“เ้าเป็นางโลมหรือ”
คำถามนี้นับเป็คำถามที่นางไม่กล้าเอ่ยตอบครั้งแรกยิ่งได้เห็นสายตาที่มองมาของคนในห้อง ที่มองนางด้วยสายตารังเกียจ เดียดฉันท์ราวกับว่านางนั้นเป็ปีศาจร้าย กินเืเนื้อคน
จนไม่กล้าสู้หน้าคนในห้องทำได้เพียงก้มหน้าซ่อนความอับอายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ที่แท้ก็นางโลม”
จูฝูอันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางกวาดมองร่างกายบางตรงหน้าอย่างรังเกียจ ก่อนจะก้าวไปยืนข้างกายพระสนมที่มองสตรีนางนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ราวไม่รู้สึกสิ่งใดจนนางไม่อาจจะคาดเดาความคิดของพระนางออก
แต่ไม่ว่าอย่างไรสตรีนางนี้นอกจากนางโลมก็ไม่มีสิทธิ์เป็อื่นเพราะตำแหน่งชายาอ๋องต้องเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว
“ท่านอ๋องพาเ้ามาเปิ่นกงคงไม่อาจทำอะไรเ้าได้ แต่สตรีขายเรือนร่างอย่างไรก็ขายเรือนร่างอย่าได้บังอาจคิดทำเื่อะไรที่เป็ไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้น แม้แต่ชื่อเ้าเปิ่นกงก็จะทำให้ไม่มีใครจดจำ”
ั์ตาคมกริบไม่ต่างโอรสมองร่างเล็กบอบบางของเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะเดินผ่านร่างของนางออกจากห้องไปโดยหญิงสาวที่ติดตามนางมาและข้าหลวงเดินตามหลังไปไม่ห่าง
เหลือเพียงหลิวอีหรานที่อยู่ในห้องเพียงลำพังพร้อมกับคำพูดดูถูกที่ก้องอยู่ในหูของนาง
ด้านรุ่ยอ๋องที่ออกจากจวนแต่เช้าเพื่อสะสางปัญหาที่พาเขากลับเมืองหลวง ก็เดินออกมาจากที่ว่าการทูตด้วยใบหน้าระรื่นเพราะทุกอย่างดูจะง่ายดายไปเสียหมด คนของคณะทูตที่มาครั้งนี้นอบน้อมต่อเขาอย่างมากไม่เหมือนตอนที่พวกเขาไปที่เมืองเซียงตู ทั้งยังแจ้งว่าจะส่งสาส์นขอโทษสตรีที่หอหรงเซียนเพื่อขอโทษนางพร้อมจ่ายเงินชดเชยให้พวกนาง
และเื่นี้จบลงที่เป่ยเจียงมอบม้าศึกให้พวกเขาหมื่นตัวเพื่อขอโทษ และลดจำนวนเมล็ดพรรณที่ทางเขาต้องส่งให้แลกกับขอให้ทางเขาเปิดทางน้ำและยังซื้อขายม้ากับทางพวกเขาเช่นเดิม
วันดีอากาศปลอดโปร่งเช่นนี้เขาต้องฉลองถึงจะถูกตลอดทางในรถม้าชายหนุ่มเอาแต่คิดถึงร่างหอมกรุ่นที่ไม่รู้ว่าตอนนี้นางจะลุกออกจากที่นอนหรือยังั้แ่ที่พวกเขาร่วมเตียงกันมานับเดือน สิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตคือหลิวอีหรานเป็คนขี้เซาอย่างมาก บางครั้งเขาต้องก่อกวนนางอยู่นานนางถึงจะตื่นแต่ถ้าหากนางได้นอนเต็มอิ่มแล้ว เมื่อตื่นมาก็ไม่ต่างม้าคึกดีๆ นี่เอง
“ท่านอ๋องถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ชายร่างสูงก้าวลงจากรถม้าก่อนจะก้มลงมองกล่องขนมจากหอหรูอี้ที่ที่อีกคนชอบอย่างมากพลางยิ้มตื่นเต้นในหัวคิดถึงท่าทางของนางเมื่อยามได้เห็นกล่องขนมนี่ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดเพื่อเข้าไปด้านในจวน
