ทั้งเหว่ยเสวียนจีและกู่หลินเฉินเต็มไปด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อได้พบเห็นภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า เด็กหนุ่มที่พวกเขาหมายตา แท้จริงแล้วหาใช่มนุษย์ แต่เป็นลูกครึ่งเทพกับปีศาจงั้นหรือนี่
แถมกลิ่นอายพลังที่น่าคุ้นเคยแบบนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าครึ่งหนึ่งเป็นเผ่าเทพสวรรค์แห่งชีวิต ส่วนอีกครึ่งคือเผ่าเทพปีศาจแห่งความตาย
"เห้อ กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวเข้าให้แล้วไง" กู่หลินเฉินถึงขั้นกุมขมับเมื่อได้เผชิญกับความจริงเบื้องหน้า เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าทั้งสองเผ่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาช้านาน
การคงอยู่ของตัวตนอย่างเย่หยุนซีจึงเป็นสิ่งต้องห้ามไปโดยปริยาย ถ้าประสบพบเจอเมื่อไร หากไม่สังหารก็ต้องจับไปเป็นนักโทษที่พิภพเทพหรือไม่ก็พิภพปีศาจ
"ว่าแต่แล้วใครเป็นพ่อแม่ของเด็กคนนี้กันล่ะ?" คำถามนี้ปรากฏขึ้นมาและวนเวียนอยู่ในหัวสมองของสองผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขานึกไม่ออกเลยว่าเชื้อพระวงศ์คนไหนที่หาญกล้าทำผิดกฏร้ายแรงของเผ่าพันธุ์
ตัดกลับมาทางฝั่งของคนที่ถูกพูดถึงอย่างเย่หยุนซีกันบ้าง หลังจากซีซวนฟื้นพลังอย่างเต็มที่ ทั้งสองก็เริ่มออกล่าสังหารผู้ฝึกตนอีกครา โดยมิได้รับรู้เลยว่าตนเองกำลังถูกหมายตาจากมหาเทพทั้งสองท่าน
และเมื่อเวลาผันผ่านไปอีก 4 เดือน จำนวนแต้มสังหารของพวกเขาก็พุ่งพรวดไปถึง 4900 แต้ม ซึ่งนับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน
"เหลืออีกแค่เพียง 100 แต้มเท่านั้น" ด้านบนท้องฟ้ากว้าง เย่หยุนซียิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี ในใจครุ่นคิดถึงวันที่จะได้เลี้ยงดูบุตรสาวและบุตรชายซึ่งน่าจะถือกำเนิดได้ประมาณ 3 เดือนกว่า
"ฟุ๊บ"
"เรียนจอมมารน้อย ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนของราชวงศ์หลิง โจว เฟิ่ง หนานกง กำลังรวมตัวกับตำหนักเทพยุทธและวังวิหคอมตะเพื่อที่จะตรงมาจัดการพวกเรา"แม่นางซีซวนปรากฏตัวขึ้นพลางกล่าว
"โอ่ว เจ้าพวกคู่ปรับเก่าไร้ยางอายเหล่านี้ถึงกับไม่เข็ดหลาบ" เย่หยุนซีสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ลูบบาศก์สมปรารถนาแปรเปลี่ยนกลายเป็นคันศรเกาทัณฑ์ จากนั้นง้างสายเล็งขึ้นฟ้า หลับตากระจายพลังจิตวิญญาณ
ลูกศรเปลวเพลิง สายฟ้า และน้ำแข็ง 3 ธาตุถูกยิงออกไปพร้อมกันโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ ก่อนที่มันจะแตกกระจายเป็นศรนับหมื่นพุ่งทะยานข้ามท้องนภาตรงไปยังพื้นที่เป้าหมาย ส่งผลให้ขุมกำลังที่รวมตัวกันตายตกคนแล้วคนเล่า
"ฟิ้วๆๆๆ"
"สวบๆๆๆ"
"การโจมตีเป็นวงกว้างแบบนี้อีกแล้ว พวกเราป้องกันเอาไว้ให้ได้"
หลิงลั่วเฉิน หนานกงเหว่ย เฟิ่งหยาง และโจวอี้ รีบสร้างม่านพลังป้องกันอย่างฉับไว ในฐานะเซียนผู้ยิ่งใหญ่มันจะยอมตายเพราะศรงี่เง่าพวกนี้ได้อย่างไรกัน
"พลังเปลวเพลิง สายฟ้า และน้ำแข็ง!!........เป็นมันอีกแล้ว!! เจ้าเทพสังหารบัดซบนั่น!!!" หนานกงเหวยคำราม
แต่ทว่าทันใดนั้น ทั่วทั้งบริเวณที่พวกมันอยู่ จู่ๆก็ถูกปกคลุมไปด้ายม่านพลังสีทองซึ่งดูคุ้นตา แถมด้านบนท้องฟ้ายังปรากฏหอกเพลิงยักษ์ 3 เล่ม แผ่กลิ่นอายที่เต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างอย่างไม่หยุดหย่อน
"พะ พระเจ้า!"
เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่และนิกายชั้นนำฝ่ายธรรมมะพากันทิ้งตัวลงคุกเข่า แววตาว่างเปล่าเหม่อลอยอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
"ฟุ๊บ"
"ฮ่าๆๆ สหาย พวกเราพบเจอกันอีกแล้วนะ" เย่หยุนซีและซีซวนปรากฏตัวขึ้นด้านนอกม่านพลังนั้น
"แก!! เจ้าเทพสังหาร!!" เหล่าผู้นำของแต่ละขุมกำลังคำรามเสียงดังกึกก้องท้องนภา ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอาฆาต
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มกวนประสาท "ถึงแม้ครั้งก่อนข้าจะตัดสินใจผิดพลาดจนต้องบาดเจ็บสาหัส แต่ทว่าครั้งนี้ข้าจะไม่มีทางทำผิดซ้ำ"
"อ๊าก!! เทพสังหาร!! ข้าขอสาบานว่าจะสังหารเจ้าให้ได้!!!" เฟิ่งหยางสติแตกจนแทบกลายเป็นบ้า ส่วนเหล่าผู้นำคนอื่นๆก็ล้วนมีอาการที่ไม่ได้แตกต่างกันมาก
"ฮ่าๆๆแล้วข้าจะรอก็แล้วกันนะ แต่สำหรับวันนี้คงต้องขอขอบคุณพวกเจ้าที่เอาแต้มมาประเคนให้ข้า" เผยรอยยิ้มเหี้ยมหาญออกมา บุรุษหนุ่มสั่งการให้หอกเพลิงยักษ์ 3 เล่มบนท้องฟ้าร่วงหล่นสู่ผืนพสุธาหลังจากจบคำ
"ตูมๆๆๆ"
เสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่น มิติรวมถึงม่านพลังแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เกิดเป็นหลุมลึกขนาดมหึมา เหล่าผู้ฝึกตนจำนวนหลายร้อยชีวิตเรียกได้ว่าถูกลบหายไปอย่างสิ้นเชิงไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลีและไม่มีเสียงกรีดร้องโหยหวนทรมาน
ส่วนทางฝั่งเย่หยุนซีและซีซวน พวกเขาใช้พลังสายฟ้าหลบหนีไปลับตาตั้งนานแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร มีเพียงพลังของเย่หยุนซีที่หายไป 9 ส่วนเพราะถูกนำไปหลอมสร้างหอกเพลิงยักษ์ 3 เล่มนั้น
"5124 แต้มสังหารครบตามเงื่อนไข ยินดีกับเจ้าของมิติสังสารวัฏคนใหม่ ขอให้สนุกกับการฆ่าฟันนับจากนี้"
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะกลืนโอสถฟื้นฟูพลัง เสียงอันทรงอำนาจสายหนึ่งก็พลันดังขึ้นในหัวสมองของเขา พร้อมกับวิธีควบคุมมิติทั้งหมดที่แล่นเข้ามารวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
'แห๊กๆสำเร็จแล้วสินะ แถมพลังยังกลับมาฟื้นฟูเต็มที่' หลังจากได้สติ เย่หยุนซีรีบสำรวจร่างกายของตนเอง ก่อนจะสบัดชายแขนเสื้อ 1 ครั้ง
"ครื่นๆๆ"
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน" ซีซวนมีสีหน้างุนงงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นมาเพราะสาเหตุใดก็ไม่ทราบ
"ไม่จำเป็นต้องแตกตื่น พวกเรากำลังจะกลับสู่โลกภายนอก"เย่หยุนซีแถลงไข
โฉมสะคราญดวงตาเบิกกว้างในทันใด "ที่แท้ทุกอย่างเป็นฝีมือของท่าน"
บุรุษหนุ่มหัวเราะขบขัน "เป็นเช่นนั้นๆ แต่ทว่าตอนนี้เจ้าเข้าไปในอุปกรณ์มิติของข้าก่อนเถอะ หากพบเจอศัตรูที่โลกภายนอก ข้าจะได้หลบหนีโดยไม่ต้องพะวงถึงความปลอดภัยของเจ้า"
ซีซวนพยักหน้าเบาๆ ยินยอมทำตามคำสั่ง เพราะนางรู้ว่าตนเองไม่มีทางเป็นกำลังให้ชายหนุ่มได้เลย หากเกิดศึกที่โลกภายนอกขึ้นมาจริงๆ
เย่หยุนซีเมื่อเห็นภาพนี้ก็ยกยิ้ม ก่อนที่จะเรียกมุกมิติแล้วส่งตัวซีซวนเข้าไปด้านในนั้น ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่แดนสังสารวัฏส่งตัวเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมดออกไป