เทียนหรงมาส่งหลิวห้าวกับท่านยายหลิวก่อนเพราะบ้านของสองย่าหลานอยู่ใกล้ป่ามากกว่า ก่อนที่เขาจะเข็นรถกลับไปที่บ้าน เสี่ยวหลินนั่งอยู่บนรถเข็นอย่างสบายอารมณ์เพราะไม่ต้องเหนื่อยเดินเอง นางมองเห็นเสี่ยวจงกำลังวิ่งเล่นอยู่ภายในรั้วบ้านโดยมีมารดาของนางนั่งเย็บผ้าอยู่บนแคร่
"ท่านแม่! เสี่ยวจง! ข้ากลับมาแล้ววว!" นางโบกมือให้ทั้งสองพร้อมกับยิ้มกว้าง
เสี่ยวจงเห็นอย่างนั้นก็วิ่งมารอที่ประตูรั้วโดยมีฮุ่ยหนิงเดินตามมาเปิดประตูให้ เสี่ยวจงร้องเรียกเ้านายตัวเล็กของมันอย่างคิดถึง
"เสี่ยวจงรอก่อนนะ เสี่ยวหลินยังอยู่บนรถเข็น อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้เดี๋ยวล้อรถเหยียบเท้านะเสี่ยวจง" เสี่ยวหลินเอ่ยบอกเสี่ยวจงที่ดูจะดีใจเหลือเกิน ฮุ่ยหนิงได้ยินก็หัวเราะเบาๆ นางอุ้มบุตรสาวลงมาวางที่พื้น เสี่ยวจงรีบเข้ามาออดอ้อนทันทีเสี่ยวหลินจึงกอดมันไว้
"ข้ากลับมาแล้ว เป็เด็กดีหรือไม่"
มอ มออ~
"คิกคิก" เสี่ยวหลินมองท่าทางน่ารักของเสี่ยวจง นางเพิ่งรู้ว่าวัวน่ารักขนาดนี้ นางกอดมันแล้วโยกตัวเบาๆ ก่อนจะพากันเดินไปที่แคร่
"เหนื่อยไหมเ้าคะท่านพี่ เสี่ยวเฉิน มาดื่มน้ำก่อนเถิด" ฮุ่ยหนิงยื่นกระบอกน้ำให้สองพี่น้องที่มีสภาพมอมแมม
"ขอบใจเ้า พี่ขุดมันเทศมาจนหมดแล้ว วันนี้ได้มาสามกระสอบกับสองตะกร้า คงพอกินไปได้สักเดือน" เทียนหรงดื่มน้ำแล้วเอ่ยคุยกับภรรยา เมื่อวานพวกเขาเข้าไปขุดไม่นานก็ได้มาถึงสองกระสอบ แบ่งไปให้ท่านยายจางหนึ่งกระสอบ
"ข้าวสารแพงมากหรือเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย ั้แ่แต่งกับเทียนหรงมานางก็ไม่เคยได้เข้าไปในเมืองอีกเลย จึงไม่รู้ว่าข้าวของในเมืองราคาแพงขึ้นมากทีเดียว
"เห็นว่าที่จิ่วโจวเกิดน้ำท่วม ปีนี้คงไม่มีข้าวให้เก็บเกี่ยว เมืองอื่นๆ ก็ไม่ค่อยปลูกข้าวกันมากนัก ยามนี้ราคาอยู่ที่ชั่งละหกสิบอีแปะ"
"แพงขนาดนี้แล้วหน้าหนาวจะทำยังไงกันล่ะเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงขมวดคิ้วแน่น ปกติราคาข้าวอยู่ที่ชั่งละ 20-30 อีแปะเท่านั้น ่หน้าหนาวก็ไม่เกิน 50 อีแปะ
"อืม อีกสามเดือนกว่าๆ ก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว เราคงต้องเข้าไปหาขุดเผือกขุดมันในป่ามาเก็บไว้ให้มากๆ"
เสี่ยวหลินที่ได้ยินก็เงียบไปเช่นกัน ความจริงเครือมันเทศสามารถเอาปลูกได้ และเก็บเกี่ยวได้ภายในเวลาสามเดือน แต่นางไม่รู้ว่าที่ดินแถบนี้จะปลูกได้ไหม
"ท่านพ่อ ทำไมเราไม่ปลูกมันเทศล่ะเ้าคะ"
"พ่อเคยปลูกแล้วแต่ผลผลิตไม่ดี แถมมันเทศที่ได้ยังรสชาติแย่อีกด้วย"
"ท่านพ่อปลูกยังไงหรือเ้าคะ"
"ก็เอามันเทศมาหั่นแล้วเอาลงดินน่ะสิลูก"
