บทที่ 04
หลังจากกลับมาบ้าน มารีก็หิ้วเค้กมะพร้าวอ่อนชื่อดังขึ้นมาที่กรุงเทพฯ ด้วย พ่อขับรถมาส่งั้แ่ตีห้าครึ่ง มาถึงคอนโดเกือบหกโมงเช้า
มารีขึ้นมางีบหลับหลังจากที่พ่อกลับไปแล้ว เธอตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนแปดโมงกว่า ๆ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็สิ่งแรก ด้วยกลัวว่าจะมีสายจากอลันที่เธอไม่ได้รับ แต่เมื่ออีกฝ่ายเงียบไป ก็คิดว่าเขาอาจจะยังไม่ตื่น ก็ไม่ติดใจอะไร เพราะปกติอลันก็ไม่ใช่คนตื่นเช้าอยู่แล้ว
เมื่อคืนได้คุยกับโทรศัพท์กับอลัน เขาบอกว่า่นี้แดนเพื่อนของเขาที่เป็หุ้นส่วนคลับ M ด้วยกันไม่ค่อยสบายนัก อลันจึงต้องอยู่แต่ที่คลับ แล้ว่นี้อาจจะต้องนอนที่นั่นด้วย
ดังนั้นเช้านี้มารีก็ลุกขึ้นมาทำอาหารง่าย ๆ เช่นข้าวไข่เจียวกินก่อนออกไปเรียน
บ่ายวันนี้ หลังจากกินข้าวเสร็จ มารีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นสายที่ไม่ได้รับของอลันโทรเข้ามาสามสายตอนสิบเอ็ดโมงกว่า ๆ น่าจะเป็่ที่เธอเรียนอยู่
มารีกดโทรกลับไปหาเขา...
“เรียนอยู่เหรอ ไม่รับสายน่ะ?” เสียงของอลันดังเข้ามา
“ใช่ แล้วนี่พี่กินข้าวยัง?” มารีถาม
“ยังเลย เบื่อ ๆ ไม่รู้จะกินอะไร กินไม่ลง คิดถึงมิลค์ไงครับ”
มารียิ้มกับความปากหวานของเขา ใช่ว่าเขาคิดถึงอยู่ฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่ เธอเองก็คิดถึงไม่ต่างกันหรอก
“มิลค์ซื้อเค้กมะพร้าวอ่อนมาฝากแม่พี่ด้วยนะ ตอนเย็นมารับมิลค์ด้วย จะได้ไปที่บ้านพี่กัน”
ถึงมารีจะรู้ว่าแม่ของอลันไม่ค่อยชอบหน้าเธอ แต่หญิงสาวก็มีความพยายามเสมอที่จะให้อีกฝ่ายใจอ่อน พยายามเข้าหาอย่างนอบน้อม ทำตัวเป็แม่ศรีเรือน แม้จะไม่ชอบทำอาหาร แต่เธอก็หัดทำมันออกมาจนได้
“เย็นนี้ไม่ว่างเลยมิลค์ อย่างที่บอกไปไง ่นี้ไอแดนมันป่วย พี่ต้องดูแลงานเองหมดเลย”
“จริงหรือเปล่า?” มารีรู้สึกสงสัย
“จะมาดูก็ได้นะ พี่อยู่ที่คลับคนเดียวจริง ๆ ไม่มีใครเลยนะ” อลันยืนยันเสียงหนักแน่น
“มิลค์ไปจริงนะ ซ่อนคนของพี่ไว้ให้ดีละกัน” มารีว่า
“จะมาเหรอ?”
“ใช่ อยากเจอ ไม่ได้เหรอ”
“ได้สิ...พี่รอนะ” อลันว่า เอาจริง ๆ เขาก็อยากเจอคนรักเหมือนกัน คิดถึงไม่น้อยเลย
“ล้อเล่น” มารีว่า ก็ถ้าอลันกล้าให้ไป แสดงว่าคงจะไม่มีอะไร “โอเค ถ้าเย็นนี้พี่ไม่ว่าง งั้นเย็นนี้มิลค์จะได้ไปดูหนังกับเพื่อนนะ”
“ครับ เื่เค้ก เดี๋ยวพี่เอาไปให้แม่เองก็ได้ อยู่ในห้องใช่มั้ยครับ”
“ใช่ มิลค์แช่ตัวเย็นไว้ สามกล่องนะ ที่เหลือของเพรียวกับริน”
“แล้วของพี่ล่ะ?”
“ไม่มี”
“ใจร้าย...”
“ฮ่า ๆๆ ล้อเล่น ของพี่ก็มี มิลค์เก็บไว้ให้แล้ว”
หลังวางสายจากคนรัก มารีก็เอ่ยชวนเพรียวและระรินไปดูหนังด้วยกันเย็นนี้
เพรียวไม่ปฏิเสธ เพราะตนไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว ปกติเพื่อนชวนไปไหน เพรียวก็ไปหมด แต่ระรินปฏิเสธเพื่อนไป ให้เหตุผลว่าเพลีย ๆ อยากจะกลับไปพักผ่อน
จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไป มารีกับเพรียวไปขึ้นแท็กซี่ไปที่ห้าง แต่ไม่ทันหนังรอบหกโมงเย็น
“ก็ฉันบอกแล้วว่าให้จองตั๋วผ่านแอพฯ แกอะลีลา” มารีบ่นเพื่อน เพราะทั้งสองมาไม่ทันรอบหนังตอนเย็น
“ใครจะไปรู้ล่ะว่ารถมันจะติดขนาดนี้อะ” เพรียวว่า
มารีหน้ามุ่ย หมดอารมณ์จะดูหนังแล้ว จะให้รอรอบต่อไปก็ไม่เอา
“แกว่า่นี้รินมันแปลก ๆ มั้ย?” เพรียวเอ่ยขึ้น
มารีหันมามองหน้าเพื่อน แล้วพยักหน้า เธอเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน พอมีคนคิดตรงกัน มารีก็กล้าที่จะพูดมากขึ้น
“ไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไรหรือเปล่านะ” มารีว่า
ทั้งสองรู้สึกเป็ห่วงระริน ด้วยนิสัยของระรินแล้ว เป็คนไม่ค่อยพูดปัญหาของตัวเองให้คนอื่นฟังนัก นั่นยิ่งทำให้พวกเธอเป็ห่วง
แทนที่จะไปหาอย่างอื่นทำหลังจากไม่ได้ดูหนัง มารีกับเพรียวก็มีความเห็นตรงกันว่าจะแวะไปอยู่เป็เพื่อนระริน
มารีกับเพรียวแวะไปที่คอนโดของมารีเพื่อจะไปเอาเค้กมะพร้าวอ่อน มารีเห็นว่าเค้กที่ซื้อมาฝากแม่อลันไม่อยู่แล้ว คิดว่าชายหนุ่มน่าจะมาเอาไปแล้ว ป่านนี้เขาคงจะอยู่ที่คลับ
หลังจากหิ้วเค้กออกมา ทั้งสองก็เรียกแท็กซี่ไปเพื่อไปยังคอนโดของระริน เมื่อขึ้นมาแล้วมารีก็โทรหาเพื่อนทันที
“ว่าไงมิลค์” เสียงของระรินมาตามสาย
“กำลังจะไปหานะ” มารีบอก
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“พวกเราจะไม่ได้กินเค้กด้วยกันเลย ตอนนี้ฉันกับเพรียวกำลังไปหาแกนะ เป่าเค้กกัน” มารีว่าอย่างอารมณ์ดี
ระรินเงียบไป ก่อนที่มารีจะได้ยินเสียงเปิดน้ำดังแว่วเข้ามา
“พอดีฉันเข้าห้องน้ำอยู่” เสียงระรินดังเข้ามาอีกครั้ง “เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ จะมาใช่มั้ย?”
เสียงเหมือนเปิดน้ำอยู่ตลอดดังเข้ามาในสายอย่างต่อเนื่อง แต่มารีก็ยังพอได้ยินที่ระรินพูด
“อืม...ใกล้จะถึงแล้วนี่” มารีบอก แล้วมองไปด้านนอกรถ เธอเดาว่า “น่าจะสักยี่สิบนาทีจะถึง”
“โอเค งั้นพวกแกขึ้นมาเลยละกัน”
ยี่สิบนาทีต่อมา มารีและเพรียวก็มาถึงคอนโดของระริน แล้วได้บังเอิญมาเจอเตโชตรงหน้าล็อบบี้พอดี
“พี่มิลค์มาหาใคร?” เตโชรีบเข้ามาทัก
เพรียวนิ่งไป เธอทำเป็มองไม่เห็นอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ มันเป็ปฏิกิริยาที่เป็ไปเองอัตโนมัติ
“แน่นอนว่าไม่ใช่นาย” มารีว่า
“ตรงไปนะ แต่ช่างเถอะ ผมหิวมาก พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”
มารีนิ่วหน้า ดูท่าทางของเตโชแปลก ๆ
“อะไรของนาย ฉันจะมาหาเพื่อนของฉัน” มารีว่า “หิวนายก็ไปหาอะไรกินสิ”
“มาหาพี่รินใช่มั้ย? พี่รินไม่อยู่หรอก” เตโชว่า
เพรียวที่ฟังอยู่เริ่มรู้สึกรำคาญ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายชอบมารี แต่การมาทำอะไรแบบนี้มันดูน่ารำคาญ
“มิลค์ไปเหอะ” เพรียวว่า ก่อนจะจูงมือเพื่อนเดินไป
เตโชมองตามสองสาวที่กำลังจะเดินขึ้นลิฟท์ไป เขาตัดสินใจไปคว้าแขนเพรียวท่ามกลางความงุนงงของมารี
“ถ้าไม่อยากให้พี่มิลค์เสียใจ ให้เค้าไปกินข้าวกับผม” เตโชบอกกับเพรียว
เพรียวเหวอนิด ๆ ก่อนจะสะบัดแขนเตโชออก เขาอาจจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ ทำไมถึงสำคัญตัวเองผิดนัก ไม่ว่าอย่างไร มารีก็ไม่มีทางชอบเตโชเสียหรอก
“ตลก! ทำไมเพื่อนฉันต้องไปกินข้าวกับนายด้วย”
เตโชไม่รู้จะพูดอย่างไรเหมือนกัน มันมีบางอย่างที่เขาพูดไมได้
ติ๊ง!
เสียงประตูลิฟท์เปิด มารีหันไปหาเพรียว
“เพรียวเร็ว! ลิฟท์มาแล้ว”
มารีบอกก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟท์ เปิดค้างไว้ รอเพรียวเดินเข้ามา
“ไปเหอะ! ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
เพรียวบอก หลังจากที่ก้าวเข้ามาแล้ว เธอเอื้อมมือไปกดชั้นที่สิบหก กระทั่งประตูลิฟท์ค่อย ๆ ปิดลง ก็เห็นเตโชมองมาที่มารีด้วยความกังวลใจจนลับตาไป
เตโชพ่นลมหายใจออกมา มองลูกศรหน้าลิฟท์ที่ชี้ขึ้นไป้า เขาคิดว่าอะไรจะเกิด มันก็คงต้องเกิดนั่นแหละ!