เทียนฉินวาดดาบไปพลางหลบการโจมตีของพวกมันไปพลาง พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับซากศพทั้งสองอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามความว่องไวของวานรยักษ์ก็ไม่อาจประมาทได้เลย มันเหวี่ยงฝ่ามือซัดเข้ากลางหลังเทียนฉิน ในขณะที่เขากำลังสู้อยู่กับซากศพสีเลือดอย่างแรง
เปรี้ยง!
ร่างของเทียนฉินล่วงตกกระแทกพื้นจนสั้นสะเทือนไปทั่วถ้ำ ทั้งฝุ่นผงทั้งเศษหินฟุ้งกระจายจนมองรอบด้านไม่เห็น แต่การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีเวลาให้เขามาสำออย จึงรีบลุกขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงสำรวจร่างกายตนเองก็พบว่าไม่ได้เป็นอะไรมากเพียงบาดเจ็บภายในเล็กน้อย ด้วยเพราะมีเกราะเพชรเกล็ดมังกรป้องกันอยู่
แต่ในขณะที่เขามองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้น ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง เทียนฉินยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพุ่งไปที่มุมหนึ่งแล้วหยิบธงผืนเล็กออกมาปักซ่อนไว้ในกลุ่มเศษดินที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นทันที
จากนั้นเทียนฉินจึงทะยานออกมาก่อนเร่งพลังปราณบริสุทธิ์วาดกระบวนท่าตาข้ายฟ้าผสานกับกระบวนท่าพิรุณโปรยปรายออกมาอีกครั้ง เปลวเพลิงสองสีถักทอเป็นตาข่ายเพลิงพุ่งเข้าหาซากศพสีเลือดทั้งสอง ส่วนฝนดาบก็ทะลุลอดช่องตาข่ายเพลิงเข้าซัดกระหน่ำซ้ำไปอีกครั้ง
ตู้ม!
ภายในถ้ำเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตามผนังถ้ำปรากฏร่องรอยคมดาบเฉือนเป็นทางยาว ทว่าซากศพสีเลือดนั้นกลับพุ่งกระชากตาข่ายเพลิงออกมาจากด้านล่าง พร้อมกับเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น จากการถูกคมดาบเชือดเฉือนตามร่างกาย และที่ทำให้เทียนฉินแปลกใจก็คือ เลือดที่ห่อหุ้มตัวของพวกมันกลับทำการสมานรอยแผลพวกนั้นจนปิดสนิทได้ดังเดิม
ภาพตรงหน้าทำให้เทียนฉินรู้สึกถึงเหงื่อที่ชุ่มอยู่เต็มแผ่นหลัง และจังหวะนั้นวานรยักษ์ก็ได้กระโจนเข้ามาหาโจมตีเขาราวกับสัตว์อสูรที่บ้าคลั่ง เทียนฉินเร่งพลังปราณก่อตัวเป็นมังกรยักษ์หลากสีสันพุ่งเข้าหามันอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของซากศพพวกนี้นั้นน่ากลัวมาก แต่เทียนฉินไม่มีทางหนีในเวลานี้อยู่แล้ว ถ้าเขาไม่สามารถต้านทานพวกมันได้ ก็ต้องหวังเพียงพึ่งค่ายกลสังหารที่เขามีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น
"อัคคีกัมปนาท!"
ตู้ม!
มังกรเพลิงยักษ์พุ่งเข้ากระแทกวานรตัวนั้นจนเปลวเพลิงลุกสว่างไสวปกคลุมร่างกายของมัน เทียนจ้องมองไปที่วานรยักษ์ตาเขม็ง ก่อนสะบัดดาบฉีกกระชากอากาศออกไปอีกครั้ง
"เฉือนนภา!"
คลื่นดาบผสานแก่นแท้ธาตุต่างๆจนมีสีสันบาดตา เข้ากระทบหน้าอกของวานรยักษ์โดยตรง
ตู้ม!
วานรยักษ์ที่โดนคลื่นดาบหลากสีกระแทกอย่างแรง ปลิวถอยห่างออกไปสามสี่ก้าว แต่ทันใดนั้นซากศพสีเลือดก็เหวี่ยงแขนเข้าตะปปที่ไหล่ของเขาอย่างแรง
เทียนฉินสัมผัสได้ถึงลมกระโชกแรงที่เกิดจากพลังระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวของซากศพสีเลือด แต่ไม่อาจจะหลบได้ทันกัดฟันโดยไม่สนใจความเจ็บปวด จ้วงแทงเข้าใส่มันด้วยกระบวนท่าทะลวงดาราอย่างแรง
เปรี้ยง!
ดาบเขี้ยวพยัคฆ์แทงเข้าใส่หน้าออกมันอย่างแรง แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของมัน ดาบเขี้ยวพยัคฆ์กลับเสียบเข้าไปที่ร่างของมันได้แค่เพียงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของเขาจะปลิวลอยไปตามแรงตบนั้น
พรื้ด!"
เทียนฉินกระอักเลือดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ด้วยประสบการณ์ชีวิตและความตายที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายและพลังปราณที่ได้รับล้วนมาจากการฝึกฝนด้วยตัวเขาเองทั้งนั้น
และด้วยความกดดันที่เขาได้รับมาจากการต่อสู้ในครั้งนี้นี่เอง จู่ๆพลังปราณในร่างกายของเขาก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ทะเลปราณที่เคบสงบอยู่ในจุดตันเถียน ก่อเกิดคลื่นลมพัดซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ต้นอ่อนที่พึ่งเกิดขึ้นมาพลันเติบโตจนเป็นต้นไม้สูงใหญ่ตั้งเด่นตระหง่าน แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมผืนดิน ต้านทานคลื่นลมที่พัดกระหน่ำมาไม่หยุดยั้ง
ลมปราณบริสุทธิ์อบอวลหมุนวนอยู่ภายในจุดตันเถียน ตัดสลับกับสายฟ้าแล๊บระยิบระยับแพรวพราวอยู่เหนือทะเลปราณ
ตู้ม!
เสียงระเบิดของพลังปราณดังกึกก้องอยู่ภายในจุดตันเถียน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ข้ามขั้นไปอีกระดับ และระดับก่อกำเนิดนี้เปรียบเสมือนการก่อร่างสร้างพลังขึ้นมาใหม่ จากการหล่อหลอมพลังธาตุในร่างกาย
คนอื่นที่บรรลุระดับพลังขั้นนี้ล้วนแล้วแต่มีเพียงธาตุแค่ชนิดหรือสองชนิดเท่านั้นที่ผสานรวมเข้ากับพลังปราณของตนเองได้ แต่สำหรับเทียนฉินกลับแตกต่างจากผู้อื่น ที่มีความเข้าใจแก่นแท้หลายธาตุอยู่ในจิตวิญญาณ อีกทั้งเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุที่คอยเกื้อหนุ่นส่งเสริม ทำให้ตอนนี้เทียนฉินมีพลังที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก
ติ๊ง!!
"ภารกิจที่ 13 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอีกครั้ง
"รับสิ!"เทียนฉินกล่าวรีบตอบออกมาพร้อมกับหลบหลีกซากศพพวกนั้นไปพลาง
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"
"ดอกบัวเพลิงหิมะ"
ติ๊ง!!
# ภารกิจที่ 14 ระดับก่อกำเนิดขั้นกลาง
รางวัล [ เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญ - บทที่หนึ่ง เปิดจิต ] #
"นี่ข้าบรรลุระดับก่อกำเนิดได้ทั้งอย่างนี้เลยหรือ!"
เทียนฉินตกตะลึงที่เขาสามารถเลื่อนขั้นทั้งที่ยังต่อสู้อยู่ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มีโอกาสในการตรวจสอบร่างกายของเขามากนัก วานรยักษ์ที่ถูกคลื่นดาบกระแทกลอยออกไปก็พุ่งเข้ามาหาเขาแล้ว
เทียนฉินมองพวกมันด้วยแววตาเป็นประกายก่อนกระตุ้นพลังปราณออกมาจนหมดทั้งร่าง จนเปลวเพลิงทั้งสองสีควบแน่นอยู่รอบดาบเขี้ยวพยัคฆ์ ก่อนจะวาดสวนออกไปพร้อมกับพริ้วตัวหลบหลีกออกมาทันที
ตู้ม!
ถึงแม้การจะสังหารวานรยักษ์ไม่อาจจะทำได้อย่างง่ายดาย แต่เขาก็ยังสร้างบาดแผลและทำให้มันไม่อาจเข้าใกล้เขาได้มากเหมือนกัน ชายทั้งสองคนที่บังคับซากศพของตนเอง หันมาจ้องมองเทียนฉินอย่างไม่วางตา มันผิดคาดไปอยู่บ้างที่เทียนฉินยังสามารถต้านทานซากศพของพวกมันได้ โดยไม่รู้เลยว่าเทียนฉินได้บรรลุระดับก่อกำเนิดในระหว่างการต่อสู้ไปแล้ว จึงหันมามองหน้ากันคล้ายปรึกษาว่าจะออกไปร่วมต่อสู้ดีหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ไม่อาจละมือจากการควบคุมซากศพนี้ได้
เสียงร้องของซากศพทั้งสองคำรามเหมือนสัตว์ร้ายที่หงุดหงิด แต่เทียนฉินกลับไม่ได้เกรงกลัวพริ้วตัวจากซ้ายไปขวา หลบหลีกไปพลางโจมตีไปพลาง เพื่อมองหาตำแหน่งที่จะวางค่ายกลอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายเขาก็เห็นโอกาสรีบปักธงอีกผืนลงไปทันที
ส่วนพลังปราณในร่างกายที่เลื่อนระดับขั้นมาใหม่ ก็เริ่มค่อยๆปรับตัวให้คงที่ด้วยตัวของมันเอง จนเทียนฉินสัมผัสได้เลยว่าตอนนี้เขามีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก จึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาวานรยักษ์ที่กระโจนมาทางเขาเหมือนกัน
คลื่นดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุทั้งหลายเปล่งประกายเจิดจ้า แม้ว่าเขาจะใช้กระบวนท่านี้มาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เมื่อระดับพลังเขาบรรลุถึงก่อกำเนิด คลื่นดาบทั้งแปดนี้ก็แสดงพลานุภาพอันเหลือคณานับออกมาอย่างแรงกล้า
ตู้ม!
พร้อมกับเสียงขู่คำรามที่ดังอยู่ภายในถ้ำ แขนของวานรยักษ์ที่เหวี่ยงออกมาถูกคมดาบสายหนึ่งตัดสะบั้นจนขาดกระเด็น เทียนฉินไม่รอช้าโบกแขนขึ้นไปในอากาศก่อนวาดดาบเข้าใส่อีกครั้ง คลื่นดาบพวยพุ่งเข้าใส่หน้าออกมันเต็ม จนร่างของมันปลิวลอยไปไกล
โฮ้กก!
วานรยักษ์ตัวนั้นคำรามออกมาด้วยความโกรธ กระโจนเข้าใส่เทียนฉินโดยไม่ได้สนใจแขนที่ขาดของมันเลย ส่วนซากศพสีเลือดที่ไล่ตามมาทันก็ร้องคำรามก่อนกระโดดขึ้นไปหาเขาอย่างดุดัน
การต่อสู้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งวานรยักษ์ ทั้งซากศพสีเลือดตัวนั้น ต่างมีบาดแผลเต็มตัวไปหมด ถึงแม้พวกมันจะฟื้นฟูร่างกายของพวกมันได้ก็ตาม แต่เทียนฉินที่ระดับพลังได้เลื่อนขั้นถึงก่อกำเนิดแล้ว จึงทำให้ทั้งพลังปราณและเปลวเพลิงที่เขาใช้ออกมานั้น มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
และในระหว่างการต่อสู้ครั้งนี้เทียนฉินได้ปักธงไปตามตำแหน่งได้ถึงสี่จุดแล้ว และในครั้งนี้เทียนฉินก็ได้เหาะมายังตำแหน่งสุดท้าย แต่ทั้งวานรยักษ์และซากศพสีเลือดตัวนั้น กลับไล่โจมตีเขามาอย่างไม่หยุดหย่อน
เปรี้ยง!
ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ปลดปล่อยกระแสพลังออกมาเป็นคลื่นดาบทั้งแปดเล่มอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างซากศพทั้งสองอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เทียนฉินพอคาดเดาการต่อสู้ของซากศพสองตัวนี้ได้บ้างว่า ถึงแม้พวกมันทั้งสองตัวจะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของผู้ที่ควบคุมพวกมัน แต่มีเพียงร่างกายของพวกมันเท่านั้นที่แข็งแกร่ง ไม่ได้มีความสามารถอะไรนอกเหนือไปจากนี้เลย
ตู้ม!
ดาบทั้งแปดเล่มพุ่งเข้ากระแทกใส่พวกมันเต็มแรง จนวานรยักษ์และซากศพสีเลือดต่างลอยปลิวกระเด็นไปกันคนละทาง เที
ยนฉินอาศัยจังหวะนี้พริ้วตัวไปยังตำแหน่งที่หมายตาไว้ ก่อนจะหยิบธงอันสุดท้ายปักลงไปทันที
จบตอนที่ 122