ราเชนไม่สนใจ เพราะยังมีเพื่อนของมันอีกคน อยู่ขั้นปราณราชันระดับต้นเช่นเดียวกัน ก็ทิ่มทวนสั้นใส่มาทางด้านหน้าเขาอย่างพร้อมเพรียง องค์ชายสิบสี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างร้องเสียงหลง เพราะเขาเห็นทวนสั้นที่กำลังพุ่งเข้าเจาะหลังของราเชนอยู่ในระยะที่ไม่น่าจะหลบรอดไปได้
แต่ก่อนที่คมทวนจะเข้ามาถึง ก็มีเงาสีแดง พุ่งออกมาจากทางด้านหลังของราเชน ทะลุหัวใจ ของมือทวนที่มั่นใจว่าราเชนต้องตายแน่ มันได้แต่ยืนนิ่งค้าง ตาเบิกโพลง ตายไปโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
โดยที่เจ้าหนอนโลหิต ก็วาร์ปเข้าไปอยู่ในร่างของราเชนด้วยความรวดเร็ว ทำเอาองค์ชายสิบสี่ได้แต่มองภาพนี้อ้าปากตาค้าง พูดไม่ออก
ส่วนทางด้านหน้าก็ถูกราเชน แทงสวนด้วยมีดสั้นนิรนาม คมมีดสั้นผ่าทวนสั้น จนขาดเป็นสองซีก คมมีดผ่ามือของมันขาดเป็นสองท่อน แล้วทะลุเข้ากรีดลำคอของมันจนตายไปอย่างน่าสยดสยอง
อีกสามคนที่เหลือ ถึงกับตกใจที่เห็นหัวหน้าของตนตายคาที่แบบนี้
จึงรีบหันหลังกลับเพื่อที่จะหลบหนี แต่ช้าไปแล้ว พวกมันถูกองครักษ์เสื้อทองกับองค์รักษ์หญิงอู่เสีย ไล่ฆ่าฟัน จนตายคาที่ไม่รอดสักคน
“ แสงสีแดงที่ออกมาจากร่างของเจ้าคืออะไร?” องค์ชายสิบสี่เอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น
“ มันเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าเอง” ราเชนเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ ข้าอยากได้ ขอข้าซื้อได้ไหม เท่าไรว่ามา ข้าจะบอกเสด็จแม่ ให้ส่งคนนำเงินมาให้”
ราเชนตบไหล่ขององค์ชายสิบสี่แล้วบอกว่า
“ ในโลกนี้ มีของบางสิ่งบางอย่าง ที่เงินทองก็ไม่อาจซื้อได้ สัตว์เลี้ยงของข้าคือหนึ่งในนั้น”
องค์ชายสิบสี่ได้แต่อึ้ง ไม่กล้าเอ่ยออกมาอีก จนองครักษ์หญิงอู่เสีย เร่งให้เดินทางกันต่อ เพราะแสงอาฑิตย์ใกล้จะมืดแล้ว
“ กลิ่นซากศพคนตายเหล่านี้ จะพาเหล่าสัตว์มากมายมาบริเวณนี้ พวกเรารีบไปกันก่อนดีกว่า”
อู่เสียเอ่ยจบ ก็เดินนำหน้าทุกๆ คนเดินทางต่อไป
“ องค์ชายท่านไปจ้างองครักษ์แบบนี้มาจากที่ไหนกัน ฝีมือก็ดี หน้าตาก็สวย แถมยังดูเป็นห่วงท่านมากอีกด้วย” ราเชนเอ่ยกับองค์ชายสิบสี่เบาๆ
“ อู่เสียเป็นลูกบุญธรรมของเสด็จแม่ของข้า เราสองคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ นางเป็นคนเก่ง ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ หรือ ความรู้ ผิดกับข้า ไม่เอาไหนสักเรื่อง
เป็นภาระให้นางมาตลอด ความจริงนางเป็นศิษย์ของสำนักปรายฟ้า ไม่จำเป็นต้องมาที่วัดฝอซานก็ได้ สงสัย เสด็จแม่คงไปขอร้องให้นางมาช่วยคุ้มครองข้า”
ราเชนเห็นแววตาที่องค์ชายสิบสี่มองไปที่เงาหลังของ อู่เสียปราดเดียว เขาก็รู้สองคนนี่ น่าจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่ยังไม่มีใครพูดออกมา
“ มีสตรีสาวสวยคอยคุ้มกันแบบนี้ ก็ดีนะ” ราเชนเอ่ยออกมาเบาๆ
