
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
…………………….
ภายในฮอนด้าซีวิคสีขาวไข่มุกราคาเหยียบล้าน จิตหรานั่งหน้านิ่ว สองมือบังคับพวงมาลัยเพื่อนำพารถป้ายแดงผ่านการจราจรที่แสนโหดร้ายของเมืองกรุง ในใจหวนระลึกนึกถึงเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนหน้าคอนโซลพอเดินทางถึง่ไฟแดง เธอก็หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู
“ แม่หมอมาลี อุดมเกศา ที่อยู่ xxxxxxxxx ”
“ จะช่วยได้แน่หรือ ”เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนวางเศษกระดาษไว้ที่เดิม จากนั้นก็หันไปจับพวงมาลัยเพื่อบังคับรถต่อเนื่องจากตอนนี้ถึงเวลาที่ไฟเขียวปรากฏ
…………………….
(ณ.ชานเมืองกรุงเทพ )
รถเก๋งคันงามแล่นผ่านถนนสองเลนที่ค่อนข้างโล่ง จิตหราจำเป็ต้องขับอย่างเชื่องช้าเพื่อค้นหาเป้าหมายผ่านระบบนำทางอัตโนมัติ (เนวิเกเตอร์) บางครั้งก็แวะจอดข้างทาง เพื่อไถ่ถามชาวบ้านละแวกนั้นในที่สุดเธอก็พบกับเคหสถานที่ตามหา
เคหสถานแห่งนั้นเป็บ้านทรงไทยขนาดกลางที่ค่อนข้างเก่า บริเวณใต้ถุนมีชายแก่นั่งประจำการอยู่ที่แคร่ไม้ผุๆ
จิตหราจอดรถข้างบ้านทรงไทย พอดับเครื่องยนต์ เธอลงจากรถแล้วเดินเข้าไปหาชายสูงอายุ
เมื่อจิตหรามาถึง เธอก็พบว่าผู้าุโนายนี้น่าจะอายุประมาณ 60 กว่าๆ ผมบนศีรษะสั้นเกรียนและขาวโพลนใบหน้าย่นๆมองตรงไปข้างหน้า แววตาดูไร้จุดหมาย ท่อนบนที่เปล่าเปลือยมีผ้าขาวม้าเก่าๆพาดบ่า
“ สวัสดีค่ะ คุณลุง ที่นี่ใช่ บ้านเลขที่ xxxxxxx ที่อยู่ของแม่หมอมาลี ใช่มั้ยคะ ” จิตหรายกมือไหว้ด้วยมารยาทอันดีจากนั้นก็เอ่ยถามอย่างสุภาพ ทว่าชายแก่กลับนั่งนิ่ง คล้ายไม่ได้ยินน้ำคำของหญิงสาว
“ เออ.....สวัสดีค่ะหนูชื่อจิตหรา หนูมาหาแม่หมอมาลี เธออยู่บ้านหลังนี้ใช่มั้ยคะ ” จิตหราถามอีกครั้งคราวนี้เธอเพิ่มกระแสเสียงให้ดังยิ่งขึ้น เพราะคิดว่าชายสูงวัยคนนี้อาจจะหูหนวกแต่ไม่กล้าะโดังนัก ด้วยกลัวจะเสียมารยาท ถึงกระนั้นชายแก่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
ระหว่างที่จิตหรายืนปวดเศียรเวียนเกล้ากับอาการเมินเฉยก็มีเสียงยานคางของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง
“ ทำอะไรอยู่รึจ๊ะ แม่หนู ”
เมื่อจิตหราหันหน้ากลับมาดู จึงพบกับหญิงชราคนหนึ่ง อายุของผู้าุโนางนี้น่าจะอยู่ประมาณ60 ปีเศษ หน้าตาท่าทางดูใจดี ผมขาวบนหัวขดมวยเป็ระเบียบ เธอซ่อนร่างท้วมนิดๆในเสื้อคอกระเช้าสีขาวผ้าถุงสีดำไร้ลวดลายตามแบบฉบับคนต่างจังหวัดทั่วไป
