วันต่อมาข่าวของการที่สัตว์เวทย์ห้าหมื่นตัวรวมไปถึงเผ่าพันธุ์ออร์คที่นำโดยราชันออร์คแอลโบลบุกเมืองทะเลสาบ
[ เมืองทะเลสาบถูกสัตว์เวทย์ห้าหมื่นตัวบุกโจมตีพร้อมกับผู้นำสัตว์เวทย์คือราชันออร์คแอลโบล ]
[ กองทัพเมืองทะเลสาบป้องกันเมืองอย่างสุดชีวิต ]
[ ราชันออร์คแอลโบลปีศาจระดับS ถูกสังหาร ]
[ นักผจญภัยดาวรุ่งพุ่งแรง ไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้แสดงผลงานกันอีกครั้ง ]
ข่าวนี้ทำให้เดธปาร์ตี้กลายเป็ที่พูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเดธปาร์ตี้ก็ได้โชว์ผลงานในการต่อสู้กับองค์กรเพลิงสุริยันและได้สังหารอาร์คโทเน่จอมเวทย์ระดับSไป
หนึ่งเดือนต่อมาพวกเขาก็เป็ตัวหลักในการปกป้องเมืองทะเลสาบจากากรบุกรุกของสัตว์เวทย์และเผ่าพันธุ์ออร์คที่นำโดยราชันออร์คแอลโบลปีศาจระดับS
มีบางคนในเหตุการณ์บอกว่าราชันออร์คแอลโบลได้หยิบลูกแก้วสีดำมากินก่อนที่พลังจะเพิ่มขึ้นมหาศาล
บุคคลระดับสูงที่อ่านข่าวนี้ก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าลูกแก้วสีดำที่ราชันออร์คแอลโบลกินเข้าไปคือลูกแก้วปีศาจ ซึ่งมันจะเพิ่มพลังให้กับปีศาจที่กินเข้าไป ซึ่งมันจะเพิ่มพลังให้อย่างมหาศาล
ราชันออร์คแอลโบลที่เป็ปีศาจระดับSอยู่แล้วหลังจากที่กินลูกแก้วปีศาจเข้าไปคาดว่าจะกลายเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของบรรดาระดับSทั้งหมดหรือแม้กระทั้งเทียบเคียงกับระดับSSเลยก็ว่าได้
ณ ศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์
ที่ห้องประชุมระดับสูงมีผู้คนกว่าสิบที่นั่งเก้าอี้พร้อมกับทำอิริยาบถที่แตกต่างกันออกไปบ้างก็นอนหลับ บ้างก็ดื่มชาไม่ก็ดื่มเหล้า บ้างก็พูดคุยกันเบาๆ บ้างก็กินขนมรอ
พวกเขาเหล่านี้คือจอมเวทย์ผู้พิทักษ์ของสภาจอมเวทย์ ตัวตนระดับSS ของโลก เพียงแต่วันนี้ผู้พิทักษ์ทั้งสิบสองมีเพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้นที่อยู่ที่นี้ ส่วนคนอื่นๆก็คือเสนาธิการสภาจอมเวทย์อีกประมาณห้าคน แม้ว่าพวกเขาจะเป็เพียงเสนาธิการแต่พวกเขาก็อยู่ในระดับS เลยทีเดียว
ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี ใบดูราวกับคุณลุงข้างบ้าน สวมชุดของสภาจอมเวทย์เดินเข้ามาในห้องประชุม เขาคือเกลกิรอส ผู้บัญชาการสูงสุดของสภาจอมเวทย์ หนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้
ด้านหลังของเกลกิรอสเป็หญิงสาวอายุประมาณสามสิบปี มีใบหน้าที่น่ารักรูปร่างผอมเล็กน้อยสวมชุดสภาจอมเวทย์ เธอคือไมร์ตี้ จอมเวทย์ระดับA และยังเป็เลขาของเกลกิรอส
เกลกิรอสนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง
“ ในเมื่อมากันครบแล้วพวกเรามาเริ่มกันเถอะ ” เกลกิรอสพูดขึ้นพร้อมกับสั่งให้ไมร์ตี้แจกเอกสารให้กับทุกๆคนในห้องทันที
ทุกคนอ่านเอกสารที่ไมร์ตี้แจกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเงยหน้ามามองกันและเห็นถึงความประหลาดใจ
รายงานที่ทุกคนอ่านคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองทะเลสาบ
“ เ้าพวกเผ่าปีศาจสารเลว! ” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ในชุดผู้พิทักษ์ะโด้วยความเดือดดาล เขาคือเรดฮาร์ท หนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์
“ ใจเย็นหน่อยเรดฮาร์ท เธอไม่เห็นหรอว่าพวกเรากำลังประชุมกันอยู่? ” เกลกิรอสมองไปยังเรดฮาร์ทและพูดขึ้น
“ ขอโทษครับคุณเกลกิรอส ” เรดฮาร์ทส่ายหน้าและเงียบไป
“ เอาล่ะพวกเรามาดูการต่อสู้ของชายคนนั้นกันเถอะ ” เกลกิรอสพูดขึ้นก่อนที่ด้านหลังของเขาจะกลายเป็โปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่เลื่อนลงมาและมีภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองทะเลสาบั้แ่ต้นจนจบ
“ แน่ใจนะว่าเ้าหมอนี้อายุสิบแปดจริงๆ? ” โบรอสหนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์ เขาเป็ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบทองใบหน้าดูเ็ารูปร่างผอมสูง ถามขึ้นด้วยความใ
“ ใช่แล้วละชายคนนี้อายุสิบแปดปีจริงๆเขาเพิ่งจะสร้างชื่อหลังจากที่สังหารอาร์คโทเน่จากองค์กรเพลิงสุริยันไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ” เกลกิรอสพูดขึ้น
“ ฉันคิดว่าเป็การดีถ้าหากเชิญเ้าหมอนี้เข้าร่วมกับพวกเรา ” ชายชราอายุพอๆกับเกลกิรอสพูดขึ้น ชื่อของเขาคือไทรัสเป็หนึ่งในห้าเสนาธิการแห่งสภาจอมเวทย์และยังเป็เพื่อนสนิทของเกลกิรอสอีกด้วย
“ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง ” หญิงสาวที่อายุเพียงแค่สามสิบปีคนเดียวในห้องพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
เธอคือเอลเรน เป็หนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์และยังเป็จอมเวทย์อัจฉริยะอีกด้วย อายุยี่สิบเจ็ดปีก็กลายเป็จอมเวทย์ระดับSS เธอมีใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา รูปร่างอรชรดูยั่วยวนใจอย่างมาก
เมื่อได้ยินคำพูดของเอลเรนทุกๆคนในห้องก็พากันสงสัย
“ เธอหมายความว่ายังไงเอลเรน? ” เกลกิรอสถามขึ้น
“ คุณยายของฉันเคยเจอเขาที่เมืองไบซันและเคยชวนเขาเข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์ แต่เขาตอบปฏิเสธเพราะเขาไม่ชอบอยู่ใต้คำสั่งของใคร ” เอลเรนพูดขึ้น
ยายของเอลเรนก็คือคุณยายมากาเร็ต เ้าของร้านขายของที่อยู่เมืองไบซันที่ให้ไลท์ไปหาแร่มนตราธาตุไฟมาแลกกับคริสตัลปริศนาก้อนหนึ่ง
“ งั้นก็น่าเสียดาย ” เกลกิรอสถอนหายใจ
“ เหอะ! เ้าพวกนี้มันก็หยิ่งผยองกันทุกคนั้นแหละ ” ชายวัยกลางคนใบหน้าดูดุดันและรูปร่างสูงใหญ่ เขาคือคาเมล หนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์
“ เอาล่ะเงียบๆหน่อย ” เกลกิรอสพูดขึ้นพร้อมกับตบโต๊ะเบาๆ
ทุกๆคนในห้องจึงเงียบเสียงลง
“ เฟลิกซ์นายไปหาชายคนนี้และถามเขาอีกครั้งว่าจะเข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์ไหมแล้วก็อย่าลืมทดสอบพลังของชายคนนี้ด้วย ” เกลกิรอสพูดขึ้น
เฟลิกซ์เป็ชายอายุประมาณสามสิบปลายๆที่มีใบหน้าคล้ายกับคนง่วงนอน รูปร่างสมส่วน เขาคือหนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์
