บทที่ 54 เจอกับพี่แจ็กเกตหนังอีกครั้ง
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...”
ผ่านไปประมาณสองนาที จ้างชิงซงก็ลูบคางตัวเอง แล้วเอ่ยปากอย่างช้า ๆ จากรูปที่เป็นหลักฐานแน่นหนาตรงหน้า ในที่สุดเขาก็ยอมรับในความจริงนี้
หานชิงอวี่อยู่ข้าง ๆ ก็ค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ใช่ครับคณบดี เธอเป็นแม่ของผมจริง ๆ เพียงแต่อาจจะดูอ่อนวัยไปหน่อยเท่านั้นเอง”
เขาไม่เคยคาดคิดเลย ว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้เสียหายรายแรกของร้านเสริมสวยที่แม่ดูแลมาหลายปี
แต่ความตระหนกในใจของจ้าวชิงซงก็ยังคงไม่ลดลง หลังจากที่ได้รู้ตัวตนของหานชิงอวี่แล้ว มันกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“แบบนี้ บริษัทที่มาเจรจากับโรงพยาบาลในครั้งนี้ก็คือบริษัทของพ่อแม่นายเหรอ?” จ้างชิงซงมองหานชิงอวี่ตรงหน้า แล้วถามเพื่อยืนยันในสิ่งที่อยากรู้
แม้ว่าจะรู้ก่อนแล้วว่าคณบดีจะต้องมีคำถามแบบนี้ แต่หานชิงอวี่ก็ยังตอบยืนยันไปพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
ตอนนี้ จ้าวชิงซงก็ยิ่งสงสัยในตัวของหานชิงอวี่มากขึ้นไปอีก
“ทำไมถึงอยากมาฝึกงานที่โรงพยาบาลล่ะ?” จ้าวชิงซงมองแพทย์หนุ่มแล้วเอ่ยปากถาม
บริษัทการแพทย์ที่มาเจรจาความร่วมมือกับโรงพยาบาลในครั้งนี้นั้น เป็นอันดับต้น ๆ ของปักกิ่ง หรืออาจจะของประเทศเลยก็เป็นได้ ถ้าคนทั่วไปได้เป็นคุณชายของบริษัท เกรงว่าคงจะยกตัวโอ้อวดไปแล้ว
แต่หานชิงอวี่กลับนิ่งเงียบ ทำราวกับว่าบริษัทการแพทย์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองทั้งนั้น
หานชิงอวี่ยิ้มขมขื่นแล้วตอบ “หลัก ๆ เลยก็คือผมใฝ่ฝันว่าตัวเองจะเป็นหมอมาตั้งแต่เด็กครับ ดังนั้นก็เลยทำแบบนี้ ส่วนทางบริษัทของพ่อแม่ ผมตัดสินใจว่าจะยังไม่นึกถึงในตอนนี้”
“แต่เรื่องครอบครัวของผม ยังต้องขอให้คณบดีช่วยผมเก็บเป็นความลับไปก่อนนะครับ ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกว่าผมเข้ามาในโรงพยาบาลนี้ได้ก็เพราะพึ่งพ่อแม่”
จ้าวชิงซงได้ฟังคำพูดของหานชิงอวี่ ก็ทั้งชื่นชมและอยากจะบ่นในเวลาเดียวกัน
ความสามารถของหานชิงอวี่ในตอนนี้ได้กระจายออกไปตามแผนกใหญ่ ๆ ต่าง ๆ แล้ว เขาเกรงว่าแม้ว่าตอนนี้จะมีคนไปพูดว่าหานชิงอวี่พึ่งพาพ่อแม่ในการเข้ามาในโรงพยาบาลนี้ ก็คงไม่มีใครเชื่อ
เพราะว่าจะมีความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ที่ไหนกัน ที่มีความสามารถในระดับนี้ได้
แต่เขาคู่ควรอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะว่าในโรงพยาบาลนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่แม้ว่าจะไม่มีเส้นสายอะไรก็อยากจะพึ่งหนทางคดโกงเข้ามา
“ได้ ฉันรับปาก” จ้าวชิงซงมองหานชิงอวี่ตรงหน้าอย่างพอใจ “เรื่องอื่น ๆ ที่เหลือ นายก็ไปจัดการเอาเองแล้วกัน ฉันเชื่อว่านายจัดการเรื่องพวกนี้ได้”
หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของจ้าวชิงซงไปอีก ในที่สุดหานชิงอวี่ก็กลับไปที่ห้องตรวจ
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
เพิ่งจะเข้ามาในห้องทำงาน ก็ได้ยินเจิ้งอวิ๋นที่ดูท่าทางไม่จริงจังเอ่ยปากถาม แต่มีเพียงหานชิงอวี่ที่รู้ว่าอาจารย์ของตัวเองท่านนี้ ค่อนข้างเป็นห่วงเขา
“อืม ผมอธิบายให้คณบดีฟังอย่างชัดเจนแล้วครับ ว่าแค่มีคนพูดจาเหลวไหลเท่านั้นเอง” หานชิงอวี่พูดเรียบ ๆ
เมื่อได้ยินลูกศิษย์พูดแบบนี้ เจิ้งอวิ๋นถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
เพราะว่าเมื่อกี้ ชายชราเป็นกังวลกับหานชิงอวี่จริง ๆ สำหรับคนที่มีพรสวรรค์ทางการแพทย์ที่อยู่ในระดับแนวหน้าอย่างแพทย์หนุ่มผู้นี้ แม้ว่าเจิ้งอวิ๋นจะไม่ได้พูดออกไป แต่ในใจก็เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นสมบัติล้ำค่าอยู่ตลอด
“อธิบายชัดเจนแล้วก็ดี เอาละไม่พูดอะไรนอกเรื่องแล้ว มาเริ่มทำงานเถอะ”
แต่เยี่ยเจียอี๋ที่อยู่ข้าง ๆ ดูจะไม่ได้สบายแบบเจิ้งอวิ๋น
เธอมองหานชิงอวี่ตรงหน้า ในสายตากลับเต็มไปด้วยความดูถูก ช่วงนี้เธอต้องยอมรับเลยจริง ๆ ว่าในแง่ทักษะทางการแพทย์ของตัวเองมีความห่างชั้นกับของเขามาก
แต่คำกล่าวหนึ่งก็พูดไว้ดีทีเดียว ให้เรียนการเป็นคนเสียก่อน เธอมองท่าทีของหานชิงอวี่ ปกติแล้วอีกฝ่ายก็เหมือนกับคนที่จะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้จริง ๆ
แม้จะบอกว่ารูปร่างหน้าตานับว่าไม่ได้แย่ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าทักษะที่ดีทั้งหมด จะต้องพึ่งพาหญิงร่ำรวยถึงจะคงอยู่ได้ เธอแอบดูถูกเขาในใจ
คิดถึงตรงนี้ ความประทับใจที่มีต่อหานชิงอวี่ก็แย่ลงไปอีก
ก๊อก ๆ ๆ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น ทุกคนต่างมองไปตามเสียงนั้น แล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งสวมแจ็กเกตหนังเคาะประตูห้องแผนกอยู่ จากนั้นก็เดินเข้ามาในห้อง
ถ้าจะพูดให้ถูกกว่านี้ ก็น่าจะเป็น… เลื่อนเข้ามา เพราะว่าท่อนล่างของชายแจ็กเกตหนังกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น
แม้ว่าชายแจ็กเกตหนังจะรูปร่างหน้าตาดูไม่ได้ดุร้าย แต่รอบตัวเขากลับมีกลิ่นอายที่มันแปลกประหลาด ทำให้คนมองออกเลยว่านี่ต้องเป็นพี่ใหญ่ที่อยู่ในระดับที่เอาเรื่องน่าดู
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่ด้านหลังของชายแจ็กเกตหนัง ในเวลานี้มีลูกน้องที่ดูดุร้ายสองคนที่เข็นรถเข็นแล้วมองพิจารณาทุกคนในห้องแผนกอยู่
เยี่ยเจียอี๋เห็นดังนั้น ใบหน้าก็ดูแปลกไปทันที
แต่ในทางตรงข้าม ใบหน้าของเจิ้งอวิ๋นดูสงบมาก สายตามองไปที่สามคนตรงหน้านั้นอย่างสงบ แล้วเอ่ยปากถาม “พวกคุณมาหาใครครับ?”
