บทที่ 3
“ริน!!”
“ฮ...เฮีย”
"เื่ของผัวเมียอย่าเสือก!!" ชายคู่อริของซุปตาร์หนุ่มกระชากเสียงใส่บอดี้การ์ดหนุ่มก่อนจะพยายามเอื้อมมือไปจับประตูเพื่อที่จะปิดมัน
หมับ!! โครม!!
โจคว้าคอคอเสื้อชายคนนั้นพลางเหวี่ยงออกไปยังอ่างล้างมือ หากเพียงอีกฝ่ายเพียงแค่เซเล็กน้อยจึงหันกลับมาจะโวยวายและเตรียมที่จะเข้ามาทำร้ายเขาจากด้านหลังแต่ก็ต้องชะงักค้างไปเมื่อโจควักปืนที่เ้าตัวพกมาด้วยจากซองใส่ปืนแบบสะพายออกมาจ่อคางพ่อหนุ่มโรคจิต
"ถ้ายังอยากมีชีวิตเก็บไว้เล่นซีรีส์ต่อก็ถอยไปครับ" บอดี้การ์ดหนุ่มพูดเสียงเรียบสุภาพแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวจนอีกฝ่ายรู้สึกเสียววาบที่คางเพราะถ้าหากตนยังคงดื้อด้านอยากจะพุ่งเข้าไปหาคีย์รินคงไม่แคล้วกลายเป็ผีเฝ้าห้องน้ำที่นี่เป็แน่ ดาราโรคจิตคนนั้นจึงก้าวถอยหลังช้า ๆ ด้วยเพราะยังรักตัวกลัวตายอยู่ ก่อนจะหมุนตัวเพื่อเตรียมจะหนี
"เดี๋ยวครับ" ดาราหนุ่มต้องหยุดชะงักลงอีกรอบในขณะกำลังจะรีบถอยตามที่บอดี้การ์ดหนุ่มสั่ง ด้วยเพราะถูกเสียงเรียบเรียกเอาไว้
"หวังว่าจะไม่มีข่าวอะไรหลุดออกมานะครับ?"
"ค...ครับ" เมื่อเอ่ยรับคำกับร่างสูงเรียบร้อยชายหนุ่มก็รีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำทันทีด้วยเพราะหากอยู่นานกว่านี้กลัวว่าตัวเองอาจได้กินลูกะุแทนข้าวเป็แน่
โจเดินเข้าไปหาคนน้องพลางถอดเสื้อสูทตัวนอกคลุมให้พลางเข้าไปพยุงร่างบางออกจากที่เกิดเหตุเพื่อตรงไปยังรถส่วนตัว
**********
#ระหว่างทางกลับคอนโด
รถสปอร์ทแล่นออกจากงานกลางคันโดยโจได้โทรคุยกับเ้าของงานและแจ้งไปว่าคีย์รินเกิดป่วยเนื่องจากมีโรคประจำตัวจึงจำเป็ต้องกลับไปพัก ทำให้เ้าของงานต้องจำใจปล่อยให้พวกเขากลับออกมาโดยมิวายฝากความห่วงใยปนคำพูดจิกกัดแฝงมาด้วย ทำให้โจต้องยื่นเช็กเงินจำนวนหนึ่งที่ทางนายท่านได้ให้ติดมาเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินแบบนี้อุดปากเ้าของงานไป พร้อมกำชับว่าถ้าหากมีข่าวที่คนน้องชิ่งงานอีเว้นท์ครั้งนี้หลุดออกไปก็อาจจะทำให้การเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าเพื่อนำแบรนด์เสื้อผ้าออกไปขายยังต่างประเทศมีปัญหาได้
คีย์รินนั่งนิ่งมือก็ประคบเย็นที่ในหน้าโดยไม่พูดจามาระยะหนึ่งแล้วนับั้แ่ที่ถูกบอดี้การ์ดช่วยเหลือและพาตัวขึ้นรถมา ซึ่งโจนั้นรู้ดีว่าคนน้องกำลังขวัญเสียจากเื่เมื่อครู่พอสมควรหากแต่เขาพยายามเก็บซ้อนความรู้สึกแล้วแสร้งทำเป็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร
"เดี๋ยวเฮียจะแจ้งเื่นี้ให้นายท่านกับคีย์รัวนะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ เื่แค่นี้เอง"
"เื่แค่นี้!? เกือบโดนไอ้โรคจิตนั่นข่มขืนนะริน!!" บอดี้การ์ดหนุ่มขึ้นเสียงดุคนน้องที่นิ่งเฉยกับเื่ที่เพิ่งเกิดกับตน
"เราอย่าทำให้มันเป็เื่ใหญ่เลยเฮีย อีกอย่างไอ้หมอนั่นโดนขู่ไปซะขนาดนั้นคงไม่กล้าทำอะไรผมอีกแล้วล่ะ ให้มันจบแค่นี้เถอะ" เมื่อคนน้องพูดมาขนาดนี้คนพี่ก็ไม่รู้จะต้องพูดต่อเพื่ออะไรอีกเขาจึงจำต้องยอมทำตามที่คนน้องสั่ง แต่ก็มิวายอดเป็ห่วงไม่ได้
"งั้นเฮียจะขอนายท่านให้เพิ่มบอดี้การ์ดคุ้มกับเราให้มากขึ้นนะ"โจจึงเสนอความคิดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับซุปตาร์คนน้อง แต่เ้าตัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธโดยบอกว่า
"มีแค่เฮียก็พอแล้ว มากคนมากเื่"
**********
#คอนโดคีย์ริน
และเนื่องจากเพิ่งถูกทำร้ายมาทำให้ที่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำคีย์รินจึงโทรไปขอเลื่อนนัดกินข้าวกับผู้เป็พ่อและพี่ชายโดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบายจากอาการเพลียแดด ซึ่งตอนแรกก็ถูกพี่ชายสักซักไซ้ไล่เลียงเพราะไม่เชื่อว่าคนน้องจะเป็ไข้แดดจริง ๆ เนื่องจากทุกครั้งเมื่อถึงวันที่นัดกินข้าวกับครอบครัว คีย์รินมักจะตื่นเต้นแต่เป็ตัวตั้งตัวตีให้การบังคับพี่ชาย และปะป๋าว่าต้องมาตามนัดให้ได้ จุงค่อนข้างแปลกใจที่คราวนี้น้องชายเป็ฝ่ายขอเลื่อนนัดซะเอง
"ครับเฮีย เดี๋ยวกินยาเสร็จก็จะนอนพักแล้วครับ...ครับผมรับทราบ" หลังจากฟังคนพี่เทศนาเื่ไม่ดูแลตัวเองจนปล่อยให้ตัวเองป่วยจบคนน้องก็วางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวพิงไปกับที่พิงพนักโซฟาอย่างอ่อนเพลีย โดยมีบอดี้การ์ดหนุ่มดูแลคอยหาหยูกยามาให้
"กินยานี่แล้วก็ประคบเย็นอีกรอบหน้าจะได้ไม่บวมมากพรุ่งนี้มีแค่เข้าบริษัทเฮียโทรไปแจ้งเลขาฯแล้วว่าจะไม่เข้า" พูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับตระกูลใหญ่แต่แล้วก็ถูกมือเรียวบางคว้าข้อมือไว้
"คืนนี้นอนเป็เพื่อนรินหน่อยสิ" คนน้องพูดเสียงอ้อนพลางเปลี่ยนสรรพนามจาก 'ผม' เป็ 'ริน' ซึ่งมักจะใช้เฉพาะตอนที่อยากอ้อนชายหนุ่มหรือตอนที่อยากมีอะไรด้วย โจยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมนั่งลงข้างกายคนน้องเนื่องจากเขาเห็นว่าวันนี้คีย์รินเจอมาหนักจึงไม่อยากขัดใจ
ครืดด...ครืดด
มือถือของโจที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะออกอาการสั่นแรงเนื่องจากมีคนโทรเข้ามา เมื่อหยิบมาดูก็พบว่าที่หน้าจอขึ้นชื่อแฟนสาวของเขาเป็ผู้โทรเข้ามาจึงรีบกดรับสาย
