ทหารโพกผ้าเหลืองที่เพิ่งมาใหม่ยังไม่เคยเสียท่าให้เมืองเยี่ยเฉิงมาก่อน
เมื่อเห็นเพื่อนทหารที่สวมเสื้อสานกันฝนทำท่าเงอะ ๆ งะ ๆ ไม่กล้าบุกตีเมือง ภายใต้การเร่งเร้าของนายทหารแต่ละนาย จึงพุ่งแซงหน้าขึ้นมาแทนที่เพื่อนทหารเ่าั้ ปีนป่ายบันไดลิงอย่างกล้าหาญ หมายจะบุกขึ้นไปให้ได้
ทว่าปีนไปได้เพียงครู่เดียว บนหอคอยกำแพงเมืองพลันมีของเหลวถังหนึ่งสาดเทลงมา
พวกเขานึกว่าเป็น้ำสีทอง แต่กลับพบมันว่าส่งกลิ่นหอมยิ่งนัก
"นี่มันน้ำมันงา ระวัง...!"
ทหารโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งอุทานขึ้นมาทันควัน แต่น้ำมันงาลื่นไถลยิ่งนัก เขาจับบันไดลิงไว้ไม่มั่น จึงร่วงหล่นลงไปอย่างแรง ทั้งยังชนเพื่อนทหารด้านล่างล้มตึงไปตาม ๆ กัน
ฟางรุ่ยเทน้ำมันงาถังแรกลงบนบันไดลิงคันหนึ่ง
ในขณะที่ทหารรักษาการณ์นายอื่น ๆ ก็เทน้ำมันงาลงไปอย่างต่อเนื่อง ภายนอกกำแพงเมืองพลันอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันงาในพริบตา เมื่อเทียบกับกลิ่นเหม็นของน้ำสีทองครั้งก่อน ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
เมื่อเทน้ำมันงาไปเกือบหมด หยางเจาก็สั่งการให้เทน้ำมันตงและน้ำมันไฟลงไปพร้อมกัน
ประตูเมืองอื่น ๆ ก็ดำเนินแผนการเดียวกัน เพียงครู่เดียวใต้หอคอยกำแพงเมืองก็ปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำมัน เสื้อผ้าบนร่างของทหารโพกผ้าเหลืองไม่น้อยโดนน้ำมันจนเปียกชุ่ม
หยางเจาหยิบลูกธนูขึ้นมาหนึ่งดอก หัวศรพันด้วยเศษผ้า ชุ่มไปด้วยน้ำมันไฟ จุดติดกับคบไฟแล้วน้าวสายยิงออกไปด้านล่างทันที
ฟึ่บ!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น
ธนูไฟตกกระทบลงบนชั้นน้ำมันบนพื้น พลันเสียง ‘ตูม’ ดังขึ้นพร้อมกับการจุดติดไฟ
ไม่ว่าจะเป็น้ำมันไฟ น้ำมันงา หรือน้ำมันตง ล้วนเป็สารไวไฟ เมื่อเจอเปลวไฟก็ลุกพรึบ กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วที่สุด ใต้หอคอยกำแพงเมืองแปรเปลี่ยนเป็ทะเลเพลิงในพริบตา ทหารโพกผ้าเหลืองที่ถูกน้ำมันไฟสาดใส่ ต่างกลายเป็มนุษย์เพลิงที่ดิ้นรนทุรนทุราย
"ช่วยด้วย... ช่วยข้าด้วย!"
เสียงร้องโหยหวนระงมไปทั่วใต้หอคอยกำแพงเมือง
เสียงกรีดร้องของทหารโพกผ้าเหลืองที่ถูกเผาทั้งเป็ ช่างบาดหูบาดใจจนผู้ได้ยินเกิดขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ศัตรูทั้งหมดที่เข้าใกล้หอคอยกำแพงเมืองในรัศมีที่ถูกสาดน้ำมันไฟ ต่างตกอยู่ในทะเลเพลิง มีคนคิดจะพุ่งออกไปดิ้นรนกับพื้นเพื่อดับไฟ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ทหารโพกผ้าเหลืองที่อยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง ััได้ถึงไอความร้อนอันแรงกล้า ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าแม้นิดเดียว แน่นอนว่ามีทหารที่คิดจะช่วยดับไฟ แต่ก็เกือบจะติดไฟไปด้วย
คนที่ขวัญอ่อนต่างพากันหมุนตัววิ่งหนีอย่างลนลาน
จากนั้นทหารด้านหลังก็เริ่มเกิดความโกลาหล ไร้ซึ่งความฮึกเหิมเหมือนเมื่อแรกเริ่มโดยสิ้นเชิง
ฝั่งเตียวเหลียงเห็นแสงไฟตรงหน้าก็แทบจะกระอักเืออกมา ครั้งก่อนใช้น้ำสีทอง ครั้งนี้ใช้ไฟ สิ่งของที่เมืองเยี่ยเฉิงตระเตรียมไว้ เหตุใดถึงได้มากมายเพียงนี้!
"ถอยทัพ!"
