เทพได้รับคำสั่งก็เคลื่อนไพร่พลออกจากรุงศรีอยุธยา อย่างเงียบเชียบ
ใช้เวลาเพียงสามราตรี ไพร่พลชุดแรก ก็มาถึงเมืองพิษณุโลก มีเ้าพระยาพิษณุโลกคนใหม่ มาให้การต้อนรับ
“ สั่งทหารให้ทำตัวตามปกติ ไพร่พลที่ข้านำมาครั้งนี้ จะมีอยู่ เก้าพันคน รวมกับของท่านพระยาพิษณุโลกก็คงได้ หมื่นห้าพันคน พวกเราจะรอคอยให้พวกมันมาติดกับ แล้วข้าจะจัดการกับ ทั้งสองเมืองไปพร้อมกันทีเดียว” จากนั้นเทพก็สั่งการให้นายพันคุมทหารไปเตรียมแอบซุ่ม อยู่รอบนอก ปลอมตัวเป็ชาวบ้าน คอยหลบซ่อนเอาไว้ ไม่เกิน เจ็ดราตรีนี้ พวกมัน ต้องบุกเข้ามาโจมตีอย่างแน่นอน
สาเหตุที่มั่นใจเพราะว่า เทพให้อินทรีบินไปตรวจสอบแล้ว มีทหารล้านนา กับล้านช้าง เดินทัพเข้ามา เรือนหมื่น ทั้งสองทัพ เหมือนรู้แน่ชัดว่า องค์เ้าอยู่หัวประชวรครานี้ คงไม่รอดแน่ จึงคิดจู่โจมยึดหัวเมืองเหนือทันที โดยทั้งสองทัพ ตั้งใจพุ่งเข้าโจมตีตัวเมือง พิษณุโลกพร้อมกัน หมายมั่นว่า กำลังคนของพิษณุโลกมีไม่ถึงหมื่นต้องพ่ายแพ้ อย่างรวดเร็วแน่
ณ ทัพล้านช้าง
“ เรียนท่านแม่ทัพ ขณะนี้ ทัพล้านนา ได้มาประชิดที่เมืองน่านแล้ว พวกเขาส่งนกพิราบสื่อสารบอกว่า มีข่าวบอกจะกรุงศรีอยูธยายืนยัน แล้วว่าคืนนี้ อาการป่วยของ สมเด็จพระเอกาทศรถมีอาการหนักมาก หมอหลวงบอกว่า พระองค์น่าจะอยู่ไม่เกินคืนนี้อย่างแน่นอน ขอให้ทัพล้านช้าง แต่งทัพเข้าตี ประตูด้านทิศตะวันออกของ เมืองพิษณุโลก ส่วนทัพล้านนา จะเข้าตี ทิศเหนือ ในตอนเช้าตรู่พร้อมกัน”
แม่ทัพล้านช้างนามว่า แม่ทัพ ไกรสีห์ เผยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ส่งใบบอกพวกล้านนาไป พวกเราจะทำตามที่ตกลงกันเอาไว้” จากนั้นก็หันมาถามชายแต่งชุดขาวที่ยืนด้านข้าง
“ท่านอาจารย์บุญ ท่านลองทำนายดูให้ข้าหน่อยซิ พรุ่งนี้พวกเราจะมีปัญหาหรือไม่?”
อาจารย์บุญ ก็เริ่มขีดเขียนตำราพยากรณ์อยู่ถึงสองครั้ง เหงื่อโทรมใบหน้า ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ถึงกับขีดเขียนใหม่เป็ครั้งที่สาม แม่ทัพไกรสีห์ ยิ่งทำหน้าสงสัยยิ่ง?
“ ตกลงเกิดอะไรขึ้น ทำไมแค่ดูดวงชะตาแค่นี้ ต้องดูตั้งหลายรอบ?”
“ ท่านแม่ทัพ ได้โปรดยกทัพกลับล้านช้างกันเถอะขอรับ” อาจารย์บุญเอ่ยอย่างหวาดกลัว
“ อาจารย์บุญ ท่านพูดอะไรออกมา กลับไปเวลานี้ ข้าได้ถูก กษัตริย์ ไชยสิงห์ ได้ตัดหัวเสียบประจานกันพอดี ที่ยังไม่ได้ทันสู้ ก็หนีทัพกลับเสียแล้ว”
“ ข้าตรวจดวงชะตาของท่านแม่ทัพ แล้วเป็ลางไม่ดีเลย แล้วพอตรวจชะตากรรมของทัพของเรา ถึงสามครั้ง ตกเงามรณะทั้งหมด ข้าเกรงว่ามันจะ...”
“ พอที ทหารของเราก็เคลื่อนตัวออกไปเกือบจะหมดอยู่ แล้ว สั่งถอนทัพกลับตอนนี้ มีแต่ตายลูกเดียว พวกมันมีแค่ทหารไม่เกิน ห้าพัน ทัพเรามีเกือบสองหมื่น จะไปกลัวเกรงอะไรกับพวกมัน และพวกเรายังมีทัพล้านนาอีกสองหมื่นคน พวกมันจะเอาอะไรมาสู้?”
ทันใดนั้นเอง ขบวนทัพหน้า ก็แตกกระเจิงหนีกลับ เข้ามาในทัพใหญ่ อย่างตื่นตระหนก อาวุธปืนที่เตรียมไปหายไปหมด เหมือนกับว่า ไม่มีใครได้ทันยิงปืน ก็รีบหนีกันอย่าง ไม่คิดชีวิต มีทหารวิ่งมารายงานถึงสองคน
“ ท่านแม่ทัพ พวกเราหนีกันก่อนเถิดขอรับ”
“ หนีเรอะ ทำไมต้องหนีด้วย” ตอบได้แค่นี้ ก็มี งูจงอางโลหะั์ พุ่งเข้ามากัดร่างของทหารที่รายงานทั้งคน กลืนลงคงไปในทันที แล้ว จากนั้น ก็มีพญาเสือไฟอีกตัว พุ่งเข้ากัดร่างของทหาร ที่อยู่รอบๆ จนตายหมดสิ้น มองไปบนฟ้า เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง ขี่ม้าที่มีปีก ยิงธนูเวทย์ ลงมาใส่ ทหารทีเดียวนับร้อย ตายคาที่ด้วยธนูปราณที่ยิงออกมาเพียงดอกเดียว แต่ว่าแตกออกเป็ร้อย
อาจารย์บุญ คว้า ควายธนูออกมาสองตัวแล้วโยนออกไป แล้วบอกให้ แม่ทัพที่ยืนแข็งทื่อ รีบหนีด่วน
“ หนีก่อนเร็ว” ควายธนูทั้งสองตน ยังไม่ทันจะขยับตัว ก็ถูกจงอางไฟ สะบัดหางใส่ เปรี้ยง ! ควายธนูที่เริ่มเป็รูปร่าง ก็กลายเป็เศษซากดินเหนียวกระจายไปทั่ว
อาจารย์บุญกับ แม่ทัพไกรสีห์ หนีไปได้ไม่ไกล ก็พบกับ เทพขี่ม้าบินมาขวางเอาไว้
“ นี่เ้า” แม่ทัพไกรสีห์เอ่ยแค่นั้น คอก็หลุดออกจากบ่าในทันที
ดาบตัดสายน้ำในมือของเทพไม่มีหยดเืติดแม้แต่หยดเดียว แสดงให้เห็นว่า
ดาบนี้รวดเร็วแค่ไหน ส่วนอาจารย์บุญ กำลังจะคว้าสิ่งของบางอย่างออกมา แต่ช้าไปแล้ว งูจงอางั์กลืนร่างของ อาจารย์บุญแล้วงับจนขาดครึ่งตายไปอย่างน่าอนาถ
“ จัดการฆ่าพวกมันให้หมด” เทพสั่งให้จงอางไฟ กับ เสือเขี้ยวไฟไล่ล่าสังหารกองทัพล้านช้าง จนแทบหมดทั้งกองทัพ เทพเห็นว่าพอสมควรก็สั่งให้พวกมันกลับมาอยู่ใน มิติหนังสัตว์ แล้วก็ขี่ม้าออกมาดู อีกกองทัพล้านนา ซึ่งถูกทัพกรุงศรีที่แอบซุ่มเอาไว้ โจมตีจนทัพขาดกลาง พอเทพมา ก็ปล่อยสัตว์เวทย์ทั้งสองออกมาจัดการ แต่ว่า คนของล้านนาก็ไม่เบา กลับมีปล่อยสัตว์ประหลาดออกมาต่อสู้ด้วย ลำตัวคล้ายพญานาค หัวคล้ายสิงโต
“ มอมเฝ้าโบสถ์หรือ?” แต่ก็เจอกับพญาเสือเขี้ยวไฟ ซึ่งทั้งสองปะทะกันได้ไม่นาน
เ้าเสือเขี้ยวไฟก็กัดร่าง ฉีกกระชากร่างมอมเฝ้าโบสถ์ จนตายไม่มีเหลือ เทพเห็นแม่ทัพขี่ช้างยืนมองอยู่อย่างตื่นตะลึง เทพเลยคว้าธนูพระศิวะออกมา แล้วใช้พลังปราณเทพออกมาแล้วง้างธนูยิงเข้าใส่ แม่ทัพล้านนา ที่นั่งอยู่บนหลังช้างในที่ห่างไกล ลูกดอกพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว รองแม่ทัพทั้งสองคนเห็นแล้ว พยายามดึงร่างของแม่ทัพให้หลบลงมาจากคอช้าง แต่ไม่ทันแล้ว ลูกดอกธนูแตกออกเป็สองดอกพุ่งเข้าปักที่ลำคอ และศรีษะ ฉึก ! ฉึก ! ตัวลอย พุ่งเข้าไปปักอยู่กลางต้นไม้ เห็นศพแล้วน่าอนาถใจไม่น้อย ที่ระดับแม่ทัพ กลับต้องมาตายสภาพแบบนี้
แล้วกองทัพล้านนาก็วิ่งหนีกระเจิง แตกพ่ายไป คงเหลือทหารที่เหลือรอดไม่น่าเกินพันคน จาก สองหมื่นคนซากศพตายกับเกลื่อนท้องทุ่งนา เต็มไปหมด เทพต้องสั่งขุดหลุม แล้วฝังกลบเอาไว้ ไม่ให้เกิดโรคระบาดด่อไป
พอพระอาฑิตย์เริ่มส่องแสง ความสว่างก็ส่องออกไปทั่วทิศ ก็มีนกพิราบสื่อสารส่งข่าวมาว่า พระเอกาทศรถ เสด็จตแล้ว เทพถึงกับน้ำตาไหลออกมา แล้วก้มลงกับพื้นกราบไปทางทิศใต้ ที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยา ทันที
“ ขอให้พระองค์ ไปสู่สุขคติ กระหม่อม จะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวัง”
หลังจากขับไล่สองทัพจนกระเจิงไปหมดแล้ว ตามคำสั่งที่บอกเอาไว้ ให้พระยาเทพา กลับไปครองเมืองกรุงศรีอยุธยาต่อทันที แต่เทพกลับเข้าไปนั่งอยู่ต่อหน้า ท่านปู่ฤาษี
“ ทำไมเ้าไม่ยอมกลับไปครองเมือง ตามที่ พระองค์สั่งไว้ก่อนตาย?”
“ พระศรีเสาวภาคย์เป็โอรสที่ชอบด้วยกฏมณเทียรบาล จะให้ข้าไปแย่งพระองค์ได้อย่างไรกัน?”
“ เ้าไม่อยากเป็กษัตริย์มากกว่ากระมัง” ปู่ฤาษีเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหมือนกับรู้ทัน
“ ก็ถูกต้อง ข้าไม่อยากเป็จริงๆ ไม่คิดอยากเป็เลย เวลานี้บ้านเมืองเหนือยังไม่มั่นคง ข้าคงต้องอยู่เฝ้าที่เอาไว้ก่อน”
“ เ้าไม่อยากเป็ก็เื่ของเ้า แต่ว่าเวลานี้ ภายในเมืองหลวงเกิดเื่วุ่นวาย ทหารข้าราชการแบ่งเป็สองฝักสองฝ่าย หากเ้าไม่ลงไประงับเหตุ พระองค์ขาว คงจากไปด้วยความไม่สงบเป็แน่ แล้วบางที งานพระศพอาจจะถูกทำลายด้วยาแย่งชิงบัลลังก์กันอย่างแน่นอน”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องกลับไปจัดการจริงๆ” เทพเอ่ยจบก็กราบลาท่านปู่ฤาษีแล้วก็ขี่ม้าบินกลับไปที่ กรุงศรีอยุธยาต่อทันที
พอมาถึงที่จัดงานพระศพ ก็พบเื่ที่ปวดหัวอย่างที่ ท่านปู่ฤาษีได้บอกเอาไว้ เวลานี้ องค์ไล ได้รวบรวมไพร่พล เข้ามาล้อมวังหลวงเอาไว้ หมายมั่นว่า จะจัดการกับ พระศรีเสวภาคย์ แล้ว คงจะรวบแผ่นดินแล้วมอบให้พระพิมลธรรมที่ยังเป็พระสงฆ์อยู่ ขึ้นครองบัลลังก์ต่อ
พอทุกคนเห็นว่า พระยาเทพามาถึง ต่างก็ถอยกรูดออกไปจนหมด ไม่มีใครกล้ายืน ต่างก้มตัวลงคุกเข่ากันหมด แต่มีทหารกองหนึ่งเกือบร้อยคน มาจากนครศรีธรรมราช
ไม่รู้จัก พระยาเทพา ถืออาวุธเข้ามาขัดขวางไม่ให้เข้าวังหลวง
“ หยุดเ้าเป็ใคร วังหลวงที่นี่องค์ไล ยึดไว้หมดแล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด”
ฉัวะ ! คนที่พูด หัวขาดกระเด็นทันที เจอดาบเดียวฟันอย่างฉับไว หามีใครได้เห็นดาบไม่ ทหารนครศรีธรรมราช เห็น หัวหน้าคอขาดก็โกรธแค้นยิ่งนัก ต่างเข้ารุม เทพเพียงคนเดียว แต่ว่า เทพใช้ดาบฟาดฟันไปอีกดาบเดียว ร่างของทหารร้อยคนขาดครึ่ง สภาพศพกระจัดกระจายออกเป็ชิ้นๆ นอนตายกันเกลื่อนไปจนหมด
ทหารที่ยังยืนอยู่ต่างคุกเข่ากันจนหมด
จากนั้นเทพก็เดินเข้าวังชั้นใน โดยไม่สนใจใครอีก
“ หยุดนะ” มีเสียงชาวโปรตุเกส ถือปืนนับสิบกระบอกเตรียมยิงเข้าใส่ เทพ
“ หลีกไป ถ้าไม่อยากตาย” เทพเอ่ยภาษาโปรตุเกสออกไปอย่างเหี้ยมเกรียม เพราะ โปรตุเกสชุดนี้ ไม่ใช่กลุ่มคนของมาร์กูญอตา ที่เคยมาสอนยิงปืนให้เทพเลยสักคน ดูหน้าตาเหมือนโจรสลัดมากกว่า
“ ออกไป ไม่งั้นตาย” มันยังขวางอยู่อีก แล้วเทพก็เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็ว
เสียงปืนยิงเข้าใส่เทพ แต่ว่าเทพใส่คาถาเกราะเพชรเอาไว้ ะุปืนไม่อาจทำอะไรได้ แล้วดาบในมือของเทพก็ปาดคอ กองปืนทั้งสิบคน ตายไปพร้อมกันทั้งหมด แล้วเทพก็เดินเข้าไปใน ในวังหลวง ที่เป็ที่ตั้งของพระศพของกษัตริย์
โดยมีพระราชวังชั้นในยังถูกทหาร โดยมีทัพของทั้งสองฝั่งยืนประจันหน้า พร้อมปืน เตรียมสาดะุใส่กัน โดยที่ฝ่ายของ องค์ไลดูเป็ต่อมากกว่า เพราะจำนวนคนมากกว่าถึงสามเท่า
ทุกคนพอเห็นเทพเดินเข้ามา ก็ต่างแตกตื่นใยิ่งนัก
“ ศิษย์พี่รอง ท่านมาก็ดี ท่านต้องช่วยศิษย์พี่ใหญ่นะ” เทพไม่พูดอะไร แล้วเดินออกไปตรงระหว่างกลางของทั้งสองกลุ่ม แล้วเอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า
“ ร่างของพระองค์ท่านยังนอนอยู่ตรงนี้ พวกเ้าก็ห้ำหั่นกันแล้ว เก็บอาวุธให้หมด
แล้วกลับที่ตั้งของตน หากใครกล้าพกอาวุธเข้ามาในเขตพระราชฐาน นอกจากองครักษ์แล้ว ข้าจะบั่นหัวมันให้สิ้น !” ทุกคนได้ยินก็เงียบกันไปหมด รอดูว่า เ้านายทั้งสองพระองค์จะว่าอย่างไร
“ ศิษย์พี่รอง ท่าน...” องค์ไลทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่กล้า เพราะมองเห็นแววตาของเทพแล้วไม่กล้า เลยสั่งลูกน้อยกลับออกไปจากวังหลวงทั้งหมดทันที…..