เซเก้นเห็นภาพตรงหน้าคือสัตว์อสูรลูกผสมมิโนทอร์กับเซนทอร์ ใจคอรู้สึกไม่ดีเพราะรู้ทั้งรู้ว่ามันคงไม่เป็มิตรและพร้อมกระซวกไส้หรือกระทืบให้ร่างแหลกเหลวตายอย่างไม่ยากเย็น
ซิกส์ดูพร้อมรบมากกว่าและไม่ลังเลที่จะปะทะกับสัตว์ประหลาดขนาดสูงใหญ่กว่ามนุษย์อย่างพวกเขา เพราะถึงมันจะตัวใหญ่แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เท่าคราเคนที่มาโจมตีเรือไวกิ้งก่อนหน้านี้
“อย่าบอกนะว่านายกลัวมัน”
“ฉันพร้อมปะทะ ! นายอย่าเพิ่งมาถามอะไรตอนนี้ เราช่วยกันรุมมันเป็ไงเป็กัน” เซเก้นพูดเสียงสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็พอมั่นใจว่าน่าจะมีโอกาสบ้าง นิดหน่อยก็ยังดี
ก่อนที่ทั้งสองจะได้ใช้อาวุธของตนโถมเข้าโจมตีศัตรูที่อยู่ข้างหน้า กลับเกิดเหตุการณ์ให้ทั้งสองต้องประหลาดใจอีกครั้ง
“เฮ้ ! เ้าสองคนหยุดก่อน ! ข้าไม่ใช่ศัตรู ข้าไม่้าสู้กับพวกเ้า สหาย” เสียงทุ้มใหญ่ดังกังวาน ไม่ใช่น้ำเสียงที่ก้าวร้าว แต่กลับเป็เสียงที่ดูเป็มิตร ดังมาจากสัตว์อสูรร่างั์ท่าทีไม่เป็มิตรตนนั้น
“อ๊ะ ! ว่าไงนะ มาดีเหรอ !? ฟู้ววว บ้าจริง ใหมด” เสียงะโกลับของซิกส์ทำให้เซเก้นหยุดการกระทำทั้งหมด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความรู้สึกโล่งใจราวกับแบกูเาออกจากอก รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้า ในใจคิดว่ารอดแล้ว วันนี้ยังไม่ใช่วันที่ซวยที่สุด
“นายพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย แถมพูดชัดเจนจนไม่คิดว่าเป็ … เอ่อ มิโนทอร์หรือเซนทอร์เลย” เซเก้นพูดกับสัตว์ประหลาดตรงหน้าด้วยท่าทีแปลกใจ
“ข้าเป็เซนทอร์ แต่เพราะแม่ของข้าเป็มิโนทอร์เลยทำให้หัวของข้าเป็แบบนี้ แต่พวกเ้าอย่าถามอะไรเกี่ยวกับข้ามากกว่านี้เลย เพราะข้าก็ไม่รู้ที่มาของข้ามากไปกว่าพวกเ้าหรอก ที่พูดภาษามนุษย์ได้เพราะข้ามีอาจารย์เป็เซนทอร์ที่พูดภาษามนุษย์ได้อย่างชำนาญ พวกเ้าเรียกข้าว่าสคาร์ฟโฮร์น (Skarpt horn) หรือ สคาร์ฟ ก็ได้นะ” เซนทอร์ลูกผสมมิโนทอร์กล่าวเสียงเป็มิตร ผิดกับหน้าตาที่ไม่สามารถคาดเดาถึงน้ำเสียงและท่วงท่าเช่นนี้ได้เลย
“อย่างนั้นก็ดีเลย ว่าแต่นายมาอยู่ในถ้ำนี้นานขนาดไหนแล้วน่ะ” ซิกส์ถาม พร้อมยังระแวดระวังเพราะยังไม่แน่ใจว่ามันพูดจริงหรือไม่
“ไม่นานหลังจากกลุ่มเซนทอร์กลุ่มใหญ่ที่ยกไปยึดหมูบ้านใกล้ๆ นี้ พวกมันมีไม่มากแต่ดูท่าทีชำนาญการรบพอตัว น่าจะเป็นักรบของเมืองไหนสักแห่ง ก่อนที่จะตั้งเป็กลุ่มโจรแบบนี้” สคาร์ฟกล่าวเสียงทุ้มใหญ่ พลางมองสหายหน้าใหม่ด้วยความรู้สึกแปลกใจที่สองคนนี้เข้ามาในอาณาเขตตนได้
