อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 43 ลาก่อน

    ฟ้าว

    "หลบเร็ว!" 

    ลูกไฟขนาด 15 เมตร พุ่งผ่านแบล็คสติงไปแบบเฉียดฉิว 

    แม้ว่าเกราะยานจะแข็งพอที่จะชนเศษอุกกาบาตเมื่อครู่ได้แบบสบายๆ แต่ถ้าถูกมันกระแทก ความเร็วขณะพุ่งขึ้นก็จะลดลง ดังนั้น การหลบจึงดีกว่า

    ฟ้าว ฟ้าว ฟ้าว 

    หลังจากลูกแรกผ่านไป อุกกาบาตอีกนับไม่ถ้วนก็ทยอยตกตามลงมา แบล็คสติงสามารถหลบทุกก้อนได้อย่างไม่มีปัญหา 

    เจ้ากระเบนดำค่อยๆ พุ่งฝ่าชั้นบรรยากาศขึ้นไปเรื่อยๆ โชคดีที่พลังงานของยานเลยขีดความปลอดภัยมาไม่มากนัก ซึ่งถ้าหมดก็ยังคงทดแทนด้วยพลังงานจากสูทของเฟรีสได้อยู่ 

    ขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปได้ด้วยดี ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ท้องฟ้าทั้งหมดก็กลายเป็นมืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว

    "บ้าน่า..." เฟรีสอุทานหลังจากเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จากการคำนวณก่อนเข้าสู่ดาวอีโนโนก้า อุกกาบาตยักษ์ควรใช้เวลาอีกสามสิบวินาทีกว่าจะเริ่มเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ 

    แต่จากที่เห็นตอนนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ามันมาถึงก่อนเวลา ด้วยขนาดอันมหึมา แสงจากดวงอาทิตย์จึงถูกบดบังจนหมดสิ้น

    เมื่อเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่า เฟรีสจึงรีบเช็ควงโคจรของเจ้าอุกกาบาตยักษ์ใหม่อีกรอบ

    "ไอ้หินบัดซบ!" เขาคำรามลั่นเมื่อค้นพบสาเหตุ 

    กลายเป็นว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เจ้าอุกกาบาตยักษ์ที่มีรอยร้าวอยู่แล้วได้แตกออกเป็นสองส่วน และครึ่งหนึ่งของมันก็ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวดูดลงมาก่อน ส่วนอีกครึ่งจะตามมาในอีก 30 วินาที ตามกำหนดเดิม

    “แบล็คสติง! หักหัวยานลงสี่สิบห้าองศา เพิ่มความเร็วสิบเปอร์เซ็นต์ห้าวินาที”

    ตอนนี้ยานไม่อาจใช้ความเร็วสูงสุดได้ เพราะด้านนอกเต็มไปด้วยฝนอุกกาบาตจำนวนนับไม่ถ้วน บางก้อนถึงกับใหญ่เท่าสนามฟุตบอลสองสนามต่อกัน ถ้าโดนกระแทกเข้าไปก็ไม่ต้องคิดต่อ เขาจึงจำต้องหักหัวยานลง ไม่เช่นนั้นก็ต้องชนเข้ากับเจ้าหินยักษ์นั่นแน่นอน

    ระหว่างยานกำลังพุ่งลง เมื่อมองผ่านกระจกออกไป เฟรีสอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ภายนอกเลวร้ายราวกับวันสิ้นโลก ไม่สิ! นี่มันคือวันสิ้นโลกของจริง เพียงแต่เป็นของดาวดวงนี้เท่านั้น

    ตอนที่เจ้าอุกกาบาตยักษ์แตกออก มันได้ก่อให้เกิดเศษหินจำนวนมากขึ้น และก็ได้กลายเป็นฝนอุกกาบาตอย่างที่เห็นในตอนนี้ 

    พื้นผิวดาวเราวกับถูกระเบิดปรมาณูปูพรมใส่ น้ำในมหาสมุทรเดือดเป็นฟอง ไอร้อนจัดที่ระเหยขึ้นมาทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศที่เคยบริสุทธิสดชื่นเต็มไปด้วยละอองฝุ่นควันพิษ สัตว์น้อยใหญ่มากมายพากันลอยตายเกลื่อนกราด

    "ดับเครื่อง!" หลังจากบังคับยานพุ่งลงมาครบ 5 วินาที เฟรีสสั่งแบล็คสติงดับเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน ยานจึงพุ่งไปเบื้องหน้าโดยอาศัยเพียงแรงเฉื่อยเท่านั้น

    ‘หนึ่งกิโลเมตร... แปดร้อยเมตร... ห้าร้อยเมตร... ห้าสิบเมตร...’

    “ตอนนี้แหละ! เชิดหัวยานขึ้นหกสิบองศา เพิ่มความเร็วสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เปิดโหมดหลบหลีกสูงสุด โอนพลังงานเกราะทั้งหมดไปที่ส่วนหน้า!”

    เพื่อออกห่างจากอุกกาบาตยักษ์ให้มากที่สุด เฟรีสจึงเลือกบินขึ้นในแนวทแยงหกสิบองศา เพราะถ้าบินขึ้นไปตรงๆ ก็คงมีหวังชนรอบนอกของหินยักษ์ 

    ปัง! ปัง! ปัง!

    ขณะกำลังใต่ระดับ เศษหินเล็กๆ ได้กระแทกเข้ากับส่วนหน้าของยานอย่างรุนแรง ถึงจะเพิ่มอัตราการหลบหลีกไปแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะหลบฝนอุกกาบาตที่มาแบบถี่ยิบได้ เขาจึงใช้วิธีเลือกชนก้อนเล็กและหลีกเลี่ยงก้อนใหญ่แทน

    ตื้ดดด! 

    "เกิดอะไรขึ้น"

    เฟรีสถามแบล็คสติงด้วยสีหน้าย่ำแย่ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเตือนก็จะมีแต่เรื่องร้ายๆ ตามมาตลอด

    [พลังงานที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอจะพ้นเอกโซสเฟียร์*ไปได้ครับท่าน] การมาถึงก่อนกำหนดของอุกกาบาตบัดซบ ทำให้ต้องเสียพลังงานบางส่วนไปกับการหลบหลีก...และที่เหลืออยู่ก็ไม่เพียงพอ

    "ฉันไม่ยอมแพ้หรอก! คงความเร็วเดิมไว้" เฟรีสกัดฟันแน่นสั่งยานคู่ใจ

    ตื้ด เสียงเตือนนรกดังขึ้นอีกครั้ง

    [อีกสิบวินาที ความเร็วจะตก คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายสิบห้าเปอร์เซ็นต์ครับ] 

    "ทิ้งของที่ไม่จำเป็นทั้งหมดไป" เฟรีสสั่งหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่ยังเหลืออยู่ให้เริ่มโยนสัมภาระส่วนเกินออกไปเพื่อลดน้ำหนักยาน สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ เพื่อเอาชีวิตรอดอะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ แม้แต่วิธีเบสิคอย่างทำให้ยานเบาขึ้นก็ตาม

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายสิบสามเปอร์เซ็นต์] 

    "ปลดอาวุธทิ้งไป" เฟรีสตะโกน มือสั่นเล็กน้อย

    แกร่ก 

    อาวุธนับสิบชิ้นถูกปลดออกตกลงสู่เบื้องล่าง หลายชิ้นราคาแพงหูฉี่จะไม่ให้มือไม้สั่นได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนี้มันคือน้ำหนักที่อาจฆ่าเขา

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายแปดเปอร์เซ็นต์] 

    เจ้ายานกระเบนรายงานข่าวร้ายไม่หยุด แปดเปอร์เซ็นต์ที่ว่าอาจดูไม่เยอะ แต่ในสถานการณ์นี้มันคือหายนะ ถ้าขาดไปแม้เพียงเปอร์เซ็นต์เดียว ยานก็จะทำความเร็วได้ไม่ถึงกำหนด จากนั้นมันจะถูกแรงดึงดูดของดาวฉุดลงสู่เบื้องล่าง

    ครืนนน

    เสียงดังสนั่นลั่นมาจากท้องฟ้าด้านบน เป็นสัญญาณว่าอุกกาบาตยักษ์ครึ่งแรกเริ่มเสียดสีกับบรรยากาศชั้นนอกสุดแล้ว มันลุกไหม้ราวกับไฟบรรลัยกัลป์ ท้องฟ้าในตอนนี้เต็มไปด้วยสีแดงฉาน อุณหภูมิร้อนระอุในพริบตา

    "ปลดเกราะทั้งหมดทิ้งไปซะ! เหลือไว้แค่ส่วนหน้า" เฟรีสสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

    การทิ้งเกราะไปนั่นก็หมายความว่า ถ้าโดนศัตรูโจมตีหรือพวกขยะอวกาศชนใส่ ยานก็มีโอกาสที่จะแตกหรือร้าวได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ถึงจำใจต้องปลดส่วนอื่นทิ้ง แต่ท่ามกลางเศษหินคมๆนับไม่ถ้วน เขาจะไม่ปลดเกราะส่วนหน้าออกอย่างเด็ดขาด

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายห้าเปอร์เซ็นต์] 

    "โยนน้ำ อาหาร และของจำเป็นทั้งหมดทิ้งไปซะ จะมีอะไรสำคัญกว่าชีวิตตอนนี้อีก!" เฟรีสไม่มีทางเลือกอย่างแท้จริง ไปตายเอาดาบหน้าก็ดีกว่าตายตอนนี้

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายสี่จุดห้าเปอร์เซ็นต์] 

    น้ำกับอาหารและวัตถุดิบจำเป็นไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก มันจึงช่วยอะไรไม่ได้มาก

    'เอาก็เอาวะ ต้องเสี่ยงแล้ว' เฟรีสคิดพร้อมกับรีบพุ่งตัวไปยังห้องควบคุมพลังงาน จากนั้นก็เสียบสายจากชุดสูทเข้ากับระบบเครื่องยนต์

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายสองเปอร์เซ็นต์] 

    ได้ยินดังนั้น เขาก็กัดฟันเพิ่มพลังงานเข้าไปอีก ทำให้ชุดสูทเหลือพลังงานเพียงสามเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    [ความเร็วยังไม่เพียงพอ คลาดเคลื่อนจากเป้าหมายหนึ่งเปอร์เซ็นต์] 

    “ตายเป็นตาย โอนพลังงานทั้งหมดไปยังเครื่องยนต์เดี๋ยวนี้" เฟรีสกัดฟันสั่ง

    [คำเตือน เมื่อสูทไม่มีพลังงาน ระบบพยุงชีพจะล้มเหลวและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต กรุณายืนยันเพื่อดำเนินการต่อ]

    ชุดสูทส่งเสียงเตือน มันถูกออกแบบมาให้รักษาความปลอดภัยของผู้ใช้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ คำสั่งใดๆที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้จะต้องมีการยืนยันซ้ำก่อน 

    “ฉันยืนยัน….จากนี้ไปฝากด้วยนะเจ้ากระเบน” เฟรีสพูดราวกับสั่งเสีย จากนั้นก็เริ่มทำสมาธิปรับอารมณ์ให้หัวใจเต้นช้าลง เพื่อประหยัดการใช้ออกซิเจน 

    ถึงอากาศภายในชุดจะค่อยๆหมดไป แต่ยังไงเขาก็ไม่กล้าถอดมันออกอยู่ดี เพราะในยานแบล็คสติงเองก็แทบอยู่ไม่ได้ เนื่องจากพลังงานของระบบพยุงชีพได้ถูกโอนไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์หมดแล้ว

