“ เอกบุญ”
เอกและบุญปรากฏข้างหน้านาคราชหนุ่มในท่าทำความเคารพ ต่างรู้สึกกลัวโทษทัณฑ์ที่นายเหนือหัวจะประทานให้ที่ไปขัดภิรมย์ในการสนทนากับมนุษย์ที่มีใจ
“มีอะไรให้พวกข้าทั้งสองรับใช้พระเ้าค่ะ”
“เ้าพากันไปหาสาคร และบอกว่านัดหมายในวันนี้เราไปไม่ได้ และฝากพวกเ้าทั้งสองทำธุระแทนเราที ”
ส่งมอบหมายออกไปอย่างมั่นใจ ที่คิดว่าตนทำถูกแล้วเพราะถ้าไปหาสาครผู้เป็เพื่นสนิทเป็ถึงลูกของแม่ทัพแห่งจักรกีวิจิรตวงค์ หรือเรียกสั่นๆว่าวิจิตรวงค์เมืองใหญ่ของเสด็จพ่อตนนั้น ต้องไปนาน เนื่องจากต้องติดพันสู้รบกับนาคตนอื่นที่คิดฏแล้วจะพลาดเจอกับนางในดวงใจที่นัดหมายไว้
“พระเ้าข้า”
นากเอกและนาคบุญหายตัวไปทำตามภารกิจที่นายเหนือหัวของตนสั่งทันทีเพราะกลัวนายเหนือหัวจะทรงกริ้วถ้าชักช้าเพราะเนื่องด้วยหลายวันที่ผ่านมาที่ตนทั้งสองติดตามนายอยู่ห่างๆทำให้รู้เลยว่านายของพวกเขารักและมีจิตมุ่งมั่นต่อหญิงมนุษย์นางนั้นเพียงใดและเขาทั้งสองคนยังคงไม่หายสงสัยว่าหญิงมนุษย์นางนั้นมีกลิ่นกายของกษัตริย์แห่งนาคได้อย่างไร
หลังจากเสร็จเื่ราวที่กระทำ พญานาคราชหนุ่มที่กำลังจะแปลงกายเป็กายะเดิมกับต้องชงักเนื่องด้วยจับส้มผัสความเศร้าหมองเสียใจไม่อย่างมีชีวิตอยู่ต่อของมุนษย์ผู้หนึ่งได้ก็เกิดความรู้สึกต้องทำอะไรสักอย่าง เมื่อใช้ญานที่ตนมีแพ่งเรงไปยังจุดที่ััได้ก็เจอกับชายรูปร่างกำยำหน้าตาดียืนน้ำตาไหลอยู่บันไดที่สามารถเดินลงไปในน้ำได้ในที่ ที่หนึ่งของริมแม่น้ำโข่ง
"ทุกข์ก็ร้อง สุขก็ระเริงจนเกินไป ความพอดีของตนไปไหน ทำไมถึงสติไม่มี"
ร่างชายคนดังกล่าวหันไปมองข้างหลังตนที่มีเสียงคำพูดเตื่อนสติดังขึ้น เขารีบเช็ดน้ำตาแล้วนั่งลงบนขั้นบันไดอย่างหมดแรง ไม่มีคำพูดอะไรออกมา นอกจากใบหน้าที่มองไปยังพื้นน้ำนั้นจนทำให้เ้าอินทร์ที่มองเื่ราวที่ผ่านมาของชายหมุ่ม แล้วเห็นใจ ท่าทางหมดสิ้นของชายหนุ่มมนุษย์ทำให้เ้าอินทร์ถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งเคียงข้าง
"ภรรยาที่อยู่แสนไกลของท่านคงภูมิใจที่สามีตนนั้นกำลังจะคิดลาโลกใบนี้"
"คุณไม่รู้อะไรอย่าพูด จะไปไหนก็ไป"
"ถ้าข้าไม่เห็นว่าตัวเ้าเป็คนดี เป็คนซื่อสัตย์ และใจบุญมั่นสวดมนต์ ตัวข้าไม่ยุ่งหรอก ข้าแค่เสียดายคนมีบุญใหญ่แบบเ้าแค่นั้น"
" ความดีหรอ ต่อไปคงต้องเป็คนใหม่ เพราะเป็คนดีแล้วมันไม่ได้ดี"
"เ้าไม่คิดหรอว่าการที่เ้าได้ย้ายมาอยู่นี่ก็ดีเหมือนกัน เ้าไม่คิดหรอว่าอาจจะเป็ชะตาฟ้าลิขิตให้เ้าต้องมา มาสร้างมาพัฒนาในดินแดนที่ครึ่งมนุษย์ครึ่งบาดาลแห่งนี้"
"มาสร้างหรอ คนอย่างผมจะทำอะไรได้ ตัวผมที่พยายามทำดีมาตลอดยังเจอกลั่นแกล้งโยกย้ายมาที่ที่กันดานแบบนี้ แล้วผมจะทำอะไรได้"
"มีสติ หันมองเราใช้สมาธิกำหนดจิตเพ่งที่เรา ว่าตัวเ้านั้นอยู่กับผู้ใด"
ชายวัยกลางคนร่างกำยำมองคนที่สนทนาด้วยความลำคาญ แต่กลับเจอสายตาดุดัน กดดันให้เขาต้องทำในสิ่งที่ชายปริศนาบอก
เมื่อเพ่งเรงกำหนดจิตที่ฟุ้งซ่านให้สงบ กลบคลื่นลมที่หมุ่นวนหา ปรากฎร่างพญาที่แผ่เศียรทั้ง9ออกมา แลดวงตาสีแดงเพลิงอันดุดัน กลัวแล้วกลัวที่เกิดขึ้นกับสรรพสิ่ง ทั้งบนทั้งล่างเหนือน่านน้ำที่ไหลนิล มีทั้งพรายทั้งนาคชนชั้นเลว ต่างแวกว่าย วนหนีผู้ยิ่งใหญ่กลัวจับใจ ผวาหนี ช่างต่างกับคุณความดีที่มุนษย์นายนี้กระทำ สองมือพนมก้มลงกราบติดพื้นปูน เงยหน้ามองสิ่งที่ไม่คาดคิด กำหนดจิตถามไปท่านมาได้อย่างไร ร่างนาคราชหนุ่มหลังสำแดงเดชก็แปลงกายเป็ร่างมนุษย์เหมือนเดิม แล้วพูดคุยให้สติคนเช่นเดียวกับที่พระพุทธเ้าที่โปรดสัตว์คำสอนแก่พญานาคราชผู้เป็บิดา
".ความสงัดเป็สุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้ว รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็จริงอย่างไร ความเป็คนไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็คนปราศจากความกำหนัด คือความก้าวล่วงกามทั้งปวงเสียได้ เป็สุขในโลก ความนำออกเสียซึ่งอัสมิมานะ คือความถือตัวตนให้หมดได้นี้ เป็สุขอย่างยิ่ง..."
หลังจากได้ฟังคำพูดที่ออกจากปากผู้เป็ใหญ่ ชายหนุ่มที่เคยคิดสั้นปลิดชีวิตตนนั้นก็น้ำตาไหล กราบแทบเท้านคราชหนุ่มอีกครั้งในร่างมนุษย์อย่างดีใจ ที่ท่านทรงโปรดเรียกสติตนกลับคืนมา และตนก็ให้คำสัตย์สาบานจะไม่คิดสั้น มุ่งทำแต่ความดีมั่นบำเพญในศีลธรรมอย่างที่นครราชหนุ่มสอน
เมื่อนาคราชหนุ่มเห็นว่ามุนษย์คนนี้คิดได้ จึงประทานพรและหยิบลูกหินสีเขียวมรกตออกจากปากตนยื่นให้แล้วพูดว่า "สดับมรกตนี้ เราให้เพื่อที่จะคุ้มครองและเป็สิ่งยืนยันว่าเ้าคือคนของเรา คือคนที่เราเลือกให้เป็ตัวแทนเราในการทำความดีทำคุณอันยิ่งใหญ่ ในกาลข้างหน้าของเมืองมนุษย์แห่งนี้ และจงจำไว้ในวันที่เ้ามีปัญหาใหญ่หลวงแค่ไหน ให้นึกคิดถึงสดับมรกตนี้แล้วเราจะมาหาทันที เหตุเพราะสดับมรกตนี้เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งเรา จงดูแลและรักษาคำสัตย์ตนให้ดี เมื่อใดที่เ้าผิดคำสัตย์ที่ให้เราไว้เ้าจะไม่มีตัวตนในโลกมนุษย์นี้อีกเลย"
จบคำร่างกายาทิพย์ของนคราชหนุ่มก็แปลเปลี่ยนสู่ร่างเดิมพิภพตน แผ่เศียรทั้ง9ะโลงแม่น้ำขนาดใหญ่ ข่มขัวญนายมนุษย์ที่นั่งมองให้ตะหนักถึงความย้ำคิดว่า (นี่คือความจริงมิใช่ภาพลวงตา)