและยังมีผู้พิทักษ์กาแลนที่อยู่ในระดับSSSอีกหนึ่งคนด้วย

    แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งใช้เวทย์ลวงตาครอบคลุมพื้นที่ตรงจุดที่พวกไลท์อยู่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พวกปีศาจที่บินอยู่บนท้องฟ้าสังเกตเห็นพวกเขา

    จากนั้นก็ถึงเวลาที่จะวางแผนการในการชิงตัวองค์หญิงเมลิซ่า

    จุดที่พวกไลท์อยู่นั้นอยู่ห่างจากจุดที่ใช้ทำพิธีบูชายันประมาณสามร้อยกิโลเมตร 

    “ ตอนนี้พวกปีศาจได้นำกองทัพมาตั้งค่ายรอบๆจุดที่ทำพิธีบูชายัน นอกจากนี้ยังมีแม่ทัพปีศาจมากกว่าสามสิบตัวและราชาปีศาจดาร์เมียนอีกหนึ่งตัวที่อยู่ตรงจุดที่ทำพิธีบูชายันค่ะ ” ทีโมตี้พูดขึ้นพร้อมกับวางหมากลงบนแผนที่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ 

    “ หรือพวกเราจะใช้แผนเดิมๆเหมือนกับที่ทำๆกันมาคือช่วยตอนที่พวกมันกำลังทำพิธีบูชายัน? ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย

    แผนเดิมๆที่เมื่อก่อนใช้ในตอนที่จะช่วยเหลือคนที่ถูกนำตัวไปบูชายันก็คือการโจมตีตอนที่พวกปีศาจกำลังร่ายเวทย์บูชายันอยู่ ซึ่งตอนนั้นพวกมันก็ต้องเสียแม่ทัพปีศาจแปดตัวเพื่อทำพิธีบูชายันทำให้กำลังพลของพวกมันลดลงไปพอสมควร

    “ ไม่ได้หรอก พวกมันวางแผนมาดีแล้วอีกอย่างอย่าลืมว่าในช่วงหลังๆมานี้พวกปีศาจมันแก้ทางเอาไว้เรียบร้อยแล้วเพราะฉะนั้นฉันคิดว่าควรหาทางอื่นช่วยแทนดีกว่า ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนส่ายหน้าปฏิเสธ

    หลังจากนั้นก็เริ่มวางแผนการณ์ทันที

    จนกระทั้งผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ได้ข้อสรุปว่าพวกเขาจะบุกทันทีที่เริ่มพิธีบูชายันและจะบุกแบบไม่ทันตั้งตัว รวมไปถึงใช้เวทย์ที่รุนแรงที่สุดทำให้ลานพิธีบูชายันพังไปเลย 

    เมื่อได้แผนการณ์แล้วในวันนี้ทุกๆคนก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อที่จะได้มีแรงในวันจริง

    ยามค่ำคืนไลท์นั่งอยู่บนต้นไม้ใหญ่พร้อมกับโทรคุยกับเบเรียลเหมือนอย่างที่ทำในทุกๆคืน 

    “ ตอนนั้นนายก็ระวังตัวด้วยล่ะ ” เบเรียลพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

    “ เข้าใจแล้วฉันจะไม่ประมาทโดยเด็ดขาดและจะรีบกลับไปหาเธอทันทีที่จบเรื่องนี้แล้ว ” ไลท์พูดพร้อมกับมองดาวบนท้องฟ้า

    ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา

    ไลท์ขมวดคิ้วและรีบใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบดูแต่สุดท้ายเขาก็ไม่พบอะไร

    ตอนนี้ไลท์อยู่ในระดับจิตวิถีอมตะ ความกว้างของจิตสัมผัสของไลท์อยู่ในระยะหนึ่งร้อยกิโลเมตรจากตัวของไลท์

    “ เกิดอะไรขึ้นหรอไลท์? ” เบเรียลถามด้วยความเป็นกังวล เพราะจู่ๆไลท์ก็เงียบไปและเธอเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ

    “ ไม่มีอะไรฉันแค่รู้สึกไปเองเท่านั้น ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆแต่ทว่าแววตาของเขากลายเป็นจริงจังขึ้นมา

    “ แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันโทรไปใหม่ ” ไลท์พูดจบเขาก็

    ‘ ความรู้สึกเมื่อกี้เหมือนกับมีใครมองเห็นมาจากบนท้องฟ้าอยู่เลย ’ ไลท์พึมพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล 

    ‘ ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าจะถึงวันทำพิธีบูชายันแล้วกัน ’ 

    พริบตาเดียวก็มาถึงวันที่ทำพิธีบูชายัน

    ตอนเช้า 

    หลังจากที่พวกไลท์กินอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จักรพรดินีแฟร์ซ่าก็เรียกทุกคนมาทบทวนแผนการณ์อีกครั้งหนึ่ง

    หลังจากที่ทบทวนแผนการณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่จะบุกไปทำลายพิธีบูชายัน

    “ ไปกันเถอะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้นก่อนที่จะบินนำทุกๆคนไปทันที

    แม้ว่าระยะทางจากจุดที่พวกไลท์อยู่จะห่างจากจุดที่ทำพิธีบูชายันถึงสามร้อยกิโลเมตรแต่ทว่าพวกเขาก็ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็มาถึงจุดทำพิธีบูชายัน 

    เมื่อมาถึงจุดที่ทำพิธีบูชายัน

    ด้านล่างเต็มไปด้วยปีศาจนับไม่ถ้วนที่กำลังมองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร 

    นอกจากนี้ตรงกลางยังมีแท่นพิธีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งรอบๆแท่นพิธีมีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งเอาไว้และมีโซ่สีแดงจำนวนมากพันรอบๆเสาหินขนาดใหญ่ 

    ตรงกลางมีแท่นหินจำนวนสามสิบหกแท่นวางเอาไว้ ซึ่งนี้น่าจะเป็นแท่นหินตัวแทนของเทพปีศาจทั้งสามสิบหกตัว 

    ห่างออกไปไม่ไกลจากแท่นบูชายันมีเอลฟ์หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในกรงขังขนาดใหญ่พร้อมกับท่าทีหวาดกลัว

    ‘ นี้น่าจะเป็นองค์หญิงเมลิซ่า ’ ไลท์มองไปที่องค์หญิงเมลิซ่า

    ทันใดนั้นปีศาจที่บินได้อย่างพวกฮาร์ปี้และการ์กอยล์ รวมไปถึงปีศาจระดับSจำนวนมากกว่าร้อยตัวก็บินขึ้นมาด้วยเช่นกัน 

    กองทัพปีศาจนับล้านที่บินอยู่บนท้องฟ้าทำให้ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยจุดสีดำๆจนสามารถบดบังท้องฟ้าได้เลย 

    ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะที่น่ากลัวดังขึ้นก่อนที่จะเป็นปีศาจตัวหนึ่งบินนำแม่ทัพปีศาจขึ้นมาด้านบน

    ปีศาจที่เป็นผู้นำเป็นปีศาจรูปร่างคล้ายกับมนุษย์มีผิวสีเทา ตัวผอมสูง มีเขางอกออกมาบนหัวสองเขาและมีดวงตาสีแดงเพลิง ที่ใบหน้ามีลวดลายอักขระบางอย่างสีแดงเขียนเอาไว้ สวมชุดสีน้ำเงินเข้มหรูหรา 

    ไลท์มองดูปีศาจตัวที่เป็นผู้นำก็พบว่าออร่าของมันทำให้ตัวเขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย 

    ‘ นี้สินะระดับSSS ออร่าของมันเทียบเท่ากับออร่าของผู้ฝึกตนระดับจิตวิถีพระเจ้าเลยทีเดียว ไม่สิต้องบอกว่าอ่อนแอกว่าเล็กน้อย ’ ไลท์ครุ่นคิด

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน