อย่างที่รู้ๆกัน มิติคู่ขนานสามารถอ้างอิงได้แค่เวลาและวันที่เท่านั้น!!
สภาพความเป็อยู่ของคนยุคนี้ หรือกระทั่งเหตุการณ์ต่างๆ ที่แม้จะเคยอ่านเจอจากประวัติศาสตร์ก็แทบจะไม่มีผลต่อโลกนี้ เพราะทุกอย่างอาจจะเกิดขึ้นหรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา
และในส่วนเื่นิสัยใจคอ ต้องรอดูกันอีกทีว่าจะเป็ยังไง นิสัยของผู้คนรอบข้างเธอจะเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์หรือเปล่าเธอไม่แน่ใจ เพราะเื่นี้เธอยังหาคำตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้วกันไว้ดีกว่าแก้ ค่อยๆใช้ชีวิตไป ค่อยๆเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนแบบนี้จะดีกว่า
พอเธอตกลงกับตัวเองได้เลยสบัดสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป และเริ่มลงมือจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำอาหาร โดยการนำเอาปลาที่จับมาได้ไปชำแหละและล้างทำความสะอาด เพื่อนำมาหมักใส่เครื่องปรุงที่เธอนำเอาออกจากมิติ มาใส่เพิ่มนิดๆหน่อยๆเพื่อดับกลิ่นคาวของปลา
พอหมักปลาไว้เสร็จแล้ว เธอก็นำข้าวที่อยู่ในกระสอบใหญ่ออกมาหุงรอ ระหว่างรอเครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อปลาเพื่อที่จะนำไปนึงต่อในคิวถัดไป เธอตั้งเตาหุงข้าวขึ้นเสร็จจึงหันมาสนใจผักบุ้งลำอวบอ่อน ที่วางนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว เธอกะว่าจะผัดมันใส่กับเนื้อแห้งที่มีอยู่ในตู้ของซ่งหลัว รับรองอร่อยเหาะแน่นอน~
โป๊กๆ....ตึงงงๆ...ซ่าาาาาา....
เสียงโครมครามอยู่ในห้องครัวดังขึ้นรัวๆ อยู่พักใหญ่จึงหยุดลง พร้อมกับดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี
อาหารหน้าตาหน้าทานวางเรียงกันอยู่2จานใหญ่
มีปลาตัวใหญ่เนื้อขาวนุ่มนอนชุ่มอยู่ในน้ำซอสที่เธอใช้หมัก และผัดยอดอ่อนผักบุ้งกับเนื้อแห้ง เวลาเคี้ยวทำให้ได้ความรู้สึกกรุบกรับของผักบุ้ง ผสมกับเนื้อแห้งที่ถูกนำมาผัดใส่รวมกัน ทำให้เนื้อััเวลาเคี้ยวรู้สึกกรุบกรับ หนุบหนับๆทำให้เข้ากันเป็อย่างดี
และข้างๆที่ตั้งวางอยู่คือข้าวสวยร้อนๆที่เธอแอบเติมน้ำแข็งลงไปขณะหุงเลยทำให้ข้าวนุ่มขึ้น หน้าทานอีก1หม้อ
อาหารตอนนี้กำลังแข่งส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องครัว ทำให้คนที่เปิดประตูกำลังก้าวเท้าเข้ามาในบ้านถึงกับต้องหยุดชะงักไปชั่วครู่...
" ผมกลับมาแล้ว "
ซ่งหลัวเอ่ยขึ้นพร้อมกับหิ้วเชือกที่ผูกเนื้อก้อนใหญ่ เดินตรงมาที่ห้องครัว
หลิ่วหนิงหนิงที่ได้ยินเสียงเขา ก็รีบวางมือออกจากของหวาน เผือกต้มน้ำตาลที่กำลังยกลงจากเตาเสร็จพอดี
" ค่ะ...โอ้โหเนื้อก้อนใหญ่จัง คุณซื้อมาหรอ? "เธอถามขึ้นด้วยความสงสัย เนื้อก้อนใหญ่ขนาดนี้เขาคงนำมาเตรียมแปลรูปเป็เนื้อแห้งแน่ๆ ดูท่าแล้วคงจะกินไม่ทัน
"เปล่าหรอก เนื้อนี้ผมดักมาได้น่ะ วันนี้โชคดีที่มีหมูป่าตัวใหญ่าเ็ที่ขา มาโดนกับดักเข้าพอดี ผมเห็นว่ามันกำลังจะมืดแล้ว ผมเลยนำมันไปให้หัวหน้าหน่วยช่วยชำแหละและขายออกไป ส่วนนี้ผมแบ่งกับมาที่บ้านเรา "
ปกติถ้าเป็พวกสัตว์ตัวเล็กๆถึงขนาดใหญ่เขาจะไม่ชำแหละแค่นำไปขายให้หัวหน้าหน่วยเท่านั้น
เขาไม่อยากชำแหละและขายเองเพราะเขาไม่มีเวลาขนาดนั้น เพราะทุกวันเขาจะต้องไปทำงานแลกแต้ม พอเลิกงานก็ต้องขึ้นเขาเก็บกับดักที่เอาไปวาง กว่าจะกลับลงมาได้ก็มืดค่ำแล้ว เขาเลยเลือกที่จะขายราคาส่งให้หัวหน้าหน่วยเพื่อนำไปชำแหละขายปลีกต่อเอา
ยุคนี้การล่าสัตว์บนเขายังมีกฎข้อห้ามอยู่ แต่ว่าพื้นที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้ ทำให้ทหารที่นานๆทีถึงจะแวะเวียนมาตรวจตาความเรียบร้อย พอมาแต่ละทีก็ลับตาข้างลืมตาข้างอย่างไม่ค่อยเข้มงวดนัก และนั้นก็เป็ผลดีต่อคนในหมู่บ้านเพราะพวกเขาจะมีโอกาสขึ้นเขาหาอาหารและพอจะหาเนื้อสัตว์ที่อยู่ในป่าได้บ้าง เพราะพวกแป้งและธัญพืชที่หน่วยปันผลแบ่งให้ มันพอแค่สำหรับเดือนชนเดือนเท่านั้น
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะเข้าฤดูหนาวแล้ว ซ่งหลัวจึงต้องเร่งหาเงินเพื่อที่จะรีบไปซื้อข้าวและเครื่องปรุงมาไว้ ก่อนที่อาหารและของใช้จะขึ้นราคาและหาได้ยาก
ส่วนเนื้อกับฟืนเขาตัดสินใจจะไม่นำไปขายเพื่อเอาเงินอีกแล้ว วันนี้เขาดักหมูได้ตัวใหญ่จึงทำให้ตอนนี้เขามีเงินมากพอที่จะซื้อของมากักตุนแล้ว เริ่มั้แ่พรุ่งนี้ไปเขาจะนำเนื้อที่ดักได้มาตากแห้งและฟืนที่ได้มาจากการขึ้นเขาจะเอามาเติมในโรงเก็บฟืนไว้ให้เต็ม สำหรับ่ฤดูหนาวที่จะมาถึง พายุหิมะมักจะตกหนักติดต่อกันหลายวัน เขาจึงเริ่มเตรียมของั้แ่เนินๆไว้
ตอนนี้ซ่งหลัวและหลิ่วหนิงหนิงกำลังนั่งทานเผือกต้มน้ำตาลอยู่อย่างเงียบๆหลังจากที่ทานอาหารหลักเสร็จ เสียงพูดคุยบนโต๊ะมีเป็ระยะๆแต่ไม่บ่อยนัก เพราะเพิ่งจะเป็วันแรกที่คนทั้ง2มาอยู่ร่วมกัน จึงทำให้ยังเกรงๆกันอยู่บ้าง
หลังทานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลิ่วหนิงหนิงกำลังล้างจานใต้แสงเทียนอันน้อยนิด ขณะที่หลิ่วหนิงหนิงวางจานใบสุดท้ายที่เพิ่งถูกล้างเสร็จลง
ซ่งหลัวจึงหยิบเอาถุงในกระเป๋ากางเกงมาวางลงบนโต๊ะกินข้าว
" เงินนี่เป็เงินที่ขายหมูป่าได้ทั้งหมด70หยวน ผมยกให้คุณเก็บไว้เพื่อเตรียมซื้อของมาตุน่หน้าหนาว ถ้าคุณอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็แบ่งเอาเงินนี้ไปซื้อได้เลยนะครับ "
" แต่มันเป็เงินตั้ง70หยวนเลยนะ คุณไว้ใจฉันขนาดนั้นหรือไง " หลิ่วหนิงหนิงรีบตอบกลับเขาด้วยความงงงวย เงิน70หยวนในยุคนี้ไม่ใช่น้อยๆเลย เขากล้าไว้ใจเธอขนาดนั่นเลยหรอ
และอีกอย่างแสดงว่าหมูป่าตัวนั้นคงจะตัวใหญ่มากแน่ๆ เพราะราคาเนื้อหมูที่เธอเค้นจากความทรงจำเดิมของร่างนี้แล้วทำให้รู้ว่า ราคาเนื้อหมูที่หาซื้อแสนยากและราคาแพงแล้ว ตอนนี้1กิโล ราคาพุ่งมา1หยวนแล้ว
" คุณเป็ภรรยาของผมแล้วนิ่ ผมเป็สามีก็ต้องควรหาเงินให้ภรรยาใช้ถูกไหมครับภรรยา " ซ่งหลัวเอ่ยพลางอมยิ้มน้อยๆหยอกเย้าคนตัวเล็ก
" ขะ...เข้าใจแล้วขอบคุณที่เชื่อใจกันนะคะ ตอนนี้ก็ดึกแล้วคุณรีบไปอาบน้ำเลยไป " หลิ่วหนิงหนิงพูดจบจึงรีบลุกขึ้นคว้าเอาถุงเงินที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วรีบเดินเอาเข้าไปเก็บในห้องนอนทันที ก่อนที่ซ่งหลัวจะจับพิรุธเธอได้ว่าเธอแอบเขินให้กับคำว่าสามีภรรยาที่เขาพูดออกมาได้อยากเต็มปากเต็มคำ
ก็คนมันเพิ่งเคยแต่งงานครั้งแรกนี่นามันไม่ชินเล๊ยยย (><)!
ทางซ่งหลัวใช่ว่าจะไม่รู้เื่นี้ เขาจงใจจะแกล้งเธอ เขาชอบเห็นเธอที่เขินจนแก้มแดง ชอบที่เธอทำกับข้าวไว้รอแถมยังทำอร่อยอีกซะด้วย และยิ่งชอบที่ตอนเธอมองกล้ามหน้าท้องของเขาแล้วตาเกิดเป็ประกายนั้น
แม้ว่าการเริ่มต้นของเขากับเธอนั้นจะเกิดจากความผิดพลาดไม่สวยงามมากนัก ในเมื่อเธอยืนยันว่าไม่รังเกียจใบหน้านี้ของเขา เขาจึงตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มแผนจีบภรรยาตัวน้อยให้มาอยู่ในอ้อมอกของเขาให้ได้เลย