แล้วทั้งหมด ก็มาหยุดพักที่ศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในมีแต่ยักไย่ไยแมงมุม อยู่เต็มไปหมด ด้านในมีรูปปั้นปูนเก่าๆ เหลือเพียงลำตัว ไม่เห็นหน้าว่าเป็นเทพองค์ไหนกันแน่ ส่วนรอบๆ ก็มีแต่ซากปรักหักพัง องครักษ์เสื้อท้องทั้งห้า รีบปัดกวาดเช็ดถู และคอยขับไล่ แมลงพิษต่างให้ออกไป แล้วโรยผงกำมะถัน เอาไว้รอบๆ ซึ่งราเชนรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร แต่ก็เพื่อความสบายใจของทุกๆ คน ก็เลยไม่ได้เอ่ยปากห้าม
“ ทุกคนนอนหลับกันก่อนเลย ข้าจะคอยเฝ้าดูแลจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นให้องครักษ์เสื้อทองสับเปลี่ยนกันมาเฝ้าจนถึงเช้า”องครักษ์หญิงอู่เสีย รายงานให้องค์ชายสิบสี่รับทราบ แต่ราเชนกลับขอตัวเดินไปสำรวจรอบๆ ศาลเจ้าแห่งนี้ก่อน
ตามนิสัยนักฆ่าอย่างเขา การระแวดระวังภัยนั้นสำคัญที่สุด และในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะมีศัตรูบุกมามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น เขาจึงไม่ประมาท ราเชนจึงเริ่มทำการสลักยันต์เตือนกันภัย บนเสาไม้ถึงแปดจุด รอบๆ ซึ่งมองโดยผิวเผินแล้ว ก็เหมือนกับการเขียนยันต์ป้องกันภูตผี ปีศาจโดยทั่วไป แต่ว่ายันต์ของราเชนนี้ เป็นยันต์ที่เขาใช้พลังจิตวางเอาไว้ หากภัยอันตรายกำลังเข้ามาใกล้ๆ จิตของเขาจะสัมผัสรับรู้ได้ทันที
“ นี่คือยันต์อะไร?” อู่เสีย ที่ยืนมองราเชนอยู่ห่างๆ เดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“ ยันต์เตือนภัย”
“ ตัวอักษรแค่นี้จะเตือนภัยได้อย่างไร?”
“ เรื่องนี้ยากที่จะอธิบายจริงๆ ขอให้องครักษ์อู่วางใจ ข้ารับเงินมาแล้ว ไม่ปล่อยให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับองค์ชายสิบสี่อย่างแน่นอน”
“ ข้าเชื่อใจคุณชาย เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ต่อไปเรียกข้าว่า อู่เสียเถอะ”
ราเชนพยักหน้ายิ้มให้กับนาง แล้วเดินกลับไปนั่งในห้องโถงใกล้ๆ กับองค์ชายสิบสี่ ที่ตอนนี้ นำเหล้ามาดื่ม โดยชักชวนราเชนมาดื่มด้วยกันแต่ราเชนปฏิเสธเขาไม่ดื่มในขณะที่กำลังทำงานอยู่
“ องค์ชายท่านไม่ง่วงรึ?” ราเชนเอ่ยท่ามกลางความเงียบ
“ ไม่ อีกไม่นานข้าคงจะไม่มีโอกาสดื่มเหล้าอีกต่อไปแล้ว โลกแห่งความฝันของข้าก็คงจะหายไปด้วย”
“ โลกแห่งความฝัน?” ราเชนสงสัย
“ เจ้าไม่รู้อะไร ชีวิตเชื้อพระวงศ์อย่างพวกเรา การดื่มเหล้าเพื่อให้หลับ แล้วเข้าไปในโลกแห่งฝันของเรา นั้นมีความสุขมากกว่าโลกแห่งความจริงเป็นไหนๆ ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกัน ไม่ต้องห่วงกังวลความรู้สึกของผู้ใด จะทำสิ่งใดก็ไม่ต้องเกรงพระอาญาของเสด็จพ่อ ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจ ตื่นเช้ามองพระอาฑิตย์ขึ้น ร่วมทางกับสตรีที่รู้ใจ ยามเย็นนั่งมองดวงอาฑิตย์ตก ก่อนนอนร่วมดื่มสุรากับสตรีรู้ใจทุกค่ำคืน ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าว่าข้าฝันเฟื่องเกินไปไหม” องค์ชายสิบสี่เริ่มดื่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“ ชีวิตเป็นของท่าน ทำไมต้องให้ผู้อื่นมาลิขิตด้วย”
“ เรื่องมาถึงขั้นนี้ ชีวิตไม่ได้เป็นของข้าแล้ว ขืนข้าหลบหนีไป เสด็จแม่ของข้าคงถูกจับไปบวชชีแทนข้าแน่ๆ”
“ ข้าไม่ได้แนะนำให้ท่านหนีปัญหา แต่ให้ท่านกลับไปหาต้นเหตุที่เกิดขึ้น แล้วแก้ไขมันต่างหากเล่า”
องค์ชายสิบสี่ ส่ายหัว แล้วยกจอกสุรากระดกลงคอไป
“ พระสนมไป๋ มีบิดาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรมัจฉิมา ที่สำคัญนางมีรูปโฉมที่งดงามเป็นหนึ่งในแผ่นดิน จึงเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ อีกทั้งยังให้กำเนิดองค์ชายฝาแฝด ที่น่ารักน่าชังอีกด้วย นางพูดอะไรเสด็จพ่อเชื่อนางมากกว่าข้าอยู่แล้ว ขืนกลับไป เสด็จแม่คงต้องถูกขับไล่ออกจากวังแน่ๆ”
“ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องทำให้พระสนมไป๋ช่วยกราบทูลให้จักรพรรดิอภัยโทษให้กับท่าน”
“ เจ้านี่มันตลกจริงๆ พระสนมไป๋ กับ เสด็จแม่ของข้าไม่ถูกกัน พลอยเกลียดขี้หน้าข้าไปด้วย ไม่มีทางที่นางจะช่วยเหลือข้าอย่างแน่นอน”
“ ในเมื่อพบปัญหาเช่นนี้ ข้าว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่าท่านพร้อมที่จะทุ่มเงิน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตอิสระหรือเปล่า”
“ นี่... เจ้าพูดจริงรึ?” องค์ชายสิบสี่เอ่ยด้วยเสียงดีใจ จนอู่เสียที่ยืนฟังอยู่ด้านนอก ถึงกับต้องหันมามองหน้าราเชนด้วยเช่นกัน
“ ข้าเหมือนคนพูดเล่นหรือไง?”
“ เท่าไร เจ้าต้องการเท่าไร บอกราคามาเลย”
“ ยี่สิบล้านเหรียญทอง ”
“ อะไรนะ นี่เจ้าคิดจะปล้นข้าหรือไง” องค์ชายสิบสี่เอ่ยอย่างตกใจ
“ คุณชายถู หากท่านช่วยเหลือองค์ชายของเราได้ ข้าพร้อมที่จะหาเงินก้อนนี้มาให้กับท่าน” องครักษ์อู่เสีย เอ่ยอย่างจริงจัง
“ ไม่ต้อง ข้าพอมีเครื่องประดับที่ท่านตาเคยมอบให้ไว้ หากขายออกหมด น่าจะเพียงพอ”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น วางมัดจำ 2 ล้านเหรียญทองก่อนที่เหลือค่อยจ่ายเมื่อเสร็จงาน”
“ เดี๋ยว ๆ เจ้าไม่เคยเข้าวังหลวง เจ้าไม่รู้จักสนมไป๋ แล้วจะช่วยได้อย่างไร"
“ ข้ามีพอมีวิธีก็แล้วกัน” องค์ชายสิบสี่เห็นราเชนมีฝีมือ และเคยช่วยเขารอดตายมาแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจในเรื่องนี้เท่าไร
" เจ้าบอกวิธีมาก่อน หากว่าข้ากับอู่เสียคิดว่าพอมีทางเป็นไปได้ จะได้หาเงินมัดจำมาให้เจ้าทันที” องค์ชายหันมองอู่เสียที่พยักหน้าเช่นกัน
“ ข้ายังบอกตอนนี้ไม่ได้ เพราะว่าข้ามีธุระสำคัญที่วัดฝอซาน หากเสร็จภารกิจแล้ว ข้าจะบอกวิธีแก้ปัญหาให้” ราเชนคิดว่า วิธีที่ง่ายที่สุดคือจัดการกับพระสนมไป๋ตัวต้นเหตุ หากเจรจาดีๆ ไม่ได้ ก็คงต้องใช้เล่ห์กล มนตร์คาถา ทุกอย่างที่มี เพื่อสยบนาง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาจะบอก แต่ยังไม่อาจเปิดเผยออกมาได้ในตอนนี้
“ ได้ เอาไว้คุณชายถูเสร็จภารกิจแล้ว พวกเราค่อยมาคุยกันเรื่องนี้อีกที”
อู่เสียยิ้มดีใจ คล้ายกับมีความหวังบางอย่าง
“ เฮ้....ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องบวชเป็นหลวงจีนก่อนยังงั้นเร๊อะ?” องค์ชายสิบสี่เอ่ยท้วงออกมาทันที
ราเชนยิ้มแล้วบอกว่า
“ ข้ารับรอง ท่านจะอยู่ที่วัดฝอซานได้ไม่นาน”
ที่ราเชนตอบอย่างมั่นใจ เพราะเขาตรวจดวงชะตาของ องค์ชายสิบสี่ ซึ่งเป็นถึงดาวราชัน ไม่ใช่คนที่จะเป็นหลวงจีนได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ในช่วงเวลานี้ ถูกดาวราหู เคลื่อนตัวมาปกคลุมเอาไว้ อีกไม่นาน พอดาวราหูไป ดวงชะตาก็จะกลับมาสว่างสดใส และเคลื่อนที่ไปตามดวงดาวเจ้าชะตา ดังนั้นเขาจึงอาศัยหลักการพยากรณ์ดวงชะตา และกล้ารับงานช่วยเหลือองค์ชายสิบสี่ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่รู้วิธีที่จะช่วยองค์ชายสิบสี่อย่างไรเลย คงต้องรอให้เขาพบกับ ไต้ซือหยวนคงเสียก่อนค่อยว่ากัน
“ ก็ได้ หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า ข้ารับปากจะมอบเงินมัดจำให้กับเจ้าทันที”
องค์ชายสิบสี่จับมือราเชน เหมือนกับที่เคยตกลงว่าจ้างกันครั้งแรก อู่เสียถึงกับอมยิ้มออกมา
“ พักผ่อนกันเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” อู่เสีย องครักษ์หญิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี ที่เห็นว่าองค์ชายสิบสี่มีความหวังที่จะได้กลับเมืองหลวง ไม่ต้องบวชเป็นหลวงจีนตลอดชีวิต
กลางดึก ทุกๆ คนกำลังนอนหลับ มีเพียงองครักษ์เสื้อทองสองคน ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ส่วนราเชนก็หลับตานั่งสมาธิ ควบคุมกำหนดลมหายใจเข้าออก เป็นการฝึกฝนพลังจิตอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาได้พักผ่อนเหมือนกับคนที่หลับสนิททั้งคืน แต่ทันใดนั้นเองยันต์เตือนภัยก็ส่งสัญญาณมาบอกกับเขา และยังได้กลิ่นหอมประหลาด ซึ่งทำให้เขารู้สึกสงบ สุข อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ราเชนลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับ มองไปตามกลิ่นที่โชยเข้ามาแตะจมูกของเขา มันเป็นกลิ่นที่ออกมาจากตัวของ องค์ชายสิบสี่
ราเชนได้แต่ขมวดคิ้ว แล้วสัมผัสอันตรายบางอย่างก็พุ่งเข้ามาทางองค์ชายสิบสี่
มีลูกธนูเหล็กสีดำ สองดอก พุ่งตรงเข้ามา เป้าหมายก็คือ ร่างขององค์ชายสิบสี่
ฟิ้วๆ !! ฉึก ๆ !!
ราเชนดึงองค์ชายสิบสี่หลบออกมาทั้งที่ยังหลับ ทำให้ลูกธนูสีดำพลาดเป้า ไปปักกับเสาไม้แทน
“ เกิดอะไรขึ้น” องครักษ์หญิงอู่เสีย ตกใจตื่นขึ้นมา
ไม่ทันที่ราเชนจะตอบคำถาม ก็มีลูกธนู พุ่งเข้ามาอีกหลายสิบดอก แต่ละดอกล้วนพุ่งเป้ามาที่ร่างขององค์ชายสิบสี่ทั้งนั้น แต่ทว่า ราเชนได้ลากองค์ชายสิบสี่ไปหลบหลังรูปปั้นเทพโบราณเรียบร้อยแล้ว ทำให้รอดพ้นจากอันตรายไปได้
แต่ทว่า องครักษ์เสื้อทองสองคนที่ยืนเฝ้าประตูนั้นไม่อาจรอดพ้น ถูกลูกธนูยิงเข้าลำตัวราวกับเม่นยืนตายอยู่หน้าวัด
องครักษ์ที่เหลือตื่นตัว ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหลบกันอยู่หลังเสา ป้องกันไม่ให้เป็นเป้าสังหาร
มีองครักษ์เสื้อทองคนหนึ่ง เห็นเพื่อนตายเช่นนั้นก็ พยายามจะหลบจากเสาเพื่อออกไปสู้กับมือธนู แต่ทว่าพอจะออกไป ก็ถูกราเชนดึงคอเสื้อเอาไว้ ลูกธนูที่พุ่งออกมาเลยเฉียดลำคอ ขององครักษ์เสื้อทองรอดไปหวุดหวิด
“ พวกมันมีฝีมือยิงธนูร้ายกาจ อย่าขยับตัวเป็นอันขาด”
ราเชนเอ่ยออกไป พร้อมกับ นำกระบอกฟ้าสังหารมาถือเอาไว้ในมือ แล้วหลับตาส่งจิตสัมผัสไปที่ตำแหน่งของมือสังหารที่คอยอยู่ด้านนอก พอจับเป้าหมายได้ว่า พวกมันมีอยู่ยี่สิบคน ก็ยิงเข็มฟ้าสังหารออกไปทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!