เย่หลันพักอยู่ในห้องของนางและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนท่าคลื่นวารีศักดิ์สิทธิ์ต่อไป นางรอจนกว่าลั่วเทียนจะเรียกหานางอีกครั้ง
ลั่วเทียนพักฟื้นปรับพลังงานการบ่มเพาะมั่นคงแล้ว ก็เป็นเช้าของวันต่อมา เขาเริ่มตรวจสอบสมบัติที่เหลือว่ามีสิ่งไหนพอจะทำให้ตัวเขาเองเพิ่มพลังได้อีก ลั่วเทียนเก็บหยกสีแดงที่สลักคำว่าฟางเซียนลงไปในแห่นหยก นางบอกให้เขาเอาติดตัวไว้ตลอดเวลา เขาทำการผูกไว้ที่เอว ลั่วทำตามที่ฟางเซียนบอกถือซะว่าเป็นการตอบแทนที่มอบสมบัติให้กับเขา
สมบัติที่อยู่ในแหวนมิติในสายตาของลั่วเทียนมันสู้ไม่ได้กับสิ่งของที่เก็บไว้ในมหาสมบัติเทพของเขาเลย ลั่วเทียนประเมินจากการเชื่อมต่อจิตวิญญาณดึงของระดับสูงออกมาหนึ่งชิ้น ผลของมันที่ได้จากการฟื้นฟูมาแล้ว สามารถหยิบของล้ำค่าสิ่งใดก็ได้ที่เทียบเท่าเม็ดยาโอสถรักษาขั้นฉีหยวน(ระดับเจ็ด)
หากตัวเขาเองมีระดับการบ่มเพาะพลังงานที่สูงมากกว่านี้คงจะดีเอามาก ๆ ลั่วเทียนคิด แต่คงจะมีสิ่งใดที่จะมาฟื้นฟูมหาสมบัติเทพเพิ่มอีกคงจะยากเอามาก ๆ
ตอนนี้ลั่วเทียนนึกถึงเว่ยหยวนที่มาเป็นผู้ช่วยเขา และติดตามเขาในอนาคตข้างหน้า แต่ตัวเขาเองก็ไม่มีเวลาที่สอนตัวของเว่ยหยวน ได้แต่ปล่อยให้เขาทำความเข้าใจเอง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงใช้เวาลานานเอามาก ๆ ลั่วเทียนตัดสินใจที่จะฝากเขาให้เข้าสำนักฝึกตนสำนักหนึ่ง และหาคนที่ไว้ใจได้รับตัวเว่ยหยวนเข้าไปเป็นศิษย์
ซึ่งลั่วเทียนจะมอบสิ่งของต่าง ๆ ให้เพียงพอต่อเว่ยหยวนกับคนไว้ใจได้ในสำนัก เมื่อตัวของเว่ยหยวนพร้อมเมื่อไหร่เขาค่อยมารับตัวเว่ยหยวนมาติดตามเขาอีกที ลั่วเทียนเก็บความคิดนนี้เอาไว้แล้วค่อยไปตรวจสอบเรื่องสำนักที่เหมาะสมกับตัวเว่ยหยวน
ตอนนี้ก็เหลือแต่เย่หลันหากนางยังพัฒนาการบ่มเพาะพลังงานได้ช้าขนาดนี้ คงไม่สามารถติดตามเขาได้แน่ ๆ ลั่วเทียนใช้จิตสื่อสารหาเย่หลันเรียกให้นางมาพบเขาที่ห้อง
ลั่วเทียนถามถึงการฝึกเย่หลันว่า "เป็นยังไงถึงไหนแล้ว เจ้าค่อย ๆ เรียนรู้และฝึกพลังสมาธิของเจ้าให้มั่นคงไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด แล้วเจ้าจะพัฒนาเรียนตามคำภีร์ได้เอง"
เย่หลันพยักหน้าให้ลั่วเทียน พร้อมกับกล่าวว่า "นายน้อย มีคนของหอการค้ามาแจ้งว่าอีกสามเดือนข้างหน้าจะมีการประมูลใหญ่จัดขึ้นที่หอประมูลสดับจันทรา ข้าเองก็ได้ข่าวว่ามีการนับอาวุธระดับบรรพชนวิญญาณเข้าร่วมประมูลด้วย และสิ่งของล้ำค่าอีกมากมาย"
เย่หลันกล่าวกับลั่วเทียนต่อว่า "ข้าได้ข้าวจากคนของข้าว่ามีคนจากตระกูลหยานมีคอยสืบข่าวเรื่องของท่านอยู่ ข้าอยากให้ท่านระวังตัวด้วย ว่าแต่ท่าน.....! "
เย่หลันมัวแต่พูดอยู่กับลั่วเทียนจนลืมสำรวจระดับการบ่มเพาะพลังงานของลั่วเทียนว่ามาถึงขอบเขตสวรรค์แล้ว นางกล่าวด้วยความตื่นเต้น "นี่ท่านทำได้ยังไง เพียงแค่วันเดียวกลับทะลวงการบ่มเพาะไปถึงสามขอบเขต หากคนที่ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะทั้งหลายในโลกมาเห็นคงได้แต่กลั้นใจตายเพราะความโมโหเป็นแน่ ท่านสอนข้าบ้างได้หรือไม่ ? "
ลั่วเทียนตอบกลับเย่หลันด้วยรอยยิ้ิม "ข้าสอนเจ้าไม่ได้หรอก แต่ข้ามีวิธีในการใช้ตัวช่วยเสริมให้กับเจ้าเพื่อยกขีดจำกัดพรสวรรค์ของเจ้าให้สูงขึ้นไปอีก มันก็ขึ้นอยู่ที่เจ้าแล้วว่าสนใจจะทำมันหรือไม่ ? "
เย่หลันตอบกลับด้วยความตื่นเต้น "แน่นอนข้าย่อมสนใจอยู่แล้ว ว่าแต่ท่านทำไมยิ้มเหมือนมีเลศนัย มันร้ายแรงมากขนาดนั้นเลยหรือ ข้าชักจะกลัวแล้วน่ะ"
"โชคดีที่ข้าอยู่ขอบเขตเซียนสวรรค์แล้ว การช่วยเจ้ามันเลยง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก เดี๋ยวเจ้ามาหาข้าตอนช่วงค่ำประมาณยามสาม มันเป็นช่วงที่อากาศจะเย็นที่สุดเหมาะกับวิชาที่เจ้าฝึกพอดี" ลั่วเทียนกล่าวเสร็จพร้อมกับให้เย่หลันแยกตัวออกไปพักผ่อนทันทีเพื่อให้นางเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนนี้
หลังจากได้ยินสิ่งที่ลั่วเทียนกล่าวเย่หลันกลับคิดว่านี่ท่านเป็นผู้ชายน่ะ จะมานัดหญิงสาวให้ไปหาที่ห้องกลางคืนได้ยังไงกัน ถึงท่านจะไม่ได้คิดอะไรหรือไม่ได้อับอาย แต่ข้าก็อายเป็น
ถึงแม้ว่าเย่หลันจะคิดไปเป็นแบบนั้น แต่นางก็ไปเตรียมพร้อมสำหรับตัวนางเช่นกัน เพราะนี่มันคือโอกาสที่จำทำให้นางก้าวหน้าเป็นอย่างมากในอนาคต