“ หนูมาหาแม่หมอมาลีค่ะ เลยมาถามคุณลุงที่นั่งอยู่ตรงนี้แต่….แกนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไรเลย ไม่รู้ว่าเป็อะไรรึเปล่า ” จิตหราพูดจบเธอก็หันกลับมามองลุงผู้ชรา ทว่าสิ่งที่เห็นมีเพียง…….แคร่ไม้ที่ว่างเปล่า
“ อะ……อะไรกันเมื่อกี้คุณลุงยังนั่งอยู่ตรงนี้นี่นา แกหายไปไหน ” จิตหรายืนงง ใบหน้างามบิดเบี้ยวเหตุที่เกิดมันดูพิสดารจนไม่อาจหาเหตุผลใดๆมาอธิบาย ครั้นจะบอกว่าลุงผู้ชราวิ่งหนีไปมันย่อมเป็ไปไม่ได้ที่คนแก่อายุปูนนี้จะวิ่งได้เร็วขนาดนั้น
“ เอ.....คุณลุงหายไปเมื่อกี้แกยังนั่งอยู่ตรงนี้เลยนี่คะ ” จิตหราหันกลับไปถามหญิงชราด้วยสีหน้าที่ดูเลิ่กลั่ก
“ ไม่ต้องพูดแล้วจ้ะ ขึ้นมาบนบ้านก่อนแม่หนู ” หญิงชรายิ้มอ่อนโยน พลางเชื้อเชิญหญิงสาวให้ขึ้นไปบนเรือน
“ ค่ะๆ ” จิตหรารับคำแบบงงๆสีหน้าแสดงออกถึงความประหลาดใจ
หลังจากที่จิตหราขึ้นมาบนเรือนไม้เก่าแก่ สิ่งแรกที่เห็นก็คือรูปภาพขาวดำของชายชราคนหนึ่งรูปภาพดังกล่าวถูกจัดวางไว้ที่ชั้นต่ำสุดของหิ้งพระภายในบ้าน
ทันทีที่เห็นภาพนั้น ดวงตาของจิตหราก็เบิกโพลงออกมาด้วยความตกตะลึง เนื่องจากชายชราในรูปภาพ……..เป็คนเดียวกับที่เธอเห็นตรงแคร่ไม้เมื่อครู่นี้
“ แม่หนู เธอเชื่อเื่ิญญามั้ย ”เสียงยานคางของหญิงชราโพล่งออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว ปลุกให้จิตหราตื่นจากภวังค์
“ เอ่อ.....ก็เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งค่ะ ” ถึงจิตหราจะเริ่มขนลุกนิดๆ แต่ก็ยังตอบแบบไว้ท่าที
“ ไม่เชื่อครึ่ง ทั้งที่หนูเพิ่งเจอกับสิ่งเ่าั้น่ะหรือ” หญิงชรากล่าวขึ้นมาลอยๆ
“ คุณป้ารู้…” หญิงสาวหันขวับ ใบหน้างามตื่นตะลึง
“ ใช่ ชายชราที่หนูเห็น เป็สามีของป้าเองแกเสียไปประมาณปีหนึ่งแล้ว แต่ใช่ว่าหนูจะเห็นแค่คนเดียว ป้าเองก็เห็นเช่นกัน่เวลานี้ของทุกวัน แกมักจะมานั่งเล่นที่แคร่ไม้ตัวนั้นเป็ประจำ ”
หญิงชราพูดไปก็อมยิ้มไป เหมือนจะดื่มด่ำกับความสุขที่ได้อยู่ร่วมกับคนรักในอดีตแต่จิตหราไม่ยอมยิ้มด้วยแน่ ในใจมีแต่ความสยดสยอง เพราะเมื่อครู่เธอเพิ่งได้เห็นอดีตมนุษย์แบบเต็มสองตาเป็ครั้งแรก
