
....ยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดลงบนหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมเนินเขา
บ้านไม้เรียงรายเป็นระเบียบ หลังคากระเบื้องเก่าสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ
ลำธารน้ำใสไหลผ่านกลางหมู่บ้าน คลอเคล้ากับเสียงนกร้องหวาน และเสียงใบไม้สั่นไหวตามแรงลม
กลิ่นดอกไม้ป่าและดินเปียกลอยมาเบา ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นและสงบ
ป่าเขารอบหมู่บ้านโอบล้อมด้วยสีเขียวชอุ่ม
ต้นไม้สูงใหญ่กิ่งก้านสลับซับซ้อน แสงแดดสาดผ่านใบไม้เป็นลำแสงเล็ก ๆ ลงบนทางดิน
ดอกไม้ป่าหลากสีบานสะพรั่งตามริมทาง ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาตามลม
แมลงตัวเล็กบินวนเล่น แสงแดดสาดกระทบปีกโปร่งใสเป็นประกายระยิบระยับ
เด็กน้อยผมดำวิ่งเล่นบนทางดินแคบ ๆ ระหว่างบ้าน
หัวเราะคิกคัก กระโดดข้ามรากไม้และก้อนหินเล็ก ๆ
ลมหายใจอ่อน ๆ ของเขาพัดผ่านผมดำเป็นระลอก แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องบนผิวแก้ม
แขนเล็ก ๆ ของเขามี ปานแดงรูปดอกไม้ แผ่แสงระเรื่อราวกับมีชีวิต
ทำให้เด็กน้อยทั้งสดใสและลึกลับไปพร้อมกัน
ขณะที่เด็กน้อยหมุนตัว พลันชนเข้ากับชายหนุ่มชุดขาวสูงสง่า
ใบหน้าหวานละมุน ผมสีดำยาวสลวย ปลายผมมีสีแดงแซมอยู่บ้าง สวมใส่ชุดขาวทั้งชุด
ดวงตาแฝงประกายเย็นและใจดี ราวกับเทพจุติลงมา
เด็กน้อยสะดุ้ง แต่ชายชุดขาวยิ้มอ่อนโยน ราวกับแสงแดดเช้าสาดผ่าน
“เจ้าอยากกินขนมเคลือบน้ำตาลไหม?” เสียงของชายชุดขาวอ่อนโยนเหมือนลมเช้า
มือของเขายื่น ขนมหวานสีสดใส มาให้เด็กน้อย
เด็กน้อยมองขนมอย่างสงสัย แต่แล้วยิ้มและยื่นมือไปรับอย่างเชื่อใจ
ชายชุดขาวยิ้มเศร้าๆ แต่สายตาของเขามองไปที่เด็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากเกินบรรยาย ราวกับรู้จักเด็กน้อยคนนี้มานานแสนนาน
ปานแดงบนแขนเล็ก ๆ ของเด็กแผ่แสงละมุน ราวกับเป็นสัญญาณเงียบ ๆ ของอดีตและพลังที่ยังค้างอยู่
เด็กน้อยหยุดยืน มองไปรอบ ๆ
ลำธารน้ำใสสะท้อนแสงแดด ใบไม้โอนเอนตามลม
ดอกไม้ป่าหลากสีบานเรียงรายตามทาง
แม้โลกนี้จะสงบและละมุน ทุกอย่างรอบตัวเขาก็ยังแฝงความพิเศษบางอย่าง
ท่านเซียนชุดขาวนั่งอยู่บนเนินหญ้าเล็ก ๆ จากระยะไกล
เฝ้ามองทุกจังหวะของเด็กน้อยด้วยหัวใจอบอุ่นและห่วงใย
น้ำตาไหลพรากในใจ แต่เขาก็เงียบสงบสายลมพัดเบา ๆ ดอกไม้และหญ้าโอนเอน.....
.
.
.
(ก่อนหน้านี้ 5 ปีที่แล้ว)
อวี้เฟิงก้าวออกจากเงาไม้ยามสนธยา ร่างสูงในชุดยาวสีเข้มยังเปื้อนร่องรอยจากการเดินทางไกล
แขนหนึ่งอุ้มเด็กเล็กที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่แนบอก เสียงลมเย็นพัดไหวใบไม้รอบกาย เขาก้าวช้า ๆ มายังชายคาบ้านไม้เล็ก ๆ ริมหมู่บ้าน
คนในบ้านต่างรู้จักเขาในนาม “ท่านเซียน” ผู้เคยคุ้มครองพวกเขา
เมื่อเงาร่างนั้นปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ครอบครัวเจ้าของบ้านถึงกับตะลึง รีบออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อม
“ท่านเซียน…!”
เสียงของชายชราผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวสั่นด้วยความเคารพปนดีใจ
อวี้เฟิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดทันที เพียงย่อตัวลงเล็กน้อย เผยให้เห็นทารกน้อยในอ้อมแขน แสงตะเกียงที่ส่องลอดบานประตูไม้สะท้อนใบหน้าขาวนวลของเด็กน้อย สงบและไร้เดียงสา ต่างจากแววตาของอวี้เฟิงที่ซ่อนเร้นทั้งความเหน็ดเหนื่อยและโศกเศร้า
“เด็กคนนี้… ฝากให้พวกท่านเลี้ยงดู”
น้ำเสียงของเขานุ่มลึกแต่หนักแน่น แฝงแววไม่อาจปฏิเสธได้
“เขาไร้ที่พึ่งพา”
หญิงชราก้าวออกมาข้างหน้า มองเด็กน้อยแล้วก็ยกมือขึ้นรับไว้ด้วยความอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและเมตตา
“ท่านเซียนวางใจเถิด ข้าจะเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ของเราเอง”
อวี้เฟิงมองภาพนั้น มืออ่อนโยนของหญิงชราที่รับเด็กไปแนบอก ราวกับแสงอบอุ่นที่ตัดผ่านความมืดในใจเขา
พลันสายตาของเขาอ่อนลง แต่ลึกในดวงตากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่มิอาจลบเลือน
"เขาชื่ออะไรคะท่านเซียน"
"เหวิน ....หลี่หานเหวิน"
เขาหันหลังช้า ๆ ก้าวถอยออกไปทีละก้าว ลมหายใจหนึ่งยาวราวกับฝากคำภาวนาไว้กับสายลม ไม่เอื้อนเอ่ยล่ำลา
แต่ทุกฝีก้าวกลับเป็นการตัดขาดอันเจ็บปวด
เพียงแสงตะเกียงในเรือนเล็ก ๆ ส่องสว่างท่ามกลางความมืด และเสียงกล่อมเบา ๆ ของหญิงชราที่รับเด็กไปอุ้มแนบอก…
ขณะเงาร่างของ อวี้เฟิง ค่อย ๆ ละลายหายไปกับรัตติกาล ....