“ท่านพูดว่าเซนทอร์เพียงกลุ่มเดียว ทั้งที่หมู่บ้านของข้ามีคนเก่งๆ หลายคน พวกเขาไม่น่าแพ้ ... พวกมันต้องเก่งมากแน่ๆ ฮึ ใจข้าอยากล้างแค้น คงทำได้ยากเสียแล้ว” เซเก้นพูดด้วยน้ำเสียงแค้น ในใจคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้ เว้นเสียแต่เซนทอร์ที่บุกเข้าไปที่หมู่บ้านจะเป็แบบเ้าอสูรสคาร์ฟที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้
“แล้วพวกเ้าจะไปไหนต่อหลังจากนี้ เอ่อ ... อย่าหาว่าแปลกเลยนะ ถ้าข้าจะขอร่วมเดินทางไปด้วยได้ไหม ข้าว่าที่นี่ก็ไม่ได้เหมาะให้ข้าอยู่ไปนานกว่านี้ พวกเ้าเป็ผู้กล้ามือใหม่ใช่ไหม” สคาร์ฟถาม ก่อนจะมองทั้งสองด้วยความสนใจอีกครั้ง
“ผู้กล้า ? ฮ่าๆๆ พวกเราเพิ่งหนีจากคราเคนที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็ลิเวียธาน แล้วยังหนีจระเข้น้ำเค็มตัวเขื่องจนมาเจอนายนี่ล่ะ แบบนี้พอเป็ผู้กล้าได้ไหม” ซิกส์เริ่มรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้และคิดว่าเ้าสคาร์ฟหัววัวตัวนี้คงไม่คิดตุกติกอะไร เพราะถ้ามันจะสู้คงสู้โดยไม่ต้องมาหาข้ออ้างอะไรมากมาย
บรรยากาศชวนไม่ให้คิดเลยว่าทั้งสามกำลังจะร่วมกันไปผจญภัย แต่หากนี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ก็นับว่าเป็การดี สองคนกับหนึ่งตนน่าจะมีทักษะชำนาญคนละด้านแต่นำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ดี
“ท่านพูดจริงเหรอ … ดะ ได้สิ แต่ข้าขอทดสอบท่านอย่างหนึ่ง มันเหมือนเื่ส่วนตัวล่ะนะ แต่ท่านพร้อมจะไปแก้แค้นเซนทอร์โจรที่มาโจมตีหมู่บ้านของข้าไหม ?” เซเก้นถาม สีหน้าไม่ได้หวาดกลัวเหมือนตอนแรกแล้ว สัญชาตญาณไวกิ้งของเขาน่าจะกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา
“อืมมม ข้าไม่ได้บาดหมางกับเ้าพวกนั้น ขอต่อรองเป็ข้าจะพาพวกเ้าไปยังเมืองที่พอจะมีทหารรับจ้างและพวกนักฆ่าที่อาจจะสนองตอบพวกเ้าได้ สนใจไหม?” กลายเป็ว่าเ้าสคาร์ฟจะดูมีหัวคิดและใจเย็นกว่าที่เซเก้นหรือซิกส์จะประเมินได้ เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมโยนของสิ่งหนึ่งให้เซเก้น
“นั่นคือเหรียญทอง ข้ายกให้เ้าเป็ของตอบแทน หากพวกเ้าจะให้ข้าเดินทางไปด้วย ไม่รู้สิ ข้าว่าเ้าหน้ากากนี่น่าจะมีอะไรดี ส่วนเ้าหนุ่ม ... อืมมม เ้าทั้งสองคนชื่ออะไรนะ”
“ฉันชื่อซิกส์ และนั่นเซเก้น” ซิกส์หันไปมองเหรียญทองที่มือเซเก้น พร้อมทั้งตอบกลับก่อนจะนำมีดของตนเก็บใส่ฝัก แล้วจึงมองไปที่สคาร์ฟอีกครั้ง
“ฉันตอบแทนเ้าหนุ่มเซเก้นให้เอง เอาสิไปยังเมืองที่นายอยากพาพวกฉันไป ฉันก็อยากสวมบทผู้กล้าดูบ้าง เซเก้น นายเองก็ตกลงซะเถอะ เราสามคนมาเจอกันโดยบังเอิญแล้วจะเดินทางไปผจญภัยด้วยกัน มันตลกดีนะ ไม่มีเหตุผล แต่มันก็ทำให้คิดถึงเพื่อนๆ ที่หน่วยรบเก่า พวกนั้นก็เป็พวกไม่มีเหตุผลเหมือนกัน ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะยียวนของซิกส์ทำให้บรรยากาศเป็มิตรยิ่งขึ้น ที่แน่ๆ สคาร์ฟอสูรลูกครึ่งมิโนทอกับเซนทอร์ก็น่าจะเป็มิตร แถมอาจจะเป็สหายร่วมผจญภัยในอนาคตนี้เสียด้วยซ้ำ
“ตกลงตามนั้น ท่านสคาร์ฟและนาย ซิกส์ เราออกเดินทางกันเลยไหม พอมาคิดดูแล้ว ตอนนี้รีบไปยังเมืองที่ปลอดภัยกว่านี้ก็ดี” เซเก้นตอบตกลง เป็อันว่าทีมผู้กล้าหน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้นแบบงงๆ เสียแล้ว
ทั้งสามคนเก็บของและรวบรวมสิ่งต่างๆ ก่อนจะเดินทางอำลาจากถ้ำแห่งนี้ไปอย่างมีความหวัง ในใจของเซเก้นยังสับสนว่านี่มันเื่บ้าอะไรที่อยู่ๆ ตัวเองก็รอดตายมาหลายครั้ง ในภาวะที่ความเป็ความตายย่างกรายเข้ามา สิ่งหนึ่งทำให้รู้ว่ายังสามารถมีโอกาสรอดได้ มันอาจจะถูกเรียกว่า ปาฏิหาริย์ สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่หากมันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็สัญญาณที่ดีที่ควรรับไว้
สคาร์ฟเชิญให้ทั้งสองขึ้นขี่หลังของตน แม้ซิกส์จะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยอมทำตาม เขาคิดว่าเ้าสคาร์ฟนี่มันมาดีจนน่าสงสัย แต่ช่างเถอะ มิโนทอร์ส่วนใหญ่ซื่อๆ ทื่อๆ ถ้ามันดันเป็มิโนทอร์ที่ได้หัวคิดเ้าเล่ห์อย่างเซนทอร์ เดาง่ายสุดคือมันน่าจะกำลังหลอกพาเขาทั้งสองไปขายที่เมืองค้าทาส มากกว่าจะเป็เมืองนักฆ่าเป็แน่
ยามเย็นที่ทั้งสองหวังว่าตกค่ำจะนอนให้หายอยากกำลังผ่านพ้นไป แสงจากดวงจันทร์เริ่มเห็นเด่นชัด หมายถึงราตรีกำลังเริ่มเพลาแล้ว เดินทางยามค่ำกับสหายหน้าใหม่ที่เป็อสูรลูกผสมนี่มันบ้าชัดๆ แต่เมื่อตัดสินใจแบบไม่รู้อะไรดลใจแล้ว ก็ขอวัดใจกันหน่อย
“เฮ้ ! รู้ไหม ฉันก็เจอเซเก้นไม่นานก่อนเจอนายนะ สคาร์ฟ และฉันก็ขอคิดเอาเองแล้วกันว่านายน่าจะมีความคิดคล้ายฉัน ซึ่งมันคือความหวังดี” ซิกส์นั่งอยู่ด้านท้ายลำตัว่ที่เป็ม้าขนาดใหญ่
“เฮ้ ! แล้วรู้ไหม ข้าก็คิดว่าเ้าสองคนดูไม่มีพิษมีภัยอะไร และมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ข้าอยากเอ่ยปากเพื่อขอออกเดินทางไปกับพวกเ้าด้วย พวกเ้าดูมีแววเป็ผู้กล้าล่ะมั้ง เ้าดูคล้ายวีรบุรุษโทซี่ ใช่ ! ข้าว่าเ้าอยากเป็แบบเขาสินะ” สคาร์ฟตอบซิกส์
“นายรู้จัก โทซี่ !? ฮ่าๆๆ มีเื่ตื่นเต้นอีกแล้ว สุดยอดไปเลย ว่าไหม เซเก้น”
เซเก้นไม่ได้ตอบอะไร เขาแอบงีบหลับไปแล้วบนหลังม้าที่กว้างและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แต่กลับมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมให้นั่งได้อย่างสบายกว่าที่คิด
พวกเขากำลังมุ่งไปยังเมืองที่สคาร์ฟแนะนำ แสงจากดวงจันทร์ค่ำคืนนี้แสนสว่างไสวสาดส่อง ช่างสมกับเป็แสงที่ฉายลงมาสร้างความเจิดจรัสให้กับผู้กล้าหน้าใหม่ทั้งสามนี้เสียจริง