ตอนที่ 11 เทพผู้แปลกประหลาด
“ครืนนน!!!!!” เสียงสั่นสะเทือนก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ อักขระโบราณบนประตูหินสีดำก็เริ่มส่องแสงสีทอง จากนั้นบานประตูใหญ่ที่ปิดปากถ้ำก็ค่อยๆเลื่อนเปิดออก เพียงอึดใจก็เปิดให้เห็นทางเดินเข้าถ้ำที่ปูด้วยหินสีดำภายในถ้ำนี้ไม่มีทางแยกใดๆ เป็นทางตรงยาวเกือบร้อยจั้ง ผนังด้านข้างมีสีขาว เรียบโค้งเนียนราวกับไม่ได้ถูกสร้างมาจากหิน เมื่อมองไปตรงปลายสุดทางเดิน จะมีแสงสีขาวจุดเล็กๆ ที่มองไม่เห็นว่ามีอะไรซ่อนอยู่“นักรบฝึกหัดทุกคนตามข้ามา ส่วนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้รออยู่ด้านนอก ” เมื่อพูดจบ ผู้อาวุโสของเผ่าก็เดินนำเข้าไปในถ้ำ จากนั้นนักรบฝึกหัดทุกคนก็เดินตามเข้าไปจนหมดเมื่อนักรบฝึกหัดคนสุดท้ายก้าวเท้าเข้าไป ประตูถ้ำสีดำบานใหญ่ก็ค่อยๆเลื่อนปิดปากถ้ำเช่นเดิมเมื่อประตูถ้ำปิดลง แทนที่ในถ้ำจะมืดมิด กลับมีแสงเรืองรองจากผนังถ้ำ แสงเรืองรองนั้นส่องออกมาทำให้ทางเดินสว่างไสว...ดูน่าอัศจรรย์ เหล่านักรบฝึกหัดทุกคนตื่นตะลึงในความงดงามและแปลกประหลาด เพราะนับเป็นครั้งแรกของพวกเขาเช่นกัน ที่ได้เข้ามายังถ้ำสถิตเทพแห่งนี้“สุดยอด!! ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต” เจิ้นเทียนอุทานออกมาเบาๆ“นั่นสิ นี่ถ้าข้าได้กลับออกไป จะบอกให้พ่อของข้าไปหาซื้อผนังแบบนี้มาไว้ที่บ้านของข้าบ้าง จะได้ไม่ต้องจุดตะเกียง ตอนกลางคืน” อู๋ต้าที่อยู่ข้างๆ มองผนังด้วยดวงตากลมโต ดูตื่นเต้นไม่ต่างกันนอกจากผนังที่ส่องแสงได้เอง โดยไม่ต้องใช้ตะเกียงแล้ว จุดสีขาวเบื้องหน้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ทุกคนสงสัยว่าคืออะไร จึงรีบเร่งฝีเท้าตามผู้อาวุโสของเผ่า เพื่อหาคำตอบของแสงสีขาวนั้น “เอาละทุกคน พวกเจ้าได้เดินมาถึงรูปปั้นของท่านเทพแล้ว” ผู้อาวุโสพูดขึ้นขณะเดินเข้าไปผ่านแสงสีขาวนั้นเมื่อทุกคนดินมาถึงแสงสีขาวนั้นจึงคำตอบที่กระจ่างแท้จริงแล้วแสงสีขาวนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย เพียงแต่ถ้ำเทพสถิตของเผ่าฟ้าคำรามนั้น เมื่อเดินเข้ามาจากปากถ้ำที่เป็นอุโมงค์สักระยะ ก็จะพบกับลานโล่งตรงรูปปั้นของเทพประจำเผ่า และบริเวณลานนี้ ไม่มีเพดานถ้ำด้านบน แต่เปิดกว้างจนดูเหมือนระฆังที่หงายขึ้น สามารถมองเห็นท้องฟ้ากว้างใหญ่และมีแสงแดดธรรมชาติที่ส่องผ่านลงมา บริเวณด้านหน้ามีแท่นบูชาขนาดใหญ่ สลักด้วยอักขระโบราณ ด้านข้างของแท่นขนาบด้วยเสาสูงใหญ่สองต้นมีลวดลายประหลาด ด้านหลังของแท่นบูชาเป็นรูปปั้นของเทพเผ่าฟ้าคำราม แต่เมื่อมองแล้วแลดูเป็นรูปปั้นเทพที่แปลกประหลาดยิ่ง เพราะเทพองค์นี้ไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็นสัตว์อสูรโบราณเหมือนเผ่าภูผา แต่เป็นเพียงก้อนหินสีดำรูปสามเหลี่ยมสามด้าน ก้อนใหญ่มหึมาหนึ่งก้อน ด้านหน้าเรียบราวกับแผ่นกระดาน แต่ผิวสีดำของหินนั้น เงามันราวกับกระจก“ทุกคน!!! รีบเรียงแถวแล้วคุกเข่า เพื่อคารวะท่านเทพ” ผู้อาวุโสรีบสั่ง...จากนั้นก็คุกเข่าลงเบื้องหน้ารูปปั้น นักรบฝึกหัดทุกคนเมื่อได้ยินคำสั่ง ก็หายจากอาการตกตะลึง รีบเรียงแถวแล้วคุกเข่าตามเมื่อทุกคนคุกเข้าเรียบร้อย ผู้อาวุโสของเผ่า ก็วาดอักขระในอากาศ พร้อมร่ายมนต์โบราณ จากนั้นก็กล่าวเริ่มกล่าวอัญเชิญเทพ“ผู้น้อย...ชนรุ่นหลังของเผ่าฟ้าคำราม นำพาเหล่านักรบฝึกหัดผู้ไร้ปราณ เข้าพิธีรับมอบ “มรดกวรยุทธ์” ขอท่านเทพโปรดปรากฏตัวด้วยเถิด....”สิ้นคำผู้อาวุโส เสาสูงใหญ่สองต้นข้างแท่นบูชาก็ปรากฏดวงไฟขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว พร้อมแสงสีทองที่ส่องประกายออกมาจากหินสามเหลี่ยมสีดำด้านหน้า ส่องสว่างไปทั่วเมื่อแสงสว่างเริ่มหายไป ก็ปรากฎภาพดวงตาขนาดใหญ่คู่หนึ่ง มันเป็นดวงตาที่มองแล้วเหมือนสัตว์ร้ายโบราณขนาดใหญ่ แม้จะมีแค่ดวงตา แต่ก็มีอำนาจข่มถึงจิตวิญญาณ เพียงแค่ถูกจ้องมองก็รู้สึกเหมือนวิญญาณจะออกจากร่าง“เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ที่ข้าไม่ได้มาเยือนเผ่าฟ้าคำราม” เสียงนี้ดูโบราณเก่าแก่และแฝงด้วยอำนาจอันเกรงขาม ดังทั่วลานกว้างในพิธี“วันนี้ถือเป็นโชควาสนาของพวกเจ้า ที่ข้าจะส่งต่อมรดกวรยุทธ์ชุดใหม่ให้ วรยุทธ์ชุดนี้สามารถเริ่มฝึกได้เฉพาะนักรบฝึกหัดเท่านั้น เพราะหากผู้มีปราณนำไปฝึกจะมีผลกระทบกับเส้นปราณจนแตกสลาย เพราะวรยุทธ์นี้จะแทรกอยู่ในเส้นปราณของผู้ฝึก แต่หากเริ่มฝึกตั้งแต่ก่อนสร้างปราณ...เมื่อพวกเจ้าสร้างปราณภายหลัง จึงไม่เป็นอันตราย”“และครั้งนี้ข้าไม่ได้จำกัดจำนวนผู้ที่ได้รับมรดก พวกเจ้าทุกคนสามารถรับมันได้ทุกคน ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาและความเข้าใจของพวกเจ้า”นักรบฝึกหัดทุกคนได้ฟังคำอธิบายก็ดีใจ เพราะนั่นหมายความว่า หากพวกเขาได้ฝึกวรยุทธ์ชุดนี้ เมื่อสร้างปราณแล้วจะต้องแข็งแกร่งกว่านักรบรุ่นก่อนนั่นเอง“เพียงแต่ข้ามีกฎอยู่สามข้อ ซึ่งถือเป็นข้อห้ามสำคัญที่พวกเจ้าต้องจำไว้หนึ่ง!!...ห้ามส่งเสียงใดใดออกมา ในขณะที่อยู่ที่นี่สอง!!...ห้ามทำร้ายหรือสัมผัสตัวผู้อื่นสาม!!...พวกเจ้ามีเวลาเพียงแค่เจ็ดวัน ในวันที่เจ็ดเมื่อดวงไฟมอดดับลงแล้ว ยังไม่มีคนเข้าใจ ข้าก็จะยุติพิธีมอบมรดกนี้เช่นกัน หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎหรือหมดเวลา จะถูกนำส่งตัวออกไปทันที พวกเจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม? ” เสียงเก่าแก่ของเทพแห่งเผ่าฟ้าคำรามถามขึ้นแฝงด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว !!!!” เหล่านักรบฝึกหัด ตอบอย่างหนักแน่น“ดีมาก จำไว้มรดกวรยุทธ์ชุดนี้ของข้า ผู้ที่จะได้รับมัน จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ยอมจำนนกับทุกสิ่ง จงจำให้ขึ้นใจ ถึงเวลาแล้ว ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคน..จะได้รับมันกลับไป”เมื่อเสียงเก่าแก่โบราณหายไป พื้นลานพิธีก็สั่นไหวทันใดนั้น.................................................................................