"ท่านพ่อ ท่านต้องเอาเครือมันเทศมาตัดแล้วแช่น้ำเ้าค่ะ แล้วค่อยเอาเครือไปลงดิน แบบนั้นถึงจะได้ผลผลิตที่ดีและรสชาติที่ดีเ้าค่ะ" จบคำเทียนหรงกับฮุ่ยหนิงก็รีบเข้ามานั่งขนาบข้างบุตรสาวตัวน้อยทันที เทียนเฉินที่นอนเล่นกับเสี่ยวจงก็ลุกขึ้นมาอย่างสนใจเช่นกันเพราะเขาเผลอลืมไปว่าได้คุยกัยหลานสาวไปแล้วเมื่อเช้านี้
"เสี่ยวจงบอกหรือ" เทียนหรงถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
"เอ่อ เ้าค่ะ" เสี่ยวหลินกระพริบตาปริบๆ มองสายตาสามคู่ที่ส่องประกายวิบวับ
"อย่างนั้นเสี่ยวเฉิน เ้าไปขนเอาเครือมันเทศมาให้หมดเลย เดี๋ยวพี่จะขุดดินขึ้นร่องเอาไว้ เร็วเข้า"
"ขอรับพี่ใหญ่!" สองพี่น้องต่างลุกขึ้นวิ่งหาของชุลมุนวุ่นวาย เสี่ยวหลินมองอย่างโง่งม เหตุใดสองพี่น้องคู่นี้จึงรวดเร็วนัก สงสัยสถานการณ์ตอนนี้คงจะแย่มากๆ
"ข้าบอกพี่ห้าวได้หรือไม่พี่ใหญ่"
"ได้สิ หากมันได้ผลพี่ก็จะบอกชาวบ้านคนอื่นๆ ด้วย บอกให้เสี่ยวห้าวมาช่วยเราเตรียมดินก่อนนะ เดี๋ยวค่อยไปช่วยที่บ้านเสี่ยวห้าว"
สองพี่น้องแยกกันไปคนละทาง ทิ้งให้หนึ่งคนหนึ่งวัวมองตามอย่างงุนงง ฮุ่ยหนิงเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะอย่างขบขัน นางอุ้มบุตรสาวขึ้นมากอดหอมอย่างชื่นใจ เสี่ยวหลินร้องห้ามสลับกับหัวเราะเพราะรู้สึกจั๊กจี๊ เสี่ยวจงเห็นมนุษย์เล่นกันก็อยากเล่นบ้าง มันยืนส่ายหางพร้อมกับเอาหัวดุนขาฮุ่ยหนิง
"ลูกไปเล่นกับเสี่ยวจงก่อนเถอะ เดี๋ยวแม่ไปหุงข้าวก่อนค่อยพาเ้าไปอาบน้ำ"
"อาบที่ลำธารนะเ้าคะท่านแม่ ลูกอยากอาบให้เสี่ยวจงด้วย"
"ได้สิลูก" ฮุ่ยหนิงลูบหัวบุตรสาวแล้วเดินเข้าครัวไป
เสี่ยวหลินพาเสี่ยวจงออกไปวิ่งเล่นด้านนอกอย่างสนุกสนาน ชีวิตวัยเด็กช่างมีความสุขเสียจริง พอโตขึ้นนางก็มักคิดถึงชีวิต่วัยเด็กบ่อยครั้ง เพราะไม่ต้องมานั่งเครียดหลายๆ อย่าง พอได้โอกาสกลับมาเป็เด็กอีกครั้งนางก็จะใช้มันให้เต็มที่เลย
สองเพื่อนซี้ตัวมอมแมมกลับมาเพราะกลิ้งคลุกดินคลุกหญ้ากันอย่างสนุกสนาน ฮุ่ยหนิงจับจูงมือบุตรสาวพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ไปยังลำธารเล็กๆ หลังบ้านโดยมีเสี่ยวจงวิ่งนำหน้าไปก่อนแล้ว เด็กหญิงตัวขาวถูกจับอาบน้ำจนตัวเงาวับ เสี่ยวจงเองก็ตัวเปียกไปหมดเพราะถูกอุ้มลงน้ำ ตอนแรกมันดีดดิ้น แต่พอได้แช่น้ำเย็นๆ ก็นอนนิ่งๆ ให้เสี่ยวหลินขัดตัวให้
สองแม่ลูกและหนึ่งวัวเดินกลับมาที่บ้านพร้อมกับเสียงหัวเราะ ฮุ่ยหนิงเอาผ้าของบุตรสาวไปตากที่ราวข้างบ้านแล้วหายเข้าไปในครัว เสี่ยวหลินวิ่งเข้าห้องไปคุ้ยหาชุดเก่าๆ มาเช็ดขนให้กับเสี่ยวจงเพราะขนของมันยาวมาก นางมั่นใจมากกว่าแปดส่วนว่ามันเป็วัวพันธุ์ขนยาวเหมือนกับฝั่งยุโรปหรืออเมริกา
