“อีกหน่อยเขาไท่หังซานไร้ซึ่งความสงบแน่ๆ” ฉู่เฟิงพึมพำมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามราตรีเวิ้งว้าง บางคาบครามีดาวตกวาดผ่านเพียงวิบตาก็เลือนหาย
ต้องมีพวกมนุษย์พิเศษเดินทางมาที่นี่แน่นอนผลของต้นไม้พิสดารหายากนั่นทำให้เกิดยอดฝีมืออย่างเทพปีกเงิน เทพวัชระ เทพอัคคีาาพยัคฆ์ขาวได้ ใครเล่าจะไม่หวั่นไหว?
มนุษย์พิเศษที่มีความสามารถเ่าั้ ขอเพียงให้ทันการจะอย่างไรก็ต้องรีบเร่งมา!
มนุษย์พิเศษมีเกิดก็มีดับ บางคนอาจจะประกาศศักดาจากศึกครั้งนี้บางคนอาจเป็เหมือนดาวตกในท้องฟ้ายามราตรีที่ในพริบตาก็หายลับไปในเทือกเขาไท่หังซาน
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ย่อมเกิดจลาจลบนเทือกเขาไท่หังซานอย่างแน่นอน!
“หลินนั่วอีก็มาที่นี่เพราะเื่นี้หรือเปล่านะ?”ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว ในอนาคตอีกไม่นาน ดินแดนแห่งนี้จะเกิดคลื่นลมถาโถมไม่หยุดบนเขาจะอันตรายอย่างยิ่ง
เขารู้ เทียนเสินเซิงอู้เป็บริษัทั์ใหญ่อีกทั้งตอนนี้ก็มีเทพปีกเงินอยู่ในสังกัดลือกันว่าครั้งก่อนเขาโบกปีกสีเงินเพียงครั้งเดียวก็สามารถปราบเหล่ามนุษย์พิเศษจากทุกที่ที่มาท้าทายถึงหน้าประตูไม่มีใครต้านทานเขาได้!
ที่คฤหาสน์ในตัวอำเภอ
เยี่ยเกอใบหน้าไม่สบอารมณ์ ดวงตาเรียวเล็กทั้งคู่ทอประกายสีม่วงไม่นานมานี้ เขาถูกเบื้องบนไล่บี้ถามมาว่าเหตุใดข่าวของต้นไม้วิเศษจึงรั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
จู้ชิงอวี๋เองก็สีหน้าไม่ดี รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าตลอดเวลาก็หายไปเธอเป็หนึ่งในผู้รับผิดชอบทีมนี้ ก็ถูกสอบสวนเช่นกัน
ใครจะไปคิดว่าข่าวรั่วไหลออกมาสู่ภายนอก
ที่สุดแล้ว ข่าวแพร่สะพัดไปทั่ว ทุกแห่งหนล้วนรู้กันหมด อีกหน่อยเหล่ามนุษย์พิเศษทั้งหลายต้องเร่งรุดมาอย่างแน่นอนหากต้องรอจนลูกไม้สุกงอม ย่อมหลีกเลี่ยงการแย่งชิงไม่ได้
คนเบื้องบนโทสะลุกฮือ
จั่วจวิ้นก้มหน้า กุมเครื่องมือสื่อสารในมือแน่น ตาเพ่งหน้าจอเขม็งเขาเกลียดคนคนนั้นเข้าไส้ แค่หน้าจอสว่างขึ้นมา เขาจะรับสายทันทีแล้วแผดเสียงด่าไม่เลี้ยง
“จั่วจวิ้น นายเหม่ออะไร!” เยี่ยเกอถามเสียงดัง ในยามปรกติ เขาเป็คนนิ่งๆแต่ว่าตอนนี้เห็นได้ชัดว่าโมโหจัด พูดว่า “นายถูกคนทำร้ายเป็ไปได้ไหมว่าก่อนสูญเสียความจำ นายหลุดปากบอกข่าวออกไป?”