    บนอวกาศนั้นมีอุณหภูมิที่เลวร้าย ถ้าไม่ร้อนไปก็หนาวแบบสุดๆ ยังไม่นับพวกรังสีต่างๆ อีก ถ้าไร้อุปกรณ์ป้องกันก็คงมีชีวิตรอดได้ไม่นาน ถึงชุดสูทของเฟรีสจะไร้พลังงาน แต่มันก็ยังมีเกราะที่ป้องกันสภาพแวดล้อมแบบสุดขั้วได้อยู่

    [ความเร็วเสถียร จะพ้นชั้นบรรยากาศในสิบ... เก้า... แปด...ฯ... สาม... สอง... หนึ่ง ขอให้ผู้โดยทุกท่านสนุกกับการเดินทางครับ] 

    "ฮ่า ฮ่า ไอ้บัด...ซบ สนุกพ่อมึ..." เฟรีสโกรธจัดจนแค่นหัวเราะ แต่ยังด่าไม่ทันจบก็สลบไปเสียก่อน

    [จะ เจ้านาย...ตื้ด...ตรวจพบปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำ เริ่มทำการชาร์จระบบพยุงชีพฉุกเฉิน] 

    เมื่อเจ้ายานกวนประสาทรู้ว่าเจ้านายขาดออกซิเจน มันก็เริ่มชาร์จพลังงานจากสสารมืดอย่างเร่งด่วน เมื่อออกสู่อวกาศได้ วิกฤติพลังงานก็จบลง

    ร่างของเฟรีสถูกนำไปที่ห้องพยาบาล จากนั้นอีกสิบนาทีต่อมาเขาก็ฟื้นคืนสติ 

    "รอดตายแล้ว" เฟรีสถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    บึ้มมม

    แต่ยังถอนหายใจไม่ทันสุด เสียงระเบิดดังสนั่นก็ทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว  ยานทั้งลำสั่นสะเทือนราวกับถูกเขย่าด้วยมือยักษ์

    ในที่สุดอุกกาบาตขนาดมหึมาทั้งสองก็ได้กระแทกเข้ากับพื้นผิวดาวอีโนโนก้า เสียงระเบิดดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ดาวทั้งดวงแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ 

    เฟรีสรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งตัว เขาเกือบต้องจบชีวิตไปพร้อมกับดาวดวงนั้นแล้ว นับว่าเฉียดตายมากที่สุดเท่าที่ได้เคยพบเจอมา

    "ลาก่อน ดวงดาวแสนสวย" เฟรีสพึมพำเบาๆด้วยความรู้สึกเสียดาย ดาวดวงนี้นับได้ว่าอุดมสมบูรณ์ มีสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ นอกจากนั้นมันยังสวยมากอีกด้วย

    ตื้ด 

    ขณะกำลังจมอยู่กับความคิด เสียงเตือนนรกก็ดังขึ้นอีกครั้ง 

    "อะไรอีกฟะ" เฟรีสถามขึ้นด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขาได้ยินเสียงบ้านี่มามากพอแล้ว 

    [ระบบซ่อมแซมอัตโนมัติหยุดทำงาน เนื่องจากวัสดุไม่เพียงพอครับ] แบล็คสติงรายงานด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ฟังแล้วกลับน่าโมโห

    "เฮ้อ….ไม่จบไม่สิ้นสักที" เฟรีสทรุดลงนั่งกับเก้าอี้พลางถอนใจยาวราวกับระบายความเหนื่อยทั้งชีวิตออกมา 


    *เอกโซสเฟียร์ (Exosphere) ชั้นบรรยากาศสุดท้ายของโลกก่อนออกสู่อวกาศ อยู่สูงจากพื้น 600 กิโลเมตร เป็นต้นไป

    คล้ายกับเรื่องอัจฉริยะพลิกโลก ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810