ตอนที่ 19
ลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจ
ภายในห้องประชุมสมาคมพ่อค้า ผู้าุโม่อที่เคยเอ่ยสงสัยในตัวเสวี่ยิถึงกับหน้าถอดสี ใบหน้าแหยเกบูดเบี้ยว
ส่วนผู้าุโจางหลง ที่ออกหน้ารับรอง รวมถึงเสนอเงิน 15000 เหรียญทองให้แก่เสวี่ยิถึงกับเก็บยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ หน้าบานราวกับกะละมัง พร้อมเอ่ยคำ..."ข้าบอกแล้ว ข้าบอกพวกเ้าแล้ว"...มิได้ขาดปาก
ฟากนักปรุงยาที่สังกัดสมาคมพ่อค้าอีกหลายคนที่ร่วมชมดูอยู่ภายในห้องประชุม ต่างก็เหม่อมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับเห็นเทพเทวาก็ไม่ปาน "การเผาไหม้โดยสมบูรณ์ไม่เหลือแม้เถ้าถ่าน เปลวเพลิงเที่ยงแท้ นักปรุงยาอี้เฟย ไม่สิผู้าุโอี้เฟยสมควรสำเร็จการปรุงยาขั้นสูง ถึงขนาดเป็ผู้ที่เปลวเพลิงเที่ยงแท้อันสูงส่งเช่นนี้" เหล่าผู้ปรุงยาของสมาคมล้วนเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ และต่างยกย่องให้เสวี่ยิเป็ผู้าุโของพวกมันในทันที
.
.
"เปลวเพลิงเที่ยงแท้" เฟยเซียงอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น เธอเคยได้ยินอาจารย์ของตัวเองกล่าวเอาไว้ว่า นักปรุงยาซึ่งบรรลุถึงขั้นสูงของการปรุงยา จะจะสามารถใช้พลังิญญาของตนเอง สร้างเปลวเพลิงเฉพาะของตนเอง ทำให้ลักษณะเม็ดยาที่ปรุงหลอมออกมาด้วยเปลวเพลิงของตัวเองนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะพิเศษ ตามแต่เปลวเพลิงที่สร้างสรรค์ รวมถึงสามารถควบคุมอุณหภูมิความร้อนได้ดั่งใจ และเรียกเปลวเพลิงที่ว่านี้โดยรวม ๆ ว่าเปลวเพลิงเที่ยงแท้
แม้เสวี่ยิไม่เข้าใจคำว่าเปลวเพลิงเที่ยงแท้ แต่ก็พยักหน้ารับคำกล่าวอ้างด้วยความเคร่งขรึม "หมดธุระของเ้าแล้วสินะ" เมื่อรู้ว่าสามารถผ่านด่านนี้ไปได้แล้ว เสวี่ยิก็รีบเอ่ยปากขับไล่เฟยเซียงอีกครั้งในทันที
ดวงตาของเฟยเซียงฉายแววเศร้าสร้อยแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับเป็สุกใสตามเดิม เพราะเฟยเซียงนั้นสนใจใคร่รู้ในศาสตร์ของการปรุงยาเป็อย่างยิ่ง เมื่อผู้ที่มีทักษะในระดับที่สามารถสร้างเปลวเพลิงเที่ยงแท้ ซึ่งสูงส่งกว่าผู้เป็อาจารย์ของตัวเองปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่กลับไม่อาจร่วมสนทนา หรือขอคำชี้แนะ นั่นใยมิใช่เื่น่าผิดหวังยิ่งนัก แต่เมื่อผู้าุโเอ่ยปากขับไล่เช่นนี้ การรั้งรออยู่ก็มิใช่มารยาทอันดี ซึ่งเฟยเซียงล้วนเข้าใจดี
แต่ก่อนจะไปเฟยเซียงจำต้องสร้างจุดเชื่อมความทรงจำ สำหรับโอกาสในการพบเจอกันครั้งใหม่เอาไว้ก่อน "ผู้าุโอี้ เก้าอี้..."เธอเอ่ยพร้อมอมยิ้มในใจ
