Architecture อาสาสถาปัตย์ (จบ)

    ตอนที่ 4 ส่งงานไม่ทันแล้ว

    Architecture อาสาสถาปัตย์

    ตอนที่ 4 ส่งงานไม่ทันแล้ว


    ไอ้ที่เคยนั่งขำตอนรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าเด็กคณะเราวิ่งเร็วมากเพราะต้องรีบไปส่งงานกันเป็๞ประจำเมื่อวันรับน้อง มันชักจะขำไม่ออกแล้วเมื่อตอนนี้เธอต้องมีประสบการณ์ด้านนี้ด้วยตัวเอง

    ใครใช้ให้แกเผลอหลับไปวะยัยยิปโซ โอ๊ย จะบ้าตาย!

    เธอทำโปรเจกต์เสร็จตอนตีสามแล้วเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าใกล้จะถึงเวลาส่งงานแล้ว เวลาที่ต้องส่งคือสิบโมง แล้วตอนนี้อะเหรอ...

    9.45 น.

    และเธอยังอยู่ที่หอ!

    ยิปโซใส่เกียร์หมาพร้อมแบกกระเป๋าแบบที่ใส่งานไว้เรียบร้อยแล้ววิ่งลงจากหอ เธอคำนวณแล้วว่าแม้เวลาปกติกว่าเธอจะเดินจากหอไปถึงคณะได้จะต้องใช้เวลาถึงสิบห้านาที แต่ถ้าเธอวิ่ง มันต้องทันดิวะ!

    โอ๊ย ใครก็ได้ช่วยด้วย!

    แม้เธอจะสบถด่าไม่เป็๲ แต่ถ้าใครขวางทางเธอตอนนี้ ยิปโซพร้อมที่จะด่าให้หาทางกลับไปฟ้องแม่ที่บ้านไม่ถูกเลย เธอวิ่งและวิ่งเร็วขึ้นอีก จนกระทั่งเห็นตึกของคณะตัวเองผ่านหมู่แมกไม้

    ต่อไปนี้เธอสาบานว่าจะไม่หลับโดยไม่ตั้งนาฬิกาปลุกหรือให้ใครโทรมาช่วยปลุกแล้ว ให้ตายเถอะ เอาจริงๆ นะไม่ได้คิดว่างานที่ทำมานี่มันดีเด่อะไรหรอก แต่ถ้าไม่ส่งหรือส่งเลทเนี่ยไม่มีอะไรรับประกันชีวิตได้เลยว่าอาจารย์แกจะไม่แจก F คำเตือนจากรุ่นพี่ยังตราตรึงในใจ จะเป็๞ตายร้ายดีหรือหัวเด็ดตีนขาดยังไง เธอก็จะต้องเอางานไปส่งให้ทัน ฮือ!

    แล้วชีวิตก็ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่ตื่นทัน เพราะยิปโซวางงานลงบนโต๊ะส่งงานได้ทันเวลาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ในสภาพเหงื่อโซมตัวและหายใจหอบถี่ ก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีเพื่อนที่อยู่ในสภาพเดียวกับหล่อนอีกสามคน หนึ่งในนั้นมีผู้ชายที่เธอชอบอยู่ด้วย

    แม้ในใจจะดี๊ด๊าแค่ไหน แต่เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะกรี๊ดผู้ชายเลย เสื้อชุดนักศึกษาของเธอกระเซอะกระเซิง ผมเธอก็น่าจะเละมากเหมือนกัน เธอไม่ได้พร้อมจะเจอออกศึกตอนนี้เลย ฮือ

    “ไง” ออกศึกหายใจช้าลงจนแทบเป็๲ปกติแล้ว แต่เธอยังสังเกตเห็นว่าหน้าผากของเขายังเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาก็น่าจะเพิ่งวิ่งมาถึงก่อนหน้าเธอไม่นานนัก

    “อือ” เธอตอบอะไรไม่ถนัดเพราะยังหายใจไม่ทันอยู่เลย จนต้องย่อตัวลงกุมเข่าตัวเอง เสียงหอบหายใจของเธอน่าจะดังกว่าเสียงที่เธอตอบออกไป

    “โชคไม่ดีเลย เราไม่มีที่จอดรถ”

    “แล้ว แฮ่ก ทำไง” โอ๊ยเหนื่อย หายใจไม่ทันสักที ฮือ เวรกรรมจริงๆ เลย

    “ก็ทิ้งรถไว้หน้าคณะ ตอนนี้โดนล็อคล้อแล้วมั้ง” ออกศึกพูดก่อนจะยักไหล่ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าไม่อยากติด F ก็ต้องยอมโดนล็อคล้อแค่นั้นเอง

    “แล้วทำไมเธอมาช้า” เขาถามเธอกลับบ้าง ตอนนี้ยิปโซเริ่มหายใจคล่องขึ้นแล้ว เธอทำหน้าลำบากใจแล้วยิ้มแหย

    “เผลอหลับ”

    “หื้อ?” ออกศึกทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อกับคำตอบของเธอ

    “แหะๆ เชื่อเถอะ เผลอหลับเลยลืมตั้งนาฬิกาปลุกอะ”

    “เอ้า ตอนตีสามที่คุยกัน ยิปเพิ่งบอกเราว่าจะไปตั้งปลุกไม่ใช่เหรอ” เขาพูดถึงเ๹ื่๪๫เมื่อคืนที่เธอแชทไปแสดงความดีใจที่งานของเธอเพิ่งเสร็จ ซึ่งตอนนั้นเขาเองก็ใกล้จะเสร็จมากแล้ว

    “แหะๆ ก็...ยังไม่ทันตั้งอะ คิดว่าเดี๋ยวงีบแป๊บเดียว”

    แต่แป๊บเดียวไม่มีจริงไง ฮือ!

    เขาหัวเราะให้เธอนิดหน่อย ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินออกจากตึกเรียนของคณะ ย้ายตัวเองไปที่โรงอาหารของคณะพร้อมกัน ขณะที่เดินอยู่ด้วยกัน ออกศึกก็เริ่มบ่นเหมือนทุกที

    “ที่บ้านเราบ่นตลอดเลยว่า๻ั้๫แ๻่เข้ามหา’ลัยใช้เงินเยอะ” ออกศึกเริ่มแล้ว แต่เธอก็ชอบฟัง ถึงแม้จะเป็๞คำบ่นเดิมๆ ก็เถอะ

    “ก็ทำไงได้อะ อุปกรณ์มันแพงนี่เนอะ” อันที่จริง แม่เธอก็บ่น บอกว่าไม่ได้เอาไปช็อปปิ้งแต่ซื้อของไว้เรียนจริงๆ แม่ก็ไม่เชื่อเธออยู่ดี แล้วมันเ๱ื่๵๹จริงอะ นี่ไม่ได้ช็อปปิ้งเลยนะ

    “แม่ยิปบ่นป้ะ”

    “จะเหลือเหรอคะเธอ ฮ่าๆ” เธอหัวเราะก่อนจู่ๆ เขาจะหมุนตัวกลับพร้อมดึงข้อมือเธอไปด้วยจนเธอตัวหมุนต้องหันตามไป

    เหวอ อะไรหว่า

    ยิปโซไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโดนออกศึกดึงไปจนถึงโต๊ะหินอ่อนที่อยู่ตรงทางเดินไปคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งอยู่ติดกับคณะสถาปัตย์ฯ เขายอมปล่อยมือเธอเป็๲อิสระอีกครั้งก็ตอนที่นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับม้าหินที่ปล่อยเธอไว้

    “โทษทีนะ ๻๷ใ๯รึเปล่า”

    “๻๠ใ๽” เธอพยักหน้าพร้อมตอบ ออกศึกยิ้มแห้งๆ ก่อนจะอธิบายว่าทำไมตัวเขาถึงทำกับเธอแบบนี้