เช็ดกันอยู่นานกว่าที่ขนของเสี่ยวจงจะแห้งหมาด ฮุ่ยหนิงทำกระบะนอนเล็กๆ ไว้ให้เสี่ยวจงที่ข้างแคร่ ด้านในปูด้วยฟางแห้งทำให้นอนสบาย หลังจากอาบน้ำจนเย็นฉ่ำเสี่ยวจงก็ะโเข้ากระบะแล้วนอนเล่นอย่างสบายอารมณ์จนเสี่ยวหลินอดจะหมั่นไส้เล็กๆ ไม่ได้
"สบายจริงเชียว อาบน้ำแล้วก็นอน ทีหลังเสี่ยวจงต้องช่วยทำงานด้วยนะ" เสี่ยวหลินพูดกับเสี่ยวจงแต่มันกลับเชิดหน้าไปอีกด้าน ฮุ่ยหนิงที่เดินออกมาเห็นก็หัวเราะเสียงดัง
"เอาไว้มันโตก่อนแล้วค่อยให้มันทำงานนะลูก"
"ก็ได้เ้าค่ะท่านแม่ เสี่ยวหลินจะทำงานหาเงินมาซื้อนมให้เสี่ยวจง พอเสี่ยวจงโตแล้วค่อยทำงานหาเลี้ยงเสี่ยวหลิน คิกคิก"
"จ้า ลูกสาวของแม่เ้าเล่ห์จริงๆ"
ฮุ่ยหนิงกลับเข้าครัวไปเพราะนางแค่ออกมาหยิบตะกร้าผักที่วางไว้ที่แคร่ เสี่ยวหลินเดินไปที่ข้างบ้านซึ่งเป็ฝั่งเดียวกันกับคอกของเสี่ยวจง มีบุรุษสามคนกำลังขุดดินอย่างขยันขันแข็ง ภายในเวลาไม่นานแต่ทำไปได้เกือบครึ่งหมู่แล้ว ที่ดินข้างบ้านถังมีแค่สามหมู่เท่านั้น แต่ผลผลิตที่ได้ต้องมากกว่าหนึ่งพันชั่งแน่นอน
"เสี่ยวหลินออกมาทำไมลูก แม่เ้าพาไปอาบน้ำแล้วหรือยัง" เทียนหรงเอ่ยถามเมื่อเห็นบุตรสาวตัวน้อยเดินเตาะแตะอยู่นอกแปลงที่ขุดเสร็จแล้ว
"อาบแล้วเ้าค่ะ ลูกแค่เดินออกมาดูเฉยๆ ท่านพ่ออย่าลืมตัดเครือมันเทศแช่น้ำไว้นะเ้าคะ เอาตรงส่วนยอดยาวประมาณศอกของลูกเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินชูแขนขึ้นเพื่อให้บิดาดู
"ได้สิลูก เดี๋ยวพอเตรียมดินเสร็จแล้วพ่อจะขุดร่องแล้วปลูกเลย"
"ท่านพ่อไม่ใส่ปุ๋ยหรือเ้าคะ"
"ปุ๋ยคืออะไรหรือเสี่ยวหลิน" หลิวห้าวที่ขุดดินอยู่ไม่ไกลเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
"ปุ๋ยก็คืออาหารของดินและพืชเ้าค่ะ ช่วยให้พืชที่ปลูกเจริญงอกงามดี ท่านพ่อไปขอซื้อมูลวัวจากบ้านท่านยายจางสิเ้าคะ นั่นคือปุ๋ยชั้นดีเลยเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ ใส่ปุ๋ยแล้วทำอย่างไรต่อ" สามหนุ่มวางจอบแล้วมานั่งฟังเด็กหญิงตัวน้อยอธิบายการปลูกมันเทศให้ฟัง
เริ่มั้แ่การเตรียมดิน เตรียมดินผสมปุ๋ยลงไปตากแดดไว้สักสองสามวันจะดี จากนั้นยกร่องให้สูงประมาณครึ่งแข้งหรือมากกว่านั้นก็ดีมาก นั่นจะทำให้มันเทศหัวยาวและใหญ่ขึ้น เสร็จแล้วปักเครือมันเทศลงไปให้เอียงๆ หน่อย ปักลงไปสักสามส่วนจะช่วยให้เกิดรากได้ดีขึ้น
สามหนุ่มนั่งฟังอย่างตั้งใจแล้วพยักหน้ารับ ที่ผ่านมาพวกเขาเอาแค่หัวมันมาหั่นแล้วฝังลงดินเท่านั้น ไม่แปลกที่จะให้ผลผลิตน้อยและไม่ค่อยมีคุณภาพ
"เท่านี้แหละเ้าค่ะ ระหว่างพักดินก็อย่าลืมเอาเครือมันที่ตัดแล้วไปแช่น้ำไว้นะเ้าคะ"
"ได้เลย ขอบใจลูกมาก" เทียนหรงยิ้มกว้าง บุตรสาวตัวน้อยของเขาเก่งจริงๆ ถึงแม้ว่านางจะฟังเสี่ยวจงมาก็เถอะ เสี่ยวจงต้องเป็วัววิเศษแน่นอน ส่วนวัววิเศษที่ถูกกล่าวถึงนั้นกำลังออดอ้อนขอน้ำนมจากฮุ่ยหนิงอยู่ที่บ้าน
ถึงเวลาอาหารเย็น เทียนหรงชักชวนหลิวห้าวให้อยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน แต่เขาอยากกลับไปกินข้าวกับท่านย่ามากกว่า ฮุ่ยหนิงจึงแบ่งปลาย่างให้ไปหนึ่งตัว มีน้ำจิ้มรสแซ่บกับผัดผักป่าหนึ่งจาน
เสี่ยวหลินกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย นางตั้งตารอปลาหมึกตัวโตที่จะได้มาในวันพรุ่งนี้ ยังมีเห็ดหลินจืออยู่ในตะกร้าอีกสิบดอก เมื่อมีต้นทุนแล้วนางจะต้องรีบคิดหาหนทางทำกินให้กับครอบครัวเสียแล้ว
เสี่ยวหลินเข้านอนกับท่านอาหนุ่มน้อยอีกหนึ่งคืน เพราะเสี่ยวจงรีบวิ่งเข้าไปนอนรอที่กองฟางในห้องเรียบร้อย นางขยับตัวดุ๊กดิ๊กเพราะนอนไม่หลับ ตื่นเต้นที่จะได้กินปลาหมึก หากทุกคนชอบนางอาจจะเปิดร้านขายปลาหมึกย่างร้านเล็กๆ ในเมือง คิดวนไปมาไม่นานนางก็หลับปุ๋ย
รุ่งเช้าเสี่ยวหลินกระเด้งตัวตื่นขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสี่ยวจงยังนอนไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่นอนด้านข้างหายตัวไปแล้ว คงจะตื่นั้แ่กลางดึกเพื่อไปดักปลา ร่างเล็กลงจากเตียงแล้ววิ่งออกไปข้างนอกหยุดล้างหน้าที่โอ่งน้ำหน้าประตูครัวจนตาสว่างใสแจ๋ว
"ทำไมตื่นเช้านักล่ะลูก หืม" ฮุ่ยหนิงได้ยินเสียงกุกกักด้านนอกก็เลยเดินออกมาดู
"ลูกมารอท่านพ่อกับท่านอาเ้าค่ะ ท่านแม่ ลูกขอเข้าเมืองกับท่านพ่อได้ไหมเ้าคะ"
"ได้สิ อยากไปก็ไปเถิด อย่าลืมเตือนบิดาของลูกให้ซื้อข้าวสารเล่า มิใช่มัวแต่ใกับเงินที่ขายเห็ดหลินจือ คิกคิก" ฮุ่ยหนิงหัวเราะคิกคัก เสี่ยวหลินเองก็เช่นกัน
"ได้เ้าค่ะท่านแม่"
เสี่ยวหลินนั่งรออยู่จนฟ้าสว่างจึงเห็นร่างของบิดากับท่านอากำลังเข็นรถเข็นกลับมาที่บ้าน นางวิ่งเข้าไปเกาะรถเข็นแล้วชะโงกดูในถัง มีถังปลาสามถังและถังปลาหมึกหนึ่งถัง
ปลาหมึกตัวอวบอ้วนเบียดกันแน่นอยู่ในถัง มีหมึกกระดองตัวใหญ่นอนกินพื้นที่อยู่เกินครึ่ง นอกนั้นเป็หมึกกล้วยที่คาดว่าตัวหนักเกือบครึ่งชั่งแน่นอน นางร้องเรียกมารดาที่อยู่ในครัวเสียงดัง
"ท่านแม่! เราทำปลาหมึกย่างกันด้วยนะเ้าคะ"
"ปลาหมึก เ้านี่น่ะหรือ" เทียนเฉินเอ่ยถามหลานสาว เขาก้มมองสัตว์ประหลาดที่เปลี่ยนสีได้อย่างขยะแขยง
"ใช่เ้าค่ะ มันอร่อยมากเลยนะเ้าคะท่านอา"
"มันดูไม่น่ากินเลยนะเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินทำหน้าแหย เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
"เดี๋ยวท่านอาจะต้องกินจนวางไม่ลงเลยล่ะ"
ซึ่งเป็อย่างที่เสี่ยวหลินพูดไว้จริงๆ หมึกกระดองถูกนำไปล้างทำความสะอาด ทาน้ำซีอิ๊วสักเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติ นางให้มารดาผ่าครึ่งแล้วนำไปย่าง เพราะหากย่างทั้งตัวกลัวว่ามันจะสุกไม่ทั่วถึงเพราะมันตัวใหญ่มาก
หมึกกล้วยถูกนำไปนึ่งแล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ดที่ไม่ได้ใส่พริกมากนัก เพราะพวกเขายังไม่คุ้นชิน เสี่ยวหลินเดินถือถาดใส่ปลาหมึกย่างกับน้ำจิ้มรสแซ่บออกมาวางที่แคร่ เทียนเฉินกำลังชะเง้อคอรอเพราะได้กลิ่นอาหารและอยากเห็นว่าเ้าสัตว์ประหลาดเมื่อทำอาหารแล้วจะออกมาหน้าตาเป็อย่างไร
"ท่านอาลองชิมดูสิเ้าคะ" เสี่ยวหลินดันจานหมึกย่างไปตรงหน้าของท่านอาหนุ่มน้อย เทียนเฉินก้มมองเนื้อสีขาวอมเหลืองอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"อร่อยนะเ้าคะ เดี๋ยวเสี่ยวหลินจะกินให้ดู" เสี่ยวหลินหยิบหมึกชิ้นเล็กมาจิ้มน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปาก เพราะฟันของนางยังเล็กอยู่จึงกินชิ้นใหญ่มากไม่ได้
เทียนเฉินมองหลานสาวที่เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย เขากลืนน้ำลายลงคอเพราะกลิ่นน้ำจิ้มช่วยทำให้รู้สึกอยากอาหาร เด็กหนุ่มหยิบหมึกย่างจิ้มน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปาก ััหนึบหนับกับน้ำจิ้มรสเผ็ดทำให้เขาเบิกตาแล้วรีบเคี้ยว เมื่อกลืนลงคอแล้วก็หยิบชิ้นใหม่มากินอีก
"อร่อยมากเลย"
เสี่ยวหลินมองเทียนเฉินที่พอได้กินแล้วก็หยิบไม่หยุดจนแทบจะหมดจานแล้ว ดีนะที่นางให้ท่านแม่หั่นมาแค่ครึ่งเดียวก่อน ไม่อย่างนั้นท่านพ่อคงไม่ได้กินด้วยแน่ๆ นางรีบเอ่ยห้ามก่อนที่หมึกห้าชิ้นสุดท้ายจะหายลงท้องของท่านอาไป
"ท่านอา จะหมดจานแล้วนะเ้าคะ" เมื่อได้ยินเสียงหลานสาวเอ่ยเตือนเขาก็หยุดชะงัก เด็กหนุ่มหัวเราะแก้เก้อ
"อร่อยจริงๆ เสี่ยวหลิน อาชอบมาก แล้วตัวเล็กเ้าเอาไปทำอะไรหรือ"
"เอาไปนึ่งเ้าค่ะ เดี๋ยวก็สุกแล้ว ท่านอาอย่ากินหมดนะเ้าคะ" นางเอ่ยห้ามอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะวิ่งออกไปที่หลังบ้าน เห็นร่างของบิดากำลังหิ้วถังน้ำเข้ามาจึงเอ่ยเรียก
"ท่านพ่อ กับข้าวใกล้จะเสร็จแล้วเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นเสี่ยวหลินไปรอพ่อที่หน้าบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อขังปลาไว้ในโอ่งเสร็จแล้วจะตามไป"
"เ้าค่ะท่านพ่อ" เสี่ยวหลินวิ่งดุ๊กดิ๊กจากไป
#############################################
เสี่ยวจง : ข้าไม่ทำงานหรอกนะ