"เก้าอี้"เสวี่ยิทวนคำ พร้อมมองไปยังเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งเผาเก้าอี้ของห้องไปหนึ่งตัว
เฟยเซียงพยักหน้าพร้อมยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปิดปากบางเอ่ยขึ้น "เก้าอี้ที่ท่านเพิ่งเผาทำลายไปนั้น ทำจากไม้ชนิดพิเศษ ซึ่งเป็ไม้หายากเรียกว่าไม้หยกดำต้นตาย ยามมีชีวิตเป็ผิวไม้เป็สีเขียวราวหยกงาม แต่เมื่อตายกลับเปลี่ยนเป็สีดำ เนื้อไม้แข็งแกร่งทนทาน แถมมีคุณสมบัติปลดลปล่อยพลังธรรมชาติช่วยให้ผู้คนผ่อนคลาย ซึ่งหาได้ยากยิ่ง"
เสวี่ยิรับฟังพร้อมพยักหน้าตาม แต่ก็ยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่เฟยเซียงเอ่ยถึงเื่นี้ขึ้นมา
"เมื่อเนื้อไม้หายาก งานแกะสลักลวดลาย แล้วประกอบเข้ากันเป็เก้าอี้ล้วนต้องพิถีพิถันปราณีตยิ่ง หากข้าจำไม่ผิดเก้าอี้ตัวที่ท่านผู้าุโเพิ่งจะเผาไป สมาคมพ่อค้าล้วนซื้อหามาในราคาแพงลิบ"
เอ่ยถึงตรงนี้หัวใจของเสวี่ยิก็แทบจะหล่นไปถึงตาตุ่ม แอบลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะพยักหน้าตามไปด้วย
"หากความทรงจำของเฟยเซียงไม่ผิดพลาด เก้าอี้ตัวนั้นมีราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง" เฟยเซียงนั้นได้รับข้อมูลการซื้อขายของเสวี่ยิอยู่แล้วก่อนที่จะเข้ามายังห้องนี้ ดังนั้นหล่อนจึงจงใจเอ่ยราคาที่เท่าเทียมกับจำนวนเงินที่เสวี่ยิทำการค้าไว้ ทั้งที่ความจริงเก้าอี้ตัวนี้นั้นมีราคาสูงกว่า 15000 เหรียญทองอีกพอสมควร
"ว่ากระไรนะ" ในที่สุดเสวี่ยิก็มิอาจเก็บอาการเอาไว้ได้ ต้องโพล่งออกมาในที่สุด
เมื่อเห็นท่าทีที่ตื่นตะลึงของเสวี่ยิที่พยายามรักษาภาพลักษณ์เคร่งขรึมมาตลอด ก็ทำให้เฟยเซียงถึงกับหัวเราะคิกคักออกมา แต่หล่อนก็ไม่ลืมเลือนที่จะยกมือเรียวขึ้นมาปิดปากน้อย ๆ เอาไว้แต่พองาม ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงใสกังวานราวกับมีมนต์สะกดให้ผู้คนหลงใหล "ท่านอย่าได้ใส่ใจไป เพียงเก้าอี้ตัวเดียว สำหรับเฟยเซียงการที่สมาคมได้คบหารู้จักกับผู้าุโถือเป็เื่สำคัญกว่า ส่วนราคาค่างวดของเก้าอี้ ถือว่าเฟยเซียงมอบเป็ค่าตอบแทนที่ผู้าุโแสดงเปลวเพลิงอันน่าตื่นตาให้เฟยเซียงได้ชม ผู้าุโเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่"
"เหมาะสมแน่นอน เหมาะสมยิ่งนัก"เสวี่ยิรีบละล่ำละลักรับคำทันควัน ราวกับกลัวว่าเฟยเซียงจะเปลี่ยนใจ
"ขอบคุณผู้าุโอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ" เฟยเซียงย่อตัวคารวะ ก่อนจะถอยออกจากห้องไป
เสวี่ยิมองดูจนประตูห้องปิดลงจนสนิท จึงได้ถอนหายใจดัง...เฮือกใหญ่...ก่อนจะก้มลงไปใช้มือลูบไล้ไปบนเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่อย่างทะนุถนอม
.
.
.