'เธออยู่ไหน? ทำไมวันนี้เราโทรหาถึงไม่รับสาย'
"เรายุ่ง ๆ น่ะมีอะไรหรือเปล่า?" ฝ่ายชายถามแฟนสาวว่า 'มีอะไรหรือเปล่า' ซึ่งประโยคนี้เป็ประโยคแสนธรรมดาสำหรับเขาแต่กลับเป็ประโยคบ้านแตกสำหรับอีกฝ่าย
'ต้องมีอะไรก่อนถึงจะโทรได้ใช่มั้ย!? แล้วนี่เราถามว่าเธออยู่ไหนทำไมไม่ตอบ!!' ชายหนุ่มชั่งใจอยู่พักใหญ่เพราะไม่แน่ใจว่าตอบเ้าหล่อนไปว่าตนนั้นอยู่ที่ไหน หากแต่ร่างบางที่นั่งข้าง ๆ รู้สึกรำคาญหญิงสาวเนื่องจากเสียงที่เ้าหล่อนสนทนากับคนพี่ดังลอดออกมาจนเขาได้ยิน จึงเอื้อมมือไปแย่งมือถือมาคุยเอง
"วันนี้โจมาเป็ผู้ช่วยให้ผมครับ พอดีผู้ช่วยส่วนตัวผมเขาลาแบบไม่มีกำหนดน่ะ" ดูเหมือนหญิงสาวจะจำได้ว่าเสียงนี้เป็เสียงของเ้านายแฟนหนุ่มของเธอ เ้าหล่อนจึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงในการคุยทันที
'ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทราบว่าวันนี้โจไปช่วยงานคุณคีย์ริน'
"ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวโจจะต้องช่วยผมต่อบทอีก คุณคงไม่ว่าอะไรนะครับ" คีย์รินออกอุบายโกหกด้วยเพราะคืนนี้เขา้าให้โจอยู่ที่นี่ ซึ่งความจริงเขาจะปล่อยให้โจกลับไปก็ได้แต่เพราะเขารู้สึกว่าแฟนสาวของเฮียงี่เง่าน่ารำคาญ สู้ให้เขาอยู่กันตนซะยังดีกว่า
'งั้นฉันขอคุยกับเขาหน่อยได้มั้ยคะ?' คนน้องยื่นมือถือส่งให้คนพี่พลางปรับท่านั่งเป็ไขว่ห้างพร้อมกับประคบหน้าตัวเองต่อ
"ครับเธอ" โจพอได้มือถือคืนก็คานรับสาวเ้าพลางเดินห่างออกมาจากคนน้องเล็กน้อย
'ร..เราขอโทษที่ตวาดใส่เธอ'
"ไม่เป็ไร"
'พ่อแม่เราท่านถามว่าเมื่อไรเธอจะมาขอเราแต่งงาน' จู่ ๆ แฟนสาวก็ถามเข้าประเด็นซึ่งเื่นี้โจเองก็เคยคิดไว้เหมือนกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ เขาได้ไปเยี่ยมพ่อแม่ฝ่ายหญิงแล้วถูกพวกท่านถามเื่นี้อยู่เหมือนกันซึ่งเขานั้นยังไม่พร้อมสำหรับเื่เลยจริง ๆ เนื่องจากเขาเพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็หัวหน้าบอดี้การ์ดทำให้งานค่อนข้างยุ่ง ทั้ง่นี้ยังเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอมันไม่เหมือนเดิมทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยมากซึ่งปัญหาเกิดจากที่เขาไม่มีเวลาให้เ้าหล่อนและปัญหานี้มีมาก่อนที่เขาจะแอบมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับคีย์รินซะอีก
"รอให้ผู้ช่วยนายน้อยกลับก่อน เราสัญญาว่าจะเข้าไปคุยกับพวกท่าน"
โปรดติดตามตอนต่อไป..