“เฮ้! Surprised!”
พุ่มไม้ไหวเอนอย่างรุนแรง ในตอนที่เยี่ยชิงหว่านเกือบจะอัญเชิญวิหคเพลิงออกมาโจมตีใส่พุ่มไม้นั้น เงาร่างที่คุ้นตาก็ะโออกมาจากพุ่มไม้
เยี่ยชิงหว่าน: “???”
ชิงมู่เสวียน: “???”
“เป็อันใดไป? เห็นข้าแล้วมิประหลาดใจรึ?”
เซี่ยฝูคุนยิ้มพลางใช้นิ้วถูจมูก
เยี่ยชิงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะด่าทอเซี่ยฝูคุนไว้ในใจ ก่อนจะเอ่ยปากถามเขาว่า:
“หมาป่าปีศาจสองหัวตัวนั้นเล่า? เ้าหนีรอดจากเงื้อมมือมันมาได้อย่างไร? นั่นมันสัตว์อสูรระดับเจ็ดขั้นท้ายเชียวนะ!”
“หนี? ข้าจำเป็ต้องหนีด้วยหรือ?”
เซี่ยฝูคุนยิ้มกว้าง
“เมื่อครู่พวกเ้าเห็นหรือไม่ จู่ๆ ก็มีสัตว์อสูรขนาดั์ระดับแปดปรากฏตัวขึ้น เ้าสัตว์อสูรตัวนั้นพอโผล่มาก็จับหมาป่าปีศาจสองหัวกลืนลงท้องไปทันที จากนั้นมันก็มุ่งหน้าไปทางโน้นแล้ว”
เซี่ยฝูคุนพูดพลางชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่งอย่างส่งเดช
เมื่อมองตามนิ้วของเซี่ยฝูคุน เยี่ยชิงหว่านก็หันไปสบตากับชิงมู่เสวียน
ทิศทางที่เซี่ยฝูคุนชี้นั้น คือทิศทางเดียวกับที่พวกนางเห็นอสรพิษเก้าหัวบินผ่านไปจริงๆ ทว่า—
เื่นี้ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ดูจะมีเงื่อนงำเกินไปสักหน่อย!
สัตว์อสูรระดับแปดปรากฏตัว?
ฆ่าสัตว์อสูรระดับเจ็ด?
ทว่ากลับปล่อยให้ตัวกวนประสาทอย่างเ้าเหลือรอดอยู่เนี่ยนะ?
นางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ความหมายของเ้าคือ หมาป่าปีศาจสองหัวตายแล้ว และพวกเราสามารถดำเนินภารกิจต่อไปได้ใช่หรือไม่?”
เยี่ยชิงหว่านถามเซี่ยฝูคุน
หากพูดตามหลักเหตุผล หากไม่ใช่เพราะหมาป่าปีศาจสองหัวปรากฏตัวขึ้น นางเองก็ไม่ปรารถนาจะล้มเลิกภารกิจทหารรับจ้างในครานี้ เพราะตลอดระยะทางที่ผ่านมา นอกเสียจากเื่หมาป่าปีศาจสองหัวในตอนท้ายแล้ว ทุกอย่างก็นับว่าราบรื่นดียิ่ง หากต้องรอมาคราวหน้า ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นไรอีก
“อืม ไม่รู้ว่าสัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้นจะย้อนกลับมาอีกเมื่อใด”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุน เยี่ยชิงหว่านก็ขมวดคิ้วมุ่น
ก่อนหน้านี้นางเห็นเงาร่างสายหนึ่งบนหัวของอสรพิษเก้าหัว แต่ตอนนั้นนางยังไม่ได้เชื่อมโยงเงาร่างนั้นเข้ากับเซี่ยฝูคุน แต่ตอนนี้นางกลับเริ่มรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า คนที่อยู่บนอสรพิษเก้าหัวผู้นั้น ก็คือเซี่ยฝูคุนนั่นเอง!
เพียงแต่—
นางยังไม่แน่ใจนัก
พลังของเซี่ยฝูคุนนั้นนางย่อมรู้ดี ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชั้นยอดขั้นสูงสุด ผู้อัญเชิญระดับสี่ขั้นสูงสุด!
แม้จะโดดเด่นไม่ธรรมดา แต่หากจะนำไปเทียบกับสัตว์อสูรระดับแปดเมื่อครู่ ก็นับว่ายังห่างชั้นกันอยู่มากนัก ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงก้ำกึ่งเชื่อคำพูดของเซี่ยฝูคุนไปก่อน
“แต่ระหว่างทางมาที่นี่ ข้าคิดว่าเจอบุปผาเทพโลหิตเข้าแล้ว”
เซี่ยฝูคุนพูดกับเยี่ยชิงหว่าน
“หือ?”
เยี่ยชิงหว่านสูดลมหายใจด้วยความแปลกใจ วาสนาดีถึงเพียงนี้เชียว?
เซี่ยฝูคุนย่อมไม่บอกความจริงออกไปว่า นอกจากเขาจะพบบุปผาเทพโลหิตแล้ว เขายังให้อสรพิษเก้าหัวช่วยปลิดชีพสัตว์อสูรระดับหกที่เฝ้าสมุนไพรนั้นจนสิ้นซากไปอย่างง่ายดายอีกด้วย
“แล้วบุปผาเทพโลหิตเล่า?”
เยี่ยชิงหว่านเอ่ยถาม
“อยู่นี่”
ก่อนหน้านี้เซี่ยฝูคุนเก็บสมุนไพรไว้ในแหวนมิติ แต่เกรงว่าจะอธิบายที่มาของแหวนมิติไม่ได้ ระหว่างทางเขาจึงนำบุปผาเทพโลหิตมาเหน็บไว้ในสาบเสื้อ เมื่อเยี่ยชิงหว่านถาม เขาจึงหยิบมันออกมาจากอกเสื้อทันที
เยี่ยชิงหว่านรับสมุนไพรไปพลางพิจารณา
“เป็บุปผาเทพโลหิตจริงๆ ซ้ำคุณภาพยังดีเยี่ยมยิ่งนัก”
โดยปกติแล้ว ของล้ำค่าอย่างบุปผาเทพโลหิต ย่อมต้องมีสัตว์อสูรคอยคุ้มครอง แต่เซี่ยฝูคุนกลับไม่ได้เผชิญหน้ากับพวกมันเลยแม้แต่น้อย...
หรือว่าจะเป็สัตว์อสูรระดับแปดที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อครู่ ที่ช่วยกำจัดสัตว์อสูรพิทักษ์ตัวนั้นไปด้วย?
เยี่ยชิงหว่านรู้สึกว่านับั้แ่ได้รู้จักกับเซี่ยฝูคุน สามัญสำนึกที่นางเคยมีมาทั้งชีวิตล้วนถูกสั่นคลอนจนพังทลาย ความลึกลับซับซ้อนในตัวชายหนุ่มผู้นี้ทำให้นางยิ่งไม่อาจมองเขาได้ทะลุปรุโปร่ง
และนั่นทำให้นางเริ่มเกิดความสนใจในตัวเซี่ยฝูคุนขึ้นมาจริงๆ
มันเป็ความรู้สึกที่คล้ายกับว่าอยากจะจับเขามาเปลื้องผ้าพิจารณาดูให้เห็นชัดแจ้งไปถึงแก่นแท้
“เทพธิดา สายตาที่เ้ามองข้าเช่นนี้ ข้าเริ่มจะรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาแล้วนะ...”
เซี่ยฝูคุนก้าวถอยหลังไปสองก้าว
เมื่อเห็นท่าทางทะเล้นกวนประสาทของเขา เยี่ยชิงหว่านก็รู้สึกระอาใจจนอยากจะขำออกมา
เอาเถิด
ไม่ว่าเซี่ยฝูคุนจะซุกซ่อนความลับไว้มากมายเพียงใด แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อนาง
เมื่อได้บุปผาเทพโลหิตมาอยู่ในมือแล้ว ทั้งกลุ่มก็ไม่้าจะรั้งรออยู่ในหนองน้ำหมอกเร้นแห่งนี้อีกต่อไป
และในตอนที่คนทั้งสามกำลังเดินทางออกจากหนองน้ำ
ภายในส่วนลึกของหนองน้ำหมอกเร้น ร่างของอสรพิษเก้าหัวก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้มันเดินทางมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของหนองน้ำหมอกเร้นแล้ว
ตามที่เซี่ยฝูคุนพูดไว้ ในเมื่อเขาต้องสูญเสียแต้มหลอมรวมถึงสิบแต้มเพื่ออัญเชิญมันออกมาจากระบบหลอมปีศาจ ย่อมต้องมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะให้มาทำเื่ขี้ปะติ๋วเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?
ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างขี้เหนียวของเซี่ยฝูคุน มีหรือจะยอมให้เสียของเปล่า?
ในส่วนลึกของหนองน้ำแห่งนี้ น้อยนักที่จะมีผู้ฝึกยุทธ์ย่างกรายเข้ามา ด้วยเหตุผลเพียงประการเดียว คือในส่วนลึกนี้มีสัตว์อสูรระดับแปดขั้นท้ายอาศัยอยู่!
สัตว์อสูรตัวนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปย่อมไม่กล้าไปยั่วยุ ส่วนผู้ที่มีพลังพอจะจัดการมันได้ก็ไม่อยากจะสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็
ทว่าอสรพิษเก้าหัวนั้นแตกต่างออกไป ระยะเวลาที่มันสามารถปรากฏตัวได้มีเพียงหนึ่งชั่วยาม และตอนนี้เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว ดังนั้นก่อนที่มันจะหายไป มันย่อมต้องทำภารกิจกวาดต้อนทรัพยากรมาให้เซี่ยฝูคุนอย่างเต็มที่!
อสรพิษเก้าหัวเริ่มออกอาละวาดกวาดล้างสิ่งต่างๆ ภายในหนองน้ำหมอกเร้นอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนลึกที่สุดของหนองน้ำ
สัตว์อสูรร่างั์ที่มีหัวเป็มนุษย์แต่มีลำตัวเป็หมีกำลังนอนขดตัวอยู่ในถ้ำของมัน
พูดตามตรง...
กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากอสรพิษเก้าหัวภายนอกนั้น ทำให้มันไม่กล้าแม้แต่จะคิดขัดขืน สัตว์อสูรที่ทรงพลังทุกตัวย่อมมีอาณาเขตเป็ของตนเอง มันปกครองหนองน้ำแห่งนี้มาเนิ่นนาน แต่กลับไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย
นี่ตัวข้า... ไปล่วงเกินผู้ใดเข้ากันแน่?
หมีั์เจนศึกรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก ทำได้เพียงภาวนาให้เ้าสัตว์ประหลาดอย่างอสรพิษเก้าหัวรีบไสหัวออกไปจากอาณาเขตของมันโดยเร็ว
นับว่ายังเป็โชคของมันที่เวลาของอสรพิษเก้าหัวมีจำกัด หลังจากปล้นสะดมเสร็จสิ้น มันก็นำของที่ได้กลับคืนสู่ระบบหลอมปีศาจในร่างกายของเซี่ยฝูคุน
เมื่อััได้ถึงสิ่งที่อสรพิษเก้าหัวรวบรวมมาให้ เซี่ยฝูคุนก็อารมณ์ดีขึ้นเป็กอง!
เพียงครู่เดียว ของล้ำค่าและแต้มจากการสังหารสัตว์อสูรที่อสรพิษเก้าหัวหามาได้ ก็เพิ่มแต้มหลอมรวมให้เขาถึงสามสิบกว่าแต้ม การค้าครั้งนี้นับว่าไม่ขาดทุนจริงๆ!
ดูท่าว่า วันหน้าหากเกิดสถานการณ์เช่นนี้อีก เขาควรจะรีบเช่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งออกมาแต่เนิ่นๆ เสียแล้ว!
เมื่อมองดูเยี่ยชิงหว่านที่กำลังบังคับวิหคเพลิงนำทางอยู่เบื้องหน้า เซี่ยฝูคุนก็ยกยิ้มที่มุมปาก
ก่อนหน้านี้เขาแอบได้ยินมาจากราชครู จึงพอจะรู้ว่าขุมกำลังเื้ัของเยี่ยชิงหว่านนั้นค่อนข้างยิ่งใหญ่ อย่างน้อยก็น่าจะแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรหย่าสือหลาน ทว่าเขามีระบบหลอมปีศาจอยู่ในมือ ต่อให้ในภายภาคหน้าตระกูลเยี่ยของเยี่ยชิงหว่านจะไม่เห็นด้วย
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขออภัยด้วย ไม่เห็นด้วยก็คงไม่ได้แล้ว
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เขาจะต้องพิชิตใจของเยี่ยชิงหว่านมาให้ได้เสียก่อน
ดังนั้น—
เซี่ยฝูคุน สู้ต่อไปนะ!
เขาแอบให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ
เซี่ยฝูคุนผู้ซึ่งตอนอยู่บนโลกมนุษย์ยังเป็แค่ไอ้หนุ่มเวอร์จิ้น ย่อมไม่ปรารถนาให้หลังจากที่เขามายังทวีปจิ่วโยวแห่งนี้แล้ว ยังต้องทนเป็ไอ้หนุ่มเวอร์จิ้นอีกต่อไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ตอนนี้เขาได้พบกับเทพธิดาที่ทำให้หัวใจเต้นระรัวอย่างเยี่ยชิงหว่านแล้วด้วย