เมื่อออกจากห้องวีไอพีของเสวี่ยิแล้ว เฟยเซียงก็ตรงไปยังห้องประชุมเพื่อพบกับบิดาของตัวเองในทัน พร้อมเอ่ยรายงานต่อหน้าผู้าุโทุกคนอีกครั้ง เพื่อยืนยันสถานะของนักปรุงยาอี้เฟย หลังจากนั้นหล่อนกับเฟยอี้หยินผู้เป็บิดา ก็แยกตัวออกไปยังห้องส่วนตัวเพื่อพูดคุยเื่ราวบางอย่าง
"เซียงเอ๋อร์ ที่นี่ไม่มีคนอื่นแล้ว หลังจากที่เ้าได้พิเคราะห์แล้ว จงบอกมาซิว่านักปรุงยาที่ชื่ออี้เฟยเป็คนเยี่ยงไร" ที่เฟยอี้หยินมอบภารกิจในครั้งนี้แก่เฟยเซียงนั้นหาใช่เพื่อการยืนยันสถานะนักปรุงยาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเฟยเซียงนั้นยังได้เรียนรู้วิชาพิเคราะห์คนจากตัวมันจนหมดสิ้นอีกด้วย ดังนั้นการวิเคราะห์ของเฟยเซียงนั้นจึงถือว่าสูงส่งกว่าการใช้นักจับตาทั่วไปอยู่มากนัก
"คะ ท่านพ่อ" เฟยเซียงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของผู้เป็บิดา ก่อนจะยกป้านน้ำชาขึ้นเทให้บิดา ก่อนจะเทให้ตัวเอง พร้อมยกขึ้นจิบ "ตามความเห็นของข้า รูปลักษณ์ภายนอกของผู้าุโอี้เฟยนั้นหาใช่ของจริงไม่" เฟยอี้หยินเองก็สงสัยในข้อนี้ แต่ติดที่ว่ามันไม่ได้พบกับเสวี่ยิต่อหน้าจึงยังลังเลในความคิดข้อนี้อยู่ แต่เมื่อเฟยเซียงเอ่ยขึ้นตรงกับใจของมัน มันจึงได้พยักหน้ารับตามทันที "ตามความเห็นของข้า ผู้าุโอี้เฟยนั้นน่าจะอายุไม่มากนัก ทั้งรูปลักษณ์ท่าทางที่แสดงล้วนขัดกัน ซึ่งน่าจะเป็เพราะ้าปิดบังตัวตนที่แท้จริง ซึ่งข้อนี้ลูกก็พอจะเข้าใจได้ เพราะหากนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงออกเดินทางจากเขตปลอดภัยของตัวเอง คงต้องเกิดเภทภัยมากกว่าเื่ดีเป็แน่"
"อืม ก็ถูกของเ้า เพราะนักปรุงยาส่วนใหญ่เน้นฝึกพลังิญญา แม้นจำเป็ต้องมีระดับฝึกตนถึงขอบขั้นแรกธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่ล้วนขาดประสบการณ์ และทักษะในการต่อสู้ หากจะโดนค่ายสำนักลักพาตัว หรือต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อจับตัวนักปรุงยาไป ก็คงจะไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด" ครั้งนี้เป็เฟยอี้หยินเสนอความคิดตัวเองบ้าง
"แต่ข้ายังสงสัยอยู่ ข้าััได้ว่าผู้าุโอี้เฟยนั้นมีระดับการฝึกปรือเพียงแค่ขั้นพื้นฐานลมปราณ ระดับสอง แต่เหตุใดจึง..."
เฟยอี้หยินอมยิ้มพร้อมยกมือขึ้น เพื่อ้าจะพูดแทรก "เซียงเอ๋อร์...เ้าเข้าใจถูกแล้ว เพราะบุคคลผู้นี้ต้องมีระดับการฝึกฝนที่ไม่ต่ำไปกว่าลมปราณแรกธรรมชาติขั้นกลาง เพราะหากถึงขั้นนั้นเขาสามารถปกปิดลมปราณของตนเองต่อผู้ที่มีพลังอ่อนด้อยกว่าได้ เพราะหากดูจากเปลวเพลิงแท้จริงแล้ว นั่นจึงจะสมเหตุสมผล "
"ขอบคุณท่านพ่อ ที่ชี้แนะความกระจ่างแก่เฟยเซียง" นางแย้มยิ้มตอบผู้เป็บิดา "ส่วนอีกข้อที่ข้ายังสงสัย คือหากผู้าุโอี้เฟย เป็นักปรุงยาระดับสูงเช่นนั้น ทำไมเมื่อคราที่ข้าเอ่ยถึงเื่ราคาค่างวดของเก้าอี้ สีหน้าผู้าุโอี้เฟยจึงดูแปรเปลี่ยนเป็วิตกกังวล ราวกับว่าเขากำลังเดือดร้อนเื่เงิน"