“คารวะท่านอ๋อง”
“อืม”
“รายงานท่านอ๋องก่อนหน้านี้พระสนมเกาเฟยมาที่จวน ตอนนี้กลับออกไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ใบหน้าคมครามละจากกล่องไม้ลวดลายสวยงามมองใบหน้าทหารเฝ้ายามพลางขมวดคิ้ว มารดาเขามาที่จวนเช่นนั้นพระนางก็ต้องได้พบเจอกับหลิวอีหรานแล้วน่ะสิ
เพียงคิดมาถึงตรงนี้ร่างสูงใหญ่ในชุดว่าราชการก็รีบพุ่งเข้าไปได้ในจวนอย่างรวดเร็วสีหน้ากังวลมองตรงไปทางเรือนนอนของตัวเองไม่ละไปไหนและเมื่อเปิดประตูเข้าห้องไปภาพที่เขาเห็นก็ทำใจแทบแตกสลาย
เมื่อคนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้น ใบหน้าเศร้าสร้อยเงยขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะส่งยิ้มบางมาให้เขา
อีหรานพยายามยิ้มให้กว้างที่สุดทั้งที่ในใจนั้นหนักหน่วง แต่เพราะไม่อยากให้เขากังวลนางจึงทำเพียงฝืนยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ไม่ว่าอย่างไรในความรู้สึกของคนร่างสูงรอยยิ้มนี้ ที่นางส่งให้นั้นช่างเศร้าหมองอย่างยิ่ง
“พระองค์กลับมาแล้ว”
หญิงสาวลุกขึ้นพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจพร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดร่างแสนคิดถึงนั้นแน่น
“ใช่เปิ่นหวางกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับนี่ เ้าจำได้หรือไม่”
ซานไท่พูดพลางยกกล่องในมือสูงเขารู้ดีว่าคนตัวเล็กต้องพบเจอกับเื่บางอย่างแต่เวลานี้เขาไม่อยากจะซักถามนางไปมากกว่าการปลอบใจ มือใหญ่โอบแผ่นหลังเล็กประคองนางเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับวางกล่องขนมลวดลายสวยงามที่เขาตั้งใจซื้อมาให้อีกคน
“ขนมจากหอหรูอี้”
“เื่กินนี่ความจำเ้าดียิ่งนักใช่ เ้าชอบไม่ใช่หรือเปิ่นหวางจำได้ครั้งนั้นที่ซื้อให้เ้าได้กินเ้ากินมันไปหมดในคราวเดียวไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวแบ่งให้เปิ่นหวาง” ชายหนุ่มเย้าแหย่นางพลางสะกิดปลายจมูกเล็กนั่นอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเปิดห่อขนม
“พระองค์จำได้ด้วยหรือเพคะ”ั์ตาเป็ประกายเอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองใบหน้าบุรุษที่สูงกว่าพร้อมกับฝ่ามือเล็กไร้แก้มสากแ่เบา
นางรักเขารักเขาด้วยใจจริง ไม่ได้คาดหวังสิ่งอื่น แม้แต่ตำแหน่งชายานางก็ไม่เคยคิดจะแย่งชิง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายเขา ไม่ว่าตำแหน่งอะไรนางก็ยินยอม
“ขอบพระทัยท่านอ๋องท่านอ๋องใจดีกับกระหม่อมเสมอ อีหรานซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“เ้าออดอ้อนเช่นนี้้าสิ่งใดกัน”