“ เออ....ตกลงป้าพอจะบอกได้มั้ย แม่หมอมาลีอยู่บ้านหลังนี้ รึเปล่าคะ ” จิตหราพยายามสะกดกลั้นความกลัวเพื่อเอ่ยถามหญิงชรา เนื่องจากการได้พบแม่หมอ เป็เื่คอขาดบาดตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“ ป้าคือ.....แม่หมอมาลี หนูมาหาป้า มีธุระอะไรหรือจ๊ะ ” หญิงชราตอบยิ้มๆ
“ เออ…ตกลงแม่หมอมาลีก็คือ......ป้า ” จิตหรายืนงงอยู่พักหนึ่ง เพราะไม่ว่ามองมุมไหน หญิงชราคนนี้ก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะเหมาะสมกับฉายา"แม่หมอ" เลยซักนิด
“ ใช่แล้วจ้ะ หนูจิตหรา ป้าคือแม่หมอมาลี ”หญิงชราย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าฉาบรอยยิ้ม
“ ค่ะๆ เอ.....เดี๋ยวนะ ป้ารู้ชื่อหนูได้ยังไง หนูยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ” จิตหรานึกสงสัย
“ หึๆ ลุงเขาบอกชื่อของหนูให้ป้ารู้เมื่อครู่นี้อีกอย่าง ตอนนี้หนูมีเื่เดือดร้อน ใช่มั้ยจ๊ะ ” หญิงชราเริ่มโชว์ฟอร์ม
“ เอ่อ.....ค่ะๆ ” จิตหราถึงกับอึ้งกิมกี่ เธอเริ่มศรัทธาแม่หมอมาลีขึ้นมานิดๆ แต่อีกใจยังอดกังขาไม่ได้
“ เอ….ป้าคนนี้ใช่แม่หมอมาลีรึเปล่านา..... หรือเขาคิดจะหลอกลวงเรา บางทีนี่อาจเป็เพียงจิตวิทยาของพวก 18มงกุฎก็เป็ได้ ” จิตหราแอบคิดอยู่ในใจ
“ ป้าได้ยินเสียงของลุงจริงๆ ป้าไม่ได้หลอกหนูหรอกจ้ะ” หญิงชราตอบกลับในทันที คำตอบนี้ทำให้จิตหราถึงกลับร้องลั่นด้วยความใ
“ หา......ป้ารู้ในสิ่งที่หนูคิดทำได้ยังไง ”
แม่หมอมาลีไม่กล่าวคำใด เธอนั่งลงบนเก้าอี้หวาย จากนั้นก็ผายมือเชื้อเชิญให้จิตหรานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้ามหญิงสาวค่อยๆนั่งลงด้วยท่าทางที่หวาดระแวง เมื่อสองสาวต่างวัยประจำตำแหน่งเป็ที่เรียบร้อยหญิงชราก็เริ่มเอ่ยวาจา
“ ป้าขอถามอีกครั้ง หนู.....เชื่อเื่ผีมั้ย ”
จิตหรานิ่งเงียบ เพราะเธอไม่รู้ว่าจะตอบยังไง แต่ไม่ทันได้พูดอะไรหญิงชราก็กล่าวต่อไป
“ ถ้าเชื่อ หนูคงรู้แล้วว่า…….สิ่งเ่าั้คือพลังงานรอบตัว โดยปกติเราจะััไม่ได้เว้นแต่ถึงจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม จึงจะติดต่อสื่อสารกับสิ่งเ่าั้ได้ แบบเดียวกับที่หนูเจอเมื่อครู่”
" งั้นก็แปลว่า…..เมื่อกี้เป็เวลาและจังหวะที่เหมาะสม หนูเลยเห็น เอ่อ....ลุง ใช่มั้ยคะ " จิตหราถาม
" ใช่จ้ะ เป็เช่นนั้นทว่าป้าสามารถััสิ่งเ่าั้ได้ด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างจากหนู "แม่หมอพูดเรียบๆแต่น้ำเสียงกลับแปรเปลี่ยนเป็เยือกเย็น ผิดกับน้ำเสียงที่อ่อนโยนเมื่อครู่ราวกับเป็คนละคน
" แล้วเงื่อนไขที่ว่านั้นคือ..... " หญิงสาวขนลุกกับความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันถึงกระนั้นก็ยังกลั้นใจถามต่อ เพื่อเก็บข้อมูลที่จำเป็
" ความสามารถพิเศษของป้า "แม่หมอตอบกลับ
" ความสามารถที่ว่านั้นคือ...... " จิตหราจ้องเข้าไปในดวงตาของแม่หมอแบบกล้าๆกลัวๆเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
" ป้าสามารถติดต่อสื่อสารกับคนตายยิ่งิญญาคนตายมีพลังกล้าแข็งเท่าไหร่ ยิ่งติดต่อได้ง่ายและชัดเจนขึ้นเท่านั้น" แม่หมอวัยชรากล่าวหน้าตาเฉย ราวกับว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็เื่ปกติธรรมดาที่ใครๆก็สามารถทำได้
" อืม..... ค่ะ " จิตหราดูอึ้งไปถนัด เธอพูดไม่ออก
" แต่ก่อนที่ป้าจะบอกอะไรขอสัญญาจากหนูอย่างนึง จะได้มั้ย " พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของแม่หมอก็ดูเครียดขึ้นมาทันที
" เอ่อ……สัญญาอะ…..ไรคะ " หญิงสาวถามเสียงสั่น
" พอรู้เื่ที่ป้าจะบอกหนูห้ามใจนคุมสติไม่อยู่ " แม่หมอกล่าวด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง
" อืม.....ค่ะ หนูรับปาก " จิตหรานิ่งคิด ก่อนตัดสินใจ
แม่หมอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จากนั้นเธอก็นิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนพูดห้วนๆว่า.....
" มีบางสิ่งติดตามหนู "
" หา!จริงหรือคะ มันคืออะไร " จิตหราถามเสียงตื่น ในใจพยายามคุมสติไม่ให้เตลิด
" ป้าไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ได้ตรวจโดยละเอียดแต่ที่เห็นเมื่อครู่ มันคือเงาดำมหึมา และที่รู้ว่าหนูน่าจะมีเื่เดือดร้อน เพราะได้ยินเสียงของลุงเสียงนั้นเตือนว่า.....หนูกำลังมีอันตราย" แม่หมอวัยชราเค้นคำอย่างยากลำบาก ท่าทางก็ดูเหน็ดเหนื่อย
" แล้วหนูจะทำอะไรได้บ้างเพราะระยะหลังหนูมักจะเจออะไรแปลกๆตามรบกวนตลอดทั้งคืน " จิตหราพูดเบาๆ น้ำเสียงส่อแววหวาดผวา
" แล้วเหตุที่ว่าแปลกนั้นคืออะไรหนูลองเล่าให้ป้าฟังก่อนซิจ๊ะ " แม่หมอพูดเรียบๆ ทว่าหน้าตากลับจริงจัง
คิ้วงามของจิตหราขมวดเข้าหากัน เธอไม่อยากเล่าเื่นี้ให้ใครฟัง เพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็บ้าและมีเหตุจำเป็บางประการที่ไม่อยากเล่า แต่ในตอนนี้จำเป็ต้องเล่า เพื่อแก้ไขปัญหาใหญ่ที่ตามรังควาน
" ว่าไงจ๊ะ แม่หนู " แม่หมอทวงถาม
" เอ่อ....ค่ะ เื่เป็แบบนี้ค่ะ หลายวันมานี้ หนูเจออะไรแปลกๆหลายอย่าง อย่างแรก หนูรู้สึกเหมือนมีใครซักคนคอยตามอยู่ตลอด" จิตหราแจง
" อืม.....ต่อเลยจ้ะ " แม่หมอร้องเตือน
" และอีกอย่าง ใน่ตีสามของทุกคืน...." จิตหราเล่าถึงตรงนี้ เธอก็นิ่งเงียบไปนาน คล้ายสะทกสะท้านกับสิ่งที่กำลังจะเล่าทว่าแม่หมอกลับกล่าวต่อในจุดที่ขาด ราวกับหญิงชราอยู่ในเหตุการณ์นั้น
" หนูก็จะตื่นขึ้นมา แล้วเจออะไรบางอย่างที่ปลายเตียง"
" เอ๋!ป้ารู้ " จิตหราร้องเสียงหลง
" ใช่ ลุงกระซิบบอกเมื่อครู่ แต่ก็รู้เพียงแค่นั้นพลังของป้าไม่แก่กล้าพอที่จะรู้มากกว่านี้ สิ่งที่หนูเห็นคืออะไร " แม่หมอมาลีถามเร็วจี๋ดวงตาของหญิงชราดูกร้าวแกร่งอย่างประหลาด
" เฮ้อ.....สิ่งที่หนูเห็นคือ...." จิตหราถอนหายใจเบาๆเพื่อเตรียมเฉลยประสบการณ์ประหลาดของตนเอง
" อะไรจ๊ะ "ถึงตาแม่หมอกลืนน้ำลายบ้าง
" เงาร่างของหญิงคนหนึ่งที่มีเืโชกโทรมกาย" จิตหราเปิดเผยอย่างช้าๆ
" เธอคนนั้นทำอะไร "แม่หมอผวาเล็กน้อย ก่อนไถ่ถามต่อ
" เธอ......พุ่งเข้ามาหาหนู..." จิตหราหน้าเสีย เมื่อนึกถึงความหวาดผวาที่ต้องพบเจอในสามคืนที่ผ่านมา
" แล้วเธอทำอะไรต่อ "ดวงตาของแม่หมอลุกโชน คล้ายมีประกายไฟซ่อนอยู่ภายใน สำเนียงที่เปล่งออกมาก็แปรเปลี่ยนเป็รวดเร็วและดุดันจนใกล้เคียงกับเสียงตะคอก
" เธอ...." ใบหน้าของจิตหราหมองลงด้วยอาการหวาดผวา ดวงตางามเริ่มปริ่มน้ำใส
" เธอทำอะไร! " แม่หมอถึงกลับลุกขึ้น พร้อมจับสองมือของหญิงสาวเอาไว้แน่นกำลังที่กำนั้นมีมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือแรงของหญิงสูงวัย
" เธอ……กรี๊ด……! " จิตหราพูดได้แค่นั้น เธอก็สะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม จากนั้นก็ก้มลงเอามือปิดหูพร้อมกรีดร้องจนสุดเสียง
พอได้ยินเสียงกรีดร้อง แม่หมอก็พลันรู้สึกตัวและหลุดจากอะไรบางอย่างที่เหมือนจะควบคุมตัวเองเมื่อกลับคืนสู่ตัวตนโดยสมบูรณ์ เธอก็เอามืออันเหี่ยวแห้งโอบไหล่ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
" ไม่ต้องเล่าต่อแล้วจ้ะ ใจเย็นๆ อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรมาทำร้ายหนูได้ "
" ฮือ...... " จิตหราถลาเข้าซบอกแม่หมอมาลี พร้อมร้องไห้โฮแบบไม่อายใคร ซึ่งหญิงชราก็โอบกอดหญิงสาวเอาไว้แน่นในใจนึกสงสารเป็อย่างยิ่ง
........................
แม่หมอมาลีปลอบโยนจิตหราอยู่เกือบสิบนาที ในที่สุดเธอจะตั้งสติได้ หญิงชรารินชาร้อนให้ก่อนจะกล่าวอธิบายอย่างนิ่มนวล
" ตอนนี้ป้าพอเห็นบางอย่างแล้วแต่ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก บอกตามตรงบางสิ่งที่ตามหนูอยู่ มันมีพลังแรงชนิดที่ไม่สามารถติดต่อกับสิ่งนั้นได้เลยเขา้าเพียงอย่างเดียว นั่นคือติดตามหนู ส่วนจะตามด้วยสาเหตุใด ยังไม่รู้ป้าจะพยายามติดต่ออีกที แต่คราวนี้คงต้องตั้งใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "
" ค่ะ ได้ค่ะ เราต้องทำยังไงคะ" ถึงนาทีนี้ จิตหราเชื่อแล้วว่า แม่หมอมาลีคือของจริง
" ขอเวลาป้าแต่งตัวก่อนหนูไปนั่งที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาได้เลย จากนั้นก็ไหว้พระ สวดมนต์ซักจบสองจบ ขอตัวก่อนนะจ๊ะ" แม่หมอแจงเสียงสั่นเทาตามประสาคนสูงวัย
" ค่ะ ได้ค่ะ " จิตหราพยักหน้ารับคำ
……………………..
จิตหรานั่งหน้าหิ้งพระ จากนั้นก็ก้มลงกราบและสวดมนต์ตามคำแนะนำของแม่หมอมาลีแต่ก็สวดผิดสวดถูก บางครั้งก็สวดข้าม บางครั้งก็ลืมเลือน เรียกว่าไร้สมาธิในการสวดโดยสิ้นเชิง
จิตหรายอมรับว่าความเงียบในบ้านเรือนไทยและการอยู่คนเดียวทำให้รู้สึกหวาดผวาและเมื่อมองไปรอบๆ ก็จะเห็นเครื่องเรือนเก่าๆ ตำราปึกใหญ่บนชั้นหนังสือสิ่งของแปลกประหลาดอีกหลายอย่าง บางชิ้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
" รอนานมั้ยจ๊ะ " เสียงแม่หมอมาลีลอยมาจากด้านหลัง
" ไม่นานค่ะ " จิตหราหันกลับไปตอบแต่ทันทีที่เห็นแม่หมอ เธอก็หุบยิ้มไปซะอย่างงั้น เพราะสิ่งที่ปรากฏคือ.....
ภาพหญิงชราร่างท้วมในชุดนุ่งขาวห่มขาวที่หัวไหล่มีสไบสีเดียวกันพาดอยู่ ท่าทางของแม่หมอในยามนี้ดูคล้ายคนที่บวชชีพราหมณ์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ถ้าเป็ยามปกติ จิตหราคงรู้สึกขบขัน แต่จากสิ่งที่ได้เจอในหลายวันที่ผ่านมามันทำให้เธอหัวเราะไม่ออก ภายในใจนึกคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม
" ช่วยหนูให้ได้ด้วยเถิด "
" จ้ะ ป้าจะพยายามอย่างเต็มที่" แม่หมอตอบกลับนิ่งๆ สิ่งนี้ทำให้จิตหราสะดุ้งใ เนื่องจากหญิงชราล่วงรู้ความคิดของเธออีกแล้วแต่เมื่อนึกถึงปาฏิหาริย์ที่ผู้าุโแสดงให้เห็นเมื่อครู่ หญิงสาวก็เลิกสงสัย
แม่หมอทรุดกายลงนั่งพับเพียบหน้าโต๊ะหมู่บูชาอย่างเชื่องช้า เธอก้มลงกราบพระพุทธรูปบนหิ้งสามครั้งจากนั้นก็นิ่งสำรวมจิตอยู่ชั่วขณะหนึ่งและเริ่มสวดมนต์
" นะโมตัสสะ ภะคะวะโต ....."
เสียงสวดมนต์ของหญิงชราดังแทรกความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบเป็ทิศทางเดียวกันไม่มีอาการสั่นเครือให้เห็นเลยแม้แต่น้อย บ่งบอกถึงพลังสมาธิที่ดีเยี่ยม
จิตหราได้ฟังเสียงสวดที่แน่วแน่ เลยทำให้ใจชื้นขึ้นเป็กองและเริ่มมองเห็นความหวังอยู่รำไร
" ดีจัง แม่หมอคนนี้อาจจะช่วยเราได้"
หลังจากแม่หมอสวดมนต์เสร็จ เธอก็พนมมือค้างไว้ที่อก ดวงตาหย่อนยานหลับสนิทปากก็เอื้อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังอันผิดกับวัยของตนเอง
" ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ณ.โลก ไม่ว่าจะเป็ พระพุทธเ้า พระปัจเจกพระพุทธเ้า พระอริยเ้าทุกท่านพรหมและเทวดาทุกท่าน ครูบาอาจารย์ทุกท่าน ขอจงช่วยสงเคราะห์ให้ข้าพเ้ามีพลังจิตมากพอที่จะติดต่อสื่อสารกับิญญาแรงกล้าซึ่งเต็มไปด้วยโทสะจริตด้วยเถิด"
พอสิ้นคำอธิษฐาน ดวงตาที่เคยปิดสนิทของแม่หมอก็เบิกโพลง แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่านั้นก็คือดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของตาดำหลงเหลืออยู่เลย
" ว้าย…… " จิตหราใจนถอยหลังหนีไปหลายก้าว แต่หญิงชรากลับแหงนหน้าขึ้นสูง พร้อมทำท่าทางเหมือนคุยกับอะไรบางอย่าง
" อืม...... เ้า้าอะไร อ้อ ้าตาม.....เอาคืน......ทำร้าย "
" เฮือก " จิตหรามองพิธีกรรมอยู่เงียบๆพร้อมกลืนน้ำลายลงคออยู่หลายเฮือก
" โกรธ....อาฆาต....แค้น" หญิงชราพล่ามคนเดียวต่อไป อาการคล้ายคนที่กำลังนอนละเมอแต่คำสุดท้ายที่เปล่งออกมา มันฟังดูน่ากลัวจนแทบจะทำให้เืในกายของจิตหราหยุดสูบฉีดไปซะเดี๋ยวนั้นคำๆนั้นก็คือ......
" ตาย "
ทันใดนั้นเอง จิตหราก็เห็นเงาดำมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า ดวงตาของมันส่องประกายแดงก่ำมายังเธอวินาทีต่อมาหญิงชราก็หงายหลังล้มลงไปนอน ส่วนเงาดำปริศนาก็หายวับโดยพลัน
" แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก........ " หญิงชราหอบเหนื่อยอย่างหนัก คล้ายคนที่เพิ่งผ่านการออกกำลังหนักมาหมาดๆ
" คุณป้าคะ เป็ไงบ้างคะ "จิตหราร้องถามด้วยความเป็ห่วง แต่เธอก็ไม่กล้าแตะกายแม่หมอ
" เฮ้อ..... ป้าไม่เป็ไรหรอก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก..... "แม่หมอผู้ชราค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่ง เธอยังคงหอบเหนื่อย
" ตกลงเมื่อกี้ มันเกิดอะไรขึ้นคะ จัดการสิ่งที่ตามหนูได้มั้ย" หญิงสาวถามแม่หมอด้วยกิริยาที่ดูร้อนรน
แม่หมอเงยหน้ามองจิตหรานิ่งๆ สีหน้าดูเ็ปอย่างมากมาย หญิงสาวพอจะอ่านอากัปกิริยาของคู่สนทนาได้เธอจึงเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ
" มะ…..ไม่ได้ผลหรือคะ "
" ใช่จ้ะ เขา้าชีวิตของหนูป้าพยายามขออโหสิกรรม ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ แต่เขากลับปฏิเสธทุกข้อเสนอดวงิญญานั้นมีพลังรุนแรงและหนาแน่นไปด้วยแรงอาฆาต มันมากซะจนไม่มีช่องว่างให้สงเคราะห์ด้วยบุญกุศล" แม่หมอตอบเบาๆ สีหน้าหมองเศร้าลงอย่างชัดเจนจนคล้ายจะชราไปอีกสิบปี
" ค่ะๆ หนูเข้าใจแล้วค่ะหนูจะลองหาทางอื่นนะคะ " ท่าทางของจิตหราแสดงออกถึงความผิดหวังน้ำเสียงที่ตอบกลับก็ดูเนือยๆ เธอนิ่งงันไปครู่นึง ก่อนเอ่ยถามเบาๆ
" เออ……ค่าทำพิธีเท่าไหร่คะ"
" ไม่ต้องหรอกจ้ะ ป้าไม่คิดเงิน" แม่หมอลุกขึ้นยืน สีหน้าของแม่หมอก็ดูโศกเศร้าไม่แพ้กันเธอเสียใจมากที่ไม่อาจช่วยหญิงสาวผู้นี้ได้
" ขอบคุณมากค่ะ ป้า "หญิงสาวก้มลงไหว้หญิงชราด้วยอาการหงอยเหงา
" จ้ะๆ " หญิงชรารับคำ ขอบตาแดงก่ำคล้ายคนที่ใกล้จะร้องไห้
" ลาแล้วนะคะ " พอหญิงสาวร่ำลาเสร็จเธอก็หันหลังกลับ
ขณะที่จิตหรากำลังจะก้าวพ้นชายคา หญิงชราก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้เธอจึงร้องเรียกหญิงสาวด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้น
" เดี๋ยวก่อน หนูอย่าเพิ่งไป "
" คะ มีอะไรหรือคะ " หญิงสาวหันกลับมาถาม
" ขอโทษทีนะ เมื่อกี้ป้ามัวแต่เสียใจเลยลืมไปซะสนิท เราพอมีทางช่วยหนูแล้ว " หญิงชราวิ่งเข้าไปจับมือหญิงสาว พร้อมเขย่าไปมาด้วยความดีใจ
" เอ๋!เหรอคะ ยังไง บอกหนูที " น้ำคำของหญิงชราปลุกให้หญิงสาวเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
" คืองี้นะ ถึงป้าจะช่วยหนูไม่ได้แต่มีคนหนึ่งที่น่าจะช่วยได้ ไม่สิ ป้ามั่นใจว่าเขาช่วยหนูได้แน่ "หญิงชราตอบด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
" ใครคะ " หญิงสาวยิ้มร่า เธอดูตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กันด้วยรู้สึกถึงความหวังที่กำลังก่อตัว
"เขาคนนั้นเป็คนที่มีความสามารถทางด้านนี้ เท่าที่อยู่ในแวดวงนี้มา ยังไม่เคยเห็นใครเก่งกว่าเขาจิตก็กล้าแกร่งกว่าป้าชนิดที่เทียบกันไม่ได้ เขาทำเื่พวกนี้มาหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะพลาด" แม่หมอสาธยายสรรพคุณของคนที่กำลังกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงชื่นชม
" แล้วเขาเป็ใคร อยู่ที่ไหนหรือคะ "หญิงสาวร้องถาม
หญิงชรายิ้มให้หญิงสาวแวบนึง ก่อนยื่นเศษกระดาษแผ่นหนึ่งให้บนกระดาษแผ่นนั้นระบุที่ตั้งของบ้านหลังหนึ่งในเขตปริมณฑล หลังจากนั้นหญิงชราก็ตอบคำถามช้าๆแต่มั่นคง
" เขาชื่อ "หมอโอม" และนี่คือที่อยู่ของเขาจ้ะ"
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