เขาไม่อาจปล่อยให้ทหารใต้บังคับบัญชาพุ่งเข้ากองเพลิงไปตายเปล่าได้
สถานการณ์เช่นนี้ไร้ซึ่งเงื่อนไขในการบุกตีเมือง ทำได้เพียงถอยทัพเท่านั้น
แก๊ง!
กองฏโพกผ้าเหลืองถอยทัพอีกครั้ง
หยางเจาได้ยินเสียงฆ้องถอยทัพด้านนอก เส้นประสาทที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังอย่างต่อเนื่องมาจากใต้หอคอยกำแพงเมือง ในใจก็รู้สึกถึงความโหดร้ายอยู่บ้าง
ทว่าสนามรบก็โหดร้ายเช่นนี้เอง
"ท่านจวินโฮ่ว น้ำมันไฟของพวกเราหมดแล้วขอรับ" ฟางรุ่ยเดินเข้ามาเอ่ยรายงานด้วยความกังวล
หยางเจาขมวดคิ้วมุ่น "เหตุใดจึงหมดเร็วนัก?"
น้ำมันภายในเมืองเดิมทีก็ไม่ได้มีมาก ทั้งยังต้องแจกจ่ายให้ประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ประตูเมืองแต่ละแห่งจึงได้รับในจำนวนจำกัด
นึกไม่ถึงเลยว่าใช้เพียงครั้งเดียวก็หมดแล้ว ...หมดไวถึงเพียงนี้
หยางเจาไปสอบถามหลินผู่ที่ประตูจงหยาง แล้วไปถามเปี๋ยปู้ซือหม่าอีกคนที่ประตูกว่างหยาง คำตอบที่ได้คือน้ำมันไฟใช้จนหมดสิ้นแล้ว ประตูเมืองอื่นก็เป็เช่นเดียวกัน
"หลังจากนี้ใช้น้ำสีทองต่อไป"
หยางเจากลับมายังประตูเฟิ่งหยาง ให้ฟางรุ่ยนำทหารเตรียมพร้อมต้มอุจจาระได้ทุกเมื่อ
"ใช้น้ำสีทองก่อน แล้วตามด้วยใช้ไฟโจมตี"
เตียวเหลียงไม่อาจระบายโทสะได้ เอ่ยด้วยความโมโหว่า "กลศึกไฟครั้งนี้เผาทหารของพวกเราไปหลายหมื่นนาย!"
หวังตู้เอ่ยด้วยความกังวลว่า "อย่างเร็วที่สุดวันพรุ่งนี้ โลติดก็มาถึงแล้ว หรือจะให้ข้าส่งคนกลับไปเมืองตองกุ๋น นำกำลังพลมาเพิ่มอีกหลายหมื่นนายดีขอรับ?"
จางหนิวเจี่ยวส่ายหน้ากล่าวว่า "ไม่จำเป็ต้องวุ่นวายขนาดนั้น น้ำมันไฟพวกนั้นมีผลต่อการรักษาเมืองจริง แต่ข้าคิดว่าเมืองเยี่ยเฉิงคงไม่มีน้ำมันไฟเหลืออีกแล้ว"
"เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น?" เตียวเหลียงเอ่ยถาม
จางหนิวเจี่ยวอธิบายว่า "น้ำมันไฟและน้ำมันตงไม่ใช่สิ่งของจำเป็ของชาวบ้านทั่วไป จึงมีไม่มาก น้ำมันงาที่ใช้ทำอาหารอาจจะมีมากกว่า ดังนั้นตอนที่บุกตีเมืองเมื่อครู่ จึงได้กลิ่นหอมของน้ำมันงาเป็ส่วนใหญ่ แต่การจะสร้างทะเลเพลิงขนาดใหญ่ได้เช่นนั้น ต่อให้เป็น้ำมันงา ก็คงใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว ไม่อาจสร้างความคุกคามให้พวกเราได้อีก"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกเขาลองคิดตามดูก็รู้สึกว่ามีเหตุผลไม่น้อย
"ท่านแม่ทัพจางกล่าวได้ถูกต้อง ทั้งน้ำสีทองทั้งไฟ ทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงขนมาใช้จนหมดแล้ว แสดงว่าสิ่งของที่ใช้ป้องกันเมืองภายในเมืองเหลืออยู่เพียงน้อยนิด"
หุยง่วนเสี้ยวเห็นพ้องว่า "เมืองเยี่ยเฉิงมาถึงขีดจำกัดแล้ว การจะตีเมืองเยี่ยเฉิงให้แตกก่อนที่โลติดจะมาถึง ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป"
ความมืดมนของเตียวเหลียงมลายหายไปสิ้น เอ่ยสั่งการทันที "ถ่ายทอดคำสั่งของข้า ให้กองทัพทั้งหมดพักผ่อนครึ่งชั่วยาม แล้วบุกโจมตีเมืองเยี่ยเฉิงอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง คราวนี้ข้าจะปรับเปลี่ยนแผนการ รวบรวมกำลังทั้งหมดบุกตีประตูทิศตะวันออกของเมืองเยี่ยเฉิงก่อน"
เมืองเยี่ยเฉิงไม่มีเวลาแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเวลามากนักเช่นกัน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องตีประตูเมืองด้านหนึ่งให้แตกเสียก่อน แล้วจึงบุกเข้าไปภายในเมือง
ครึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา
"ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีเจียจื่อเวียนมา ใต้ฟ้ารุ่งเรือง!"