ใบหน้าเกลี้ยงเกลาก้มมองร่างเล็กบางที่กอดซบอกเขาแน่น พร้อมกับรูปกลุ่มผมหนาดำเงาที่ชื่นชอบ
“ไม่้าสิ่งใดเพคะขอแค่ได้กอดพระองค์แบบนี้แน่นๆ ก็พอ”
“เ้าพูดเช่นนี้ไม่อยากกินขนมแล้วหรือ”
“ไม่กินแล้วไม่อยากกินขนมแล้ว อยากให้พระองค์กอด”
น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเอ่ยออกมาก่อนใบหน้าเล็กซุกลงแผงอกแข็งแรง พร้อมกับนางออกแรงกระชับวงแขนแน่นกว่าเก่า
“ได้เปิ่นหวางจะกอดเ้าแน่นๆ เ้าเถอะห้ามร้องขอให้เปิ่นหวางปล่อยแล้วกัน”
จากนั้นซานไท่ก็อุ้มร่างเล็กพาเดินกลับไปยังเตียงนอนพร้อมกับโอบประคองร่างของนางแน่นไม่ปล่อย จนในที่สุดนางก็หลับใหลคาอกเขา
ซานไท่ยันกายลุกขึ้นพร้อมชะโงกมองใบหน้าจิ้มลิ้มของคนหลับใหลก่อนจะก้มลงจูบขมับของนางด้วยความเอ็นดู ปนเคร่งเครียดเสด็จแม่พูดอะไรกับนาง นางถึงให้เศร้า ซึมขนาดนี้
ก่อนจะลุกออกจากเตียงเดินไปนอกห้องั์คมมองพระจันทร์ดวงโตอย่างครุ่นคิดก่อนจะผินใบหน้าไปทางองครักษ์ข้างกายที่เดินเข้ามาใกล้
“ท่านอ๋อง”
“ว่าอย่างไร”
“มีคำสั่งจากพระสนมให้พระองค์เข้าวังในวันพรุ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เปิ่นหวางรู้แล้ว”
“เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”
“เดี๋ยวเ้าไปบอกคนให้เก็บของเตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้หลังกลับออกมาจากวังหลวงเราจะไปเซียงตูกันทันที”
น้ำเสียงมั่นคงหนักแน่นเอ่ยออกมาก่อนใบหน้าคมครามจะผินมองท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้งที่ผ่านมาเขาทำตัวเป็ลูกที่ดีมาตลอด หากครั้งนี้เขาจะขอทำตามใจตัวเองบ้างจะนับว่าอกตัญญูหรือไม่
ตำหนักองค์ชายสี่ซานตง
“เ้าว่าอย่างไรนะ”ใบหน้ากลมผละห่างจากข้าหลวงคนสนิทด้วยความใดวงตาเรียวรีมองใบหน้านั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ พร้อมเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง
“เมื่อบ่ายระหว่างทางในสวนพฤกษศาสตร์กระหม่อมได้ยินเสียงสตรีสองนาง พูดถึงรุ่ยอ๋องจึงแอบตามไปพบเป็คุณหนูจูที่พระสนมหมายมาดจะเอามาเป็พระชายานางกล่าวกับบ่าวรับใช้ด้วยโทสะเื่นางโลม ที่ท่านอ๋องลุ่มหลงจนนำกลับมาจากเชียงตูพ่ะย่ะค่ะ
“นี่พี่สามติดใจนางโลมหรือนี่เหอะช่างเหลือเชื่อเสียจริง”
สีหน้าและรอยยิ้มมาดร้ายเต็มไปด้วยแววเ้าเล่ห์มองออกไปอย่างไร้จุดหมายก่อนรอยยิ้มนั้นจะกว้างขึ้นราวกับพบเจอเื่สนุก
“หากท่านพี่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดชังมีจุดอ่อนเป็นางโลม เ้าว่าจะเป็เช่นไร”
ซานตงเดินลงจากแท่นที่นั่งมองจันทร์ดวงโตทอแสงนวลสว่างทั่วฟ้าพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ราวพูดกับคนข้างกายทั้งที่คำถามนี้เขาไม่ได้้าคำตอบ เพราะคำตอบที่เขา้านั่นอยู่ในใจเขาอยู่แล้ว