จั่วจวิ้นตะลึง จากนั้นใบหน้าซีดเผือด ส่ายหัวโดยเร็วเื่อย่างนี้ให้ตายก็ไม่ยอมรับ ไม่อย่างนั้นไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน
“เป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ผมจะเป็คนไม่ได้ความอย่างนั้นได้อย่างไร?ผมต่อสู้กับมันจนสูญเสียความทรงจำเลยนะ!” จั่วจวิ้นหนาวๆ ร้อนๆลุกขึ้นยืนโวยวายแล้วอธิบายเสียงดัง
“ทางพวกเราน่ะไม่มีทางปล่อยให้ข่าวรั่วออกไปแน่หรือจะเป็อีกสองทีมที่พลาด?” มนุษย์พิเศษอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดขึ้นมา
ทีมเหล่านี้แม้จะสังกัดกับเทียนเสินเซิงอู้ก็จริงหากก็ชิงดีชิงเด่นกันอยู่ในที อีกสองทีมที่เหลือก็รู้พิกัดของต้นไม้นั่นเช่นกัน
“มีความเป็ไปได้ว่าอาจจะเป็กลุ่มอื่น อย่างเช่นกลุ่มโพธิจีนส์สองวันนี้พวกเขาก็ปรากฏตัวแถวเขาไท่หังซานเหมือนกันนะ” จู้ชิงอวี๋เอ่ย
กลุ่มโพธิจีนส์ เป็บริษัทเวชภัณฑ์สำหรับสิ่งมีชีวิตอยู่ในแถวหน้าของแวดวงธุรกิจ ชิงความเป็หนึ่งกับเทียนเสินเซิงอู้มาตลอด
ในชั้นต้นนั้น บริษัทมีกลิ่นอายความลี้ลับ ได้ยินกันมาว่าตอนก่อตั้งบริษัทได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับสุดยอดทางเวชภัณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งยังมีนักบวชสูงวัยอายุร่วมร้อยอีกหลายรูปอีกด้วย
พวกเขาใช้เครื่องมืออันทันสมัยทำการตรวจร่างกายนักบวชสูงวัยเ่าั้
จากนั้น กลุ่มโพธิจีนส์ก็ค่อยๆ เติบโต และมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆในยุคหลังความรุ่งเรืองนี้ จนกลายเป็กลุ่มเงินทุนที่มั่งคั่งอย่างยิ่ง
“พื้นทีู่เาไท่หังซานนี้พวกเราไว้แล้ว พวกเขายังมีหน้ามาที่นี่อีก”มนุษย์พิเศษคนหนึ่งท่าทางไม่พอใจ
“อาจจะได้ข่าวว่าพวกเรามาวางกำลังไว้ที่นี่ เลยคิดมาก่อกวน” จู้ชิงอวี๋ตอบ
มนุษย์พิเศษอีกหลายคนขมวดคิ้ว จะรับมือกับกลุ่มโพธิจีนส์นั้นไม่ง่ายเลยพวกเขาใช่ว่าจะไม่มียอดฝีมือ อย่างเทพวัชระนั่นไง สามารถต่อกรกับเทพปีกเงินได้เลย
“เื่พวกนี้ปล่อยให้เบื้องบนเป็คนปวดหัวเถอะพวกเรามีแต่ต้องทำหน้าที่ตรงหน้านี้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว” เยี่ยเกอค่อยๆ สงบลง
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าอีกไม่นานนัก เทือกเขาแถบนี้จะเปิดฉากการแย่งชิงขึ้นไม่รู้ว่าจะมีมนุษย์พิเศษปรากฏตัวขึ้นอีกมากมายเพียงไหน
ที่เมืองชิงหยาง ในสวนของบ้านฉู่เฟิง
เสียงชกลมวืดวาด เสียงฟ้าร้องคำราม ฉู่เฟิงกำลังฝึกมวยการเคลื่อนไหวนั้นไม่เหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้วบนหมัดคลี่คลุมไว้ด้วยพลังลึกลับชั้นหนึ่ง
ยามที่เขาวาดมือออกหมัด ใบไม้ใบหญ้าปลิวพัดลอยละล่องเต็มท้องฟ้า
สุดท้ายที่ตามมาหลังจากเสียงร้องเบาๆ ของเขาไอขาวระหว่างปากและจมูกพวยพุ่งออกมาวนรอบสวนหนึ่งรอบ แล้ววกกลับสู่ร่างของเขา
หมัดปีศาจวัวกระบวนท่าที่แปด เขาฝึกสำเร็จแล้ว!
ความก้าวหน้าที่รวดเร็วเช่นนี้ หวงหนิวมองด้วยสายตาแปลกๆ
ทว่า อีกสองวันต่อมาเขาเพียรฝึกอย่างยากลำบากเหลือแสนก็ไม่อาจสำเร็จกระบวนท่าที่เก้ากระบวนท่าสุดท้ายนี้ค่อนข้างพิเศษ สอดคล้องกันกลายๆ กับกระบวนท่าที่หนึ่ง
เขาหยุดพัก จากนั้นเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมของกิน
แน่นอน ช่องเก็บของในตู้เย็นว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้กินแล้วในช่องแช่แข็งยังเหลือเนื้อวัวอีกชิ้น แต่ถ้าหวงหนิวเห็นเข้า มันเอาเื่เขาแน่
“ไม่ได้การ ต้องออกไปข้างนอกสักหน่อยแล้ว!” ฉู่เฟิงตัดสินใจ
ตอนนี้ ของในซุปเปอร์สโตร์ต่างก็ขายหมดไปแล้วหาซื้ออาหารจำพวกเนื้อไม่ได้เลย
ในบ้านก็ยังพอมีพวกธัญพืชอยู่บ้างแต่ตอนนี้เขากำลังฝึกมวยซึ่งต้องใช้พลังงานอย่างมาก รู้สึกหิวโหยทุกวันอาหารธรรมดานั้นช่วยอะไรไม่ได้เลย ต้องเป็พวกเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานสูง
“หวงหนิว ขึ้นเขากัน!” ฉู่เฟิงะโ
หากต้องขึ้นเขากันจริงๆ ก็ต้องพกหวงหนิวไปด้วยยังไงไอ้หมอนี้ก็โผล่ออกมาจากูเาลึกลับ
หวงหนิวเฉยเมย ี้เีตัวเป็ขนไม่อยากจะขยับเลยสักนิด
“ไม่มีเนื้อหมูแล้ว ไก่ย่างก็กินหมดแล้ว อีกหน่อยแกต้องกินแต่หญ้าคิดเอาเองแล้วกัน!” ฉู่เฟิงขู่
หวงหนิวพอได้ยินก็กระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงทันทีเมื่อรู้ว่าจะไม่มีเนื้อสัตว์ให้กินมันยิ่งไม่ยอมทำอย่างกับไม่ใช่สัตว์กินพืชอย่างนั้นแหละ
ในที่สุด มันก็ยอมขึ้นเขาไปด้วยตามที่ฉู่เฟิงขอ
เทือกเขาไท่หังซานกว้างใหญ่ไพศาล ไกลสุดลูกหูลูกตา
พื้นที่แถบนี้กินอาณาบริเวณกว้างไกลเมื่อเดินทะลุป่าผลไม้ทางทิศตะวันออกไปอีกราวสิบกิโลเมตรก็เข้าเขตูเา
บนเขาอุดมไปด้วยสิงสาราสัตว์ เป็เพราะเมื่อก่อนมีการสั่งห้าม
สัตว์จำพวกหมูป่า เสือดาว ลิง กวาง ตัวแบดเจอร์ นั้นมีอยู่ไม่น้อยแต่ที่คนไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือฝูงหมาป่า
ด้วยความเร็วระดับฉู่เฟิงกับหวงหนิว เพียงไม่นาน ก็วิ่งมาถึงแถบเทือกเขา
ฉู่เฟิงเฝ้าสังเกตตลอดทาง ว่ามีลูกไม้ประหลาดหรือไม่ ถึงแม้ว่าน้อยคนนักที่จะย่างกรายผ่านมาที่นี่
น่าเสียดายที่ไม่พบเจอ
“เดี๋ยว แกจะไปไหนน่ะ ทางนั้นมันอันตราย” ฉู่เฟิงหยุดวิ่งทันที
หวงหนิววิ่งไปข้างหน้าทำท่าจะพุ่งทะยานขึ้นภูผาสูงชันที่มีเกลียวเมฆโอบล้อม เสียงสัตว์ร้ายชวนขนหัวลุกดีไม่ดีอาจเจอนกล่าเหยื่อปีกกว้างสิบเมตร บินโฉบอยู่้า
หวงหนิวชะงัก ทำท่าบอกเขาว่าต้องไปทางนั้น
“ทางนั้นมันอันตราย สัตว์ร้ายเยอะเกินไป!” ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสี
เป็เพราะตรงนั้นไม่ได้อยู่ในแนวเขตเขาไท่หังซานแต่เป็พื้นที่ของูเาาที่ผุดขึ้นมาตอนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ูเาลูกนี้ใหญ่โตมโหฬารแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่สูงเทียมเมฆความสูงนั้นเทียบได้กับความสูงของยอดเขาทั่วไปเอามาต่อยอดกันนับสิบนับร้อยลูก
บนเขา ต้นไม้พุ่งสูงเสียดฟ้า เถาวัลย์โบราณทั้งใหญ่ทั้งหนาเสียงลิงกู่ร้อง เสียงเสือก้องคำราม สภาพเหมือนป่าดึกดำบรรพ์
ขนาดระยะทางห่างไกลยังรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่ครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง
“ของจริง!” หวงหนิวเขี่ยพื้นเป็ตัวอักษร ท่าทางเคร่งขรึมอย่างยิ่งนี่คือเหตุผลที่มันพาฉู่เฟิงมาที่นี่ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าตอนนี้เขายังขาดอะไร
ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เขาเริ่มลังเลก่อนจะมาที่นี่เขาไม่คิดว่าจะเข้าใกล้สัตว์ร้ายพวกนั้น
หลังจากทีู่เาไท่หังซานเปลี่ยนแปลงพื้นที่แถบนี้มีูเาลึกลับลูกมหึมาผุดขึ้นนับร้อยนับพัน ตรงนี้เป็หนึ่งในนั้น
“มอ!” หวงหนิวเร่ง
“ก็ได้ เชื่อแก!” ฉู่เฟิงกัดฟัน เขารู้ว่าหวงหนิวไม่ทำร้ายเขาอีกอย่างมันก็มีเหตุผล ในเมื่อเขาฝึกหมัดปีศาจวัวแล้ว จะต้องกังวลอะไร
บางที หมัดปีศาจวัวก็อาจจะมีต้นกำเนิดจากสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายก็ได้
ในที่สุด ก็เข้าใกลู้เา มันช่างใหญ่โตเสียเหลือเกินอย่างกับที่ราบสูงสุดลูกหูลูกตา
ตรงนี้ต้นไม้แน่นขนัด สัตว์ดึกดำบรรพ์หลายหลาก
“พวกมันออกมาไม่ได้ แล้วฉันจะเข้าไปได้เหรอ?” ฉู่เฟิงถาม
หวงหนิวตอบรับ แน่นอน
“แล้วฉันจะออกมาได้ไหม?” ฉู่เฟิงสงสัย
หวงหนิวผงกหัว บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง ขอแค่ไม่ถูกสัตว์ร้ายฆ่าตายก็ออกมาทางเดิมได้
ฉู่เฟิงถึงกับงง นี่มันตรรกะอะไรกัน แต่คราวนี้หวงหนิวไม่บอกอะไรเขามากไปกว่านี้
แม้ยังอยู่ห่างไกล แต่เขาก็สามารถเห็นสัตว์ร้ายหายากบางตัวตัวหนึ่งดูคล้ายสิงโตตัวผู้ บนหลังของมันเต็มไปด้วยหนามแหลม มันสูงถึงสิบเมตรเดินออกมาจากป่า
ฉู่เฟิงกลืนน้ำลาย รู้สึกหวั่นๆ สัตว์ร้ายตัวมหึมาขนาดนี้ เขาจะรับมือไหวไหมนะ?
หวงหนิวจ้องเขาไม่วางตา เมื่อก้าวเข้าไปในป่าแล้วไม่แน่ว่าจะต้องทุ่มเทเสมอไป แต่หน้าที่ที่ต้องทำคือมีชีวิตรอดให้ได้เมื่อแน่ใจว่าเอาตัวรอดได้แล้ว ค่อยเลือกเหยื่อที่เหมาะจะเป็คู่มือ
ในที่สุด ฉู่เฟิงก็ย่างเข้าไปในเขตูเาานั้น
ต้นไม้โบราณแน่นขนัดมืดฟ้ามัวดิน
อีกทั้งเถาวัลย์เก่าแก่ที่หนาขนาดอ่างน้ำพาดขวางอยู่บนพื้นป่า
หวงหนิวเตือนเขาแต่แรก ให้ใช้กระบวนท่าหมัดปีศาจวัวในการเคลื่อนไหวกระชับร่างกายและเก็บงำกลิ่นอายจากร่างกายให้ดี
ฉู่เฟิงทำตาม และเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่หยุดยืนั้แ่แรก
ตึง!
แน่นอน ในป่าอันตรายอย่างยิ่ง ต้นไม้ที่อยู่ไกลๆ สั่นไหวสัตว์ร้ายตัวใหญ่เท่าบ้านตัวหนึ่งวิ่งตะบึงเข้ามา รูปร่างเหมือนเสือชีต้าร์แต่มีเขาวัวงอกออกมาหนึ่งคู่ เสียงตึงดังขึ้นตรงตำแหน่งที่พวกเขาเพิ่งหยุดอยู่เมื่อครู่
ห่างออกไป ฉู่เฟิงเห็นอย่างชัดเจน เขาสูดหายใจ
เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่ต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมายูเากว้างใหญ่ไพศาลนี้คือที่ขัดเกลาฝึกปรือ หากสามารถรอดออกไปจากที่นี่ได้ถึงจะนับว่าสำเร็จวิชาจริงๆ
ตอนนี้ ฉู่เฟิงไม่บิดพลิ้วแม้แต่น้อยทั้งยังทุ่มเทแรงกายแรงใจที่จะฝึกฝนตัวเองที่นี่
ด้วยเพราะอีกไม่นานเทือกเขาไท่หังซานจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่พร้อมจะพลิกผันได้ตลอดเวลามนุษย์พิเศษมากมายจะมารวมตัวกัน าต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ตอนนี้ เขาย่างกรายเข้าสูู่เาอันใหญ่โตนี้แล้ว แม้จะอันตรายอย่างยิ่งหากกลับช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนวิกฤติให้เป็โอกาสสิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าวิชาหมัดอันเรียบง่ายเสียอีก
ขณะที่เดินผ่านป่าลึกลับ แมงมุมตัวเท่ากำปั้นชักใยทิ้งตัวลงมาอย่างฉับพลันเกือบจะโดนหน้าฉู่เฟิง
ตึง!
ด้วยสัญชาตญาณ เขาปล่อยหมัดออกไป เืเนื้อสาดกระจาย
เขาตรวจดูมือโดยพลัน เกรงว่าจะโดนพิษ
หวงหนิวผงกหัวช้าๆ ความหมายก็คือ ไม่ต้องห่วงหมัดปีศาจวัวไม่กระจอกอย่างนั้น
ระหว่างทาง ฉู่เฟิงพบเห็นสัตว์ประหลาดมากมายครั้งที่อันตรายที่สุดก็คือตอนที่เกือบจะโดนนกล่าเหยื่อตัวมหึมาปีกกว้างยี่สิบกว่าเมตรโฉบเอา สถานการณ์ตอนนั้นน่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง
นกล่าเหยื่อตัวนั้นทั่วทั้งตัวคือเปลวเพลิงโหมเริงแรงยามที่มันโจมตีเขาแล้วปะทะเข้ากับหน้าผา มันถึงกับทำให้หินก้อนมหึมาหลอมละลายได้
ที่นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!
ฉู่เฟิงไม่ชนตรงๆ มุดหายเข้าไปในแนวป่า
ตอนที่เดินทางผ่านป่าอันเงียบสงัดฉู่เฟิงรู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านที่ก่อตัวรุนแรง จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้เขารู้ทันทีว่าที่นี่น่าจะมีสัตว์ร้ายที่ไม่อาจมองข้ามได้
บริเวณนี้อาจจะเป็รังของมัน สัตว์อื่นจึงไม่กล้ากรายใกล้
หรือเป็เพราะตรงนี้เงียบสงบเกินไป
จะอย่างไรก็ตาม หวงหนิวยังคงให้เขาก้าวเดินต่อไป
ไม่นาน ฉู่เฟิงก็ขนลุกไปทั้งตัว เขาเห็นเสือตัวหนึ่งทั้งตัวสีขาวราวหิมะ ความยาวจากหัวถึงหางร่วมหกเมตร กรงเล็บแหลมคมส่องประกายเย็นเยียบ
“มันไม่ใช่เสือ!”
เพราะมันมีสามหาง แต่ละหางส่องประกายแวววาว เพียงแค่โบกเบาๆก็ตีหินแตกกระจุย!
หวงหนิวเขี่ยพื้นบอกฉู่เฟิงว่า วันนี้กินไอ้ตัวนี้แหละ
ฉู่เฟิงตาถลน นี่มันสัตว์ร้ายตัวมโหฬารเชียวนะ จะให้ล่ามันจริงๆ เหรอ?
เอาตัวนี้!
หวงหนิวยืนยัน ผงกหัวอย่างหนักแน่น บอกให้เขากำจัดมันเสีย ถือเป็การฝึก
ตรงหน้าคือที่โล่งกว้าง ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้า พื้นดินแห้งแข็งบนหน้าผามีโพรงถ้ำ เห็นได้ชัดว่านี่คือรังของสัตว์ประหลาดตัวนี้
เวลานี้ เ้าสัตว์ร้ายตัวมหึมาขนาดยาวหกเมตร เบิกั์ตาที่ไร้ซึ่งความปรานีไปด้านข้างรู้สึกได้ถึงคนแปลกหน้าที่บุกรุกมายังถิ่นของมัน
“โฮก!” เสียงคำรามดังสนั่นสะท้านฟ้าะเืดินสัตว์ประหลาดตัวนั้นพลันกลายเป็แถบแสงสีขาวในพริบตาก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับกลิ่นอายฆ่าฟัน
“เอาหมัดไปกินซะ!” ฉู่เฟิงะโก้อง กัดฟัน ทะยานขึ้นไปรับ