เฟลิกซที่ถูกเรียกก็พูดขึ้นว่า “ ทำไมต้องเป็ฉันอีกแล้วเนี้ย ”
“ ก็เพราะว่านายเป็คนที่ทำเื่นี้ได้ดีที่สุดยังไงล่ะ ” เกลกิรอสพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับคุณเกลกิรอส ” เฟลิกซ์ได้แต่ถอนหายใจและลุกเดินออกจากห้องประชุมไปทันที
หลังจากที่เฟลิกซ์ออกไปแล้วเกลกิรอสก็พูดคุยเื่อื่นต่อถึงเื่ที่พวกปีศาจได้บุกรุกมายังดินแดนของมนุษย์อีกครั้ง
นอกจากการประชุมของสภาจอมเวทย์แล้วยังมีอีกหลายสถานที่ที่กำลังพูดคุยเกี่ยวกับไลท์และเดธปาร์ตี้ ไม่ว่าจะเป็กองกำลังฝ่ายมืดทั้งหลาย รวมไปถึงพวกปีศาจก็ยังต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับข่าวนี้ เพราะถึงอย่างไรแอลโบลก็นับว่าเป็หนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจ
ไลท์ไม่รู้เลยว่าตัวเขาได้กลายเป็ที่พูดถึงของกองกำลังระดับโลกหลายแห่งแต่ถึงเขาจะรู้เขาก็ไม่สนใจอยู่ดีเพราะยังไงในโลกนี้ความแข็งแกร่งคือตัวกำหนดทุกอย่าง
ไลท์พักอยู่ที่เมืองทะเลสาบอยู่ประมาณสามวันก่อนที่เขาจะตัดสินใจมุ่งหน้าออกผจญภัยกันต่อ
บนกริมรีปเปอร์ไลท์นอนอาบแดดพร้อมกับดื่มเหล้าไปด้วย
เดซี่และเวโรนิก้ากำลังซ้อมการต่อสู้อยู่ด้านหลังกริมรีปเปอร์ส่วนทางด้านไลก้าก็กลายเป็คนขับกริมรีปเปอร์
สิบห้าวันผ่านไป
“ หัวหน้าข้างหน้ามีหมู่บ้านพวกเราจะไปพักที่นั้นก่อนไหม? ” เวโรนิก้าถามขึ้น
“ ไปพักที่นั้นก่อนแล้วกัน ” ไลท์เห็นด้วย ถึงอย่างไรการนั่งกริมรีปเปอร์นานๆก็ทำให้รู้สึกเบื่อได้
ไม่นานกริมรีปเปอร์ก็มาจอดอยู่ที่ด้านข้างของหมู่บ้าน
หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์ได้ไม่นานชาวบ้านในหมู่บ้านก็พากันปิดประตูแน่นและบนกำแพงมีชาวบ้านมากกว่าสามสิบคนถือธนูเล็งมายังทางที่พวกไลท์อยู่
“ เกิดอะไรขึ้น ” ไลก้าใที่ชาวบ้านเล็งธนูมาที่พวกเขา
“ ลองไปถามชาวบ้านแล้วกัน เดซี่กับเวโรนิก้าพวกเธอสองคนลองไปคุยดูหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูด ถ้าจะให้ผู้ชายไปก็คงจะทำให้ชาวบ้านดูหวาดกลัวแต่ถ้าหากให้ผู้หญิงไปอาจจะดีกว่า
“ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” เวโรนิก้าพูดขึ้นก่อนที่จะเดินนำเดซี่ไป
เมื่อชาวบ้านเห็นว่าคนที่เดินมาเป็ผู้หญิงสองคนพวกเขาก็แสดงท่าทีลังเล
“ พวกเธอเป็ใคร? ” ชายชราที่ดูเหมือนจะเป็ผู้นำะโถามขึ้น
“ พวกเราเป็นักผจญภัย ” เวโรนิก้าพูดขึ้นก่อนที่จะหยิบบัตรนักผจญภัยออกมาให้ชาวบ้านดู โดยการที่เธอใช้ลมปราณในการทำให้บัตรนักผจญภัยลอยไปหาชายชรา
หลังจากที่ชายชราตรวจสอบบัตรเขาก็พบว่าคนกลุ่มนี้เป็นักผจญภัยจริงๆ
“ ท่านนักผจญภัยได้โปรดช่วยพวกเราด้วย ” ชายชราะโพร้อมกับรีบสั่งให้เปิดประตูหมู่บ้านทันที
ไลท์และไลก้าเดินตามเข้าไปในหมู่บ้าน
“ เกิดอะไรขึ้น? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัยเพราะเขาสังเกตเห็นว่าชาวบ้านพากันร้องไห้
“ หัวหน้าชาวบ้านบอกว่าอีกสามวันจะมีพวกโจรมาเก็บค่าคุ้มครองหมู่บ้าน ซึ่งพวกมันเก็บค่าคุ้มครองแพงมากจนชาวบ้านเกือบจะไม่มีอะไรกินกันอยู่แล้ว บางทีพวกโจรมันก็ลักพาตัวเด็กผู้หญิงของหมู่บ้านไปแทน ” เวโรนิก้าพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ไลท์เข้าใจเหตุผลทันทีที่พวกชาวบ้านถึงไม่ตอนรับพวกเขาในตอนแรก
“ ท่านนักผจญภัยพวกเรามีเงินเพียงเท่านี้ไม่รู้ว่าจะพอจ้างพวกท่านได้ไหม? ” ชายชราที่ชื่อว่ากัสโซ่หยิบถุงเงินออกมาให้กับไลท์
ไลท์ไม่ได้มองดูเงินเ่าั้แม้แต่น้อยเขาโยนมันเข้าไปในแหวนมิติทันที
“ ตกลง ” ไลท์ยิ้ม
“ ขอบคุณ ขอบคุณมากท่านนักผจญภัย ” กัสโซ่รีบคุกเข่า ชาวบ้านเองก็พากันคุกเข่ากันเพื่อแสดงความขอบคุณที่พวกไลท์ช่วยเหลือพวกเขา
“ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ” ไลท์รีบเข้าไปพยุงกัสโซ่ให้ยืนขึ้น
“ ผมขอข้อมูลของพวกมันทั้งหมดหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานไลท์ก็ได้ข้อมูลมาว่าพวกโจรเหล่านี้คือกลุ่มโจรคร่าิญญา เป็เพียงกลุ่มโจรธรรมดาเท่านั้นซึ่งค่าหัวสูงสุดก็คือหัวหน้ากลุ่มโจรที่ชื่อว่าบาเบล ค่าหัวคือสี่แสนห้าหมื่นจีเซล
“ ไลก้านายเอากริมรีปเปอร์ไปซ่อนแล้วก็คอยคุ้มกันกริมรีปเปอร์ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นก็ติดต่อมาทันที ” ไลท์พูดขึ้น
ไลก้าทำตามคำสั่งทันที เขาเองก็พอรู้ว่าถ้าหากมีเรือยนต์ลำใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านพวกโจรมันก็จะหวาดกลัวและไม่กล้าเข้ามาในหมู่บ้าน แต่เมื่อไหร่ที่เรือยนต์หายไปพวกโจรก็จะบุกมาทันที
ไม่นานกริมรีปเปอร์ก็ค่อยๆหายไปจากสายตาของทุกๆคน
“ ส่วนตัวเอกของงานก็คือพวกเธอสองคน ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วอาจารย์ ” เดซี่หัวเราะอย่างยินดี
เวโรนิก้าก็แค่ยิ้มขึ้นมาเบาๆ
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
ในขณะที่ไลท์และคนอื่นๆกำลังกินข้าวเช้าอยู่จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่น
“ ว่าไงไลก้า? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ลูกพี่พวกมันมาแล้วและกำลังมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านอีกประมาณยี่สิบนาทีก็น่าจะถึงหมู่บ้านแล้ว พวกมันมีประมาณห้าสิบคนแต่ละคนมีอาวุธครบมือ ” ไลก้าพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วนายตามหลังพวกมันมาถ้าหากพวกมันจะหนีก็จัดการพวกมันซะ จริงสิเหลือไว้สักคนแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับลูกพี่ ” ไลก้าพูดจบเขาก็วางสายไป
หลังจากที่วางสายไปไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ แขกของเรามาแล้ว ”
“ พวกมันมาแล้วสินะ ” เดซี่พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ รีบกินให้เสร็จแล้วออกไปรอต้อนรับพวกมันกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะกินข้าวต่อ
กัสโซ่ที่ตอนนี้มองดูพวกไลท์ราวกับมองพระเ้า เพราะใน่สองสามวันมานี้พวกเขาได้คุยกันมากขึ้นและได้ยินมาว่าทุกคนในกลุ่มนักผจญภัยนี้สามารถฆ่าอาชญากรระดับหลักสิบล้านได้สบายๆ ทำให้ตอนนี้เขามีความหวังอย่างมากที่จะเผชิญหน้ากับพวกโจรที่จะมาปล้นหมู่บ้าน
ไม่นานชาวบ้านก็รู้ข่าวเื่ที่กลุ่มโจรบุกมาแล้ว พวกเขาพากันถืออาวุธและไปรวมตัวกันที่บนกำแพง
นอกประตูมีไลท์ เดซี่และเวโรนิก้ายืนรออยู่
ไม่นานก็มีกลุ่มคนจำนวนมากเดินออกมาจากป่า พวกมันก็คือกลุ่มโจรคร่าิญญา
“ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีคนออกมายืนข้องนอก ” บาเบลสงสัยแต่เมื่อเห็นว่าเป็หญิงสาวที่น่ารักและสวยสองคนก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นและหื่นกระหาย
“ เด็กๆไป ” บาเบลหัวเราะอย่างมีความสุข
“ อาจารย์ฆ่าพวกมันเลยได้ไหม? ” เดซี่หันไปถามไลท์ที่ตอนนี้กำลังยืนพิงกำแพงไม้อยู่
“ เอาสิ ” ไลท์พยักหน้าให้
“ ไปกันเถอะพี่เวโรนิก้า ” เดซี่ที่ได้รับอนุญาตแล้วก็หยิบดาบออกมาจากแหวนมิติและพุ่งเข้าหากลุ่มโจรคร่าิญญาทันที
เวโรนิก้าก็ไม่น้อยหน้าเธอสวมถุงมืออยู่แล้วและตามเดซี่ไป
พวกโจรพากันแสดงท่าทีใที่จู่ๆสองสาวก็หยิบอาวุธและวิ่งเข้าใส่พวกมัน
บาเบลรู้สึกถึงกลิ่นอันตรายมันรีบะโให้ลูกน้องจัดการกับหญิงสองทั้งสองทันที
เพียงแต่พวกโจรธรรมดาหรือจะสู้กับสองสาวที่สามารถฆ่าตัวตนระดับAได้
เพียงแค่ไม่กี่นาทีพวกกลุ่มโจรคร่าิญญาก็ถูกทำลาย มีหลายคนที่เห็นว่าท่าไม่ดีก็รีบหนีเอาตัวรอดทันที ส่วนหัวหน้ากลุ่มโจรบาเบลก็ถูกดาบของเดซี่ตัดหัว
ไม่นานลูกน้องคนหนึ่งของกลุ่มโจรก็ถูกไลก้าจับตัวมา
ลูกน้องโจรตัวสั่นด้วยความกลัว
“ ไลก้านายให้มันนำทางไปที่รังของมันแล้วนำสมบัติทั้งหมดของพวกมันมา ” ไลท์พูดขึ้น
“ ได้เลย ” ไลก้าลากตัวผู้โชคร้ายก่อนที่จะเดินหายไปยังทิศทางหนึ่ง
หลังจากที่จัดการกับพวกกลุ่มโจรคร่าิญญาจนหมดแล้วพวกเขาก็กลับเข้าหมู่บ้าน
เวลานี้ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ะโยินดีที่สามารถสังหารพวกโจรได้
ไลท์เดินไปยังกลางหมู่บ้านก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ เดซี่หัวของบาเบลสี่แสนห้าหมื่นจีเซลใช่ไหม? ”
“ ใช่แล้วอาจารย์” เดซี่ได้แต่สงสัยว่าอาจารย์ถามทำไม
ไลท์หยิบเงินจำนวนห้าแสนจีเซลออกมาและมอบให้กับกัสโซ่
“ ท่านนักผจญภัยหมายความว่ายังไง? ” กัสโซ่และชาวบ้านต่างก็สงสัย
“ นี้คือเงินค่าหัวของบาเบล ผมอยากให้เงินนี้แจกจ่ายให้กับทุกคนในหมู่บ้าน ” ไลท์พูดขึ้น
ทันใดนั้นทุกๆคนในหมู่บ้านก็ต่างร้องไห้โฮ พวกเขาคิดว่าแค่สังหารกลุ่มโจรก็ทำให้พวกเขาพอใจแล้วแต่นี้พวกเขากลับได้เงินจำนวนมากอีก ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถพัฒนาหมู่บ้านได้หลายอย่างเลย
“ แต่ว่าเงินนี้พวกท่านเป็คนจัดการเพราะฉะนั้นพวกเราไม่สามารถรับเงินนี้ได้ ” กัสโซ่ปฏิเสธ ชาวบ้านเองก็เห็นด้วยกับกัสโซ่ พวกเขาต่างพูดเพื่อให้ไลท์เอาเงินกลับไป
“ ไม่เป็ไรหรอกครับพวกเราหาเงินได้เรื่อยๆแต่พวกคุณอาศัยอยู่แต่ในป่า หมู่บ้านเองก็ถูกโจรปล้นไปหลายครั้ง พวกคุณนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อของเข้าหมู่บ้านเถอะครับ ” ไลท์ยัดเงินใส่มือของกัสโซ่ทันที
กัสโซ่กล่าวขอบคุณไลท์และคนอื่นๆ