พร้อมกับการปรากฏขึ้นของคำปลุกใจอันดังก้อง กองฏโพกผ้าเหลืองก็เปิดฉากบุกโจมตีเมืองเยี่ยเฉิงอีกครั้ง
ทหารโพกผ้าเหลืองทั้งหมดเดินออกจากค่ายทหาร พุ่งเข้าหาเมืองเยี่ยเฉิงโดยไม่สนใจศพที่ถูกเผาเกรียมบนพื้น บันไดลิงถูกนำมาพาดบนหอคอยกำแพงเมืองอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"พี่น้องทั้งหลาย เมืองเยี่ยเฉิงไม่มีน้ำมันไฟและน้ำมันงาแล้ว ศัตรูไม่อาจใช้ไฟได้อีก ฆ่า!"
นายทหารโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งะโปลุกขวัญกำลังใจ
ทหารโพกผ้าเหลืองเงยหน้ามองดู เห็นว่าไร้น้ำมันไฟสาดลงมาจริง ๆ ก็เริ่มเปิดฉากบุกตีเมืองทันที
"สาดน้ำสีทอง!" หยางเจาะโเสียงดัง
ทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงยกหม้อใบใหญ่ นำน้ำสีทองที่ต้มเดือดสาดลงไป
ทางฝั่งโพกผ้าเหลืองรีบรับมือทันควัน ให้ทหารที่สวมเสื้อสานกันฝนรับแรงสาดของน้ำสีทอง กัดฟันปีนบันไดลิง ขอเพียงทนกับกลิ่นเหม็นนั้นได้ ก็สามารถปีนขึ้นมาถึงขอบหอคอยกำแพงเมืองได้อย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์ใช้น้ำสีทองป้องกันเมือง ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
"สู้ตาย! ฆ่า!"
สายตาของหยางเจาเ็า ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ชักดาบหัวแหวนออกมากระหน่ำฟันลงไป
"ฆ่า!"
ทหารข้างกายเขาส่งเสียงกู่ร้องรับพร้อมกัน
อาวุธนานาชนิด รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันเมือง ต่างถูกประเคนใส่ทหารโพกผ้าเหลืองที่กำลังปีนขึ้นมา
บนหอคอยกำแพงเมืองเกิดการสู้รบอย่างดุเดือดเืพล่าน
หยางเจาเปรียบเสมือนมนุษย์โคลนเื ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเืของศัตรู ครั้นเห็นลูกน้องข้างกายล้มลงทีละคน ในใจก็รู้สึกไม่ดีอย่างยิ่ง
ใต้หอคอยกำแพงเมือง ยังมีพลธนูของกองฏโพกผ้าเหลืองกลุ่มใหญ่ น้าวสายธนูยิงขึ้นมา
สายฝนลูกธนูยิงขึ้นมาบนหอคอยกำแพงเมืองอย่างต่อเนื่อง
ทหารรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิงที่ถูกธนูยิงล้มลง มีจำนวนนับร้อยคนอย่างรวดเร็ว
"ตั้งโล่!" หยางเจาะโ
โล่หลายสิบใบถูกยกขึ้นบนหอคอยกำแพงเมือง ช่วยต้านทานลูกธนูที่ยิงขึ้นมาได้เป็ส่วนใหญ่
"โต้กลับซะ!"
หยางเจาสู้จนดวงตาแดงฉาน เห็นศัตรูคนไหนเขาก็กระหน่ำฟัน ดาบเดียวฟันออกไป ศัตรูเป็ต้องล้มหงายลง
ฟางรุ่ยและคนอื่น ๆ ถูกหยางเจาจุดประกายจิติญญาการรบ ต่อให้เป็ทหารใหม่ก็ลืมเลือนความตื่นตระหนกไปสิ้น
ก่อนหน้านี้น้ำสีทองทำลายความศรัทธาของทหารใต้บังคับบัญชาของเตียวเหลียงไปแล้ว แต่ทหารใต้บังคับบัญชาของจางหนิวเจี่ยวและหวังตู้กลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เรียกได้ว่ากลอุบายน้ำสีทองในยามนี้ล้มเหลวลงแล้ว ทำได้เพียงแสดงผลได้ชั่วคราวเท่านั้น
หยางเจานึกไม่ถึงเลยว่าเตียวเหลียงจะมีกองทัพหนุนมาช่วยทำลายแผนการของตนเอง เขาทำได้เพียงนำทหารสู้ตายอย่างสุดกำลังแล้ว
ทั้งสองฝ่ายสังหารกันจนฟ้ามืดดินมัว
กองฏโพกผ้าเหลืองถูกตีถอยไประลอกหนึ่ง ก็บุกเข้ามาใหม่อีกระลอก บุกโจมตีอย่างหนักหน่วงติดต่อกันนานกว่าสองชั่วยาม ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะถอยทัพ