จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 134 เศษเหล็ก

            ตูม!

            เสียงระเบิดดังขึ้นมาจากยอดเขาดรุณีหยกเย่เฉินเดินโซเซกลับมาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดไปยังหุ่นเชิดเฟิงอิ่งจนถอยหลังไป

            หุ่นเชิดเฟิงอิ่งตอบโต้กลับด้วยวิชาฝ่ามือ

            เพียงแต่ฝ่ามือนี้ยังห่างชั้นกับก่อนหน้านี้ยิ่งนัก

            ทุกอย่างเป็นเพียงเพราะยันต์ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผนึกพลังวิญญาณได้ถูกเย่เฉินทำลายไปแล้วและฝ่ามือของเขาครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่วิชาลึกลับที่อ่อนแอแต่กลับไม่มีพลังวิญญาณคอยหนุนมันก็ไร้ประโยชน์ทันที

            “คราวนี้ถึงตาข้าบ้าง”เย่เฉินตะโกนขึ้นมาราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่

            เขย่าบรรพต!

            ก่อนที่หุ่นเชิดเฟิงอิ่งจะทรงตัวขึ้นได้เขาก็ก้าวไปข้างหน้าพร้อมปล่อยหมัดที่ทรงพลังออกไป

            แกร๊ง!

            ดูเหมือนหมัดที่ส่งออกไปจะกระทบกับแผ่นเหล็กและมีประกายไฟปรากฏขึ้นบนผิวกายของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งแต่หุ่นเชิดเฟิงอิ่งที่ไร้พลังวิญญาณในร่างกาย เมื่อถูกเย่เฉินโจมตีเช่นนั้นบนร่างกายก็ปรากฏรอยลึกลงไปเป็นรอยกำปั้นจนเห็นได้อย่างชัดเจน

            อสุนีบาต!

            เย่เฉินลงมืออีกครั้งถ่ายเทพลังปราณทั้งหมดลงไปยังฝ่ามือและทิ้งรอยพิมพ์ฝ่ามือเอาไว้บนร่างกายของหุ่นเชิดเฟิงอิ่ง

            มังกรผยอง!

            วิชาลับมังกรผยองที่แข็งแกร่งก็ระเบิดออกมาในทันที

            หุ่นเชิดเฟิงอิ่งถอยร่นไปด้านหลังอย่างต่อเนื่องและในระหว่างนั้นก็ตอบโต้กลับอยู่หลายครั้งแต่หลังจากยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนร่างกายถูกทำลายไม่เพียงแต่พละกำลังเท่านั้นที่ลดลง แม้แต่ความเร็วที่มีก็ช้าลงอย่างมากเช่นกันราวกับว่าไม่เคยมีจังหวะตามทันเย่เฉินมาก่อนเลย

            “บ้าเอ๊ยในที่สุดข้าก็ทำได้แล้ว” เย่เฉินตะโกนออกไปอย่างตื่นเต้นและระบายความอึดอัดภายในใจออกมา

            อีกสองสามก้าวก่อนจะถึงตัวของเฟิงอิ่งเขาใช้สองมือหยิบกระบี่เทียนเชวียออกมา จากนั้นก็ถ่ายเทพลังปราณลงไปและฟันกระบี่ลงบนไหล่ด้านซ้ายของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งด้วยท่วงท่าที่แข็งแกร่ง

            แกร๊ง!

            เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมาอีกครั้งอีกเพียงนิดเดียว กระบี่เทียนเชวียก็เกือบจะตัดแขนของเฟิงอิ่งร่วงลงมาแล้ว

            “เจ้าตีข้าสิเจ้าตีข้าสิ” เย่เฉินส่งเสียงแหกปากอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่เขาขยับกระบี่เทียนเชวียออกมาใช้งานก็จะทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้บนร่างของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งหากไม่ใช่เพราะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาก็คงจะถูกแบ่งครึ่งไปแล้ว

            แม้ว่าหุ่นเชิดเฟิงอิ่งจะต่อสู้กลับมาหลายครั้งแต่ก็ถูกปรามเอาไว้ทั้งหมด

            เปรียะ!

            หลังจากเย่เฉินส่งเสียงต่อว่าหมัดของเขาก็กระแทกลงไปยังร่างของเฟิงอิ่ง จากนั้นยันต์ศักดิ์สิทธิ์แผ่นที่สองบนร่างของเขาก็ถูกดึงออกมายันต์ศักดิ์สิทธิ์แผ่นนี้ผนึกการใช้วิชาลึกลับเอาไว้ซึ่งเขายังคิดจะใช้วิธีนี้ไปทำให้กับจื่อซวน

            ในเวลานี้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ในหุ่นเชิดเฟิงอิ่งถูกทำลายและอีกหนึ่งชิ้นก็ถูกนำออกไปแล้ว เขาจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะพลิกกายขึ้นมาอีกครั้ง

            “ข้าจะตีเจ้าให้พิการไปเลย”หลังจากเสียงตะโกนด่า เย่เฉินก็ปักกระบี่เทียนเชวี่ยทิ้งไว้บนเวทีซ้อมต่อสู้จากนั้นก็มุ่งเข้าไปด้วยมือเปล่า

            แกร๊ง!

            เสียงดังกังวาน!

            จากนั้นมีเสียงดังขึ้นจากบนเวทีซ้อมต่อสู้ทุกครั้งที่เย่เฉินลงมือ จะมีรอยหมัดทิ้งเอาไว้บนตัวของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งเสมอ

            "ลุกขึ้นสิ"ในที่สุดทั่วทั้งร่างของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งก็ถูกเย่เฉินยกขึ้นมา

            ปัง!

            เย่เฉินจับขาของเฟิงอิ่งเอาไว้แน่นจากนั้นก็ฟาดลงบนเวทีซ้อมต่อสู้เวทีซ้อมต่อสู้ที่แข็งแกร่งถูกแรงจากการกระแทกจนเป็นหลุมรูปร่างมนุษย์การจับคนฟาดลงไปอย่างแรงเช่นนี้ เป็นวิธีการต่อสู้ตามปกติของเขา

            "มาตีข้าสิ" เย่เฉินยกเฟิงอิ่งขึ้นมาอีกครั้งจากนั้นก็ฟาดไปบนเวทีซ้อมต่อสู้อีกครั้ง

            "มาตีข้าสิ” ทันทีหลังจากนั้นเขาก็ทำอีกเป็นครั้งที่สาม

            "มาตีข้าสิ" หุ่นเชิดเฟิงอิ่งถูกลากขาวนเป็นวงกลมและถูกฟาดลงพื้นเป็นครั้งที่สี่

            ปัง!

            ตูม!

            เสียงกัมปนาทดังขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดเย่เฉินที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมได้ฟาดหุ่นเชิดเฟิงอิ่งลงบนเวทีซ้อมต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าและทุกครั้งที่เขาลงมือ มันจะมาพร้อมกับเสียงหมาป่าที่โหยหวนของเขาความอึดอัดใจที่มีก่อนหน้านี้ได้ถูกระบายออกมาอย่างเต็มที่

            ไม่รู้ว่าเสียงคำรามบนเวทีซ้อมการต่อสู้หยุดลงตั้งแต่เมื่อไร

            ในขณะนี้มีหลุมขนาดใหญ่อยู่กลางเวทีซ้อมต่อสู้ซึ่งเป็นหลุมที่เกิดขึ้นโดยการทุบของเย่เฉิน หุ่นเชิดเฟิงอิ่งนอนนิ่งอยู่ในนั้นร่างกายที่แข็งทื่อทั้งหมดบิดเบี้ยว ไม่เป็นรูปร่างของมนุษย์อีกต่อไปหากใครไม่รู้ก็อาจจะคิดว่ามันเป็นกองเศษเหล็ก?

            ในขณะนี้เย่เฉินกำลังนั่งยองอยู่ข้างๆ หุ่นเชิดเฟิงอิ่ง และนั่งมองดูมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “ถ้ารู้แต่แรกคงลงมือสบายๆ ไปแล้ว” เย่เฉินพึมพำขณะมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            หุ่นเชิดของสำนักเหิงเยว่แบ่งออกเป็นสี่ระดับได้แก่ระดับสวรรค์ ระดับธรณี ระดับลึกลับ และระดับมนุษย์ด้วยเหตุนี้เขาจึงนั่งพิจารณาหุ่นเชิดเฟิงอิ่งเพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างหุ่นเชิดระดับลึกลับกับหุ่นเชิดระดับมนุษย์เพื่อที่จะใช้ในการยกระดับหุ่นเชิดจื่อซวนของเขา

            “หุ่นเชิดระดับลึกลับมีความแข็งแรงมากกว่าระดับมนุษย์อยู่มาก”เย่เฉินลูบคางของเขาไปพลางขณะกำลังครุ่นคิด

            “หุ่นเชิดระดับลึกลับจะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์อยู่สองใบใบหนึ่งใช้ผนึกวิชาลับ อีกใบหนึ่งใช้สำหรับผนึกพลังวิญญาณ”

            “นอกจากสิ่งเหล่านี้ หุ่นเชิดระดับลึกลับก็ยังมีข้อกำหนดอื่นอยู่ภายในร่างกายอีกด้วย”เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะลูบคิ้วของเขาเดิมแล้วเขาถูกทุบตีอย่างน่าหดหู่และพลิกกลับมาเป็นฝ่ายลงมือทุบตีเฟิงอิ่งอย่างต่อเนื่องจึงทำให้เขาสามารถทำลายข้อจำกัดที่กำกับไว้ในตัวของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งได้

            เมื่อละสายตาออกมาจากร่างของหุ่นเชิดเฟิงอิ่งเย่เฉินก็หยิบยันต์ศักดิ์สิทธิ์ใบนั้นออกมาจากร่างของเฟิงอิ่ง

            เย่เฉินเปิดเนตรวงล้อเทวะและมองดูยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมืออย่างละเอียดเขามองเห็นอักขระยันต์ที่ยุ่งเหยิงบนยันต์ศักดิ์สิทธิ์ใบนั้นบางครั้งก็มองเห็นภาพสองสามภาพ ซึ่งล้วนแต่เป็นวิชาลับอันลึกลับทั้งสิ้น

            “มันลึกลับจริงๆ”เย่เฉินลูบคางของเขา ปากเอ่ยคำอุทานด้วยความประหลาดใจ“แม้จะสามารถผนึกวิชาลับที่ลึกลับไว้ในยันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้แต่ดูเหมือนว่าปรมาจารย์คนแรกของสำนักเหิงเยว่ ที่สร้างวิชาหุ่นเชิดนี้ขึ้นมาคงจะเป็นผู้มีความเฉลียวฉลาดอย่างแท้จริง”

            “เย่เฉิน”ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงของฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ดังขึ้น

            ก่อนที่เอ่ยปากอะไรออกไปสายลมที่หอมหวนนั้นก็มาถึงแล้วเงาร่างของฉู่ซวนเอ๋อร์ได้มาถึงปากหลุมขนาดใหญ่นี้แล้ว

            “นี่...”เมื่อเห็นเย่เฉินอยู่ในหลุมขนาดใหญ่และเห็นหุ่นเชิดเฟิงอิ่งที่ถูกทุบตีจนพิการอยู่ใต้เท้าของเย่เฉินทันใดนั้นสีหน้าของนางก็ดูไร้สีสันเป็นอย่างมาก ปากของนางอ้าเปิดกว้างและไม่พูดไม่จาอะไรสักคำอยู่ครู่หนึ่ง

            หุ่นเชิดเฟิงอิ่งเป็นหุ่นตัวโปรดของนางวัสดุที่ใช้สร้างหุ่นล้วนเป็นวัสดุชั้นยอดทั้งสิ้นและนางได้ทำการบรรจุวิชาลึกลับและยันต์ศักดิ์สิทธิ์อย่างพิถีพิถันแต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นกองเศษเหล็กไปเสียแล้ว

            ฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ใช้มือกุมหัวใจของนางอย่างไม่ทันไม่รู้ตัวบนแก้มงดงามของนาง เหมือนมีคำสองคำที่เขียนไว้อย่างชัดเจน ปวดใจ

            “อาจารย์ข้าเอาชนะเขาได้แล้ว ข้าลงเขาได้แล้วสินะ!”เย่เฉินยิ้มและคลานออกมาจากหลุมขนาดใหญ่

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉู่ซวนเอ๋อร์ก็หันศีรษะของนางและจ้องมองไปที่เย่เฉินอย่างโหดเหี้ยมเห็นได้ชัดว่ามีประกายไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาที่งดงามคู่นั้น “เจ้าหนุ่มเจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องใช้เวลามากแค่ไหนในการสร้างหุ่นตัวนี้?”

            “ข้าไม่รู้”ศีรษะของเย่เฉินสั่นเหมือนตีกลอง

            “เจ้าไม่รู้แต่เจ้าก็ทุบตีมันจนพังไปหมด เจ้าก็ทำได้ดีจริงๆ”ฉู่ซวนเอ๋อร์มองไปที่เย่เฉินด้วยความโกรธ

            “ก็ท่านบอกให้ข้าสู้”เย่เฉินรีบร้องเรียกหาความเป็นธรรม “นอกจากนี้ เขาเป็นฝ่ายตีข้าก่อนจะว่าไปแล้วหากมันพังไปแล้วก็ซ่อมใหม่สิ!”

            “ซ่อม?” ฉู่ซวนเอ๋อร์จ้องมองเย่เฉินอีกครั้ง“เจ้ารู้ไหมว่าการหาวัสดุสำหรับหลอมแต่งหุ่นระดับลึกลับนั้นยากแค่ไหนและเจ้ารู้หรือไม่ว่าการหลอมหุ่นระดับลึกลับต้องใช้พลังงานมากเท่าไร"

            “ถ้าอย่างนั้นท่านจะมาโทษข้าไม่ได้”เย่เฉินยกมือขึ้นเหมือนหมูที่ตายแล้วไม่กลัวน้ำเดือด “ท่านให้เขามาสู้กับข้าเองนะ”

            เมื่อพูดเช่นนี้ฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ถึงกับพูดไม่ออก

            สิ่งที่เย่เฉินพูดนั้นก็เป็นความจริงมิใช่หรือ? ตอนนั้นนางให้หุ่นเชิดเฟิงอิ่งเป็นคู่ฝึกของเย่เฉินแต่สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือหุ่นเชิดเฟิงอิ่งที่อยู่ระดับลึกลับกลับถูกเย่เฉินทำลายทิ้งเสียสิ้นซาก

            เรื่องนี้จะโทษใครได้?

            ฉู่ซวนเอ๋อร์รู้สึกไม่ดีอย่างมากหากจะตำหนิก็ต้องตำหนิตัวนางที่มั่นใจในหุ่นเชิดตัวนี้มากเกินไปและก็ต้องตำหนินางอีกที่ประเมินศิษย์รักคนนี้ต่ำเกินไปจึงทำให้หุ่นเชิดตัวแรกที่นางให้เป็นคู่ฝึกฝนกับเขา ต้องถูกทุบจนย่อยยับเช่นนี้

            “ไสหัวไปให้พ้น!”ฉู่ซวนเอ๋อร์สบถอย่างโกรธเคือง

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็รู้สึกกระวนกระวายรีบหันกลับไปและวิ่งลงจากภูเขาเขาวิ่งเร็วกว่ากระต่ายเพราะกลัวว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะพาเขากลับไปและทุบตีเขาอีกครั้ง

            เมื่อเห็นหลังของเย่เฉินอยู่ห่างออกไปฉู่ซวนเอ๋อร์ก็เหลือบมองไปที่หุ่นเชิดเฟิงอิ่งในหลุมลึกอีกครั้งนอกเหนือจากความโกรธในดวงตาที่งดงามของนาง ก็เหลืออยู่เพียงความตกตะลึง

            “ข้าประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป”ฉู่ซวนเอ๋อร์ยิ้มหลังจากความโกรธได้จางหายไป

            นางรู้ดีเกี่ยวกับความน่ากลัวของเฟิงอิ่งและระดับขั้นพลังหยางทั่วไปไม่สามารถโค่นเขาลงได้แต่กลับถูกศิษย์ขั้นรวมพลังของนางทุบลงเป็นกองเศษเหล็กไปแล้วจริงอยู่ที่เฟิงอิ่งเป็นความพยายามอย่างเต็มที่ของนางแต่นางก็มีเรื่องที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้น

            “ต่อไปเจ้าจะต้องมีชื่อเสียงในต้าฉู่” ฉู่ซวนเอ๋อร์ยิ้มอย่างนุ่มนวล

            เวิง!

            เมื่อพูดจบเสียงร้องเพลงก็ดังมาจากยอดเขาดรุณีหยกทำให้ฉู่ซวนเอ๋อร์มองย้อนกลับไปอย่างกะทันหัน สายตาเต็มไปด้วยความยินดี“หลิงเอ๋อร์ออกจากฝึกตนแล้ว"

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน