The X-Ghost: Bangkok Blood Moon
EP3: ไวรัสปรสิต
ความโกลาหลในวิมานสีทองจบลงด้วยความว่างเปล่า มาดามราตรีหายตัวไปในม่านควันสีม่วงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องโสตประสาททิ้งให้พวกสมุนครึ่งมนุษย์ครึ่งค้างคาวนอนกองอยู่บนพื้นเศษกระจก คเชนทร์และไพรวัลย์ไม่มีเวลาตามล่าต่อ เพราะพวกเขาต้องรีบนำร่างของเหยื่อรายล่าสุดที่ยังไม่ตายแต่ร่างกายซูบซีดอย่างรวดเร็ว กลับมายังฐานทัพชั่วคราวในตึกแถวเก่าพระนคร
ห้องแล็บลับในตึกแถว
บรรยากาศภายในตึกแถวเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง บนโต๊ะไม้ผุๆ มีกระเป๋าเดินทางหนังเก่าใบมหึมาวางอยู่ เมื่อเปิดออก มันกลับกางออกเป็แผงวงจรดิจิทัล แสงสีฟ้าและโฮโลแกรมพุ่งขึ้นมาท่ามกลางกลิ่นธูปและเสียงรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน
“มนัส! ประคองร่างเหยื่อไว้ อย่าให้หัวใจหยุดเต้น” ไอริช สั่งการอย่างรวดเร็ว เธอหยิบเข็มฉีดสเปกตรัมออกมาเจาะเืที่ลำคอของชายหนุ่มเคราะห์ร้าย
คเชนทร์ ยืนกอดอกมองดูอย่างหัวเสีย “เชื่อมั้ยไพรวัลย์... เมื่อกี้ตอนที่สู้กัน ปืนพลังงานของผมมันดันไปจับสัญญาณคลื่นโทรทัศน์ช่อง 7 เข้า จนะุมันยิงเบี้ยวไปโดนตู้แช่น้ำแข็งแทน! ผมเกลียดความถี่วิทยุของยุคนี้จริงๆ!”
“ดวงคุณมันไม่มีโชคทางปืนหรือเปล่าพ่อมือปราบ” ไพรวัลย์ นั่งเช็ดเืออกจากปลายมีดหมออาคม “แต่ผมว่าที่น่าห่วงกว่าปืนคุณ คือไอ้หนุ่มนี่... ดูหน้ามันสิ เหมือนโดนสูบิญญาไปมากกว่าโดนดูดเืนะ”
ผลการชันสูตรระดับกาแล็กซี่
“ผลออกมาแล้วค่ะ!” ไอริชขยายภาพโฮโลแกรมของเม็ดเืแดงให้ทุกคนดู
ภาพที่เห็นทำให้แม้แต่คเชนทร์ยังต้องเบือนหน้าหนี เม็ดเืแดงไม่ได้หายไป แต่มันถูกบางอย่างที่ดูเหมือน ‘ปรสิตจักรกลขนาดจิ๋ว’ เกาะติดและค่อยๆ เจาะกินจากภายใน และที่น่าสยองกว่านั้นคือมันกำลังพ่นสสารสีเขียวเข้มออกมาแทนที่
“ไวรัสสายพันธุ์ ‘เฮโม-วาลักซ์’ (Hemo-Valax)” ไอริชอธิบายเสียงเครียด “มันไม่ได้แค่กินเื แต่มัน ‘เปลี่ยนถ่าย’ เืมนุษย์ให้กลายเป็เชื้อเพลิงชีวภาพ เมื่อมันเปลี่ยนเืจนครบ 100% เหยื่อจะตายใน 6 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็ผู้ติดเชื้อเพศหญิงที่ได้รับไวรัสสายพันธุ์สมบูรณ์เหมือนสาวๆ ในบาร์...”
“พวกเธอจะกลายเป็แวมไพร์ที่มีพละกำลังมหาศาล” คเชนทร์ต่อประโยค “และ้าเืสดๆ มาเติมเต็มระบบหมุนเวียนที่ผิดปกติของพวกเธอตลอดเวลา”
“เหมือนรถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันสีเืสินะ” ไพรวัลย์พ่นควันบุหรี่ “แล้วไอ้พวกผู้ชายที่โดนกัดล่ะ?”
“พวกเขาก็แค่ ‘ถังพักน้ำมัน’ ค่ะ” ไอริชตอบ “เมื่อไวรัสดูดกินสารอาหารจนหมด ร่างกายจะแห้งเหี่ยวและตายลงอย่างที่เห็นในเยาวราช”
ความวุ่นวายของมนัส
“คุณไอริชครับ! เครื่องเซนเซอร์ในกระเป๋ามันร้อนจนจะไหม้แล้ว!” มนัส ะโพลางใช้พัดลมตั้งโต๊ะเบอร์ 3 จ่อไปที่อุปกรณ์ไฮเทค “มันพยายามจะส่งข้อมูลกลับไปที่โลกคู่ขนาน แต่มันโดนสัญญาณวิทยุจากเสาส่งบางรักกวนจนระบบรวนไปหมดเลย!”
“ใจเย็นๆ มนัส!” คเชนทร์เดินไปตบหลังเครื่องแรงๆ หนึ่งทีตามสไตล์คนหัวร้อน จนเครื่องนิ่งไป “โลกนี้มันเป็อะไรนักหนา! ต้องตบถึงจะทำงานเหรอ?”
“เขาเรียกว่า 'ซ่อมแบบไทย' ครับสารวัตร” มนัสตอบยิ้มๆ พลางเช็ดเหงื่อ
ลางบอกเหตุ
นุช ที่นั่งเงียบอยู่นานกุมมือนิมิตของเธอไว้แน่น “มาดามราตรีไม่ได้แค่ทำธุรกิจอาบอบนวดนะคะ... หนูเห็นภาพท่อเหล็กยาวๆ ใต้ดินพระนคร มันเชื่อมต่อจากอาบอบนวดนั่นลงไปสู่ใจกลางเมือง... เืที่พวกเธอรวบรวมมา มันถูกส่งไปให้ ‘อะไรบางอย่าง’ ที่อยู่ลึกซึ้งกว่านั้น”
ไพรวัลย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาคมกริบ “ราชินีค้างคาว... มันไม่ได้อยากแค่สวยะ แต่มันกำลังเตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้พรรคพวกของมันที่กำลังจะตามมาสินะ”
คเชนทร์ตรวจสอบเวลาในนาฬิกาข้อมือ “เรามีเวลาไม่มาก ถ้าเชื้อนี้กระจายออกไปนอกเขตเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ จะกลายเป็ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของพวกมันทันที”
“ไอริช เตรียมเซรุ่มเบื้องต้นไว้” คเชนทร์สั่งพลางหันไปหาไพรวัลย์ “ส่วนคุณ... เตรียมคาถาที่แรงที่สุดไว้ด้วย เพราะรอบหน้าที่เราเจอมาดามราตรี ผมจะไม่ยอมให้เธอหนีไปพร้อมเสียงหัวเราะเชยๆ แบบนั้นอีกแน่!”
ไพรวัลย์ยิ้มมุมปาก “คาถาน่ะมี... แต่ค่าครูรอบนี้ขอเป็เหล้าดีๆ สักขวดหลังจากจบงานนะพ่อมือปราบ”
ภายนอกตึกแถว แสงจันทร์เหนือกรุงเทพฯ เริ่มกลายเป็สีส้มหม่น ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาตามท่อน้ำทิ้งมืดมิดของเมืองหลวง
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
Next EP4 : ลางสังหรณ์ของนุช