"อืม...นักปรุงยาส่วนใหญ่หาได้สนใจเงินทอง เพราะหากเก่งกาจในระดับนี้การหาเงินล้วนมิใช่ปัญหา ซึ่งในข้อนี้พ่อเองก็ไม่เข้าใจ ซึ่งตามความเห็นของพ่อ นักปรุงยาอี้เฟยนั้น...ลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจ"
เฟยเซียงพยักหน้ารับ "ส่วนข้อสุดท้าย ลูกไม่เข้าใจข้อความที่ผู้าุโอี้เฟยเอ่ยตอบข้อสงสัย แต่เมื่อมาคิดย้อนทวน ข้อความนั้นแม้ไม่กระจ่าง แต่กลับคลับคล้ายคลับคลากับเนื้อหาในวรยุทธ์ต่าง ๆ เสียมากกว่า"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อลืมไปแม้เ้าจะสนใจในเื่ราวของการปรุงยา แต่ลูกสาวข้านั้นมีพร์ด้านวรยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าเด็กน้อย...จิวซิน" คำเอ่ยชมทำเอาเฟยเซียงรู้สึกขวยเขิน เพราะจิวซินนั้นเป็ถึงศิษย์หลักของสำนักัฟ้า แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งบุหงาหยกม่วงเช่นเดียวกัน "อันนี้พ่อเองก็ไม่อาจตอบเ้าได้ แต่ยังเคยได้ยินคำกล่าวว่ามรรคาแห่งทุกสรรพสิ่งล้วนคล้ายคลึง ราวกับเชือกเส้นสายเดียวกันที่แตกแขนงออก หากมองย้อนกลับไปล้วนมาจากต้นตอเดียวกันทั้งสิ้น อันว่าวรยุทธ์ หรือปรุงยาหากมองไปถึงแก่น ก็อาจจะไม่แตกต่างกันนัก"
"ขอบคุณท่านพ่อที่ชี้แนะ ผู้บุตรจะจำใส่ใจไว้" เฟยเซียงขยับเก้าอี้ เป็เชิงว่าเตรียมจะขอตัวจากลา
แต่ดูเหมือนเฟยอี้หยินยังมีเื่ที่อยากรู้อยู่อีก "เ้าจะไปแล้วรึ"
เฟยเซียงเองก็รู้ดีว่าบิดา้าอันใด แต่ก็ไม่เอ่ยออกมา "คะท่านพ่อ"
"อืม งั้นบอกพ่อมาหน่อยว่า ผู้าุโอี้เฟยใช่สนใจในหญิงงามตามที่นักจับตารายงานมาหรือไม่"
"ผู้บุตรด้อยความสามารถ ความงามของข้าคงไม่อาจเทียบกับแม่นางมู่ได้ ผู้บุตรล้วนทำให้ท่านพ่อผิดหวังแล้ว" เมื่อเอ่ยจบนางก็ถอยตัวออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน
เฟยเซียงผู้ที่ทุกผู้คนมองดูว่าเพียบพร้อม ไม่ว่าจะด้วย ฐานะ พร์ สติปัญญา และที่สำคัญที่สุดคือความงดงงาม ซึ่งล้วนเหนือล้ำกว่าเด็กสาวในรุ่นราวคราวเดียว จะมีก็แต่สหายรักจิวซินที่สูสีทัดเทียมกัน ่ชีวิตที่ผ่านมาล้วนปฏิเสธชายหนุ่มนับไม่ถ้วน และไม่เคยมีใครกล้าเอ่ยปฏิเสธเธอมาก่อน แต่วันนี้เฟยเซียงกลับผมว่ามีผู้ที่ไม่้าใกล้ชิดกับตัวเอง ออกปากขับไล่แม้จะเป็เพียงคำกล่าวแฝงความในก็ตาม แถมยังรู้สึกว่าตนนั้นพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวคนอื่นที่มิใช่จิวซิน ความคิดที่เกิดขึ้นล้วนก่อกวนจนหล่อนไม่อาจสงบจิตใจได้เช่นที่ผ่านมา ทำให้เงาร่างของนักปรุงยาอี้เฟย ล้วนขยายใหญ่ขึ้นในทุกขณะที่หล่อนเดินห่างออกมาจากห้องวีไอพี
"อืม เซียงเอ๋อร์...เอ๊ย เซียงเอ๋อร์ เ้าคิดอันใดอยู่มีหรือที่พ่อจะไม่รู้" ผู้เป็บิดามองดูเงาหลังของลูกสาวตัวเองเดินหายลับตาไป