พวกปัญหาต่าง ๆ เขาเห็นมาเยอะแล้ว แม้ว่าจะเป็นพวกที่ดูดุร้ายตรงหน้านี้ เขาก็มีวิธีการจัดการของตัวเอง
แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ ชายแจ็กเกตหนังตรงหน้าจะรับถุงจากมือลูกน้องข้าง ๆ แล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะของเจิ้งอวิ๋นท่าทีจริงจัง
“สวัสดีครับ นี่เป็นฟิล์มที่ก่อนหน้านี้ผมเอกซเรย์ไว้ รบกวนคุณช่วยดูให้หน่อยครับ”
ตอนนี้แม้แต่เจิ้งอวิ๋นก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
การเข้ามาสร้างเรื่องโดยไม่บอกเหตุผล ตนเองอยู่มาตั้งหลายปีใช่ว่าจะไม่เคยเจอ แต่มาแบบมีมารยาทแบบนี้ เขาเพิ่งเจอเป็นครั้งแรกเลย
“แผนกไหนแนะนำพวกคุณมาครับ?” เจิ้งอวิ๋นเปิดถุงพลาสติกเอาฟิล์มออกมา พลางถามไปด้วย
“อ๋อ พวกเรามาจากทางแผนกฉุกเฉินครับ” ชายแจ็กเกตหนังเอ่ยปากอธิบาย “เดิมทีพวกเราจะไปหาหมอหานที่แผนกฉุกเฉิน เพื่อจะปรึกษาเรื่องแผนการรักษาบาดแผลของผมต่อจากนี้ แต่คนที่แผนกฉุกเฉินบอกว่าตอนนี้หมอหานมาทำงานที่นี่แล้ว พวกเราก็เลยตามมาที่นี่ครับ”
เยี่ยเจียอี๋ฟังจบก็มองไปทางหานชิงอวี่อย่างดูถูก
คนคนนี้เอาเรื่องไม่ดีมาให้โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าก็ว่าแย่แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่ายังจะนำพาคนไข้ที่จัดการยากแบบนี้มาที่แผนกอีก
ดูท่าทางของสามคนตรงหน้านี้ คงไม่ใช่ว่าหานชิงอวี่รักษาบาดแผลให้พวกเขาไม่ดี พวกเขาก็เลยมาเอาเรื่องถึงที่นี่หรอกนะ?
แต่เจิ้งอวิ๋นกลับมองที่ฟิล์มตรงหน้า จากนั้นก็พูดกับหานชิงอวี่ด้านหลัง
“บาดแผลนี้ นายเป็นคนรักษาเหรอ?”
หานชิงอวี่พยักหน้าเป็นการยืนยัน ตอนนั้นตนไปช่วยหลี่หยางที่ห้องแผนก คนที่เขารักษาก็คือพี่ชายสวมแจ็กเกตหนังที่อยู่ตรงหน้าคนนี้นั่นเอง
ดูท่าทางของเจิ้งอวิ๋นแล้ว เยี่ยเจียอี๋ก็รู้สึกค่อนข้างดีใจขึ้นมาทันที เพราะว่าแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากใบหน้าของแพทย์อาวุโสแล้ว เรื่องราวดูเหมือนค่อนข้างยากที่จะแก้ไข
ประกอบกับสามคนตรงหน้านี้ เกรงว่าถ้าวันนี้หานชิงอวี่ไม่ให้คำอธิบายอะไร ก็คงยากที่จะออกไปจากห้องแผนกได้
แต่สิ่งที่เธอม่ได้คาดคิดเลยก็คือ สิ่งที่พี่ชายตรงหน้านี้จะพูดต่อมา
“ใช่ครับ ตอนนั้นหมอหานช่วยจัดการบาดแผลให้ผม”
“ฝีมือของหมอหานสุดยอดมากเลย ผมตามมาถึงที่นี่ก็เพราะว่าฝีมือของหมอหานครับ!”