เฟยเจินกำลังเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดในการทำมื้อเที่ยง โดยมีฮุ่ยอิงเป็ผู้ช่วยข้างกาย ไม่นานนี้พวกเธอเก็บผักมาได้มากมายเลยทีเดียว ดังนั้นมื้อเที่ยงวันนี้ เธอจึงคิดจะนำผักพวกนี้มาทำอาหารใหม่ๆ ที่พวกพี่ใหญ่ไม่เคยลิ้มลอง
“คุณหนูจะทำอาหารชนิดใดหรือเ้าคะ” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น นางเตรียมตัวรับการสอนจากคุณหนูอย่างเต็มที่
“มื้อเที่ยงนี้ ข้าจะใช้ผักที่พวกเราเก็บมาทำอาหารอย่างไรล่ะ เสร็จแล้วเ้าจะรู้เอง คอยดูวิธีทำให้ดี หากสงสัยขั้นตอนใดก็ถามข้าได้”
เด็กหญิงเน้นย้ำกับฮุ่ยอิงว่าการทำอาหารทุกครั้ง มือจะต้องล้างให้สะอาดด้วยสบู่ ต้องดูเื่ความสะอาดและความปลอดภัยเป็อันดับแรก อาหารจานแรกที่เธอจะทำ คือ เสี่ยวหวงกวา (แตงกวา) ผัดไข่ นั่นเอง
เริ่มจากนำเสี่ยวหวงกวาและหงหลัวโป (แครอท) มาล้างให้สะอาด จากนั้นเอาเสี่ยวหวงกวามาหั่นเป็สองซีกตามใจชอบ ส่วนหงหลัวโปนำมาหั่นเป็เส้นเล็กๆ เพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสีสัน เฟยเจินให้ฮุ่ยอิงเตรียมจุดไฟตั้งกระทะ ร่างเล็กเอื้อมมือไปหยิบน้ำมันขวดใหญ่มาเทใส่เล็กน้อย ใส่ซ้วนโถว (กระเทียม) ลงไปเจียว จนกลิ่นหอมฟุ้งลอยออกมา ก็เทเสี่ยวหวงกวากับหงหลัวโปลงไปผัด จนกระทั่งผักเริ่มสุก ก็ใส่ไข่ไก่ฟองใหญ่ลงไป ตีไข่แดงให้แตกและกระจายออก พอไข่สุกสักเล็กน้อย มือเล็กก็ผัดต่อจนไข่กระจายไปทั่วกระทะ วิธีนี้ทำให้ไข่จับตัวเป็ก้อน ไม่เละจนเกินไป สุดท้ายเติมน้ำตาลลงไปปรุงเพิ่มรสชาติ จากนั้นก็ผัดให้เข้ากันอีกครั้งอย่างชำนาญ
เมื่อนำผักสดพวกนี้ไปทำอาหารยิ่งทำให้กลิ่นหอมโดดเด่นกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว เฟยเจินตักเสี่ยวหวงกวาผัดไข่ลงบนจาน หันไปยื่นจานส่งให้ฮุ่ยอิงก็เห็นนางกำลังจับจ้องอาหารในมือเธอไม่วางตา
“อะแฮ่ม…” เด็กหญิงกระแอมเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวและรีบรับอาหารจานแรก นำไปวางไว้บนโต๊ะอีกทางหนึ่งด้วยความเขินอาย
“เ้าชอบกินเผ็ดหรือไม่ฮุ่ยอิง” เฟยเจินเตรียมวัตถุดิบอาหารจานถัดไปพร้อมถามขึ้นมา หลังจากฮุ่ยอิงเดินกลับมายืนข้างกายตามเดิม
“ข้ากินได้เล็กน้อยเ้าค่ะ”
“อืม พรุ่งนี้ล่าเจียว (พริก) ก็เก็บได้แล้ว ข้าจะทำอาหารเผ็ดๆ ให้เ้าได้ลองกิน”
“ข้าจะตั้งตารอเ้าค่ะ!” หญิงสาวพูดตอบรับอย่างรวดเร็ว
อาหารจานถัดไป คือ ผัดโต่วหยาฉ่าย (ถั่วงอก) ใส่หมู เฟยเจินรับรู้ได้ว่าในโลกนี้นั้น ผู้คนส่วนมากไม่รู้ว่าอาหารอร่อยๆ มากมายบางอย่างก็เพียงทำมาจากผักหาง่ายพวกนี้ หรือแม้พืชผักหรือสมุนไพรบางชนิด พวกเขาก็ยังไม่รู้เลยว่ามันสามารถกินได้ บางคนนำผักหรือผลไม้ที่กินได้ไปเป็พืชประดับก็มี นึกถึงผลไม้ คราวก่อนเธอเห็นผลไม้บางชนิดขายที่ตลาดในราคาสูงอย่างมาก ชาวบ้านทั่วไปไม่นิยมกิน เพราะผลไม้พวกนี้มีราคาแพง พวกเขาคิดว่ามีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่กินเล่นกัน
ทำอาหารจานที่สองเสร็จ ก็ทำอาหารจานที่สามต่อ คือ หมูทอดซ้วนโถว (กระเทียม) และปิดท้ายด้วยปลาต้มเจียง (ขิง) ปลาสดๆ ที่เพิ่งจับมาตรงลำธารหลังบ้านมินานนี้ ต้มรวมกับขิง ทำอย่างพิถีพิถัน ทำให้ไม่มีกลิ่นคาวเลย
อาหารสี่อย่างจัดขึ้นโต๊ะใหญ่หน้ากระท่อมในมิติ ทุกจานมีขนาดเยอะและดูดีเป็อย่างมาก กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลในอากาศ ลอยไปไกลจนทำให้ทุกคนรับรู้ว่าอาหารเสร็จแล้ว
สักพักทุกคนก็เดินตามกลิ่นมาด้วยความหิวโหย โดยเฉพาะเฟยิน้อย และเ้าจิ้งจอกแดงเสี่ยวฮว่าก็ไม่แพ้กัน ต่างวิ่งกลับมาด้วยความเร็วและน้ำลายไหลย้อยตลอดทาง
“พี่รองช่างเก่งกาจยิ่งนักขอรับ ผักที่ดูไม่อร่อยบางชนิดกลับกลายเป็ของอร่อยเสียได้!” เด็กน้อยใช้ตะเกียบคีบโต่วหยาฉ่าย (ถั่วงอก) ขึ้นมาเข้าปากคำใหญ่ เขาเคยคิดมาตลอดว่าผักนี้ต้องไม่อร่อยแน่ๆ เพราะเขาไม่ชอบรูปร่างและกลิ่นของมัน แต่กลับผิดคาด เมื่อได้ลองกินผัดโต่วหยาฉ่าย (ถั่วงอก) ใส่หมู ที่พี่รองทำ มันเยี่ยมยอดจริงๆ หากซูกงได้ลิ้มลอง คงจะติดใจ ขออีกจานหรือไม่หนอ เขาไม่ได้ไปเล่นกับซูกงสักพักแล้ว เพราะ่นี้เข้าเมืองบ่อย ไม่ก็ใช้เวลาส่วนมาก ทั้งนอนและกินอยู่ในมิติ
“เ้าอยากจะมาร่วมฝึกทำอาหารกับข้าและฮุ่ยอิงด้วยหรือไม่เล่าน้องเล็ก” เฟยเจินคีบหมูชิ้นโตใส่ลงไปในจานเด็กน้อยข้างเธอ
“มะ… ไม่ขอรับ ข้าขอเป็คนกินดีกว่า ข้าจะช่วยชิมให้เองขอรับ!” เด็กน้อยพูดจบก็แลบลิ้นพร้อมทำตาหยี
“ข้าจะตั้งใจฝึกกับคุณหนู ไม่ให้คุณชายน้อยต้องผิดหวังเ้าค่ะ!” ฮุ่ยอิงลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินไปหยิบเหยือกน้ำมาเทน้ำเติมใส่แก้วไม้ไผ่ที่มีหูจับให้ทุกคน แม้นางจะรู้สึกซาบซึ้งที่คุณหนูอนุญาตให้นางร่วมโต๊ะด้วย แต่นางก็ไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง
“ลองชิมซุปนี่สิเย่วซิน” เฟยเจินลุกขึ้นตักซุปปลาต้มเจียง (ขิง) ใส่ชามยื่นให้เด็กชายฝั่งตรงข้ามเธอ ถึงเธอจะแยกอาหารส่วนหนึ่งให้เสี่ยวฮว่าแล้ว แต่ดูจากสายตาเ้าจิ้งจอกแดงที่คอยจับจ้องตะครุบทุกอย่างแล้วนั้น เธอจึงกลัวมันจะหมดก่อน
“…” เย่วซินพยักหน้าขอบคุณและส่งยิ้มให้เด็กหญิง แม้เขาจะมีท่าทางนิ่งสงบ แต่เฟยเจินรับรู้ได้ว่าเขากำลังดีใจ
“พี่ใหญ่ ท่านก็กินนี่อีกสิเ้าคะ ข้าตั้งใจทำทุกอย่างเลยนะ” เฟยเจินหันไปตักเสี่ยวหวงกวา (แตงกวา) ผัดไข่ให้เด็กชายคนโตเพิ่ม เพราะเธอรู้สึกได้ว่าพี่ใหญ่ชอบกินเป็อย่างมาก แต่เขาคงกลัวคนอื่นกินไม่พอ จึงตักไปไม่เยอะ
“ใช่ขอรับพี่ใหญ่ ท่านกินเยอะๆ จะได้มีแรงมาปลูกผักนะขอรับ” เด็กน้อยเลียนแบบเฟยเจิน ลุกขึ้นคีบเสี่ยวหวงกวา (แตงกวา) ใส่จานให้พี่ใหญ่บ้าง
“ขอบใจพวกเ้ามาก สิ่งนี้อร่อยจริงๆ” เฟยเทียนคีบผักที่น้องๆ ส่งมาให้เข้าปากคำโต ปกติเขาเป็คนชอบกินทั้งเนื้อและผักอยู่แล้ว ยิ่งได้ลองอาหารจานใหม่ของน้องรอง เขายิ่งติดใจรสชาติของมันยิ่งนัก
หลังจากทุกคนกินอิ่ม เฟยิกับฮุ่ยอิงก็ช่วยกันยกจานชามไปทำความสะอาดที่ลำธาร เด็กน้อยยืนหยัดในการช่วยฮุ่ยอิงล้างจาน หญิงสาวจึงทำอันใดมิได้ คุณชายน้อยช่างเป็เด็กดีจริงๆ
“ข้าจะเข้าเมืองกับฮุ่ยอิงไปซื้อบ้านเ้าค่ะ หากทุกคนช่วยข้าดูบ้านที่ชอบคงดีไม่น้อยเลย มีผู้ใดจะไปกับข้าอีกหรือไม่เ้าคะ” เฟยเจินถามความเห็นทุกคน
“ข้าอยากไปขอรับ แต่ข้าไม่ได้เจอซูกงนานแล้ว ข้าอยากเจอเขา…” เด็กน้อยทำหน้าเศร้า เขาคิดถึงเพื่อนจริงๆ ไม่รู้ว่าซูกงมาหาเขากี่ครั้งแล้วแต่ไม่เจอ
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะอยู่บ้านกับน้องเล็กเอง น้องสาม เ้าไปช่วยอาเจินดูบ้านเถิด” เฟยเทียนตบบ่าเย่วซินด้วยความเอ็นดู เด็กชายจึงพยักหน้าตอบรับ
“ได้เ้าค่ะ ข้าเป็คนเลือกบ้านในเมืองกับเย่วซิน ส่วนบ้านที่จะปลูกใหม่ ข้าจะทำตามความ้าของพี่ใหญ่และน้องเล็กแล้วกันเ้าค่ะ” เฟยเจินไม่บังคับให้ไปช่วยเธอเลือก เธอเคารพในการตัดสินใจของพี่น้องตน
ก่อนจะขึ้นรถม้าเข้าเมือง เฟยเจินก็เทน้ำวิเศษใส่เหยือกใบใหญ่ทิ้งไว้ในกระท่อมหลังโทรมนอกมิติ เผื่อพี่ใหญ่และน้องเล็กหิวน้ำ และไม่ลืมหยิบหน้ากากไม้ที่เธอทำขึ้นให้ฮุ่ยอิงสวมใส่ปิดบังครึ่งหน้า ส่วนซีกแก้มขวาที่เป็าแไว้ หน้ากากไม้นี้ ทำมาจากไม้ที่เติบโตในมิติ มันจึงไม่ทำให้ผู้สวมใส่แพ้ และหน้ากากไม้ ยังมีลวดลายดอกซากุระอันงดงามอย่างเรียบง่ายตกแต่งอีกด้วย หญิงสาวรับหน้ากากไม้ครึ่งหน้าไปใส่ด้วยความตื้นตันใจอีกครั้ง นางโชคดีเสียจริงที่ได้เ้านายที่คอยเอาใจใส่เยี่ยงนี้ นับจากนี้ไปหญิงสาวตั้งใจจะใส่หน้ากากนี้ไปตลอด แม้ใบหน้านางจะกลับมาหายดีแล้วก็ตาม
เด็กหญิงบอกให้ฮุ่ยอิงขับรถม้าไปอีกทางหนึ่ง แม้มันจะอ้อมเล็กน้อย แต่มันก็สะดวกเพราะไม่เจอชาวบ้านตามทาง เธอไม่อยากทำให้เป็เื่ใหญ่ในเวลานี้ อย่างไรหากจ้างคนในหมู่บ้านมาปลูกบ้านในวันข้างหน้า ถึงตอนนั้นค่อยเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะตามมาแล้วกัน
เย่วซินแปลงกายเป็ลูกหมาธรรมดา ขณะอยู่ในรถม้า เขาชอบนอนตักเด็กหญิงเพราะมันรู้สึกอบอุ่นเป็อย่างมาก หากเป็ร่างคน เขากลัวนางจะไม่ยินยอมให้ทำแบบนี้
“ถึงแล้วเ้าค่ะคุณหนู คุณชายสาม” หญิงสาวขับรถม้ามาจอดหน้าโรงขนาดใหญ่ที่เฟยเจินเคยมาครั้งหนึ่งแล้วเพื่อซื้อร้านค้า มันเป็สถานที่ซื้อพวกที่ดิน บ้านเรือน ร้านค้า โดยผ่านนายหน้าทั้งหมด
“ไอหยา คุณหนูผู้นี้นี่เอง ้าซื้อร้านค้าเพิ่มอีกหรือเ้าคะ” ทั้งสามเดินเข้ามา หญิงผู้ดูแลก็รีบมาทักทายในทันที นางเกือบจะจำเด็กหญิงมิได้ เพราะครั้งก่อนเฟยเจินกับเด็กชายใส่ชุดผ้าป่านธรรมดาๆ แต่มาคราวนี้กลับใส่ผ้าฝ้ายที่มีสีสันงดงาม ดูดี เหมาะสมกับพวกเขาย่ิงนัก ขนาดชุดของหญิงสาวข้ารับใช้ข้างกายเฟยเจินยังเรียบง่าย แต่ดูดีเลย พวกเขาช่างมีจิตใจดีกับข้ารับใช้เสียจริง
ทั้งผิวที่ขาวใส เนียนนุ่มและดวงตากลมโตดั่งกวางน้อย หน้าตาอันน่ารัก น่าชังของเฟยเจิน บวกกับชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีชมพูอันงดงามสดใส ทำให้ยิ่งขับความงามในตัวเธอออกมามากขึ้นไปอีก แม้เด็กหญิงจะตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่เธอก็ยังดูเหมือนเด็กอายุราวเก้าปี สิบปี เมื่อยืนข้างเด็กชายั์ตาหงส์มีเสน่ห์ ใส่ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม หน้าตาดีเช่นเดียวกับเฟยเจิน และส่วนสูงที่ต่างกันไม่มากนัก เพราะดูเหมือนเย่วซินจะเอาแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงยิ่งทำให้ทั้งสองดูเหมือนพี่น้องกันอย่างแท้จริง
“ข้า้าซื้อบ้านสองหลังที่มีขนาดกลางและอยู่ใกล้กันเ้าค่ะ” เฟยเจินยิ้มทักทายกลับ
“รอสักครู่นะเ้าคะ ข้าจะรีบไปตรวจสอบว่ามีคนขายบ้านขนาดกลางหลังใดบ้าง” หญิงผู้ดูแลรีบวิ่งไปเปิดบันทึกเล่มหนาอย่างรวดเร็ว
“เวลานี้มีอยู่ทั้งหมดห้าเรือนที่ขายเ้าค่ะ สองเรือนที่ใกล้กันมากสุด หากเดินใช้เวลา 1 เค่อ หากนั่งรถม้าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อเ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนพูดต่อ “สองเรือนนี้เ้าของคนก่อนเป็ญาติกันด้วยเ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าหากมีใครซื้อสองหลังพร้อมกัน ยินดีลดให้อีก 2 ส่วนเลยเ้าค่ะ คุณหนูอยากจะลองไปดูหรือไม่เ้าคะ”
“โอ้ จริงหรือเ้าคะ ช่วยพาพวกข้าไปดูทีเ้าค่ะ” เฟยเจินคิดภาพในหัวตามคำบรรยายของหญิงผู้ดูแลแล้วรู้สึกชอบใจยิ่งนัก
“พาคุณหนู คุณชายไปดูบ้านสองหลังนี้ ดูแลอย่าให้ขาดตกบกพร่อง” หญิงวัยกลางคนโบกมือเรียกชายหนุ่มข้ารับใช้มา ยื่นแผนที่เรือนสองหลังให้และสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“ขอรับ!” ชายหนุ่มรับคำด้วยความยินดีเป็อย่างมาก เขาเป็คนเดิมกับที่เคยพาพวกเฟยเจินไปดูร้านค้าสองชั้นนั่นเอง คราวก่อนเขาได้รับเงินพิเศษเพราะทำยอดขายได้เยอะ คราวนี้เป็เรือนสองหลัง จะได้รับเงินพิเศษเท่าใดกัน แค่คิดก็ตื่นเต้น มือไม้สั่นแล้ว
ฮุ่ยอิงขับตามรถม้าของชายหนุ่มข้ารับใช้ไปทางเรือนหลังแรกก่อน พวกเขาขับตามกันไปอย่างไม่รีบร้อน จนกระทั่งรถม้าทั้งสองคันมาจอดอยู่หน้าทางเข้าเรือนขนาดกลางหลังหนึ่ง เรือนนี้ตั้งอยู่ในซอยเรือนพวกคนรวย เรือนข้างๆ จะห่างไปอีกเล็กน้อย เพื่อความเป็พื้นที่ส่วนตัว และออกไปจากซอยนี้ก็จะเป็เขตย่านร้านค้าเลย