ฟางเฉิน ปะทะ อู่ซวน
ฟางเฉินขมวดคิ้วทันทีเขาไม่คิดว่ากายามังกรของเขาจะด้อยกว่ากายทองคำของอีกฝ่าย แต่ว่าด้านพละกำลังเขาก็ด้อยกว่าอีกฝ่ายจริง ๆ“ทำไมละ” ฟางเฉินคิดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เพราะกายามังกรของเจ้ายังไม่สมบูรณ์ยังไงละ” ความโลภกล่าว“หมายความว่ายังไง???” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“ดูจากชื่อของมันแล้วก็น่าจะรู้นี่ อย่างแรกขั้นที่ 1-4 ของกายามังกรนั้นมีเงื่อนไขที่ง่ายในการฝึกฝนทำให้พละกำลังของกายามังกรเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่สำคัญสิ่งสำคัญคือ มันยังขาดกลิ่นอายของมังกรยังไงละ อย่างน้อยถ้าเจ้ามีโลหิตของอสูรที่มีสายเลือดของมังกรละก็กายามังกรของจ้าก็จะทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า” ความโลภกล่าว“เป็นแบบนี้เองงั้นเหรอ แต่ว่าอสูรที่มีสายเลือดของมังกรนั้นหาได้ยากยิ่งแล้วอีกอย่างพวกมันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ” ฟางเฉินกล่าว“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เจ้าไม่สามารถเข้าปะทะกับอีกฝ่ายตรง ๆได้แล้วเพรางั้นรีบแสดงพลังทั้งหมดออกมาซะ” ความโลภกล่าวสิ้นเสียงของความโลภ อู่ซวนก็พุ่งเข้าหาฟางเฉินแลพชกหมัดลงมา หมัดขนาดใหญ่สีทองปรากฎทำให้ฟางเฉินต้องถอยหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ฮ่า ฮ่า เจ้ามีน้ำยาแค่นี้งั้นเหรอฟางเฉิน” อู่ซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ที่จริงข้าไม่อยากจะมาแสดงพลังทั้งหมดออกมาเพราะเจ้าเลยจริง ๆ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับดวงตากลายเป็นสีทองทันทีทันใดนั้นเองฟางเฉินก็ปลดปล่อยจิตวิญญาณทั้งสองดวงออกมาพร้อมกัน ใช่แล้วฟางเฉินคิดจะใช้งานจิตวิญญาณ ดวงตาและจิตวิญญาณเพลิงต่อสู้พร้อม ๆกัน“ดีมากในที่สุกก็ยอมเอาจริงเสียที” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น“เอาจริงงั้นเหรอ ด้วยพลังของเจ้าต่อให้เอาจริงแล้วจะสามารถทำอะไรข้าได้” อู่ซวนคำรามออกมาและโจมตีฟางเฉินอีกครั้ง“ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่กล้าเข้าปะทะกับข้าตรง ๆ” ฟางเฉินคำรามออกมาพริบตาเปลวเพลิงที่ร้อนแรงก็ถูกบีบอัดเอาไว้ที่ดาบ ตัวดาบกลายเป็นสีแดงฉานและกลิ่นอายทำลายล้างก็ปรากฎออกมา“แย่แล้วซวนเอ๋อหลบเร็ว!!!!!” เจ้าสำนักอู่คำรามออกมาพร้อมกับสีหน้าเปลี่ยนไป“เพลิงผลาญสวรรค์” ฟางเฉินคำรามออกมาและฟาดฟันดาบเข้าปะทะกับหมัดของอู่ซวน“ตูม!!!!!!!!!” แรงระเบิดปะทุออกมาอย่างรุนแรงเปลวเพลิงที่ร้อนแรงแผดเผาสนามประลองจนแม้แต่ผู้คนยังต้องรู้สึกร้อน“นี่เป็นเปลวเพลิงอะไรกันทำไมมันร้อนขนาดนี้”“นี่มันจิตวิญญาณเพลิงระดับพิภพแน่เหรอไม่ใช่ระดับสวรรค์งั้นเหรอ” ผู้คนพากันกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อสนามประลองถูกเพลิงของฟางเฉินหลอมละลายทันที บนสนามประลองร่างของฟางเฉินยืนอยู่อย่างมั่นคง ส่วนอู่ซวนกลับนอนกองอยู่กับพื้นพร้อมกับแขนขวาหายไปเหลือทิ้งไว้แค่รอยไหม้ทั้งตัวเท่านั้น“ซวนเอ๋อๆ!!!!” เจ้าสำนักอู่รีบเข้าไปช่วยเหลืออู่ซวนทันทีเขาไม่คิดว่าอู่ซวนที่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งขนาดนั้นจะถูกเปลวเพลิงของฟางเฉินทำให้ได้รับบาดเจ็บขนาดนี้“ฟางเฉินเจ้าทำได้เจ็บแสบมาก” เจ้าสำนักอู่กล่าวด้วยความโกรธแค้น“นี่คื่อการเอาคืนของพวกเรา” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับลงจากสนามประลองทันที“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ”“สมกับเป็นผู้มีพรสวรรค์จิตวิญญาณระดับเทวะพลังแข็งแกร่งมาก” ผู้คนพากันโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นพวกเขาไม่คิดว่าฟางเฉินจะแข็งแกร่งขนาดนี้“สมแล้วจริง ๆ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังไม่สิ เหนือความคาดหมายของข้าไปแล้ว การโจมตีเมื่อครู่ถ้าฟางเฉินต้องการร่างของอู่ซวนคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าว“แต่ผู้อาวุโส จิตวิญญาณของเขาไม่ดูแปลกๆไปเหรอ” ศิษย์หญิงของนิกายพฤกษาครามกล่าว“หึ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวด้วยรอยยิ้ม“จิตวิญญาณไร้ระดับงั้นเหรอ น่าสนใจเจ้าเด็กนี่จะต้องได้รับพรจากสวรรค์อย่างแน่นอนถึงได้มีจิตวิญญาณที่น่าหวาดกลัวถึงสองดวง” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามคิดหลังจากการต่อสู้ของฟางเฉินจบลง พวกกรรมการก็รีบขึ้นมาซ่อมแซมสนามประลองที่ฟางเฉินทำลายไปหลังจากนั้นไม่นานสนามประลองก็ถูกซ่อมให้เป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ต่อจากนั้นการต่อสู้ของสองราชวงศ์ก็เริ่มขึ้น การประลองเป็นไปอย่างน่าเบื่อสำหรับฟางเฉินจนกระทั้งถึงการประลองระหว่างองค์ชายเก้าแห่งราชวงศ์ฉินและลู่เฮ่ยของราชวงศ์ลู่“จิตวิญญาณอสนีระดับสวรรค์เจอกับจิตวิญญาณหอกทมิฬระดับสวรรค์งั้นเหรอน่าสนใจจริง ๆ” ฟางเฉินใช่เนตรสวรรค์คอยดูการประลองอย่างตั้งใจ“ข้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับองค์ชายลู่เฮ่ยมามากได้ข่าวว่าท่านคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาองค์ชาย ไม่ใช่แค่เรื่องการต่อสู้แม้แต่เรื่องผู้หญิงท่านก็เป็นอัจฉริยะเช่นกัน” องค์ชายเก้ากล่าวด้วยรอยยิ้มแต่ร่อยยิ้มนั้นชั่งเย็นชาอย่างมาก“อะไรกัน หรือว่าองค์ชายเก้าแห่งอาณาจักรฉินรู้สึกอิจฉาข้างั้นเหรอ ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องอิจฉาข้าหรอก ขอแค่เจ้าบอกว่าเจ้าต้องการผู้หญิงคนใหนในอาณาจักรลู่ข้าก็สามารถยกมันให้กับเจ้าได้ แต่ต้องหลังจากที่เจ้าพ่ายแพ้ไปก่อนหนะนะ” ลู่เฮ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ต้องขออภัยข้าไม่ถนัดการบีบบังคับขืนใจหญิงสาว” องค์ชายเก้ากล่าวพร้อมกับนำหอกเหล็กออกมา“ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าผู้มีจิตวิญญาณหอกได้งั้นเหรอ ฉินเย่ เจ้าไม่คิดว่ากาใช้หอกต่อสู้กับข้าเป็นการหยามข้ามากไปหน่อยรึไง” ลู่เฮ่ยคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจ“เรื่องนั่นเดี๋ยวเจ้าก็รู้” ฉินเย่กล่าว“ถ้างั้นก็ตายไปซะ!!!!!!!” ลู่เฮ่ยคำรามออกมาและแทงหอกออกไปพลังปราณที่ดุร้ายปะทุออกมาจากหอกของลู่เฮ่ยทันที ฉินเย่ยิ้มออกมาและในตอนนั้นเองสายฟ้าก็ปะทุออกมาและเข้าปกคลุมหอกเหล็กของฉินเย่“มาดูกันว่าหอกของข้าหรือของเจ้าของใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน” ฉินเย่กล่าวพร้อมกับแทงหอกออกไปเข้าปะทะกับลู่เฮ่ยทันที“ตูม!!!!!!”ปลายหอกของทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง พลังของลู่เฮ่ยมีจิตวิญญาณหอกคอยหนุนเสริมทำให้พลังของหอกทรงพลังขึ้นอย่างมาก แต่ฉินเย่เองก็ใช้พลังของสายฟ้าเสริมให้กับหอกของตัวเองเช่นกันทำให้พลังของทั้งสองสูสีอย่างมากทั้งสองผลัดกันโจมตีอย่างดุเดือน แต่สำหรับลู่เฮ่ยนี่เป็นการตบหน้าเขาอย่างจังเพราะตามหลักแล้วผู้มีจิตวิญญาณหอกอย่างเขาแล้วต้องได้เปรียบเรื่องทักษะหอกอยู่แล้วแต่นี่กลับกลายเป็นว่าฉินเย่กลับมีทักษะหอกเทียบเท่ากับเขาทำให้ลู่เฮ่ยไม่สามารถรับได้“อย่างที่คิด ลู่เฮ่ยนั้นมีพรสวรรค์แต่จิตใจนั้นต่ำช้าและหลงใหลอยู่กับนารีมากจนเกินไปทำให้พรสวรรค์ที่มีเสียเปล่าหมด” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวส่ายหัวออกมา