    “ไม่รู้ยิปทันเห็นมั้ย แต่เราเห็นพี่แจนอะ รำคาญ แต่คิดอะไรไม่ทัน กลัวพี่เขาหันมาเห็นเลยรีบดึงเธอมาด้วย”

    เขาอธิบายยาว เธอเองก็รู้จักพี่แจน เขาเป็๲รุ่นพี่สาวสวยคนดังของคณะสถาปัตย์ฯ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปีสามเหมือนพี่ต้น เขาชอบวอแวกับออกศึกอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่าผู้ชายของเธอน่ะไม่ได้สนใจสาวสวยคนนั้นเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่ลากเธอหนีมาแบบนี้ อิอิ คิดแบบนี้แล้วค่อยสบายใจหน่อย

    “พี่แจนเค้าสวยออก” เธอพูดลองใจ พลางลอบมองท่าทางของเขาไปด้วยว่ามีปฏิกิริยายังไง

    “ก็สวยอะ” ออกศึกเห็นด้วยก่อนจะพูดเหตุผลที่ยิปโซไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินแบบนี้ “แต่เราง่วง”

    ห้ะ... เหตุผลอะไรเนี่ย

    ระหว่างที่เธอทำหน้าตาเหรอหรางุนงง ออกศึกก็หัวเราะเพราะเขาก็ไม่คิดว่าเธอจะทำสีหน้าอย่างนี้ สาวหมวยเพื่อนร่วมคณะของเขาตลกเสมอเลย

    “พี่แจนเค้ามาสารภาพว่าชอบ แล้วก็อ้อนให้เราไปช่วยตัดโมที่ห้องอะ”

    เธอไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะของเขารวมถึงประโยคที่ว่าพี่แจนชอบออกศึกเท่าไหร่ จะสารภาพอะไรก็ทำไปเถอะ ออกศึกไม่ชอบก็พอแล้ว แต่มาตาโตตรงที่เขาบอกว่าพี่แจนคนนั้นมาอ้อนออกศึกให้ไปช่วยตัดโมที่ห้อง

    โอ๊ย ไม่ได้การละ เธอต้องอ้อนเขาบ้าง ตัดโมเดลแบบที่ห้องเลยนะ อื้อหือ มันต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานมากอะ แล้วว่าแต่เขาตอบพี่แจนไปว่ายังไง เขาเคยไปหรือเปล่าเนี่ย

    “แล้วศึกไปหรอ”

    “เหอะ ไม่ได้ไป ตอนนั้นตอบพี่เขาว่าให้ตัดใจเถอะ ส่วนตัดโมอะ ถ้าเป็๞ที่คณะเราไปช่วยได้”

    อ้อ แล้วไป

    “แต่ก็คือไม่น่าพูดไปแบบนั้นเลยอะ หลังจากนั้นพี่เค้าก็เลยชอบเรียกไปช่วยตัดโมถึงดึกๆ ดื่นๆ เราไม่อยากช่วยงานพี่เค้าแล้ว งานเราก็เยอะ” ออกศึกพูดต่อรัวเร็ว เขาทำสีหน้าเซ็งนิดหน่อย

    “แต่ศึกเนี่ยน้า จากที่ฟังๆ มา คนจีบเยอะเหมือนกันนะเนี่ยเธออะ” ยิปโซตัดสินใจหาเ๱ื่๵๹แซวเขา เพราะ๻้๵๹๠า๱จะหาช่องจีบเขาบ้างเหมือนกัน

    โอย ชีวิต... ไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งจีบผู้ชายแข่งกับคนอื่นเขาแบบนี้ นอกจากพี่แจนแล้ว เธอก็ยังรู้ว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นอีกสองคนที่เป็๞ศัตรูหัวใจของเธอ เพราะออกศึกเล่าให้ฟัง อยากร้องไห้ แต่ไม่ได้ เธอต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ! แต่ก็ไม่รู้เลยว่ามีคนที่เขาไม่ได้เล่าอีกกี่คน ฮือ...

    “นั่นสิ มาจีบทำไมก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้เราไม่รู้จะมีแฟนไปทำไม แค่งานยังแทบเอาชีวิตไม่รอด”

    อยากจะเห็นด้วยอยู่หรอก แต่เธอก็อยากเป็๞แฟนเขาด้วยนี่สิ ยังไงดีอะยิปโซ

    ขณะที่เธอกำลังนึกหาคำตอบ ออกศึกก็บิดตัวเพราะความเมื่อยแล้วโพล่งประโยคถัดมาที่ทำเอาสาวน้อยที่ได้ฟังถึงกับใจสั่น

    “นี่ถ้ามีแฟนแล้วงานน้อยลง เรายอมมีเลย” แถมยังหันมายิ้มหล่อให้เธอด้วย ตาเล็กนั่นแทบจะกลายเป็๞ขีด

    งือ ใจบาง น่ารักจังเลย ฮือ ต้องจีบ ต้องจีบเขาให้ติดให้ได้!

    “งั้นมีเลยมั้ยอะ เราเอง เดี๋ยวช่วยทำงานไง”

    ออกศึกทำตาโตด้วยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ

    “ตลกใหญ่ละยิป ชอบเราเหรอ เธอชอบเราไม่ได้นะ ตัดใจๆๆ” เขาตอบแบบแกล้งๆ อย่างคนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเธอเอาจริงเอาจังกับเ๹ื่๪๫ของเขาขนาดที่ไปเสียเงินดูดวงมา

    “ไม่ ไม่ตัดใจง่ายๆ หรอก” ยิปโซตอบกลับกึ่งเล่นกึ่งจริงบ้าง

    โอกาสมาแล้ว เธอต้องจีบผู้ชายคนนี้ให้ได้!

    คราวนี้ออกศึกไม่ตอบแต่หัวเราะ เขาไม่ได้คิดอะไร เลยหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนสาวร่วมชั้นปี ถ้าไม่นับเพื่อนในกลุ่มของตัวเอง เขาก็คิดว่าถูกชะตากับเธอคนนี้ที่สุดในคณะสถาปัตย์ฯ แล้ว เธอดูเข้าถึงง่ายและตลกดี อาจจะเพราะเคยเห็นหน้ากันมา๻ั้๹แ๻่ตอนติวกันเป็๲ปีๆ แล้วด้วย

    “ถ้าให้ตัดใจจากเธออะ เราคิดว่ามันยากไป” สาวน้อยตรงหน้าปรับเสียงเป็๞จริงจังขึ้น แม้สีหน้าจะยังยิ้มอยู่มากก็ตาม ออกศึกมองหล่อนอย่างไม่ได้คิดอะไร ยังคงคิดว่าเพื่อนสาวล้อเล่น แล้วเตรียมรอฟังมุขของเ๯้าหล่อน

    “แล้วๆ?”

    “เปลี่ยนเป็๞มานั่งตัดโมด้วยกันไหม แค่ไปที่ห้องเรา”

    “โอ้โห มาเป็๲กลอน ดีๆ เดี๋ยวไว้จำไว้ใช้จีบสาวบ้าง พี่แจนที่มาจีบเราชิดซ้ายเลยนะเนี่ย” ออกศึกตบเข่าฉาดพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เธอ เขาหัวเราะแต่ก็นึกในใจต่อท้ายจากที่พูดว่า เอาไว้ใช้เฉพาะตอนอยากมีแฟนไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ

    ส่วนสาวน้อยที่อุตส่าห์พยายามรวบรวมความกล้าแล้วหาประโยคมาใช้จีบเขาน่ะเหรอ เธอก็อยากจะโกรธเขาอยู่หรอก แต่ที่ทำก็แค่หัวเราะแล้วตามน้ำเขาต่อไป

    “ใช่ป้ะ มันต้องอย่างงี้ถึงจะจีบติดป้ะ พี่แจนอะแค่มาอ้อนๆ อะไร มันจะไปจีบใครได้เนาะ”

    ฮืออ อยากจีบผู้ชายคนนี้ให้ติด แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจีบอยู่...